ASP-FCN-AI
กองทุนเปิด แอสเซทพลัส KIKO Fixed Coupon Note คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
Asset Plus KIKO Fixed Coupon Note Complex Return Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วยประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 23 ก.ค. 2567 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 20:17:37.513000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ผสม
- ความเสี่ยง
- สูง · ระดับ 6
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มี · งวด 31 พ.ค. 2567
นโยบายการลงทุน
กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และ/หรือตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนจะพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนได้ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึง 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะมีกรอบการพิจารณานโยบายการลงทุนตามข้างต้น ดังนี้ 1. ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรก (แต่ไม่ต่ำกว่า 5 เดือน และไม่เกิน 7 เดือน) นับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม กองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN) ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) เป็นตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ที่ประกอบด้วยหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ (“หุ้นอ้างอิง”) มากกว่า 1 ตัว (ประมาณจำนวน 2 - 3 ตัว) โดยผู้ออกหรือคู่สัญญาหรือผู้ค้ำประกัน เป็นสถาบันการเงิน และ/หรือ นิติบุคคล และ/หรือ นิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicle : SPV) ในต่างประเทศ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และ/หรือที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีเงื่อนไขจ่ายดอกเบี้ยอัตราคงที่ (Fixed Coupon) เป็นรายเดือน และมีเงื่อนไขไถ่ถอนเมื่อครบกำหนดโดยการส่งมอบเป็นเงินสดและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดเทียบเท่าเงินสด และ/หรือไถ่ถอนด้วยการส่งมอบหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในแต่ละสัญญา ทั้งนี้ สำหรับหุ้นอ้างอิงผู้จัดการกองทุนจะเลือกจากหุ้นที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ดังนี้ - ตลาดหลักทรัพย์แนสแด็ก (Nasdaq Stock Exchange) และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (New York Stock Exchange) ประเทศสหรัฐอเมริกา และ/หรือ - ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (Hong Kong Stock Exchange) เขตบริหารพิเศษฮ่องกง และ/หรือ - ตลาดหลักทรัพย์ยูโรเน็กซต์อัมสเตอร์ดัม (Euronext Amsterdam) ตลาดหลักทรัพย์ยูโรเน็กซต์ ปารีส (Euronext Paris) ตลาดหลักทรัพย์เยอรมันตลาดหลักทรัพย์ (XETRA) ตลาดหลักทรัพย์สวิตเซอร์แลนด์ (SIX Swiss Exchange) และตลาดหลักทรัพย์อิตาลี (Borsa Italiana) ซึ่งทั้งหมดเป็นตลาดหลักทรัพย์ในทวีปยุโรป 2. หลังจากครบกำหนดในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรก (แต่ไม่ต่ำกว่า 5 เดือน และไม่เกิน 7 เดือน) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่กองทุนลงทุนมีสัญญาใดสัญญาหนึ่งหรือทั้งหมดทุกสัญญาครบกำหนดไถ่ถอนโดยเข้าเงื่อนไขไถ่ถอนด้วยการส่งมอบหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) กองทุนจะมีไว้ซึ่งหุ้นอ้างอิง (Underlying) ที่ได้รับมอบจากสัญญาดังกล่าว และจะบริหารจัดการหุ้นอ้างอิง (Underlying) ที่ได้รับมอบมานั้น โดยไม่ใช้วิธีการบริหารจัดการแบบเชิงรุก แต่ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาขายหุ้นดังกล่าวออกไปในกรณีที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนมาทำรายการขายคืนหน่วยลงทุนโดยสัดส่วนขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และ/หรือเพื่อดำเนินการเลิกกองทุน
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ได้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี Underlying เป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ เช่น ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนเพิ่มในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มอัตราส่วนป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาสัดส่วนการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสําหรับการทําธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทําให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN)
ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนแรก (แต่ไม่ต่ำกว่า 5 เดือน และไม่เกิน 7 เดือน) นับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม กองทุนจะลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN) ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) เป็นตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ที่ประกอบด้วยหุ้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ (“หุ้นอ้างอิง”) มากกว่า 1 ตัว (ประมาณจำนวน 2 - 3 ตัว) โดยมีเงื่อนไขจ่ายดอกเบี้ยอัตราคงที่ (Fixed Coupon) เป็นรายเดือน และมีเงื่อนไขไถ่ถอนโดยการส่งมอบเป็นเงินสดและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดเทียบเท่าเงินสด และ/หรือไถ่ถอนด้วยการส่งมอบหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ในตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) นั้นๆ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญา โดยกองทุนจะมีการลงทุนมากกว่า 1 สัญญา
ข้อมูลและตัวอย่างดังต่อไปนี้ เป็นเพียงข้อมูลที่จัดทำเพื่อให้ผู้ลงทุนมีความเข้าใจในกลไกการลงทุนของกองทุนและเงื่อนไขของผลตอบแทนที่กองทุนได้รับจากการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN) มิได้ เป็นการรับประกันเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจ กลไก ความเสี่ยงของการลงทุน และสามารถยอมรับความเสี่ยงของการลงทุนใน Structured Note ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN) ก่อนการตัดสินใจการลงทุน
เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนและการไถ่ถอนการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN) แบ่งเป็นกรณีต่างๆ ดังนี้
หมายเหตุ : - กองทุนจะเริ่มพิจารณา Knock-Out Event ตั้งแต่เดือนที่ 2 เป็นต้นไปจนกว่าจะครบอายุสัญญา - อัตราดอกเบี้ยที่จะได้รับอาจใช้วิธีการคิดดอกเบี้ยโดยอาจจะเป็นแบบ Actual 365 หรือ 30/360 ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญา - กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ไว้ หากผู้ออกตราสารหรือคู่สัญญาที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระเงินต้น ดอกเบี้ยและ/หรือผลตอบแทนอื่นใดตามที่ตกลงกันไว้ได้
สมมติฐาน : ตัวอย่างการลงทุนใน 1 สัญญา กองทุนลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN) ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) เป็นหุ้นต่างประเทศ จำนวน 2 ตัว โดยมี - เงินลงทุนเริ่มแรก USD 1,000,000 ซึ่งจะเท่ากับมูลค่าหน้าตั๋ว (Par Value) - จ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Coupon Rate) ตัวอย่างจะกำหนดวิธีการคำนวนโดยใช้อัตรา 10% ต่อปี อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Coupon Rate) ที่จะลงทุนจริงอาจมีความแตกต่างจากตัวอย่างได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด สถานการณ์การลงทุน และหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการลงทุนของกองทุน แต่จะไม่ต่ำกว่าตัวอย่างที่กำหนดไว้ในโครงการ - ตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ประกอบไปด้วยหุ้น A และ หุ้น B ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ - ราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level) 80% ของราคาหุ้นอ้างอิงเริ่มต้น (Initial Price) - ราคา Knock-Out Level 100% ของราคาหุ้นอ้างอิงเริ่มต้น (Initial Price) - ราคา Knock-In Level 60% ของราคาหุ้นอ้างอิงเริ่มต้น (Initial Price) - Knock-Out Event Observation Date “ทุกสิ้นเดือน” - Knock-In Event Observation Date “ทุกสิ้นวันทำการ” - วิธีการคำนวณดอกเบี้ยแบบ Actual 365 (กำหนด 1 เดือน มี 30 วัน)
วิธีการคิดดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับต่อเดือน = มูลค่าหน้าตั๋ว x อัตราดอกเบี้ยคงที่ (ต่อปี) x ระยะเวลาใน 1 เดือน = (1,000,000 x 10%) x 30/365 = 8,219.18 USD ต่อเดือน ทั้งนี้ จำนวนเงินที่กองทุนได้รับตามตัวอย่างข้างต้นเป็นจำนวเงิน ก่อนหัก ภาษี ณ ที่จ่าย และ/หรือภาษีอื่นใดที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) และ/หรือค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ (ถ้ามี)
ในกรณีที่กองทุนเข้าเงื่อนไขการไถ่ถอนเมื่อครบกำหนดอายุของสัญญาโดยการส่งมอบเป็นหุ้นอ้างอิง (Underlying) กองทุนจะได้รับหุ้นอ้างอิงที่มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุดในตะกร้าหลักทรัพย์ วิธีการคำนวณผลการดำเนินงานของหุ้นอ้างอิง = (Final Price - Initial Price) ÷ Initial Price x 100 โดยกองทุนจะได้รับหุ้นที่มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุดในตะกร้าหลักทรัพย์เข้าพอร์ต ซึ่งจำนวนหุ้นที่จะได้รับสามารถคำนวณได้ดังนี้ กรณีหุ้น A เป็น หุ้นที่ผลการดำเนินงานต่ำที่สุด กองทุนจะได้รับหุ้น A = มูลค่าหน้าตั๋ว ÷ ราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level) ของหุ้น A = 1,000,000 ÷ 80 = 12,500 หุ้น กรณีหุ้น B เป็น หุ้นที่ผลการดำเนินงานต่ำที่สุด กองทุนจะได้รับหุ้น B = มูลค่าหน้าตั๋ว ÷ ราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level) ของหุ้น B = 1,000,000 ÷ 40 = 25,000 หุ้น
ทั้งนี้ ในการคำนวณจำนวนหุ้นที่กองทุนจะได้รับหากมีเศษของหุ้นกองทุนจะรับเป็นเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐ (USD) แทน โดยคำนวณราคาของหุ้นนั้นตามมูลค่าหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Price)
กรณีที่ 1 : เกิด Knock-Out Event ขึ้นในวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) สมมติ ให้ราคาปิดของหุ้นอ้างอิงทุกตัวในตะกร้าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) ณ สิ้นเดือนที่ 2 “สูงกว่า” หรือ “เท่ากับ” ระดับราคา Knock-Out Level ที่กำหนด จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ Knock-Out Event ขึ้น ณ สิ้นเดือนที่ 2
ในกรณีที่ 1 นี้ กองทุนจะได้รับ 1. ดอกเบี้ยจำนวน 2 เดือน ตามระยะเวลาที่ถือครอง Structured Note (มูลค่าหน้าตั๋ว x 10% ต่อปี x 1 เดือน (30/365)) = (1,000,000 x 10% ต่อปี x 30/365) = 8,219.18 USD ต่อ เดือน หรือคิดเป็นจำนวนเงินรวม 2 เดือน เท่ากับ 16,438.36 USD 2. มูลค่าหน้าตั๋ว (Par Value) จำนวน 1,000,000 USD
ดังนั้น ณ สิ้นเดือนที่ 2 กองทุนจะได้รับเงิน รวมทั้งหมดเท่ากับ 1,016,438.36 USD และ Structured Note จะถูกไถ่ถอนก่อนครบกำหนด (ถือว่า Structured Note ครบอายุสัญญาทันที ณ สิ้นเดือนที่ 2)
ทั้งนี้ ผู้ออกหรือคู่สัญญาจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนเป็นรายเดือน ดังนั้น ดอกเบี้ยที่กองทุนได้รับจากผู้ออกหรือคู่สัญญาในเดือนแรก กองทุนจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนโครงการข้อ 7 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
สำหรับการลงทุนใน Structured Note กองทุนจะได้รับคืนเงินต้นและผลตอบแทนในสกุลเงิน USD จึงต้องทำการแลกเงิน USD มาเป็นเงินบาท ดังนั้น เงินต้นและดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับคืนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) ซึ่งในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น แต่ในกรณีที่เงินบาทแข็งค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้น้อยลง ตัวอย่างเช่น : สมมติให้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD เป็นดังต่อไปนี้ - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันเริ่มต้นสัญญา เท่ากับ 35 บาท ต่อ 1 USD - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) กรณีค่าเงินบาท แข็งค่า เท่ากับ 30 บาท ต่อ 1 USD กรณีค่าเงินบาท อ่อนค่า เท่ากับ 40 บาท ต่อ 1 USD
อนึ่ง หากเกิดกรณีตามข้างต้น และมีระยะเวลาการถือครองสัญญามากกว่า 2 เดือน กองทุนจะได้ดอกเบี้ยทุกเดือนตามจำนวนเดือนที่ถือครองสัญญาไปจนกว่าสัญญาจะเข้าเงื่อนไขไถ่ถอนด้วยการส่งมอบเป็นเงินสดและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดเทียบเท่าเงินสด และ/หรือเมื่อครบอายุสัญญา
ตัวอย่างเช่น เกิดเหตุการณ์ Knock-Out Event ขึ้นในวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) ณ สิ้นเดือนที่ 3 กองทุนจะได้รับเงินลงทุนเริ่มแรกคืนตามมูลค่าหน้าตั๋ว (Par Value) และดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับรวม 3 เดือนคิดเป็น 8,219.18 x 3 (เดือน) = 24,657.54 USD
โดยผู้ออกหรือคู่สัญญาจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนเป็นรายเดือนและกองทุนจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนโครงการข้อ 7 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
ทั้งนี้ หากเกิดกรณีที่ 1 ในทั้งหมดทุกสัญญาที่กองทุนลงทุน บริษัทจัดการจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจากดอกเบี้ยอัตราคงที่ (Fixed Coupon) และมูลค่าหน้าตั๋วที่ได้รับจาก Structured Note หลังหักค่าใช้จ่ายและ/หรือสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวม (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อปรากฎอยู่ในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน ณ สิ้นวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ และเพื่อดำเนินการเลิกกองทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ
กรณีที่ 2 : ไม่เคยเกิด Knock-Out Event และไม่เคยเกิด Knock-In Event ขึ้นเลย ตลอดอายุสัญญา สมมติ ตลอดอายุการถือ Structured Note ปรากฏเหตุการณ์ ดังนี้ - ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ Knock-Out Event หมายถึง ราคาปิดของหุ้นอ้างอิง “ทุกตัว” ในตะกร้าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิงในทุกๆ รอบการพิจารณา (รายเดือน) จนครบอายุสัญญา“ต่ำกว่า” ระดับราคา Knock-Out Level ที่กำหนด - และ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ Knock-In Event หมายถึง ราคาปิดของหุ้นอ้างอิง “ตัวใดตัวหนึ่ง” ในตะกร้าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิงในทุกๆ รอบการพิจารณา (รายวัน) จนครบอายุสัญญา “สูงกว่า” ระดับราคา Knock-In Level ที่กำหนด
ในกรณีที่ 2 นี้ กองทุนจะได้รับ 1. ดอกเบี้ยซึ่งมีการทยอยจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนตั้งแต่เริ่มการลงทุนจนครบอายุสัญญา (รวมกันเป็นจำนวน 6 เดือน) (มูลค่าหน้าตั๋ว x 10% ต่อปี x 1 เดือน (30/365)) = (1,000,000 x 10% ต่อปี x 30/365) = 8,219.18 USD ต่อ เดือน หรือคิดเป็นจำนวนเงินตลอดอายุสัญญา เท่ากับ 49,315.08 USD (รวม 6 เดือน) ทั้งนี้ กองทุนจะได้ดอกเบี้ยทุกเดือนตามจำนวนเดือนที่ถือครองสัญญาไปจนกว่าสัญญาจะเข้าเงื่อนไขไถ่ถอนด้วยการส่งมอบเป็นเงินสดและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดเทียบเท่าเงินสด และ/หรือเมื่อครบอายุสัญญา ซึ่งผู้ออกหรือคู่สัญญาจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนเป็นรายเดือนและกองทุนจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนโครงการข้อ 7 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน 2. มูลค่าหน้าตั๋ว (Par Value) จำนวน 1,000,000 USD
ดังนั้น ณ สิ้นเดือนที่ 6 ที่เป็นวันครบอายุสัญญา กองทุนจะได้รับเงิน รวมทั้งหมดเท่ากับ 1,049,315.08 USD
สำหรับการลงทุนใน Structured Note กองทุนจะได้รับคืนเงินต้นและผลตอบแทนในสกุลเงิน USD จึงต้องทำการแลกเงิน USD มาเป็นเงินบาท ดังนั้น เงินต้นและดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับคืนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) ซึ่งในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น แต่ในกรณีที่เงินบาทแข็งค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้น้อยลง ตัวอย่างเช่น : สมมติให้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD เป็นดังต่อไปนี้ - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันเริ่มต้นสัญญา เท่ากับ 35 บาท ต่อ 1 USD - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) กรณีค่าเงินบาท แข็งค่า เท่ากับ 30 บาท ต่อ 1 USD กรณีค่าเงินบาท อ่อนค่า เท่ากับ 40 บาท ต่อ 1 USD
กรณีที่ 3 : ไม่เคยเกิด Knock-Out Event แต่เคยเกิด Knock-In Event ขึ้น แล้วราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Price) ของหุ้นทุกตัวในตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ปิด “สูงกว่า” หรือ “เท่ากับ” ระดับราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level) สมมติ ระหว่างอายุการถือ Structured Note ปรากฏเหตุการณ์ ดังนี้ - ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ Knock-Out Event หมายถึง ราคาปิดของหุ้นอ้างอิงในทุกๆ รอบการพิจารณา (รายเดือน) จนครบอายุสัญญา “ทุกตัว” ในตะกร้าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง “ต่ำกว่า” ระดับราคา Knock-Out Level ที่กำหนด - แต่เคยเกิดเหตุการณ์ Knock-In Event หมายถึง ราคาปิดของหุ้นอ้างอิงในทุกๆ รอบการพิจารณา (รายวัน) จนครบอายุสัญญา “ทุกตัวหรือตัวใดตัวหนึ่ง” ในตะกร้าหลักทรัพย์ เคยปิดที่ราคา ต่ำกว่าระดับราคา Knock-In Level ที่กำหนด
ในกรณีนี้ สมมติระหว่างอายุสัญญาที่ลงทุน ปรากฏว่าหุ้น A เคยมีวันใดวันหนึ่งมีราคาปิดที่ 55 USD ซึ่งต่ำกว่าระดับราคา Knock-In Level (60 USD) ที่กำหนด แต่ในวันครบกำหนดไถ่ถอน Structured Note ราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Price) ของหุ้น “ทุกตัว” ในตะกร้าหลักทรัพย์ ปิดที่ราคา “สูงกว่า” หรือ “เท่ากับ” ระดับราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level) (หุ้น A = 80 USD, หุ้น B = 40 USD)
ในกรณีที่ 3 นี้ กองทุนจะได้รับ 1. ดอกเบี้ยซึ่งมีการทยอยจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนตั้งแต่เริ่มการลงทุนจนครบอายุสัญญา (รวมกันเป็นจำนวน 6 เดือน) (มูลค่าหน้าตั๋ว x 10% ต่อปี x 1 เดือน (30/365)) = (1,000,000 x 10% ต่อปี x 30/365) = 8,219.18 USD ต่อ เดือน หรือคิดเป็นจำนวนเงินตลอดอายุสัญญา เท่ากับ 49,315.08 USD (รวม 6 เดือน) ทั้งนี้ กองทุนจะได้ดอกเบี้ยทุกเดือนตามจำนวนเดือนที่ถือครองสัญญาไปจนกว่าสัญญาจะเข้าเงื่อนไขไถ่ถอนด้วยการส่งมอบเป็นเงินสดและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดเทียบเท่าเงินสด และ/หรือเมื่อครบอายุสัญญา ซึ่งผู้ออกหรือคู่สัญญาจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนเป็นรายเดือนและกองทุนจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนโครงการข้อ 7 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน 2. มูลค่าหน้าตั๋ว (Par Value) จำนวน 1,000,000 USD
ดังนั้น ณ สิ้นเดือนที่ 6 ที่เป็นวันครบอายุสัญญา กองทุนจะได้รับเงิน รวมทั้งหมดเท่ากับ 1,049,315.08 USD
สำหรับการลงทุนใน Structured Note กองทุนจะได้รับคืนเงินต้นและผลตอบแทนในสกุลเงิน USD จึงต้องทำการแลกเงิน USD มาเป็นเงินบาท ดังนั้น เงินต้นและดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับคืนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) ซึ่งในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น แต่ในกรณีที่เงินบาทแข็งค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้น้อยลง ตัวอย่างเช่น : สมมติให้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD เป็นดังต่อไปนี้ - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันเริ่มต้นสัญญา เท่ากับ 35 บาท ต่อ 1 USD - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) กรณีค่าเงินบาท แข็งค่า เท่ากับ 30 บาท ต่อ 1 USD กรณีค่าเงินบาท อ่อนค่า เท่ากับ 40 บาท ต่อ 1 USD
กรณีที่ 4 : ไม่เคยเกิด Knock-Out Event แต่เคยเกิด Knock-In Event ขึ้น แล้วราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Price) ของหุ้นตัวใดตัวหนึ่งในตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket) ปิด “ต่ำกว่า” ระดับราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level)
สมมติ ระหว่างอายุการถือ Structured Note ปรากฏเหตุการณ์ ดังนี้ - ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ Knock-Out Event หมายถึง ราคาปิดของหุ้นอ้างอิงในทุกๆ รอบการพิจารณา (รายเดือน) จนครบอายุสัญญา “ทุกตัว” ในตะกร้าหลักทรัพย์ ณ สิ้นวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง “ต่ำกว่า” ระดับราคา Knock-Out Level ที่กำหนด - แต่เคยเกิดเหตุการณ์ Knock-In Event ราคาปิดของหุ้นอ้างอิงในทุกๆ รอบการพิจารณา (รายวัน) จนครบอายุสัญญา “ทุกตัวหรือตัวใดตัวหนึ่ง” ในตะกร้าหลักทรัพย์ เคยปิดที่ราคา ต่ำกว่าระดับราคา Knock-In Level ที่กำหนด
ในกรณีนี้ สมมติระหว่างอายุสัญญาที่ลงทุน ปรากฏว่าหุ้น A เคยมีวันใดวันหนึ่งมีราคาปิดที่ 55 USD ซึ่งต่ำกว่าระดับราคา Knock-In Level (60 USD) ที่กำหนด ส่วนหุ้น B มีราคาปิดที่ไม่เคยต่ำกว่า Knock-In Level (30 USD) ที่กำหนด แต่ในวันครบกำหนดไถ่ถอน ราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Price) ของหุ้นแต่ละตัวเป็นดังต่อไปนี้ - หุ้น A ปิดที่ราคา 90 USD ซึ่งสูงกว่าระดับราคาใช้สิทธิ (80 USD) (Strike Price Level) - หุ้น B ปิดที่ราคา 38 USD ซึ่งต่ำกว่าระดับราคาใช้สิทธิ (40 USD) (Strike Price Level) และเป็นหุ้นอ้างอิงที่มีผลการดำเนินงานที่ต่ำที่สุดในตะกร้าหลักทรัพย์
ในกรณีที่ 4 นี้ กองทุนจะได้รับ 1. ดอกเบี้ยซึ่งมีการทยอยจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายเดือนตั้งแต่เริ่มการลงทุนจนครบอายุสัญญา (รวมกันเป็นจำนวน 6 เดือน) (มูลค่าหน้าตั๋ว x 10% ต่อปี x 1 เดือน (30/365)) = (1,000,000 x 10% ต่อปี x 30/365) = 8,219.18 USD ต่อ เดือน หรือคิดเป็นจำนวนเงินตลอดอายุสัญญา เท่ากับ 49,315.08 USD (รวม 6 เดือน)
ทั้งนี้ กองทุนจะได้ดอกเบี้ยทุกเดือนตามจำนวนเดือนที่ถือครองสัญญาไปจนกว่าสัญญาจะเข้าเงื่อนไขไถ่ถอนด้วยการส่งมอบเป็นเงินสดและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดเทียบเท่าเงินสด และ/หรือเมื่อครบอายุสัญญา ซึ่งผู้ออกหรือคู่สัญญาจะจ่ายดอกเบี้ยให้กับกองทุนเป็นรายเดือนและกองทุนจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนโครงการข้อ 7 การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
สำหรับการลงทุนใน Structured Note กองทุนจะได้รับคืนเงินต้นและผลตอบแทนในสกุลเงิน USD จึงต้องทำการแลกเงิน USD มาเป็นเงินบาท ดังนั้น เงินต้นและดอกเบี้ยที่กองทุนจะได้รับคืนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันพิจารณาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) ซึ่งในกรณีที่เงินบาทอ่อนค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้มากขึ้น แต่ในกรณีที่เงินบาทแข็งค่าเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ กองทุนจะสามารถแลกเงินกลับมาเป็นเงินบาทได้น้อยลง ตัวอย่างเช่น : สมมติให้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD เป็นดังต่อไปนี้ - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันเริ่มต้นสัญญา เท่ากับ 35 บาท ต่อ 1 USD - อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงิน USD ณ วันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) กรณีค่าเงินบาท แข็งค่า เท่ากับ 30 บาท ต่อ 1 USD กรณีค่าเงินบาท อ่อนค่า เท่ากับ 40 บาท ต่อ 1 USD
2. ได้รับส่งมอบหุ้นอ้างอิง (Underlying) ซึ่งกองทุนจะได้รับหุ้นอ้างอิงที่มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุดในตะกร้าหลักทรัพย์ โดยจะพิจารณาผลการดำเนินงานของหุ้นอ้างอิง ดังนี้ วิธีการคำนวณผลการดำเนินงานของหุ้น
จึงทำให้กองทุนได้รับส่งมอบหุ้น B ซึ่งเป็นหุ้นอ้างอิงที่มีผลการดำเนินงานต่ำที่สุดในตะกร้าหลักทรัพย์ โดยจำนวนหุ้นที่ได้รับ ดังนี้ = มูลค่าหน้าตั๋ว ÷ ราคาใช้สิทธิ = 1,000,000 ÷ 40 = 25,000 หุ้น ณ ที่ราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level) คือ 40 USD ต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคาปิดของตลาด ณ วันครบกำหนดอายุการลงทุนใน Structured Note
ดังนั้น ณ สิ้นเดือนที่ 6 ที่เป็นวันครบอายุสัญญา กองทุนจะได้รับดอกเบี้ยรวม 6 เดือน เท่ากับ 49,315.08 USD และได้รับหุ้น B จำนวน 25,000 หุ้น ที่ราคา 38 USD ต่อหุ้น
ทั้งนี้ เมื่อนำจำนวนหุ้นที่กองทุนได้รับ คูณกับ ราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Price) ของหุ้น B ปิดที่ราคา 38 USD ซึ่งต่ำกว่าระดับราคาใช้สิทธิ (40 USD) (Strike Price Level) จึงส่งผลให้กองทุนจะมีมูลค่าหุ้นที่ได้รับมอบมาจากสัญญาที่ลงทุนเท่ากับ 950,000 USD (25,000 หุ้น x 38 USD ต่อหุ้น)
หมายเหตุ : - สมมติฐานต่างๆ ตามข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลที่จัดทำเพื่อให้ผู้ลงทุนมีความเข้าใจในกลไกการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ ประเภท Autocallable Fixed Coupon Note (FCN) โดยมีเงื่อนไขจ่ายดอกเบี้ยอัตราคงที่ (Fixed Coupon) เป็นรายเดือน และมีเงื่อนไขไถ่ถอนเมื่อครบกำหนดโดยการส่งมอบเป็นเงินสดและ/หรือทรัพย์สินอื่นใดเทียบเท่าเงินสด และ/หรือไถ่ถอนด้วยการส่งมอบหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) เท่านั้น มิได้ เป็นการรับประกันเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนในกองทุนนี้ - อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Coupon Rate) เป็นอัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับจากการลงทุนใน Structured Note ที่เป็นหุ้นกู้อนุพันธ์ FCN มิได้ เป็นอัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับจากการลงทุนในกองทุนนี้ ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจผลตอบแทนที่จะได้รับจากการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน - รายละเอียดต่างๆ ที่กองทุนจะลงทุนจริงอาจมีความแตกต่างจากสมมติฐานและตัวอย่างตามข้างต้นได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด สถานการณ์การลงทุน และหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ รายละเอียดต่างๆ ที่กองทุนจะลงทุนจริงในแต่ละสัญญา เช่น อัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Coupon Rate), หุ้นที่เป็น Underlying ในตะกร้าหลักทรัพย์ (Basket), ราคาใช้สิทธิ (Strike Price Level), ราคา Knock-Out Level, ราคา Knock-In Level, และ Observation Date ต่างๆ รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเพื่อเป็นการประกอบการตัดสินใจในการลงทุน บริษัทจัดการจะมีการแจ้งให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและ/หรือช่องทางอื่นใดที่เหมาะสมภายหลังจากที่มีการลงทุนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจถึงลักษณะ ความเสี่ยง และเงื่อนไขกองทุน ก่อนตัดสินใจลงทุน - ในกรณีที่เกิด Knock-Out Event ขึ้นในวันพิจารณาราคาหุ้นอ้างอิง (Observation Date) และส่งผลให้ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ถูกไถ่ถอนก่อนครบกำหนด และ/หรือเมื่อครบกำหนด บริษัทจัดการจะทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติจากผลตอบแทนและ/หรือมูลค่าหน้าตั๋วที่ได้รับจากตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หลังจากหักค่าใช้จ่ายและ/หรือสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวม (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีชื่อปรากฎอยู่ในทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุน ณ สิ้นวันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ โดยจำนวนเงิน วันทำการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน วันทำการชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน และ/หรือรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยจะแจ้งให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและ/หรือช่องทางอื่นใดที่เหมาะสม - ในกรณีที่ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ครบกำหนดไถ่ถอนด้วยการส่งมอบหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ในการคำนวณจำนวนหุ้นที่กองทุนจะได้รับหากมีเศษของหุ้นกองทุนจะรับเป็นเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐ (USD) แทน โดยคำนวณราคาของหุ้นนั้นตามราคาหุ้นอ้างอิงสุดท้าย (Final Price)
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) การลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่มีหุ้นเป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) หากราคาของหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) มีการเปลี่ยนแปลง ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ จึงทำให้กองทุนได้รับหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) แทนเงินต้น นอกจากนี้ หากผู้ออกหรือคู่สัญญาที่ลงทุนมีภาระหนี้จากการเข้าทำสัญญาซื้อขายตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) เพิ่มขึ้นเกินกว่าความสามารถในการชำระหนี้จะรับได้ ทำให้กองทุนอาจไม่ได้รับดอกเบี้ยตามที่ตกลงกันไว้และ/หรือไม่ได้รับคืนเงินต้นหรือหุ้นเป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) ตามที่ตกลงไว้ได้
การบริหารความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาทิศทางของหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์อ้างอิง (Underlying) โดยศึกษาจากข้อมูลตลาดแต่ละช่วงเวลาและ/หรือแต่ละสถานการณ์ รวมถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์อ้างอิง ก่อนการตัดสินใจเข้าลงทุน และจะลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) กับผู้ออกหรือคู่สัญญาที่มีสถานะการเงินที่ดีและมั่นคง เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่ผู้ออกหรือคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- 97.90%
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 พ.ค. 2567 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 31 พ.ค. 2567 · นโยบายปันผลงวด 31 พ.ค. 2567
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 1,000 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 พ.ค. 2567 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- เสนอขายครั้งเดียวในช่วง IPO บลจ.จะแจ้งวันที่ IPO รวมถึงกรณีมีการเปลี่ยนแปลงระยะเวลาช่วง IPO (ถ้ามี) ให้ทราบผ่านเว็บไซต์ www.assetfund.co.th
- วันรับคำสั่งขายคืน
- แบบดุลยพินิจ : ในช่วง 6 เดือนแรก ไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้** แบบอัตโนมัติ : ระหว่างการลงทุนในสัญญา/ครบอายุสัญญา/เข้าเงื่อนไขเลิกกองทุน/ครบอายุกองทุน**
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+5 คือ5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | เพิ่มขึ้น +1.09% | ไม่มีข้อมูล | 31 พ.ค. 2567 | 23 ก.ค. 2567 |
| 3M | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 6M | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| YTD | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 1Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
| Metric ที่รายงาน | ช่วง | วันงวด | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของกองทุนรวม | inception date | 31 พ.ค. 2567 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | inception date | 31 พ.ค. 2567 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | inception date | 31 พ.ค. 2567 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | inception date | 31 พ.ค. 2567 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | inception date | 31 พ.ค. 2567 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 2.5000 | 3.0000 | 31 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee) | 50.0000 | 50.0000 | 31 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.6300 | 4.7100 | 31 พ.ค. 2567 |
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ :- อัตราค่าธรรมเนียมรวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) - บลจ. จะคิดค่าธรรมเนียมการจัดการเต็มระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม โดยทางบัญชีจะรับรู้ทั้งจำนวน - อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการและรวมค่าใช้จ่าย เป็นร้อยละต่อปีของมูลค่าที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม ทั้งนี้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ และหลังจากครบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม บลจ. จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ และค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุน
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): หมายเหตุ : - อัตราค่าธรรมเนียม รวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) - ค่าธรรมเนียมโอนหน่วยคิดเป็นบาท/รายการ -บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจากกองทุนรวมและ/หรือจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ :- อัตราค่าธรรมเนียมรวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) - บลจ. จะคิดค่าธรรมเนียมการจัดการเต็มระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม โดยทางบัญชีจะรับรู้ทั้งจำนวน - อัตราค่าธรรมเนียมการจัดการและรวมค่าใช้จ่าย เป็นร้อยละต่อปีของมูลค่าที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม ทั้งนี้ ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ และหลังจากครบระยะเวลา 6 เดือนนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม บลจ. จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมการจัดการ และค่าธรรมเนียมนายทะเบียนหน่วยลงทุน
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 พ.ค. 2567
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 พ.ค. 2567
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| XS2804141070 | 24.99 | 31 พ.ค. 2567 |
| CH1336277426 | 24.95 | 31 พ.ค. 2567 |
| XS2782848910 | 24.90 | 31 พ.ค. 2567 |
| XS2792315629 | 24.86 | 31 พ.ค. 2567 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings