ผสมจดทะเบียนไม่มีข้อมูล

BM70-TESGX

กองทุนรวมบัวหลวงผสม 70/30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

Bualuang Mixed 70/30 Thailand ESG Extra Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
BM70-TESGX9.756510.559411.362312.165312.9682BM70-TESGX: 2025-10-09 ถึง 2026-10-092025-10-092026-10-09
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

9 ต.ค. 2568 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +15.94%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-10 11:16:14.561000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ผสม
ความเสี่ยง
ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) · งวด 31 ส.ค. 2569

ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569

ThaiBMA Government Bond ESG Index Net Total Return · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน

กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังต่อไปนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

1. ลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมี net exposure เฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 แต่ไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ที่มีลักษณะดังนี้ (1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ (2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ (3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะดังนี้ (3.1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า (3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ (3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) (3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามที่ประกาศการลงทุนของกองทุนกำหนด (3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ (2) (3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

2. ลงทุนในตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้ (1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และ/หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสาร หรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าว ในเรื่องดังนี้ (1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี (1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย และ/หรือ (2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)

เงื่อนไขการลงทุนเพิ่มเติม

ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนสามารถลงทุนได้ รวมถึงการลงทุนดังต่อไปนี้

ลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ลงทุนในหุ้นที่อยู่ในระหว่าง IPO เพื่อรอการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงตราสารทุนอื่น ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม เช่น กองทุน CIS กองทุนรวมอีทีเอฟทั่วไป กองทุน Infra กองทุน Property/ REITs กองทุน Private Equity เป็นต้น

ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (structured note) และ/หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (derivatives) เพื่อลดความเสี่ยงจากการลงทุน และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) โดยมีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ซึ่งกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอาจเกิดจากสภาวะตลาด รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งหากคาดการณ์ผิดอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนน้อยลงหรือเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น รวมถึงอาจมีความเสี่ยงทางด้านเครดิตของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้น โดยคู่สัญญาในการทำธุรกรรมอาจขาดสภาพคล่องจึงไม่สามารถจ่ายเงินตามภาระผูกพันได้ บริษัทจัดการจะติดตามเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้อัตราผลตอบแทนในรูปเงินบาทผันผวนหากค่าเงินตราสกุลต่างประเทศมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับสัดส่วนการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามความเหมาะสม

ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และกองทุนรวมปลายทางสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด

ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non - investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) และ/หรือหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน (unlisted securities)

ทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด

เป้าหมายที่กองทุนรวมต้องการบรรลุ

กองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบเฉพาะเจาะจง โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในทรัพย์สินตามกรอบนโยบายการลงทุนที่ผู้ออกทรัพย์สินเป็นภาครัฐและ/หรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีการดําเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน อีกทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดําเนินงานที่คํานึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวม รวมทั้งเป็นแรงผลักดันให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ (แหล่งข้อมูล: https://sdgs.un.org/goals) และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (net zero)

กรอบการลงทุน (Investment Universe)

กองทุนจะกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือทรัพย์สิน ดังนี้

ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนใน SET และ/หรือ mai โดยมี net exposure เฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 แต่ไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ที่มีลักษณะดังนี้ (1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้าน E หรือ ESG และ/หรือ (2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ (3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 1 (3) กองทุนสามารถลงทุนในบริษัทจดทะเบียนได้หลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม โดยจะพิจารณาคุณสมบัติของผู้ออกหลักทรัพย์ ปัจจัยด้านความยั่งยืน และความเหมาะสมของหลักทรัพย์เป็นสำคัญ ทั้งนี้ กองทุนมีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยเป็นหลัก กองทุนใช้แนวทาง ESG Integration โดยนำปัจจัยด้าน ESG มาประกอบในกระบวนการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทาง เพื่อสนับสนุนการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมในระยะยาวภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยกองทุนกำหนดให้บริษัทที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืนตามกรอบการลงทุนข้างต้นเป็นกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ และจะดำเนินการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการเงินเพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนต่อไป กองทุนใช้เกณฑ์ด้านความยั่งยืนตามกรอบการลงทุนดังกล่าวเป็นหลักในการคัดเลือกหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีผลการประเมิน ESG อยู่ในระดับที่โดดเด่น เช่น กิจการที่ได้รับ SET ESG Ratings ตั้งแต่ระดับ A ขึ้นไป หรืออยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งนี้ การตัดสินใจลงทุนจะพิจารณาปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมด้วย นอกจากนี้ กองทุนยังติดตามประเด็น ESG ของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการ Engagement และการใช้สิทธิออกเสียง เพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ อันเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างมูลค่าในระยะยาวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือตราสารหนี้อื่นๆ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 2 (1) ทั้งนี้ การลงทุนในพันธบัตร หุ้นกู้ และตราสารหนี้ดังกล่าวจะต้องเป็น green bond หรือ sustainability bond ที่มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย หรือกรณีเป็น sustainability-linked bond ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย

กลยุทธ์การลงทุนเพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน

กลยุทธ์การลงทุน

• ตราสารทุน: กองทุนใช้กลยุทธ์ ESG Integration โดยนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มาผนวกเข้ากับกระบวนการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการเงิน

ในการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว กองทุนใช้ SET ESG Ratings เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการประเมินคุณลักษณะด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุน โดยนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการพิจารณาความเสี่ยง โอกาสทางธุรกิจ คุณภาพของกิจการ เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนและเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวของกองทุน

• ตราสารหนี้: กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Positive Screening โดยคํานึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกหลักทรัพย์

เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์

• ตราสารทุน: กองทุนเชื่อว่าปัจจัย ESG เป็นปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ความยั่งยืนของผลประกอบการ และความสามารถในการสร้างมูลค่าในระยะยาวของกิจการ การนำปัจจัย ESG มาพิจารณาร่วมกับปัจจัยทางการเงินช่วยให้กองทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนได้อย่างรอบด้านมากขึ้น

การใช้แนวทาง ESG Integration ช่วยให้กองทุนสามารถนำปัจจัยด้าน ESG มาประกอบกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยไม่จำกัดการลงทุนเฉพาะบางอุตสาหกรรม และสามารถกระจายการลงทุนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงนำปัจจัยด้าน ESG มาประกอบการพิจารณาความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนในระยะยาว

นอกจากนี้ กองทุนยังใช้กระบวนการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน (Engagement) และการใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) เพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลกิจการที่ดี การบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG และการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบ

• ตราสารหนี้: การคัดเลือกพันธบัตรรัฐบาลพันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็น Green Bond, Sustainability Bond หรือ Sustainability-linked Bond โดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (E) หรือ ESG ควบคู่กับการประเมินคุณภาพของผู้ออกตราสาร เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับความเสี่ยงในระยะยาว พร้อมทั้งสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนและรักษาความมั่นคงของพอร์ตการลงทุน

ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับ Sustainability Objective

• ตราสารทุน: กลยุทธ์ ESG Integration สนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนโดยการนำข้อมูล ESG มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ คัดเลือก และติดตามการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทำให้กองทุนสามารถพิจารณาทั้งปัจจัยทางการเงินและปัจจัยด้านความยั่งยืนควบคู่กันไปในการตัดสินใจลงทุน

นอกจากนี้ การติดตามประเด็น ESG อย่างสม่ำเสมอ การมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน และการใช้สิทธิออกเสียงในฐานะผู้ถือหุ้น ยังช่วยส่งเสริมให้บริษัทที่ลงทุนมีการพัฒนาแนวปฏิบัติด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกองทุนในการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว

• ตราสารหนี้: กองทุนใช้กลยุทธ์ Screening ในการคัดเลือกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน โดยมุ่งลงทุนในตราสารหนี้ที่สนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) อันเป็นส่วนหนึ่งของ Sustainability Objective ของกองทุน

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์

ตราสารทุน: กองทุนใช้ข้อมูลการประเมินด้าน ESG จาก SET ESG Ratings ซึ่งจัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยเป็นการประเมินจากบริษัทจดทะเบียนที่สมัครใจเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืน ทั้งนี้ การประเมินครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental: E) สังคม (Social: S) และธรรมาภิบาล (Governance: G) บริษัทจดทะเบียนที่ได้รับผลการประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต้องมีผลคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนอย่างน้อยร้อยละ 50 ในแต่ละมิติ และต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่ SET กำหนด โดย SET จะประเมินความยั่งยืนปีละ 1 ครั้ง และอาจคัดบริษัทออกจาก SET ESG Ratings ระหว่างปี หากคุณสมบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ SET มีการทบทวนแบบประเมินความยั่งยืนเป็นประจำทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและแนวโน้มด้านความยั่งยืน (Sustainability Trends) ที่เปลี่ยนแปลงทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ กองทุนจะลงทุนในหุ้นของกิจการที่ได้รับ SET ESG Ratings เช่น กิจการที่ได้รับ SET ESG Ratings ตั้งแต่ระดับ A ขึ้นไป หรือกิจการที่มีผลการประเมินด้าน ESG อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวจะถูกนำมาใช้เป็นหนึ่งในหลักเกณฑ์ประกอบการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์

ตราสารหนี้เอกชน: กองทุนจะลงทุนตราสารที่เป็น green bond sustainability bond หรือ sustainability-linked bond เท่านั้น โดยเป็นตราสารที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 2 (1) ทั้งนี้ กรณีเป็นตราสาร green bond หรือ sustainability bond มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย หรือกรณีเป็นตราสาร sustainability-linked bond มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย

ตราสารภาครัฐ: กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่เป็น green bond sustainability bond หรือ sustainability-linked bond เท่านั้น โดยจะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ เช่น ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย เป็นต้น

กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์

ตราสารทุน: กองทุนจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มาประกอบในกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ (ESG Integration) โดยไม่ได้พิจารณาจากคะแนน ESG เพียงอย่างเดียว แต่จะพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน การประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ แนวโน้มผลประกอบการ ความเสี่ยงในการลงทุน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนและเป้าหมายการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวของกองทุน กองทุนจะประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคและคัดเลือกอุตสาหกรรมและบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโต โดยพิจารณาผลประกอบการทางการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว ควบคู่กับการพิจารณาประเด็นด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อฐานะทางการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท (Financial Materiality) โดยใช้ข้อมูลจากทีมนักวิเคราะห์ภายในและแหล่งข้อมูลภายนอกประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ กองทุนอาจมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน (Engagement) เพื่อหารือและติดตามประเด็นด้าน ESG ซึ่งช่วยให้สามารถนำข้อมูลจากการมีส่วนร่วมดังกล่าวมาประกอบการประเมินโอกาสและความเสี่ยงของบริษัท และส่งเสริมให้บริษัทพัฒนาการดำเนินงานด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลให้เหมาะสมกับลักษณะธุรกิจของแต่ละบริษัท กองทุนจะทบทวนและประเมินหลักทรัพย์ภายใต้กรอบการลงทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่กับปัจจัยพื้นฐานและติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กองทุนมีการทบทวนงบการเงินในทุกรายไตรมาส เพื่อวิเคราะห์ความสามารถการทํากําไรและโอกาสการเติบโตในอนาคต

ตราสารหนี้: กองทุนจะจัดทำกรอบการวิเคราะห์ตราสารหนี้ โดยใช้ข้อมูลจากสมาคมตราสารหนี้ไทย ThaiBMA รวมถึงอาจใช้บทวิเคราะห์ด้านความยั่งยืนที่จัดทำโดยบุคคลที่สามเพื่อทำการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารหนี้ที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องกลยุทธ์และแผนการดำเนินงานของผู้ออกตราสารหนี้ ทั้งนี้ กองทุนจะประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร หรือตราสารที่ลงทุนต้องได้รับการจัดอันดับเครดิตผู้ออก (issuer) หรือตราสาร (issue) ในระดับ investment grade เท่านั้น และผู้ออกตราสารต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพเครดิตของบริษัทจัดการ ประกอบการพิจารณาอายุเฉลี่ยของตราสาร (duration) ที่กองทุนจะลงทุน โดยการกำหนดสัดส่วนการลงทุนจะเป็นไปตามที่กองทุนกำหนด นอกจากนี้ กองทุนจะวิเคราะห์โครงการที่จะนำเงินลงทุนไปใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง กองทุนจะดำเนินการทบทวนและประเมินหลักทรัพย์ภายใต้กรอบการลงทุนของกองทุนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยจะพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (ESG) ในการประเมินตราสารหนี้ที่กองทุนถือครอง เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับหลักการการลงทุนอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละหลักทรัพย์ตามความเหมาะสม

การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่เกี่ยวกับความยั่งยืน

ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน ซึ่งใช้สำหรับชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Benchmark) ของกองทุน ประกอบไปด้วย

ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) สัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 เนื่องจากกองทุนมีวัตถุประสงค์ลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่คำนึงถึงด้าน E หรือ ESG และ/หรือด้านการช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโดยการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือด้านการมีธรรมาภิบาลตามกรอบนโยบายการลงทุน ดัชนีชี้วัดจึงควรประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนซึ่งในปัจจุบันไม่มีดัชนีที่เกี่ยวกับความยั่งยืนที่ครอบคลุมกรอบการลงทุนของกองทุน ดังนั้น ดัชนี SET TRI ซึ่งเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของหลักทรัพย์ทุกหลักทรัพย์ใน SET ที่ประกอบด้วยหุ้นของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมดและจัดทำขึ้นโดย SET จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน อีกทั้งบริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET TRI เป็นบริษัทที่มีสภาพคล่องตามหลักเกณฑ์ที่ SET กำหนด และมีการเปิดเผยข้อมูลเพื่อนำไปใช้ในการวิเคราะห์ได้อย่างเพียงพอ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/tri/profile

ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Government Bond ESG Index Net Total Return) เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ https://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf แหล่งข้อมูล: https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx

ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA Short-term Government Bond Index Total Return) เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ประเภทพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นที่ออกโดยกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยและมีอายุไม่เกิน 1 ปีเป็นองค์ประกอบ จึงเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในสร้างผลตอบแทนของกองทุน ผู้ลงทุนสามารถศึกษาคุณลักษณะและองค์ประกอบของดัชนี รวมถึงวิธีการจัดทำดัชนีดังกล่าวได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ https://www.thaibma.or.th/pdf/remark_ThaiBMA/ShorttermGovernmentBondIndex.pdf แหล่งข้อมูล: https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ShortTermIndex.aspx

ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถดูรายละเอียดสัดส่วนของดัชนีชี้วัดแต่ละตัวที่ใช้ในการอ้างอิงได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดของกองทุนตามข้างต้นที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

ข้อจำกัดด้านการลงทุน

กองทุนไม่ได้มีข้อจำกัดด้านการลงทุนในอุตสาหกรรมใดหรือธุรกิจใดเป็นการเฉพาะ แต่จะพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ตามกระบวนการที่กำหนด

ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่มีรายได้ซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธสงคราม สื่อลามก การพนัน รวมกันเกินกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปีของกิจการตามที่แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุดของกิจการนั้น

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน

ตราสารทุน: 1. ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน หมายถึง ความเสี่ยงที่เกิดจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล (ESG Factors) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ชื่อเสียง หรือมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนลดลงได้ ประเภทความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ - ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Risk) เช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การใช้พลังงาน การปล่อยก๊าซเรือนกระจก มลพิษ หรือข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน ความสามารถในการแข่งขัน และผลประกอบการของบริษัทที่ลงทุน - ความเสี่ยงด้านสังคม (Social Risk) เช่น การบริหารจัดการแรงงาน ความปลอดภัยในการทำงาน สิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ และความสัมพันธ์กับชุมชน ชุมชน หรือการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เหตุการณ์ด้านสังคมที่รุนแรงอาจนำไปสู่การฟ้องร้อง การสูญเสียความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และผลกระทบต่อรายได้ของกิจการ - ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล (Governance Risk) เช่น การกำกับดูแลกิจการที่ไม่เหมาะสม การทุจริต ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ หรือการขาดความโปร่งใส อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และผลตอบแทนของกองทุน นอกจากนี้ การลงทุนในหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนอาจมีข้อจำกัดด้านกรอบการลงทุน ทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์บางประเภท หรืออาจเสียโอกาสในการลงทุนในหลักทรัพย์ทั่วไปที่อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า รวมถึงอาจทำให้เกิดการกระจุกตัวของการลงทุนในหลักทรัพย์หรือกลุ่มอุตสาหกรรมบางประเภท ซึ่งอาจเพิ่มความผันผวนหรือความเสี่ยงของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและประเมินปัจจัยด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และนำผลการประเมินมาใช้ประกอบการบริหารความเสี่ยงและการพิจารณาการลงทุนของกองทุน 2. ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน หมายถึง ความเสี่ยงที่การลงทุนของกองทุนอาจมีส่วนสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางธุรกิจที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล ซึ่งอาจทำให้กองทุนไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ ประเภทความเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ - ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การลงทุนในบริษัทที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีประสิทธิภาพ หรือก่อให้เกิดมลพิษ อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ - ผลกระทบด้านสังคม เช่น การลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน แรงงาน หรือความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อผู้มีส่วนได้เสีย - ผลกระทบด้านธรรมาภิบาล เช่น การลงทุนในบริษัทที่การกำกับดูแลกิจการไม่เหมาะสม การขาดความโปร่งใส หรือพฤติกรรมทางธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามหลักจริยธรรม ซึ่งขัดกับหลักการส่งเสริมมาตรฐานธรรมาภิบาลที่ดีในตลาดทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและประเมินผลกระทบเชิงลบด้านความยั่งยืน (Principal Adverse Impacts: PAI) ของการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และอาจใช้การเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) และการใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าว โดยนำผลการประเมินมาใช้ประกอบการทบทวนการลงทุนตามความเหมาะสม

ตราสารหนี้: การลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) อาจมีความแตกต่างจากการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไป นอกจากนี้ อาจมีความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ถูกต้อง โดยบริษัทจัดการจะมีการทบทวนสอบข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้มีความถูกต้องมากที่สุด

กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน และการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด

ความเสี่ยงที่คู่ค้าของผู้ออกหลักทรัพย์หรือตราสาร (เช่น ผู้ขายสินค้า ผู้รับจ้าง และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง) อาจมีการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด ซึ่งนอกเหนือไปจากการรับรู้ของบริษัทจัดการ

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน

ตราสารทุน: 1. กระบวนการติดตามและตรวจสอบ - บริษัทจัดการมีการติดตามข้อมูลและประเด็น ESG ของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการวิเคราะห์การลงทุน การติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การประชุมกับผู้บริหาร การเยี่ยมชมกิจการ (Site Visit) การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น และการมีส่วนร่วมกับบริษัท (Engagement) - เมื่อพบเหตุการณ์ ESG ที่มีนัยสำคัญ ผู้รับผิดชอบการลงทุนจะต้องแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องผ่านช่องทางภายในโดยเร็ว พร้อมสรุปรายละเอียดของเหตุการณ์ สาเหตุ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อการลงทุน รวมถึงนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการลงทุนเพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการที่เหมาะสม - นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการติดตามคำชี้แจง มาตรการแก้ไข และความคืบหน้าของบริษัทอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการ Engagement และจัดเก็บบันทึกการดำเนินงานเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในอนาคต 2. การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข บริษัทจัดการไม่มีการกำหนดระยะเวลาแก้ไขในรูปแบบตายตัว เนื่องจากลักษณะและความรุนแรงของแต่ละประเด็น ESG มีความแตกต่างกัน โดยจะพิจารณาจาก - ความร้ายแรงและสาระสำคัญ (Materiality) ของเหตุการณ์ - ความพร้อมและความคืบหน้าของบริษัทในการชี้แจงข้อเท็จจริง - ความชัดเจนของมาตรการแก้ไขและป้องกันการเกิดซ้ำ - ความคืบหน้าของกระบวนการทางกฎหมายหรือการกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจนกว่าประเด็นดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม คดีหรือข้อกล่าวหาสิ้นสุดลง หรือบริษัทได้แสดงให้เห็นถึงมาตรการแก้ไขและการกำกับดูแลที่เพียงพอ หรือบริษัทไม่ได้ลงทุนหลักทรัพย์ดังกล่าวอีกต่อไป 3. แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข บริษัทจัดการจะใช้แนวทางการมีส่วนร่วมกับบริษัท (Engagement) เป็นเครื่องมือหลักในการผลักดันการแก้ไขปัญหา โดยอาจดำเนินการในรูปแบบการประชุมหารือ การส่งหนังสือหรือจดหมายสอบถาม การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น การใช้สิทธิออกเสียง และการดำเนินการร่วมกับผู้ลงทุนรายอื่น (Collective Engagement) ตามความเหมาะสม ในกรณีที่บริษัทมีประเด็น ESG ที่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการอาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างร่วมกัน ดังนี้ - การประชุมหรือการสนทนาโดยตรงกับฝ่ายบริหารหรือคณะกรรมการบริษัท ตลอดจนการเยี่ยมชมกิจการ (site visits) - การสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ส่ง Email - การเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น - การใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น - การมีส่วนร่วมร่วมกับนักลงทุนรายอื่น เมื่อเห็นว่าเหมาะสม ผ่านกลไก Collective Engagement หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง เช่น AIMC หากบริษัทสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้อย่างเพียงพอ มีมาตรการแก้ไขที่เป็นรูปธรรม หรือสามารถจัดการประเด็นดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม บริษัทจัดการอาจพิจารณาให้สามารถลงทุนได้ตามปกติ ในทางกลับกัน หากบริษัทไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ชี้แจงข้อมูลที่จำเป็น หรือไม่มีแนวทางแก้ไขที่น่าเชื่อถือ บริษัทจัดการอาจคงสถานะไม่ลงทุนเพิ่มเติม ลดน้ำหนักการลงทุน หรือพิจารณาดำเนินการอื่นที่เหมาะสมเพื่อให้พอร์ตการลงทุนยังคงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนและ Sustainability Objective ของกองทุน

ตราสารหนี้: กรณีการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน หากไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน กองทุนจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสารเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งรัดการแก่ไขปัญหาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยจะดำเนินการ ดังนี้ 1. การมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสาร (Issuer Engagement): กองทุนอาจดำเนินการติดต่อสื่อสารกับผู้ออกตราสารเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ การบริหารจัดการเงินที่ได้จากการออกตราสาร และผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ระบุไว้ หากพบว่ามีความเสี่ยงที่วัตถุประสงค์การใช้เงินไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด กองทุนอาจดำเนินการสอบถาม ติดตาม หรือแสดงความเห็นต่อผู้ออกตราสาร 2. การติดตามและประเมินผลการใช้เงิน (Monitoring and Reporting): กองทุนจะติดตามการรายงานการใช้เงินจากผู้ออกตราสารอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาว่าการดำเนินโครงการมีความคืบหน้าและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนหรือไม่ ทั้งนี้ กองทุนอาจให้ความสำคัญกับผู้ออกตราสารที่มีการเปิดเผยรายงานผลการใช้เงิน (Impact Report หรือ Allocation Report) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ 3. แนวปฏิบัติเมื่อมีความเสี่ยง (Contingency Approach): ในกรณีที่พบว่าผู้ออกตราสารมีการเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนด หรือมีการดำเนินโครงการที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย กองทุนอาจพิจารณาแนวทางที่เหมาะสม เช่น การเข้าหารือเพิ่มเติม หรือการพิจารณาปรับลดสัดส่วนการลงทุนในผู้ออกตราสารดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ของกองทุน

ทั้งนี้ กองทุนจะจัดทำรายงานพร้อมทั้งเหตุผล เพื่อรายงานต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดต่อไป

อย่างไรก็ดี กองทุนอาจจัดให้มีบุคคลที่สาม (3rd party certifier) ทำหน้าที่ในการตรวจสอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน ดังนั้น กองทุนอาจมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เกิดขึ้น

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-7.74%
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-10 15:32:08.053000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
500 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
500 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+2 คือ2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -2.05%ไม่มีข้อมูล9 ก.ย. 25699 ต.ค. 2569
3Mลดลง -1.26%ไม่มีข้อมูล9 ก.ค. 25699 ต.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +5.32%ไม่มีข้อมูล9 เม.ย. 25699 ต.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +17.46%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25689 ต.ค. 2569
1Yเพิ่มขึ้น +15.94%เพิ่มขึ้น +15.95%9 ต.ค. 25689 ต.ค. 2569
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00001.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.07001.610031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00000.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00000.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00001.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)0.00000.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)1.16002.940031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันแล้วกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม<b>ค่าธรรมเนียมการขาย</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บไม่เกิน 1.00% โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า<b>ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถือครองน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี : ไม่เกิน 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) ถือครองมากกว่า 1 ปี : 50 บาทต่อรายการ<b>ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน</b> ภายในบริษัทจัดการ : ไม่มี กับบริษัทจัดการอื่น (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป)- กรณีเป็นกองทุนต้นทาง : 200 บาท ต่อรายการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตราใดได้ โดยอยู่ในดุลยพินิจของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนซึ่งเป็นผู้เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขการลงทุนของประกาศกรมสรรพากร- กรณีเป็นกองทุนปลายทาง : เท่ากับค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่าย โอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันแล้วกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนฉบับเต็มบริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันแล้วกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม<b>ค่าธรรมเนียมการขาย</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บไม่เกิน 1.00% โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า<b>ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถือครองน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี : ไม่เกิน 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) ถือครองมากกว่า 1 ปี : 50 บาทต่อรายการ<b>ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน</b> ภายในบริษัทจัดการ : ไม่มี กับบริษัทจัดการอื่น (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป)- กรณีเป็นกองทุนต้นทาง : 200 บาท ต่อรายการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตราใดได้ โดยอยู่ในดุลยพินิจของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนซึ่งเป็นผู้เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขการลงทุนของประกาศกรมสรรพากร- กรณีเป็นกองทุนปลายทาง : เท่ากับค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่าย โอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันแล้วกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม<b>ค่าธรรมเนียมการขาย</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บไม่เกิน 1.00% โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า<b>ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถือครองน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี : ไม่เกิน 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) ถือครองมากกว่า 1 ปี : 50 บาทต่อรายการ<b>ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน</b> ภายในบริษัทจัดการ : ไม่มี กับบริษัทจัดการอื่น (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป)- กรณีเป็นกองทุนต้นทาง : 200 บาท ต่อรายการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตราใดได้ โดยอยู่ในดุลยพินิจของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนซึ่งเป็นผู้เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขการลงทุนของประกาศกรมสรรพากร- กรณีเป็นกองทุนปลายทาง : เท่ากับค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่าย โอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันแล้วกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม<b>ค่าธรรมเนียมการขาย</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บไม่เกิน 1.00% โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า<b>ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถือครองน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี : ไม่เกิน 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) ถือครองมากกว่า 1 ปี : 50 บาทต่อรายการ<b>ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน</b> ภายในบริษัทจัดการ : ไม่มี กับบริษัทจัดการอื่น (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป)- กรณีเป็นกองทุนต้นทาง : 200 บาท ต่อรายการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตราใดได้ โดยอยู่ในดุลยพินิจของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนซึ่งเป็นผู้เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขการลงทุนของประกาศกรมสรรพากร- กรณีเป็นกองทุนปลายทาง : เท่ากับค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่าย โอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันแล้วกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนฉบับเต็ม<b>ค่าธรรมเนียมการขาย</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บไม่เกิน 1.00% โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า<b>ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน</b> บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ถือครองน้อยกว่าหรือเท่ากับ 1 ปี : ไม่เกิน 1.00% (ขั้นต่ำ 50 บาท) ถือครองมากกว่า 1 ปี : 50 บาทต่อรายการ<b>ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยน</b> ภายในบริษัทจัดการ : ไม่มี กับบริษัทจัดการอื่น (เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป)- กรณีเป็นกองทุนต้นทาง : 200 บาท ต่อรายการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตราใดได้ โดยอยู่ในดุลยพินิจของบริษัทจัดการหรือผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนซึ่งเป็นผู้เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรง เพื่อไม่ให้ผิดเงื่อนไขการลงทุนของประกาศกรมสรรพากร- กรณีเป็นกองทุนปลายทาง : เท่ากับค่าธรรมเนียมการขายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่าย โอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันแล้วกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อน สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนฉบับเต็มบริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หุ้นสามัญ 68.59%, พันธบัตร 26.79%, ทรัพย์สินอื่นและหนี้สินอื่น 2.61%, ตั๋วเงินคลัง 1.96%, เงินฝากธนาคาร 0.06%หุ้นสามัญ: 68.59%พันธบัตร: 26.79%ทรัพย์สินอื่นและหนี้สินอื่น: 2.61%ตั๋วเงินคลัง: 1.96%เงินฝากธนาคาร: 0.06%
หุ้นสามัญ · 68.59%พันธบัตร · 26.79%ทรัพย์สินอื่นและหนี้สินอื่น · 2.61%ตั๋วเงินคลัง · 1.96%เงินฝากธนาคาร · 0.06%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หุ้น 68.74%, พันธบัตรรัฐบาล 25.98%, สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก 5.28%หุ้น: 68.74%พันธบัตรรัฐบาล: 25.98%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก: 5.28%
หุ้น · 68.74%พันธบัตรรัฐบาล · 25.98%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก · 5.28%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
พันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืนสำหรับปรับโครงสร้างหนี้ (พ.ร.ก. กู้เงินโควิด-19)9.2131 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)7.0831 ส.ค. 2569
พันธบัตรเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ในปีงบประมาณ พ.ศ. 25636.2731 ส.ค. 2569
พันธบัตรรัฐบาลส่งเสริมความยั่งยืน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 15.1531 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)5.1431 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings