ผสมจดทะเบียนชนิดเงินลงทุนเดิม

K-70ThaiESGX-L

กองทุนเปิดเค 70:30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

K 70:30 Thailand ESG Extra Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
K-70ThaiESGX-L8.944610.005411.066212.126913.1877K-70ThaiESGX-L: 2025-05-08 ถึง 2026-10-092025-05-082026-10-09
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

8 พ.ค. 2568 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +22.25%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 21:01:02.786000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ผสม
ความเสี่ยง
ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
นโยบายปันผล
มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีตราสารหนี้ ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 1 ก.ย. 2569

ดัชนีผลตอบแทนรวม SET High Dividend 30 (SETHD TRI) · งวด 1 ก.ย. 2569

ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 1 ก.ย. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าวรวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) 2. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ 3. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ซึ่งประกอบด้วยหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่มีลักษณะดังนี้ 3.1. เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 3.2. มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ 3.2.1. การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) 3.2.2. การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี นับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ 3.2.2.1. แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามที่ประกาศการลงทุนของกองทุนกำหนด 3.2.2.2. เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ 2. 3.3. มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด 4. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai ที่มีลักษณะดังนี้ 4.1. เป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET ที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว 4.2. เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 5. ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีลักษณะตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ซึ่งประกอบด้วยตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ 5.1. กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี 5.2. กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย 6. พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond)

ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนตาม 1. - 4. ที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและหรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยมี net exposure ในหุ้นดังกล่าวรวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 และไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนจะบริหารจัดการโดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวสูงกว่าดัชนีชี้วัด (active management) ซึ่งจะมีการนำข้อมูลและมุมมองการลงทุนในทรัพย์สินประเภทต่างๆ มาใช้ในการวิเคราะห์ เพื่อจัดสรรพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมในแต่ละภาวะตลาด และการปรับสัดส่วนการลงทุนและหรือเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) อย่างไรก็ดี กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มิได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปครั้งแรก (IPO)

สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก หน่วย CIS หน่วย infra หน่วย property สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดทั้งในและต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดให้ลงทุนได้ ทั้งนี้ สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด

สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต (Credit rating หรือ Credit event) หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)

นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน ดังนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้เสนอขายต่อประชาชนหรือต่อบุคคลในวงจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (1) โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) ที่มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (2) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) ที่มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเพื่อพัฒนาสังคมของประเทศไทย (3) โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล บริษัทในเครือ หรือโครงการใดๆ ในประเทศไทย

กองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลอื่นที่นอกเหนือจากโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืนได้ โดยโทเคนดิจิทัลอื่นดังกล่าวจะต้องมีลักษณะดังนี้ 1) เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ที่มีการออกและเสนอขายโดยชอบ หรือได้รับอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบให้ซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศที่มีการลงทุนดังกล่าว 2) กรณีเป็นการลงทุนในโทเคนดิจิทัลในต่างประเทศ ต้องเป็นการลงทุนในประเทศที่มีหน่วยงานกำกับดูแลซึ่งเป็นสมาชิกของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO)

โดยผู้เก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ดังกล่าวข้างต้น อาจเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์หรือผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากผู้ดูแลผลประโยชน์ ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

ทั้งนี้ หากมีการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) บริษัทจัดการจะเปิดเผยลักษณะ เงื่อนไข และผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลที่กองทุนลงทุน รวมทั้งชื่อผู้เก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวมให้ผู้ลงทุนทราบต่อไป

วัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน: SRI Promote กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการช่วยส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืน ผ่านการลงทุนในหุ้นที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และหรือหุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และหรือหุ้นที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า ที่มีการเปิดเผยแผนการเพิ่มมูลค่าของกิจการ รวมถึงเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และหรือหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET ที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว และตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยการลงทุนดังกล่าวมีส่วนสนับสนุนการระดมทุนของภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับโครงการหรือการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การพัฒนาที่ยั่งยืน หรือการส่งเสริมเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร

ทั้งนี้ กองทุนมุ่งส่งเสริมปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) ที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) และเป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ อย่างไรก็ดี กองทุนเป็นกองทุนรวม SRI ประเภท SRI Promote จึงมิได้มีข้อผูกพันในการบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนเชิงปริมาณหรือเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศดังกล่าวโดยตรง

ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ได้ที่ https://sdgs.un.org/goals

เป้าหมายด้านความยั่งยืน กองทุนมีเป้าหมายในการส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืน และหรือหุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และหรือหุ้นที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า และหรือหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET และตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

การลงทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และหรือมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมทั้ง สนับสนุนการระดมทุนของผู้ออกตราสารทั้งภาครัฐและภาคเอกชนสำหรับโครงการหรือการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการส่งเสริมเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสารในประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ออกตราสารมีการกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงิน ตัวชี้วัด เป้าหมายด้านความยั่งยืน และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนและโปร่งใส

ทั้งนี้ เป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุนมีลักษณะเป็นการส่งเสริมปัจจัยด้านความยั่งยืนตามประเภท SRI Promote โดยมิได้เป็นการรับรองว่ากองทุนหรือผู้ออกตราสารจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนหรือเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศเชิงปริมาณโดยตรง การบรรลุเป้าหมายในการส่งเสริมด้านความยั่งยืนของกองทุนจึงขึ้นอยู่กับการดำเนินงาน การใช้เงินตามวัตถุประสงค์ การปฏิบัติตามตัวชี้วัดหรือเป้าหมายที่กำหนด และการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสารเป็นสำคัญ

กรอบการลงทุน 1. ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน: กองทุนจะลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ โดยมี net exposure ในทรัพย์สินกลุ่มความยั่งยืนที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 2. คุณสมบัติของผู้ออก: ผู้ออกเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยหรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอที่มีการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG และหรือข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียงพอสำหรับการวิเคราะห์ และภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย 3. ประเภททรัพย์สินกลุ่มความยั่งยืนที่กองทุนเน้นลงทุน: 3.1. หุ้นของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจาก SET ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และหรือ 3.2. หุ้นของบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และหรือ 3.3. หุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า ที่มีการเปิดเผยแผนการเพิ่มมูลค่าของกิจการ รวมถึงเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และหรือ 3.4. หุ้นของบริษัทในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET ที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว 3.5. ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด 4. กลุ่มอุตสาหกรรม: ลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ภายใต้หลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์/ตราสารและข้อจำกัดการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด โดยจะลงทุนในหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและหรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด โดยมี net exposure ในหุ้นดังกล่าวรวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 และไม่เกินร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 5. ประเทศหรือภูมิภาค: เน้นลงทุนในประเทศไทย โดยการลงทุนในต่างประเทศหรือทรัพย์สินอื่นที่ไม่เข้าเงื่อนไขทรัพย์สินกลุ่มความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด จะอยู่ภายใต้สัดส่วนการลงทุนส่วนที่เหลือตามนโยบายการลงทุนของกองทุน

กรอบการลงทุนข้างต้นส่งเสริมวัตถุประสงค์ของกองทุนในการส่งเสริมการออมระยะยาว และตอบสนองผู้ลงทุนที่ต้องการได้รับผลตอบแทนจากการกระจายการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ควบคู่กับการส่งเสริมความยั่งยืน โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

กองทุนจะลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและหรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด และตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนที่ออกโดยภาครัฐไทยและกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ในขณะที่กองทุนเข้าลงทุน อย่างไรก็ดี กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ในขณะที่กองทุนเข้าลงทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและควบคุมให้กองทุนมี net exposure ในทรัพย์สินกลุ่มความยั่งยืนที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กลยุทธ์การลงทุน สำหรับตราสารทุน 1. ESG Integration: บริษัทจัดการจะใช้กลยุทธ์การผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ในกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) ตั้งแต่การวิเคราะห์หลักทรัพย์ การคัดเลือกหลักทรัพย์ และการจัดพอร์ตการลงทุน ตามความเหมาะสมภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุน โดยใช้ข้อมูลด้าน ESG และข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (climate data) จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น การเข้าเยี่ยมชมบริษัทและการพบปะผู้บริหาร แบบสอบถาม รายงานด้านความยั่งยืนที่บริษัทมีการเปิดเผยต่อสาธารณะ รวมถึงข้อมูลและงานวิจัยด้าน ESG จากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอก (External Data Service Providers)

บริษัทจัดการจะมีการประเมินคะแนนและการจัดอันดับด้าน ESG สำหรับกิจการที่กองทุนภายใต้การจัดการสามารถลงทุนได้ (Investment Universe) ทั้งจากแบบประเมินภายในของบริษัทจัดการ และจากข้อมูลรวมถึงคะแนนด้าน ESG ที่ได้รับจากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอกที่น่าเชื่อถือ โดยบริษัทจัดการจะมีการทบทวนกรอบวิธีพิจารณาให้คะแนนและจัดอันดับด้าน ESG ของกิจการที่ลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถสะท้อนถึงพัฒนาการด้านการเปิดเผยข้อมูล ESG ของกิจการที่ลงทุน รวมถึงแนวโน้มผลกระทบของแต่ละปัจจัยด้าน ESG การประเมินดังกล่าวครอบคลุมประเด็นสำคัญด้าน ESG เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปล่อยก๊าซเรือนกระจก สิทธิมนุษยชน และการกำกับดูแลกิจการที่ดี เป็นต้น โดยจะมีการกำหนดน้ำหนักของแต่ละปัจจัยด้าน ESG แตกต่างกันตามระดับความสำคัญ เนื่องจากผลกระทบจากแต่ละปัจจัยด้าน ESG มีความแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม (Materiality Assessment)

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะทำการประเมินคะแนนและจัดอันดับด้าน ESG สำหรับกิจการที่ลงทุนปีละครั้ง และจะมีการปรับปรุงผลการประเมินเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญในประเด็นด้าน ESG ของกิจการที่ลงทุน

2. Active Ownership: ผ่านกระบวนการการมีส่วนร่วม (Engagement) กับกิจการที่ลงทุน และการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ (Proxy Voting) เพื่อสนับสนุนให้กิจการที่ลงทุนมีการตั้งเป้าหมายและแผนการลดก๊าซเรือนกระจกในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมายที่ 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action) ภายใต้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ด้วยการบูรณาการมาตรการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้ากับนโยบายและการวางแผน มีกลยุทธ์และกำหนดแนวทางการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ เป็นการส่งเสริมให้ภาคธุรกิจมีส่วนในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้สามารถบรรลุเป้าหมายตามความตกลงปารีสที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2593 ทั้งนี้ บริษัทจัดการได้กำหนดแนวทางการมีส่วนร่วม (Engagement Approaches) และจัดลำดับการให้ความสำคัญของประเด็นความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล (ESG) ซึ่งรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืนทางธรรมชาติ (Climate Change and Natural Sustainability) โดยระบุไว้ในนโยบายการลงทุนที่มีความรับผิดชอบและเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ สำหรับประเด็นในการสื่อสารกับกิจการที่ลงทุน รวมทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ จะเน้นประเด็นด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญสำหรับแต่ละกิจการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาดำเนินการด้านการมีส่วนร่วมกับกิจการที่ลงทุนสำหรับพอร์ตการลงทุนโดยภาพรวมของกองทุนภายใต้การจัดการ และจะเปิดเผยข้อมูลการมีส่วนร่วมกับกิจการที่ลงทุนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

3. Screening: กองทุนจะใช้กระบวนการคัดกรองการลงทุน (Screening) โดยใช้ทั้งการคัดกรองเชิงลบ (Negative Screening) เพื่อไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่เข้าข่ายลักษณะกิจการต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ของกองทุนรวม SRI และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ESG Integration เพื่อคัดเลือกหุ้นในกลุ่มความยั่งยืนที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนใน SET บนกระดานหลัก หรือกระดาน mai และมีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและหรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

สำหรับตราสารหนี้ กองทุนจะใช้กระบวนการคัดกรองการลงทุน (Screening) โดยใช้ทั้งการคัดกรองเชิงลบ (Negative Screening) เพื่อไม่ลงทุนในตราสารของบริษัทที่เข้าข่ายลักษณะกิจการต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ของกองทุนรวม SRI และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ESG Integration เพื่อคัดเลือกตราสารที่มีคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน เช่น ตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

ในการคัดเลือกตราสารและจัดพอร์ตการลงทุน บริษัทจัดการจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social, and Governance: ESG) มาประกอบการวิเคราะห์ร่วมกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร (Credit Analysis) ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนสอดคล้องกับนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน และประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม

หลักเกณฑ์การพิจารณา รวมถึงกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ • กระบวนการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG Integration) และกระบวนการพิจารณาหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน สำหรับตราสารทุน กองทุนจะมีกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์โดยใช้การคัดกรองเชิงลบ (Negative Screening) และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน และกรอบการลงทุนของกองทุน

สำหรับการคัดกรองเชิงลบ กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์ที่เป็นกิจการซึ่งเข้าข่ายลักษณะกิจการต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ของกองทุนรวม SRI ได้แก่ กิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธ สื่อลามก หรือการพนัน รวมกันเกินกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปีของกิจการตามข้อมูลรายได้ที่แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุดของกิจการนั้น หรือตามหลักเกณฑ์อื่นใดที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงในอนาคต

สำหรับการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) จะเริ่มจากการพิจารณาคุณสมบัติของบริษัทร่วมกับประวัติการจ่ายเงินปันผลและหรือแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในการคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยมีหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณา ดังนี้ (1) บริษัทที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์สำหรับหุ้นกลุ่มความยั่งยืนที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด (2) ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่มีผลประกอบการที่ดีและสม่ำเสมอ มีกระแสเงินสดและฐานะการเงินที่มั่นคงและต่อเนื่อง (3) ประวัติการจ่ายเงินปันผล โดยพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ซึ่งจะมีการทบทวนเป็นประจำทุกเดือน (4) แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต โดยพิจารณาคัดเลือกบริษัทที่มีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ซึ่งจะมีการทบทวนเป็นประจำทุกเดือน

พร้อมนี้จะใช้กลยุทธ์การผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (Environmental, Social, and Governance: ESG) ในกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) โดยการนำข้อมูลทั่วไปและข้อมูลด้าน ESG ทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ มาใช้ประกอบในกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) และมีการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG (ESG Assessment) รวมถึงผนวกปัจจัยด้าน ESG และกำหนดประเด็น ESG ที่สำคัญ ซึ่งอาจจะแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม (Critical Issue Identifying) จากนั้นบริษัทจัดการอาจจะมีการประชุมหารือกับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ในประเด็นที่สงสัยหรือมีความกังวล (Engagement with Companies) และนำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์และตัดสินใจลงทุน (Investment Decision Making) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) เหนือกว่าดัชนีชี้วัดในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

บริษัทจัดการมีการระบุประเด็นด้าน ESG ที่ให้ความสำคัญอย่างชัดเจนไว้ในนโยบายการลงทุนที่มีความรับผิดชอบ (Responsible Investment Policy) และเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เพื่อใช้เป็นกรอบในการติดตามกิจการที่กองทุนภายใต้การจัดการสามารถลงทุนได้ (Investment Universe) อย่างเป็นระบบ โดยบริษัทจัดการเชื่อว่าการวิเคราะห์การลงทุนที่ครอบคลุมประเด็นด้าน ESG จะช่วยให้กองทุนสามารถบรรลุเป้าหมายด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนได้ และสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาว

ในด้านการพิจารณาเชิงคุณภาพมีการนำผลคะแนนประเมินด้าน ESG มาใช้ประกอบในการพิจารณาการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกิจการโดยเปรียบเทียบกับกลุ่มบริษัทที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน (Peer Group) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในกระบวนการมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) สนับสนุนความก้าวหน้าในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของกิจการ ในกรณีที่กิจการมีผลการประเมินด้านความยั่งยืนในระดับต่ำ ผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์จะตรวจสอบสาเหตุที่ทำให้กิจการมีผลการประเมินต่ำ และพิจารณาดำเนินการผ่านกระบวนการ Engagement กับกิจการอย่างเหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้กิจการมีพัฒนาการในการดำเนินงานด้านความยั่งยืนและช่วยให้มีข้อมูลด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมสำหรับใช้ประกอบในกระบวนการตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ ในกรณีเมื่อเกิดข่าวหรือเหตุการณ์เชิงลบที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน ESG (ESG Controversies) ของกิจการที่ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน รวมทั้งเมื่อบริษัทขาดคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์การพิจารณากิจการที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ของบริษัทจัดการ บริษัทจัดการจะดำเนินการผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) อย่างเข้มข้นเพื่อผลักดันให้กิจการมีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจใช้วิธีการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่น (Collective Engagement) ด้วยเพื่อให้เกิดประสิทธิผลในการดำเนินการ

สำหรับตราสารหนี้ กองทุนจะมีกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารโดยใช้การคัดกรองเชิงลบ (Negative Screening) และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) ประกอบกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร (Credit Analysis) ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ เพื่อคัดเลือกตราสารที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน และกรอบการลงทุนของกองทุน

สำหรับการคัดกรองเชิงลบ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารของผู้ออกตราสารที่เป็นกิจการซึ่งเข้าข่ายลักษณะกิจการต้องห้ามตามหลักเกณฑ์ของกองทุนรวม SRI ได้แก่ กิจการที่มีรายได้จากการประกอบธุรกิจประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธ สื่อลามก หรือการพนัน รวมกันเกินกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปีของกิจการตามข้อมูลรายได้ที่แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุดของกิจการนั้น หรือตามหลักเกณฑ์อื่นใดที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติมหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงในอนาคต

สำหรับการคัดกรองเชิงบวก กองทุนจะพิจารณาคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของตราสารและผู้ออกตราสาร เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเกี่ยวข้องกับโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการด้านความยั่งยืนของประเทศไทย กรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing Framework) ของผู้ออกตราสาร ข้อมูลตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสารในกรณีที่เป็นตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) รวมถึงข้อมูลการเปิดเผยและการรายงานภายหลังการออกตราสาร ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวต้องมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดสำหรับทรัพย์สินที่กองทุนรวม SRI หรือกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนสามารถลงทุนได้

บริษัทจัดการจะนำข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ของผู้ออกตราสารมาประกอบการวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลด้านเครดิต เช่น กลยุทธ์และแผนการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และผลกระทบที่อาจมีต่อผลการดำเนินงานหรือความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน การกำหนดน้ำหนักการลงทุน การติดตามตราสารที่ลงทุน และการจัดพอร์ตการลงทุนของกองทุน

• การกำกับดูแลภายในที่เกี่ยวข้องกับการนำ ESG Integration ไปใช้จริงในการตัดสินใจลงทุน บริษัทจัดการมีคณะกรรมการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดแนวทางการจัดการ กำกับดูแล ทบทวนนโยบาย และติดตามการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ต่อการดำเนินธุรกิจ มาใช้ในกระบวนการลงทุน รวมถึงการลงทุนของกองทุนรวม SRI โดยครอบคลุมการกำหนดหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์/ตราสาร การพิจารณารายชื่อหลักทรัพย์/ตราสารที่สามารถลงทุนได้ การติดตามหลักทรัพย์/ตราสารที่เข้าข่ายเฝ้าระวัง การพิจารณาประเด็น ESG ที่มีนัยสำคัญ และการกำหนดแนวทางดำเนินการกรณีหลักทรัพย์/ตราสารที่กองทุนลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนหรือไม่สอดคล้องกับกรอบการลงทุนของกองทุน

ในกรณีที่พบข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์/ตราสาร หรือผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสาร บริษัทจัดการจะพิจารณายกระดับการติดตาม ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม มีส่วนร่วมกับผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสารตามความเหมาะสม และหรือพิจารณาลดสัดส่วนหรือจำหน่ายหลักทรัพย์/ตราสารดังกล่าว โดยคำนึงถึงกรอบการลงทุน นโยบายด้านความยั่งยืน สภาพคล่องของหลักทรัพย์/ตราสาร และประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม

• แหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการจะใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือเพื่อประกอบการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์/ตราสาร เช่น 1) การเปิดเผยข้อมูลก๊าซเรือนกระจกของบริษัทที่ลงทุน 2) ข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 3) ข้อมูลด้าน ESG จากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) รวมถึงข้อมูลและการวิเคราะห์วิจัยด้าน ESG ที่มีการรวบรวมโดยผู้ให้บริการข้อมูลภายนอก (External Data Service Providers) 4) รายงานการวิเคราะห์หลักทรัพย์จากบริษัทหลักทรัพย์ รวมถึงบทวิเคราะห์ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) 5) ข้อมูลจากบริษัทผู้ออกตราสาร หนังสือชี้ชวนตราสารหนี้ รวมถึงรายงานการให้ความเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ (Second-Party Opinions: SPOs) 6) ข้อมูลอื่นที่บริษัทจัดการเห็นว่ามีความน่าเชื่อถือและเกี่ยวข้องกับการประเมินคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์/ตราสาร หรือผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสาร ทั้งนี้ หากข้อมูลจากแต่ละแหล่งมีข้อจำกัด ไม่ครบถ้วน หรือไม่สอดคล้องกัน บริษัทจัดการจะพิจารณาสอบทานข้อมูลเพิ่มเติมตามความเหมาะสม และใช้ดุลยพินิจในการประเมินโดยคำนึงถึงความน่าเชื่อถือ ความเป็นปัจจุบัน และความเกี่ยวข้องของข้อมูลต่อวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน

ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark) ดัชนีชี้วัดของกองทุน ประกอบด้วย 1. ดัชนีผลตอบแทนรวม SET High Dividend 30 (SETHD TRI) สัดส่วนร้อยละ 70 2. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีตราสารหนี้ ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วนร้อยละ 10 3. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วนร้อยละ 20

บริษัทจัดการเลือกใช้ดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจากมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยมีรายละเอียดดังนี้ (1) ดัชนีผลตอบแทนรวม SET High Dividend 30 (SETHD TRI) เป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น 30 บริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง มีสภาพคล่องสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงและต่อเนื่อง บริษัทจัดการพิจารณาแล้วว่าหุ้นที่มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องมักเป็นบริษัทที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง มีกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ และมีวินัยในการบริหารจัดการเงินลงทุน (capital discipline) ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูงและมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ ซึ่งเอื้อต่อการนำข้อมูลด้าน ESG มาประกอบการวิเคราะห์การลงทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาปัจจัยด้าน ESG และข้อมูลด้านความยั่งยืนเพิ่มเติมควบคู่กับองค์ประกอบของดัชนีดังกล่าวในการคัดเลือกหลักทรัพย์ เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน (2) ดัชนีตราสารหนี้ ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของตราสารหนี้ที่มีวัตถุประสงค์หรือคุณลักษณะด้านความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond หรือ sustainability-linked bond ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ดัชนีดังกล่าวจึงสะท้อนการลงทุนในตราสารหนี้ที่สนับสนุนการดำเนินธุรกิจหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างยั่งยืน (3) ดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เป็นดัชนีที่ประกอบด้วยตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลและมีอายุคงเหลือไม่เกิน 1 ปี ซึ่งมีระดับความเสี่ยงต่ำและมีสภาพคล่องสูง บริษัทจัดการจึงใช้ดัชนีดังกล่าวเป็นตัวแทนของการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น เพื่อช่วยบริหารสภาพคล่องและบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนของกองทุน โดยโครงสร้างดัชนีชี้วัดดังกล่าวสะท้อนสัดส่วนการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของกองทุนที่มุ่งเน้นการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณลักษณะด้านความยั่งยืนทั้งในส่วนของตราสารทุนและตราสารหนี้ ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนและนโยบายการลงทุนของกองทุน

ทั้งนี้ การอ้างอิงดัชนีชี้วัดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนเท่านั้น มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดขอบเขตการลงทุนของกองทุนโดยตรง โดยบริษัทจัดการยังคงพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) รวมถึงข้อมูลด้านความยั่งยืนจากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องประกอบการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามนโยบายการลงทุนของกองทุน เพื่อให้การลงทุนของกองทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้

ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีผลตอบแทนรวม SET High Dividend 30 ได้ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย https://media.set.or.th/set/Documents/2024/Nov/Index_Ground_Rule_TH.pdf ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/sethd/profile

ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีตราสารหนี้ ESG ได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย https://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx

ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปี ได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย https://www.thaibma.or.th/EN/Education/Bond_Tutor/InvestorGuide.aspx ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/BondIndex.aspx

ทั้งนี้ หากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดเพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้

ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน 1) ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน - ความเสี่ยงจากข้อมูลด้านความยั่งยืน การพึ่งพาข้อมูลด้านความยั่งยืนจากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์อาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ หรือไม่ถูกต้อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆ รวมถึง รายงานประจำปี และรายงานความยั่งยืนของบริษัท เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากขึ้น นอกจากนี้ การวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารของกองทุนอาศัยข้อมูลด้านความยั่งยืนจากหลายแหล่ง เช่น ข้อมูลจากผู้ออกตราสาร รายงานการให้ความเห็นของผู้ชำนาญการอิสระ ผู้ให้บริการข้อมูลภายนอก และข้อมูลจากแหล่งอื่นที่บริษัทจัดการเห็นว่าน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ดี ข้อมูลดังกล่าวอาจมีข้อจำกัด ไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความแตกต่างกันระหว่างแหล่งข้อมูล บริษัทจัดการจึงจะพิจารณาสอบทานข้อมูลเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม เพื่อประกอบการประเมินคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของตราสารและผู้ออกตราสาร

- ความเสี่ยงจากข้อจำกัดของกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน เนื่องจากกองทุนลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และหรือได้รับการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืน และหรือมีธรรมาภิบาล (Governance) และหรืออยู่ในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของ SET และตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) และหรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และหรือตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ขอบเขตการลงทุนของกองทุนจึงอาจจำกัดกว่ากองทุนทั่วไป ซึ่งอาจส่งผลต่อการกระจายการลงทุน สภาพคล่องของพอร์ตการลงทุน โอกาสในการปรับพอร์ต และผลการดำเนินงานของกองทุนเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม

- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของทรัพย์สินกลุ่มความยั่งยืน เนื่องจากการกำหนดเงื่อนไขด้านความยั่งยืนอาจทำให้หลักทรัพย์/ตราสารที่กองทุนสามารถลงทุนได้มีขอบเขตจำกัด อีกทั้ง ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืนอาจมีจำนวนผู้ออก ปริมาณการออก หรือสภาพคล่องในตลาดรองจำกัดกว่าตราสารหนี้ทั่วไปในบางช่วงเวลา กองทุนจึงอาจไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์/ตราสารดังกล่าวได้ในราคา ปริมาณ หรือระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหรือการบริหารสภาพคล่องของกองทุน

- ความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัว เนื่องจากกองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอและหรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลในอนาคต ในระดับที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด ทำให้พอร์ตการลงทุนอาจมีการกระจุกตัวในบางอุตสาหกรรมหรือบางบริษัท ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของกองทุนอาจมีความผันผวนในระยะสั้น

- ความเสี่ยงจากปัจจัยด้าน ESG หรือ Climate Change ต่อผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสาร ผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสารอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม ธรรมาภิบาล หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ นโยบายภาครัฐ ต้นทุนการปรับตัวทางธุรกิจ หรือเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่มีนัยสำคัญ ซึ่งอาจกระทบต่อฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความสามารถในการสร้างผลกำไร การแข่งขัน ภาพลักษณ์ ชื่อเสียง และความอยู่รอดของบริษัท ซึ่งอาจทำให้กองทุนได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นหรือลดลงจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าว ทั้งนี้ หากเกิดปัญหาด้าน ESG และบริษัทไม่สามารถจัดการกับปัญหาได้ จะส่งผลให้มูลค่าการลงทุนที่กองทุนลงทุนในบริษัทดังกล่าวปรับลดลง และอาจขาดทุนจากการลงทุนได้ ตัวอย่างของความเสี่ยงแต่ละด้าน ดังนี้

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ ผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำ (Water Scarcity) ที่มีต่อกระบวนการผลิตหรือบริการ การเก็บภาษีภาคอุตสาหกรรม หรือธุรกิจที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Tax) ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น มลพิษทางอากาศจากการก่อสร้างหรือจากโรงงานต่างๆที่อาจส่งผลต่อชุมชนโดยรอบ เป็นต้น

ความเสี่ยงด้านสังคม เช่น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนในสังคม เป็นต้น

ความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล เช่น กรณีที่กิจการไม่เปิดเผยข้อมูลที่มีนัยสำคัญ ซึ่งอาจส่งผลต่อผู้มีส่วนได้เสีย ความเสี่ยงจากการเข้าไปลงทุนในบริษัทที่มีปัญหาด้านคอร์รัปชั่น ความบกพร่องในมาตรการกำกับดูแลภายในกิจการในการใช้ข้อมูลภายในที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น

2) ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน - ความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ที่อาจไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด แม้ว่ากองทุนจะเน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มความยั่งยืนที่มีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด แต่กิจการในพอร์ตการลงทุนอาจยังมีการดำเนินงานบางส่วนที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้การลงทุนของกองทุนไม่สามารถสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนได้อย่างเต็มที่

- ความเสี่ยงจากการที่การใช้เงินหรือการดำเนินงานไม่เป็นไปตามกรอบความยั่งยืน สำหรับตราสารหนี้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) หรือตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) อาจมีความเสี่ยงที่การใช้เงินที่ได้จากการออกตราสารไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่เปิดเผยไว้ หรือโครงการที่ได้รับเงินลงทุนไม่สามารถก่อให้เกิดผลด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนได้ตามที่คาดหวัง สำหรับตราสารหนี้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) อาจมีความเสี่ยงที่ผู้ออกตราสารไม่สามารถดำเนินการให้บรรลุตัวชี้วัดหรือเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ได้

- ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์/ตราสาร หรือผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสาร ภายหลังจากกองทุนเข้าลงทุน อาจเกิดเหตุการณ์หรือข้อมูลใหม่ที่ทำให้หลักทรัพย์/ตราสาร หรือผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสาร มีคุณสมบัติไม่สอดคล้องกับกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน เช่น การไม่เปิดเผยข้อมูลติดตามผลอย่างเพียงพอ การเปลี่ยนแปลงการใช้เงินจากวัตถุประสงค์เดิม การไม่ปฏิบัติตามกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน หรือการเกิดประเด็นด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะติดตามและพิจารณาดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้ในนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน

- ความเสี่ยงจากข้อจำกัดในการติดตามข้อมูลของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสาร ในบางกรณี การดำเนินกิจการของผู้ออกหลักทรัพย์ หรือการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรือกิจกรรมที่ได้รับเงินจากการออกตราสารอาจเกี่ยวข้องกับคู่ค้า ผู้รับจ้าง ผู้ให้บริการ หรือบุคคลภายนอกอื่น ซึ่งผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสาร หรือบริษัทจัดการอาจมีข้อจำกัดในการเข้าถึงหรือตรวจสอบข้อมูลได้ครบถ้วน จึงอาจมีความเสี่ยงที่การดำเนินงานบางส่วนไม่สอดคล้องกับกรอบความยั่งยืนหรือข้อมูลที่เปิดเผยไว้

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน - กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีระบบในการติดตามและตรวจสอบสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เพื่อให้กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินกลุ่มความยั่งยืนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้และสอดคล้องกับนโยบายการลงทุน โดยทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกของบริษัทจัดการ นอกจากนี้ บริษัทจัดการได้กำหนดประเด็นด้านความยั่งยืนที่บริษัทจัดการให้ความสำคัญ รวมถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณา ซึ่งครอบคลุมมิติด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อใช้ในการติดตามและตรวจสอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับหลักทรัพย์และทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนในประเด็นด้านความยั่งยืนดังกล่าว โดยอ้างอิงข้อมูลจากการเปิดเผยโดยตรงของกิจการ รวมถึงข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอกที่น่าเชื่อถือ ทั้งนี้ ในกรณีที่เกิดข่าวหรือเหตุการณ์เชิงลบที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน ESG (ESG Controversies) บริษัทจัดการจะติดตามและตรวจสอบโดยการใช้สิทธิในฐานะเจ้าของกิจการ (Active Ownership) ทั้งนี้ อาจดำเนินการโดยทีมผู้จัดการกองทุนและนักวิเคราะห์ของบริษัทจัดการเอง หรือดำเนินการร่วมกับผู้ลงทุนอื่นตามความเหมาะสม (Collective Engagement)

- การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข ในกรณีที่คุณสมบัติของหลักทรัพย์/ตราสารที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลง จนอาจทำให้ขาดคุณสมบัติด้านความยั่งยืนที่กองทุนสามารถลงทุนได้ หรือการลงทุนนั้นไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน กองทุนจะดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังจากที่ตรวจพบว่าหลักทรัพย์/ตราสารนั้นขาดคุณสมบัติหรือการลงทุนนั้นไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน

- แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข ในกรณีที่บริษัทจัดการตรวจพบหรือได้รับข้อมูลว่าเกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์/ตราสารที่กองทุนลงทุน หรืออาจทำให้การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่เปิดเผยไว้ บริษัทจัดการจะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงลักษณะและความมีนัยสำคัญของเหตุการณ์ สภาพคล่องของหลักทรัพย์/ตราสาร ผลกระทบต่อกองทุน และประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขให้การลงทุนของกองทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในโครงการ

การมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) บริษัทจัดการจะเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจการอย่างเข้มข้นเพื่อผลักดันให้กิจการกลับมามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ บริษัทจัดการมีแนวทางในการเข้าพบปะกับผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทีมผู้จัดการกองทุนได้ร่วมแสดงและแลกเปลี่ยนมุมมอง วิสัยทัศน์ กับผู้บริหารและฝ่ายจัดการของบริษัทจดทะเบียน ถึงแนวทางการดำเนินงานและกลยุทธ์ของบริษัทจดทะเบียนในระยะยาว ทั้งนี้ ในกรณีที่มีประเด็นที่น่ากังวลและอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อพอร์ตการลงทุนและหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน บริษัทจัดการจะมีการยกระดับการติดตามและตรวจสอบ โดยอาจพิจารณาหารือเรื่องดังกล่าวกับคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียนนั้นๆ รวมถึงจัดการประชุมหรือส่งจดหมายเพื่อสอบถามถึงความชัดเจนในประเด็นต่างๆ ที่ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจใช้วิธีการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่น (Collective Engagement) ในการติดตามประเด็นดังกล่าวอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น เพื่อให้หลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนดังกล่าวมีคุณสมบัติที่กองทุนสามารถลงทุนได้ตามหลักความยั่งยืนตามเดิม โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะทำการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ ต่อประมาณการผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนและปรับกลยุทธ์การลงทุนให้เหมาะสม

นอกจากนี้ บริษัทจัดการมีการติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามกรอบการระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing Framework) ที่ผู้ออกตราสารได้ระบุไว้ในโครงการเพื่อระดมเงินทุน ในด้านการใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) เพื่อสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทยแล้วแต่กรณี รวมทั้งข้อมูลตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร ทั้งนี้ ในกรณีที่มีประเด็นที่น่ากังวลเกี่ยวกับบริษัทผู้ออกตราสารที่กองทุนลงทุนและอาจส่งผลกระทบในเชิงลบต่อพอร์ตการลงทุนและหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน บริษัทจัดการจะติดตามผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อตรวจสอบข้อมูล และพิจารณาว่าประเด็นดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยหรือชำระคืนเงินต้นของผู้ออกรายนั้นหรือไม่ รวมทั้งสะท้อนประเด็นความเสี่ยงดังกล่าว (ถ้ามี) ในกระบวนการลงทุนอย่างเหมาะสม โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะทำการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์ต่างๆ และดำเนินการตามแนวทางที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุน

ทั้งนี้ หากผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสารไม่สามารถแสดงความคืบหน้าในการปรับปรุงหรือแก้ไขประเด็นด้านความยั่งยืนให้เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร และประเด็นดังกล่าวอาจขัดกับนโยบายการลงทุนของกองทุน บริษัทจัดการจะติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง หากประเด็นดังกล่าวยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในหลักทรัพย์/ตราสารดังกล่าวตามความเหมาะสมต่อไป

การใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ (Proxy Voting) บริษัทจัดการมีนโยบายเกี่ยวกับการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ในนามกองทุนภายใต้การจัดการ โดยกำหนดแนวทางการออกเสียงในแต่ละวาระการประชุมไว้อย่างชัดเจน เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติและการดำเนินการที่เหมาะสมหากมีประเด็นที่กังวล รวมทั้งส่งเสริมการปฏิบัติงานด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งแนวทางการออกเสียงนี้ใช้กับกองทุนตราสารทุนทุกกองทุนที่อยู่ภายใต้การจัดการ รวมถึงกองทุนรวม SRI ด้วยเช่นกัน โดยบริษัทจัดการจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาประกอบการพิจารณาออกเสียงในการประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ ทั้งนี้ ในการพิจารณาใช้สิทธิออกเสียงในประเด็นด้าน ESG สามารถดำเนินการผ่านวาระการประชุมต่างๆ ตามความเหมาะสม อาทิ วาระพิจารณาแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ วาระพิจารณาการจ่ายเงินค่าตอบแทนหรือค่าตอบแทนพิเศษให้แก่กรรมการของกิจการที่ลงทุน โดยบริษัทจัดการอาจใช้วิธีออกเสียงคัดค้านในวาระการพิจารณาแต่งตั้งและหรือกำหนดค่าตอบแทนกรรมการเป็นรายบุคคล สำหรับกรรมการที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับการเกิดข่าวหรือเหตุการณ์เชิงลบที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้าน ESG (ESG Controversies) ที่กระทบปัจจัยด้านความยั่งยืนของกิจการและหรือการเพิกเฉยในการแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าวเพื่อให้มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น

การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor disclosure) บริษัทจัดการจะจัดทำและเปิดเผยรายงานการปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุนเป็นประจำทุกปี โดยเป็นไปตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน ซึ่งกำหนดให้มีการรายงานข้อมูลข่าวสารความคืบหน้าในการดำเนินงานตามหลักปฏิบัติการลงทุนที่รับผิดชอบและมีการเปิดเผยตัวอย่างการมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) ในประเด็นด้านความยั่งยืน รวมทั้งกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลให้คุณสมบัติของหลักทรัพย์/ตราสารที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลง จนอาจทำให้ขาดคุณสมบัติด้านความยั่งยืนที่กองทุนสามารถลงทุนได้หรือไม่สอดคล้องกับกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน โดยบริษัทจัดการจะจัดทำรายงาน Engagement Report ประจำปี และเปิดเผยบนเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในสิ้นเดือนมีนาคมของปีถัดไป

การไถ่ถอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน (Divestment) ในกรณีที่หลักทรัพย์/ตราสารที่กองทุนลงทุนเกิดข่าวหรือเหตุการณ์ที่กระทบปัจจัยด้านความยั่งยืน และบริษัทจัดการมีการดำเนินการตามแนวทางการมีส่วนร่วมกับกิจการตามลำดับดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่ผู้ออกหลักทรัพย์/ตราสารไม่มีการดำเนินการปรับปรุงหรือแก้ไขในประเด็นดังกล่าวเพื่อให้เกิดพัฒนาการในทางที่ดีขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาขายหลักทรัพย์/ตราสารดังกล่าวในช่วงระยะเวลาที่พิจารณาว่าเหมาะสมภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด และโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-5.72%
ระยะเวลาฟื้นตัว
1 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 1 ก.ย. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 1 ก.ย. 2569 · นโยบายปันผลงวด 1 ก.ย. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
0 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
0 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 1 ก.ย. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
อื่น ๆ โปรดระบุ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการซื้อขาย
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+2 คือ2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 1 ก.ย. 2569 · คำสั่งขายคืน: 1 ก.ย. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -1.98%ไม่มีข้อมูล9 ก.ย. 25699 ต.ค. 2569
3Mเพิ่มขึ้น +0.93%ไม่มีข้อมูล9 ก.ค. 25699 ต.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +8.73%ไม่มีข้อมูล9 เม.ย. 25699 ต.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +16.69%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25689 ต.ค. 2569
1Yเพิ่มขึ้น +17.30%เพิ่มขึ้น +17.01%3 ต.ค. 25689 ต.ค. 2569
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม20251 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด20251 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน20251 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม20251 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด20251 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date1 ก.ย. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00001.00001 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.60003.21001 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00001.00001 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)1.68004.49001 ก.ย. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ - ค่าปรับกรณีขายคืนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนด : กรณีถือครองต่ำกว่า 1 ปี ไม่เกิน 1.50% ของมูลค่าซื้อขาย (ปัจจุบันยกเว้น) - ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า : - จาก Thai ESGX ภายใน บลจ.กสิกรไทย : ยกเว้น - จาก Thai ESGX บลจ.อื่น : ยกเว้น - ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก : - ไปยัง Thai ESGX ภายใน บลจ.กสิกรไทย : ยกเว้น - ไปยัง Thai ESGX บลจ.อื่น : 1.00% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการล่าสุดหรือจำนวนเงินที่สับเปลี่ยน แล้วแต่กรณี - ไปยังกองทุนอื่นภายใต้ บลจ. กสิกรไทย : อัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางหรือค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางแล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า - ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่สามารถโอนหน่วยลงทุนได้

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ - ค่าปรับกรณีขายคืนก่อนระยะเวลาถือครองที่กำหนด : กรณีถือครองต่ำกว่า 1 ปี ไม่เกิน 1.50% ของมูลค่าซื้อขาย (ปัจจุบันยกเว้น) - ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้า : - จาก Thai ESGX ภายใน บลจ.กสิกรไทย : ยกเว้น - จาก Thai ESGX บลจ.อื่น : ยกเว้น - ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออก : - ไปยัง Thai ESGX ภายใน บลจ.กสิกรไทย : ยกเว้น - ไปยัง Thai ESGX บลจ.อื่น : 1.00% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการล่าสุดหรือจำนวนเงินที่สับเปลี่ยน แล้วแต่กรณี - ไปยังกองทุนอื่นภายใต้ บลจ. กสิกรไทย : อัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางหรือค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางแล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า - ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่สามารถโอนหน่วยลงทุนได้

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

0.000.1250.250.3750.5025682569
บาท/หน่วยต่อปี · ช่วง 3Y · แต่ละแท่งรวมเงินปันผลในปีนั้น
วัน XD / ปิดทะเบียนวันจ่ายเงินบาท/หน่วยแหล่งข้อมูล
ปิดทะเบียน: 30 เม.ย. 256915 พ.ค. 25690.2800บลจ.กสิกรไทย ↗
ดึง 10 ต.ค. 2569
ปิดทะเบียน: 31 ต.ค. 256814 พ.ย. 25680.2200บลจ.กสิกรไทย ↗
ดึง 10 ต.ค. 2569

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 1 ก.ย. 2569

ตราสารทุน 69.24%, พันธบัตร 16.62%, หุ้นกู้ 13.60%, เงินฝาก 0.62%ตราสารทุน: 69.24%พันธบัตร: 16.62%หุ้นกู้: 13.60%เงินฝาก: 0.62%
ตราสารทุน · 69.24%พันธบัตร · 16.62%หุ้นกู้ · 13.60%เงินฝาก · 0.62%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หุ้น 69.40%, พันธบัตรรัฐบาล 16.11%, หุ้นกู้ 13.86%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 1.32%หุ้น: 69.40%พันธบัตรรัฐบาล: 16.11%หุ้นกู้: 13.86%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 1.32%
หุ้น · 69.40%พันธบัตรรัฐบาล · 16.11%หุ้นกู้ · 13.86%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 1.32%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 1 ก.ย. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
หุ้น บมจ.ธนาคารกรุงไทย7.671 ก.ย. 2569
หุ้น บมจ.ธนาคารกสิกรไทย7.531 ก.ย. 2569
หุ้น บมจ.ธนาคารกรุงเทพ7.511 ก.ย. 2569
หุ้น บมจ.เอสซีบี เอกซ์6.501 ก.ย. 2569
หุ้น ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน)4.751 ก.ย. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings