K-CHAPE23A-UI
กองทุนเปิดเค ไชน่า ไพรเวทอิควิตี้ 23A ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
K China Private Equity 23A Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วยประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 30 ก.ย. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-10 11:16:15.537000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ทรัพย์สินทางเลือก
- ความเสี่ยง
- สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มีข้อมูล
นโยบายการลงทุน
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วย Private Equity ต่างประเทศโดยไม่จำกัดอัตราส่วน ผ่านการลงทุนในกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในประเทศจีน โดยจะลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (Secondary market) หรือการร่วมลงทุน (co-investments)
กองทุนหลักจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) มีลักษณะเป็น Alternative Investment Fund (AIF) และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Schroders Capital Private Equity China Management S.à r.l. ในฐานะ General Partner ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักในฐานะ Limited Partnerโดยไม่มีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุน (Minimum Commitment) และมีระยะเวลาที่ต้องลงทุนประมาณ 7 ปี ซึ่งสามารถขยายเวลาได้อีก 2 ปี
ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra และหรือเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และหรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน รวมทั้งอาจลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
ทั้งนี้ กองทุนจะทยอยลงทุนในกองทุนหลักตามที่กองทุนหลักมีการเรียกระดมทุน (Capital Call) ตามระยะเวลาและจำนวนที่กองทุนหลักกำหนด ซึ่งกองทุนหลักจะเรียกระดมทุนครั้งแรกหลังจากที่กองทุนหลักรับทราบจำนวนเงินที่กองทุนตกลงจะจ่าย (Commitment) ให้กับกองทุนหลักเรียบร้อยแล้ว โดยกองทุนหลักมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ภายใน 3 ปี นับจากวันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date) ทั้งนี้ ในระหว่างรอการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนหลัก กองทุนจะนำเงินไปลงทุนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินใดๆ ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม การที่กองทุนมีการทยอยลงทุนในกองทุนหลัก อาจทำให้มีบางช่วงเวลาที่อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลักไม่เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดสำหรับกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้
กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยกองทุนหลักอาจลงทุนได้หลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินหยวน (RMB) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) สกุลยูโร (EUR) เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินที่ลงทุนในภายหลัง โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
กองทุนและกองทุนหลักอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงเฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนได้ 2. กองทุนอาจกู้ยืมเงินและทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของ Commitment ทั้งหมด 3. กองทุนจะลงทุนในหน่วย Private Equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าเงินลงทุนทั้งหมด กองทุนหลักอาจมีสัดส่วนการลงทุนในหน่วย Private Equity ได้ไม่เกินร้อยละ 120 ของ Commitment ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale)
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกันได้โดยไม่จำกัดอัตราส่วน และกองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาดและเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
* กองทุนหลักจะเรียกระดมทุน (Capital Call) ครั้งแรกหลักจากที่กองทุนหลักรับทราบจำนวนเงินที่กองทุนตกลงจะจ่าย (Commitment) ให้กับกองทุนหลักเรียบร้อยแล้ว ** กองทุนหลักมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ภายใน 3 ปี นับจากวันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date
ลักษณะสำคัญของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) :
ชื่อกองทุนหลักSchroders Capital Private Equity China VI S.C.S.บุคคลที่เกี่ยวข้องกับกองทุนหลัก
1) General Partner คือ Schroders Capital Private Equity China Management S.à r.l. ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการและดำเนินการต่างๆ ของกองทุนหลัก โดย General Partner อาจมอบหมายหน้าที่การจัดการและการบริหารให้กับบุคคลอื่นได้ เช่น การมอบหมายงานด้านการลงทุนให้ Portfolio Manager เป็นต้น
2) Portfolio Manager คือ Schroders Capital Management (Switzerland) AG ซึ่งแต่งตั้งโดย General Partner เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการการลงทุนในสินทรัพย์ต่าง ๆ และจัดการความเสี่ยงของกองทุนหลัก
3) Founder Partner คือ Schroders Capital Private Equity China Partners VI L.P. ซึ่งจะลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 1 ของ Commitment ทั้งหมด
4) Limited Partner คือ ผู้ลงทุนในกองทุนหลัก ได้แก่ Founder Partner กองทุนเปิดเค ไชน่า ไพรเวทอิควิตี้ 23A ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย (กองทุน) และผู้ลงทุนรายอื่น (ถ้ามี)
อายุกองทุนประมาณ 7 ปี ภายหลังจากวันปิดรับนักลงทุนรอบแรก (Initial Closing Date) โดย General Partner อาจใช้ดุลยพินิจในการขยายอายุของกองทุนหลักได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 1 ปี วัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบายการลงทุน
กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่าเงินทุนในระยะยาว โดยมีนโยบายเน้นลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในประเทศจีน โดยจะลงทุนส่วนใหญ่ในบริษัทที่เพิ่งเริ่มก่อตั้งกิจการ (Venture Capital) และบริษัทที่อยู่ในช่วงเติบโตและต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ (Growth Capital) ผ่านการซื้อขายในตลาดรอง (Secondary market) หรือการร่วมลงทุน (Co-investments)
ทั้งนี้ กองทุนหลักจะมุ่งเน้นลงทุนในอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการบริโภค เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคและบริโภค (consumer) การบริการทางธุรกิจ (business services) เทคโนโลยี (technology) และสุขภาพ (healthcare) เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักอาจมีการลงทุนในกลุ่มธุรกิจและกลยุทธ์อื่นใดได้และลงทุนนอกประเทศจีนได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของ Commitment ทั้งหมด ทั้งนี้ ในกรณีที่เป็นการลงทุนในสกุลเงินหยวน (RMB) กองทุนหลักจะลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจที่จัดตั้งโดย General Partner (QFLP SPV) ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการลงทุน Qualified Foreign Limited Partner (QFLP)
กองทุนหลักอาจลงทุนเป็นการชั่วคราวในเงินฝากธนาคารหรือตราสารตลาดเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้นอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ โดยไม่ต่ำกว่าอันดับ A1 หรือ P1 ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ฟรังก์สวิส ปอนด์สเตอร์ลิง ยูโร หรือสกุลเงินอื่น ๆ ทั้งนี้ ในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุน(Investment Period) กองทุนหลักอาจมีไว้ซึ่งเงินฝากธนาคารได้ถึงร้อยละ 100 ของเงินลงทุนทั้งหมดของกองทุนหลัก
สำหรับการลงทุนในตลาดรอง (Secondary market) หรือการร่วมลงทุน (Co-investments) กองทุนหลักจะลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ (Single Investment) ได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของ Commitment ทั้งหมด
กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน โดยจะมีระยะเวลาไม่เกิน 12 เดือนและกองทุนหลักอาจมีการนำทรัพย์สินไปค้ำประกันการก่อภาระผูกพันของกองทุนหลักได้ ทั้งนี้ เงินกู้ยืมของกองทุนหลักจะไม่เกินกว่าร้อยละ 10 ของ Commitment ทั้งหมดในกองทุนหลัก
นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ได้ตามความเหมาะสม
ระยะเวลาการลงทุน
(Investment Period)
กองทุนหลักมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ภายใน 3 ปี นับจากวันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date) ทั้งนี้ กองทุนหลักสามารถลงทุนได้เฉพาะในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนเท่านั้น ยกเว้น (1) การลงทุนที่อยู่ระหว่างดำเนินการและไม่เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเข้าลงทุน ซึ่งการลงทุนดังกล่าวอาจเสร็จสิ้นหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาเข้าลงทุน และ (2) การลงทุนที่สืบเนื่องจากทรัพย์สินเดิม (Follow-on Investments) และการปรับโครงสร้างการลงทุน ซึ่งอาจกระทำเมื่อใดก็ได้ภายในอายุของกองทุนหลักค่าธรรมเนียม
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : (1) ในช่วงตั้งแต่วันที่กองทุนหลักมีการตกลงเพื่อการลงทุนครั้งแรก (Initial Transaction Date) จนถึงวันสุดท้ายของเดือนธันวาคมของปีที่ระยะเวลาเข้าลงทุนสิ้นสุดลง จะคิดในอัตราร้อยละ 0.75 ต่อปีของ Commitment ในกองทุนหลัก (2) หลังจากช่วงระยะเวลาตามข้อ (1) จะคิดในอัตราดังต่อไปนี้ แล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า (2.1) ร้อยละ 0.75 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักที่เป็นส่วนของกองทุน (2.2) ร้อยละ 0.30 ต่อปีของ Commitment ในกองทุนหลัก
- ค่าธรรมเนียมในบริการดำเนินงานกองทุนหลัก (Fund Administration Service Fee) : ร้อยละ 0.10 ต่อปีของ Commitment ในกองทุนหลัก
- ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุนและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนหลัก (Organizational Expenses) : เรียกเก็บตามจริง
การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก)
หลังจากชำระค่าใช้จ่ายและหนี้สินของกองทุนหลักแล้ว (ไม่รวมถึงค่าธรรมเนียมการจัดการให้ General Partner) จำนวนเงินที่สามารถจัดสรรได้จะถูกจัดสรรตามสัดส่วน โดยมีลำดับการจัดสรรดังต่อไปนี้
(1) จัดสรรให้แก่ General Partner เพื่อชำระค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนหลัก (Management Fee)
(2) เมื่อจัดสรรตามข้อ (1) แล้ว จะจัดสรรให้แก่ Limited Partner ซึ่งในที่นี้หมายรวมถึงกองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ในฐานะผู้ลงทุนในกองทุนหลัก จนกว่าแต่ละ Limited Partner จะได้รับเงินเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนเงินลงทุนที่ได้ลงทุนไป บวกด้วยผลตอบแทน (Preferred Returns) โดยคำนวณจากอัตราร้อยละ 8 ของ Commitment ที่ยังไม่มีการจ่ายกลับคืน (Outstanding Commitments)
(3) เมื่อจัดสรรตามข้อ (2) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรให้แก่ Founder Partner จนกว่า Founder Partner จะได้รับเงินเป็นจำนวนเท่ากับร้อยละ 12.5 ของผลรวมของผลตอบแทน (Preferred Returns) ที่จัดสรรให้กับ Limited Partner ตามข้อ (2) กับจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับ Founder Partner ตามข้อ (3) นี้
(4) เมื่อจัดสรรตามข้อ (3) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรให้แก่ Limited Partner ในอัตราร้อยละ 87.5 และให้กับ Founder Partner ในอัตราร้อยละ 12.5 ของผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าว
ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนหลัก
ตัวเลขและข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืน ดังนั้น จึงมิได้เป็นการรับประกันว่าตัวเลขในตารางเป็นผลการดำเนินงานที่กองทุนหลักสามารถทำได้และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริง
วันที่
งวดที่คืนเงิน
กระแส
เงินสด* (ล้านบาท)
กระแส เงินสด* สะสม (ล้านบาท)
ผลตอบแทน (Preferred return 8%)
ผลตอบแทนสะสม (Cumulative preferred return)
กระแสเงินสดของ Partner แต่ละราย
หมายเหตุ
กองทุน K-CHAPE23A-UI
Founder Partner
30 กันยายน 2566
-100
-100
-99.00
-1.00
กองทุน K-CHAPE23A-UI ลงทุนในกองทุนหลัก 99% และ Founder Partner ลงทุนในกองทุนหลัก 1%
30 กันยายน 2567
1
4
-96
8.00
8.00
3.96
0.04
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน
31 มีนาคม 2568
2
5
-91
3.84 11.84
4.95
0.05
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน
30 กันยายน 2568
3
6
-85
3.64
15.48
5.94
0.06
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน
31 มีนาคม 2569
4
13
-72
3.40 18.88
12.87
0.13
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน
30 กันยายน 2569
5
18
-54
2.88 21.76
17.82
0.18
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน
31 มีนาคม 2570
6
20
-34
2.16 23.92
19.80
0.20
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน
30 กันยายน 2570
7
22
-12
1.36 25.28
21.78
0.22
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืน ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน
31 มีนาคม 2571
8
12
0
0.48 25.76
11.88
0.12
กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ได้รับเงินต้นคืนครบตามจำนวนที่ลงทุน
30 กันยายน 2571
9
35
35
- -
30.32
4.68
จำนวนเงิน 35 ล้านบาทที่ได้รับในงวดนี้ จะจัดสรรตามลำดับดังต่อไปนี้: 1. จัดสรรผลตอบแทน (Preferred return) ให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน (99% และ 1% ตามลำดับ) ซึ่งผลตอบแทนสะสม (Cumulative preferred return) ทั้งหมดที่กองทุนหลักต้องจ่ายเท่ากับ 25.76 ล้านบาท โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE23A-UI จำนวน 25.50 ล้านบาท (25.76 * 99%) และ 1.2. Founder Partner จำนวน 0.26 ล้านบาท (25.76 * 1%) คงเหลือเงิน 35 - 25.76 = 9.24 ล้านบาท
2. จัดสรรให้ Founder partner จนกว่าจะได้เงินเป็นจำนวนเท่ากับ 12.50% ซึ่งคำนวณโดยการเทียบผลตอบแทน (Preferred return) ในข้อ (1) จำนวน 25.76 ล้านบาท เป็น 87.50% ดังนั้น อีก 12.50% ที่จะต้องจ่ายให้ Founder Partner คิดเป็นเงิน 3.68 ล้านบาท คงเหลือเงิน 9.24 - 3.68 = 5.56 ล้านบาท
3. จัดสรรเงินที่เหลือ 5.56 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 3.1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน (99% และ 1% ตามลำดับ) โดยจะแบ่งให้ 3.1.1. กองทุน K-CHAPE23A-UI จำนวน 4.82 ล้านบาท (5.56 * 87.50% * 99%) และ 3.1.2. Founder Partner จำนวน 0.05 ล้านบาท (5.56 * 87.50% * 1%) 3.2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 0.69 ล้านบาท (5.56 * 12.5%)
สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 9 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE23A-UI ได้รับเงิน 25.50 + 4.82 = 30.32 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.26 + 3.68 + 0.05 + 0.69 = 4.68 ล้านบาท
31 มีนาคม 2572
10
20
55
- -
17.33
2.67
จัดสรรเงิน 20 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน (99% และ 1% ตามลำดับ) โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE23A-UI จำนวน 17.33 ล้านบาท (20 * 87.50% * 99%) และ 1.2. Founder Partner จำนวน 0.17 ล้านบาท (20 * 87.50% * 1%) 2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 2.50 ล้านบาท (20 * 12.5%)
สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 10 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE23A-UI ได้รับเงิน 17.33 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.17 + 2.50 = 2.67 ล้านบาท
30 กันยายน 2572
11
8
63
- -
6.93
1.07
จัดสรรเงิน 8 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE22A-UI และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน (99% และ 1% ตามลำดับ) โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE22A-UI จำนวน 6.93 ล้านบาท (8 * 87.50% * 99%) และ 1.2. Founder Partner จำนวน 0.07 ล้านบาท (8 * 87.50% * 1%) 2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 1.00 ล้านบาท (8 * 12.5%)
สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 11 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE23A-UI ได้รับเงิน 6.93 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.07 + 1.00 = 1.07 ล้านบาท
31 มีนาคม 2573
12
7
70
- -
6.06
0.94
จัดสรรเงิน 7 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน (99% และ 1% ตามลำดับ) โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE23A-UI จำนวน 6.06 ล้านบาท (7 * 87.50% * 99%) และ 1.2. Founder Partner จำนวน 0.06 ล้านบาท (7 * 87.50% * 1%) 2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 0.88 ล้านบาท (7 * 12.5%)
สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 12 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE23A-UI ได้รับเงิน 6.06 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.06 + 0.88 = 0.94 ล้านบาท
30 กันยายน 2573
13
6
76
- -
5.20
0.80
จัดสรรเงิน 6 ล้านบาทให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner โดยจะแบ่งเป็น 1. ส่วน 87.50% จะแบ่งให้กองทุน K-CHAPE23A-UI และ Founder Partner ตามสัดส่วนเงินที่ลงทุน (99% และ 1% ตามลำดับ) โดยจะแบ่งให้ 1.1. กองทุน K-CHAPE23A-UI จำนวน 5.20 ล้านบาท (6 * 87.50% * 99%) และ 1.2. Founder Partner จำนวน 0.05 ล้านบาท (6 * 87.50% * 1%) 2. ส่วน 12.50% จะแบ่งให้ Founder Partner จำนวน 0.75 ล้านบาท (6 * 12.5%)
สรุปเงินที่ได้คืนงวดที่ 13 แบ่งเป็น - กองทุน K-CHAPE23A-UI ได้รับเงิน 5.20 ล้านบาท - Founder partner ได้รับเงิน 0.05 + 0.75 = 0.80 ล้านบาท
รวม
65.84
10.16
สรุปเงินที่ได้คืนตั้งแต่งวดที่ 1-13 - กองทุน K-CHAPE23A-UI ได้รับเงินทั้งสิน 164.84 ล้านบาท (เงินลงทุน 99 ล้านบาท และผลตอบแทน 65.84 ล้านบาท) - Founder partner ได้รับเงินทั้งสิ้น 11.16 ล้านบาท (เงินลงทุน 1 ล้านบาท และ ผลตอบแทน 10.16 ล้านบาท)
* กระแสเงินที่กองทุนหลักจัดสรรเป็นยอดสุทธิหลังหักค่าธรรมเนียมการจัดการกองทุนหลัก
การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Schroders Capital Private Equity China VI S.C.S. (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขโครงการ
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
SEC Open Data · Factsheet มีผล 24 ต.ค. 2566 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-10 15:32:08.053000 · ความเสี่ยงงวด 24 ต.ค. 2566 · นโยบายปันผลงวด 24 ต.ค. 2566
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 1,000,000 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 24 ต.ค. 2566 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- 24 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2566
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ดูหมายเหตุ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+5 คือ5 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | เพิ่มขึ้น +3.38% | ไม่มีข้อมูล | 30 มิ.ย. 2569 | 30 ก.ย. 2569 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +3.38% | ไม่มีข้อมูล | 30 มิ.ย. 2569 | 30 ก.ย. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +7.08% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 30 ก.ย. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +7.08% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 30 ก.ย. 2569 |
| 1Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 2.0000 | 3.0000 | 24 ต.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.0700 | 3.2100 | 24 ต.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 1.1300 | 4.8700 | 24 ต.ค. 2566 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • อัตราค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนจะพิจารณาจากยอดเงินลงทุนของแต่ละรายการดังนี้ - เงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 50 ล้านบาท เรียกเก็บ 2.00% - เงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท เรียกเก็บ 1.75% - เงินลงทุนตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เรียกเก็บ 1.50% • หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง โดยกองทุนปลายทางจะยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับกองทุนต้นทาง รวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน • บริษัทจัดการจะคิดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้าในอัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางหรือค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางแล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง รวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง รวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings