K-GPE22B-UI
กองทุนเปิดเค โกลบอลไพรเวทอิควิตี้ 22B ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
K Global Private Equity 22B Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วยประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 30 ก.ย. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-10 11:16:02.171000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ทรัพย์สินทางเลือก
- ความเสี่ยง
- สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มีข้อมูล
นโยบายการลงทุน
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนในหน่วย Private Equity ต่างประเทศ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน ผ่านการลงทุนในกองทุน LOIM PE K Investments – KSF II (“กองทุนย่อย”) ที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ผ่านการลงทุนในหน่วย Private Equity รวมถึงการลงทุนโดยตรงในบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และ/หรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) (ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Funds))
กองทุน LOIM PE K Investments – KSF II เป็นกองทุนย่อย (Compartment) ของ LOIM PE K Investments (“กองทุนหลัก”) ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ในรูปแบบ Corporate Partnership Limited by Shares และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย Lombard Odier Investment Managers Private Equity ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ให้บริหารจัดการกองทุนหลักในฐานะผู้จัดการ (Manager) โดยที่กองทุนหลักและกองทุนย่อยมีสถานะทางกฎหมายเป็นนิติบุคคลเดียวกัน (เรียกรวมว่า “กองทุน LOIM”) ซึ่งกองทุนจะลงทุนในกองทุน LOIM ในฐานะผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) มีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุน (Minimum Commitment) ไม่น้อยกว่า 15 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ โดยกองทุนย่อยมีอายุกองทุนประมาณ 7 ปี และอาจถูกขยายได้อีกไม่เกิน 2 ปี
กองทุน LOIM แบ่งหุ้นเป็นสองประเภทดังนี้ (1) ผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการ (Management Shares) ซึ่งโดยผลของกฎหมาย จะต้องรับผิดในหนี้ใดๆ ที่ไม่สามารถชำระได้จากสินทรัพย์ของกองทุน LOIM โดย Lombard Odier Investment Managers Private Equity จะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการของกองทุน LOIM ต่อไปนี้จะเรียกว่า “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” (General Partner) ซึ่งต้องกระทำการเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุน LOIM (2) ผู้ถือหุ้นสามัญ (Ordinary Shares) มีความรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนในกองทุน LOIM ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด” (Limited Shareholder) โดยกองทุนจะมีสถานะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ของกองทุน LOIM
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
(หุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการและหุ้นสามัญต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “หุ้น”)
ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra และหรือเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และหรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
ทั้งนี้ กองทุนจะทยอยลงทุนในกองทุนย่อย ตามที่กองทุนย่อยมีการเรียกระดมทุน (Capital Call) ตามระยะเวลาและจำนวนที่กองทุนย่อยกำหนด ซึ่งกองทุนย่อยจะเรียกระดมทุนครั้งแรกภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทุน K-GPE22B-UI โดยกองทุนย่อยมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 4 ปี นับจากวันที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ออกหุ้นราคาเริ่มต้นให้แก่นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนย่อย (วัน Closing) โดยที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวได้อีกไม่เกิน 1 ปี และการจัดสรรการลงทุนในระหว่างรอการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนย่อยจะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เพื่อให้สอดคล้องกับกำหนดการเรียกระดมทุน (Capital Call) จากกองทุนย่อย อย่างไรก็ตาม การที่กองทุนมีการทยอยลงทุนในกองทุนย่อย อาจทำให้มีบางช่วงเวลาที่อัตราส่วนการลงทุนในกองทุนย่อยไม่เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดสำหรับกองทุนรวมฟีดเดอร์ได้
กองทุนจะลงทุนในกองทุนย่อยโดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก โดยกองทุน LOIM อาจลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินยูโร เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
กองทุนและกองทุนย่อยอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงเฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนย่อยจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 2. การกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 3. การลงทุนในหน่วย Private Equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนย่อยจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale)
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกันได้โดยไม่จำกัดอัตราส่วน และกองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ที่บริษัทจัดการเดียวกันเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
* กองทุนย่อยจะเรียกระดมทุน (Capital Call) ครั้งแรกภายใน 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทุน K-GPE22B-UI ** กองทุนย่อยมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 4 ปี นับจากวันที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ออกหุ้นราคาเริ่มต้นให้แก่นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนย่อย (วัน Closing) โดยที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวได้อีกไม่เกิน 1 ปี
ลักษณะสำคัญของกองทุน LOIM PE K Investments – KSF II (กองทุนย่อย) :
ชื่อกองทุนหลัก LOIM PE K Investmentsชื่อกองทุนย่อยLOIM PE K Investments – KSF IIManagerLombard Odier Funds (Europe) S.A.Portfolio ManagerLombard Odier Asset Management (Switzerland) SAวัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบายการลงทุน
กองทุนย่อยมีวัตถุประสงค์สร้างผลตอบแทนในระยะยาว โดยลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Equity ผ่านการลงทุนในหน่วย Private Equity รวมถึงการลงทุนโดยตรงในบริษัทเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Companies) และ/หรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) (ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Funds))
กองทุนย่อยจะเน้นการลงทุนในตลาดรอง (Secondary investments) และการร่วมลงทุน (Co-Investments) โดยการร่วมลงทุน (Co-Investments) อาจเป็นการลงทุนในหน่วย Private Equity รวมถึงกองทุน LO Co-Investment Fund II (“กองทุน LO CIF II”)
กองทุน LO CIF II เป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) มี Lombard Odier Investment Managers Private Equity เป็นหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) โดย Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการ (Manager) และ Lombard Odier Asset Management (Switzerland) SA ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการพอร์ตการลงทุน (Portfolio Manager) ทั้งนี้ การลงทุนในกองทุน LO CIF II จะไม่มีการจ่ายค่าธรรมเนียมการจัดการ หรือจ่ายส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried interest) ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ซ้ำซ้อนกับกองทุนย่อย
กองทุนย่อยจะลงทุนส่วนใหญ่ในตลาดพัฒนาแล้ว และอาจมีการลงทุนบางส่วนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงอาจลงทุนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมและภาคธุรกิจ
กองทุนย่อยจะลงทุนในกองทุนอ้างอิงแต่ละกองทุนได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย
กองทุนย่อยอาจนำเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจากผู้ลงทุน (Capital Contribution) ซึ่งยังไม่ได้นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิงไปลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้น (Liquid Products) และอาจนำเงินที่ได้รับจากการขายคืนสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้นดังกล่าวและกองทุน LO CIF II ไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง และหรือเพื่อใช้ชำระเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ หนี้สินอื่นๆ ค่าธรรมเนียม และหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรืออาจนำไปจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner)
ทั้งนี้ กองทุนย่อยมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 4 ปี นับจากวันที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ออกหุ้นราคาเริ่มต้นให้แก่นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนย่อย (วัน Closing) โดยที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวได้อีกไม่เกิน 1 ปี ทั้งนี้ กองทุนย่อยสามารถลงทุนได้เฉพาะในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนเท่านั้น ยกเว้นเป็นการลงทุนแบบสืบเนื่องจากทรัพย์สินเดิม (Follow-on Investments) และรายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุนใน Private Assets อาจนำกลับไปลงทุนต่อได้ในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner)
การเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Leverage)
กองทุนย่อยอาจทำการ Leverage โดยมีมูลค่าสูงสุดไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย ภายใต้วิธีการคำนวณแบบ Commitment Method และ Gross Method ตามกฎหมายของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับ Alternative Investment Fund Manager ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 โดยกองทุนย่อยสามารถทำธุรกรรมการกู้ยืมได้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 25 ของ Capital Commitment ทั้งหมด ในกรณีที่กองทุนอ้างอิงมีการเรียกระดมทุนเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่กองทุนย่อยจะเรียกเก็บจากผู้ลงทุน (Over-Commitment) และอีกไม่เกินร้อยละ 25 ของ Capital Commitment ที่ยังไม่ได้รับชำระจากผู้ลงทุน เพื่อใช้ในการลงทุนและหรือเพื่อชำระเงินในกรณีที่ผู้ลงทุนของกองทุนผิดนัดชำระเงินลงทุนที่ตกลงกันไว้
ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมของ LOIM PE K Investments
ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organisational Fee) : ไม่เกินร้อยละ 0.50 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย
ค่าธรรมเนียมของกองทุนย่อย
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : ในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนจะคิดในอัตราร้อยละ 1.20 ต่อปีของ Capital Commitment ในกองทุนย่อย (ไม่รวม Commitment ทั้งหมดของกองทุนย่อยในกองทุน LO CIF II) และหลังจากระยะเวลาเข้าลงทุนจะคิดในอัตราร้อยละ 1.20 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมของกองทุนอ้างอิงทั้งหมด (ไม่รวมกองทุน LO CIF II) ที่กองทุนย่อยเข้าลงทุนบวกด้วย Capital Commitment ทั้งหมดที่ยังไม่ได้ลงทุนในกองทุนอ้างอิง (ไม่รวมกองทุน LO CIF II) ทั้งนี้ จะต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 0.30 ต่อปีของ Capital Commitment ในกองทุนย่อย (ไม่รวม Commitment ทั้งหมดของกองทุนย่อยในกองทุน LO CIF II) โดยจะชำระให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ปีละ 2 ครั้ง ในเดือนมิถุนายนและธันวาคม
- ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest): จะคำนวณและชำระตามแต่ละการลงทุนในกองทุนอ้างอิง (ไม่รวมกองทุน LO CIF II) โดยพิจารณาจากแต่ละข้อตกลง (deal-by-deal basis) ซึ่งส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนดังกล่าวจะเป็นสกุลเงินเดียวกันกับธุรกรรมนั้นๆ โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1) ชำระเงินที่ได้รับ (รวมจำนวนเงินทั้งหมด ทั้งรายได้หรือการคืนทุน) จากการลงทุนที่เกี่ยวข้อง (Relevant Distributions) คืนให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ จนกว่าจำนวนเงินที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ได้รับเท่ากับ (ก) ต้นทุนในการเข้าลงทุน (Acquisition Cost) ของการลงทุนที่เกี่ยวข้อง รวมกับ (ข) ผลตอบแทนที่คาดหวัง (Preferred Return) ซึ่งคำนวณจากอัตราร้อยละ 8 ต่อปี ที่คำนวณทบต้นทุกปีจากกระแสเงินสดที่ได้รับจากการลงทุนที่เกี่ยวข้องตามข้อ (ก) โดยคำนึงถึงช่วงเวลาของกระแสเงินสดที่ได้รับ
2) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 1) แล้ว หากยังมีเงินที่ได้รับจากการลงทุนที่เกี่ยวข้อง (Relevant Distributions) ส่วนเกิน จะจัดสรรเป็นส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จนกว่าจำนวนเงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ได้รับเท่ากับร้อยละ 12.5 ของผลรวมของผลตอบแทนที่คาดหวัง (Preferred Return) ตามข้อ 1) (ข) กับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) ที่จัดสรรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามข้อนี้
3) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 2) แล้ว หากยังมีเงินที่ได้รับจากการลงทุนที่เกี่ยวข้อง (Relevant Distributions) ส่วนเกิน จะจัดสรรเงินส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 12.5 ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) และในอัตราร้อยละ 87.5 ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ เป็นส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) เพิ่มเติม
- ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง (Set-up Expenses) : ไม่เกินร้อยละ 1.00 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดตั้งกองทุนย่อย
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการฝากทรัพย์สิน ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชี ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการของกองทุนย่อย: ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย (Distribution and Repayment Policy) หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรเงินได้สุทธิที่กองทุนย่อยได้รับจากการขายคืนสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้น (Liquid Products) และกองทุน LO CIF II ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) โดยเงินได้รวมสุทธิดังกล่าวจะไม่ถูกนำไปรวมในการคำนวณส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) ของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) สำหรับเงินได้สุทธิที่ได้รับจากกองทุนอ้างอิง (Underlying Funds) (ไม่รวมกองทุน LO CIF II) การจัดสรรจะเป็นไปตามหัวข้อส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest)
ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจไม่จัดสรรเงินได้ไปยังผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) โดยทันที และอาจมีดุลยพินิจในการเลื่อนการจัดสรรเงินดังกล่าวตามความเหมาะสม
หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจพิจารณาให้การจัดสรรผลตอบแทนข้างต้นอยู่ในรูปของ (1) การซื้อหุ้นคืนที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิปัจจุบัน หรือ (2) การจัดสรรเงินให้ผู้ถือหุ้น (Distribution) ซึ่งจะทำให้มูลค่าของหุ้นลดลงตามจำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรร
ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย
ตัวเลขและข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนกรณีที่กองทุนย่อยไม่มีการตั้งเงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย ดังนั้นจึงมิได้เป็นการรับประกันว่าตัวเลขในตารางเป็นผลการดำเนินงานที่กองทุนย่อยสามารถทำได้ และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริง
กองทุน K-GPE22B-UI ลงทุนในกองทุนย่อย เป็นจำนวนเงิน 50 ล้านบาท โดยกองทุนย่อยนำเงินไปลงทุนใน Deal #1 จำนวน 40 ล้านบาท และลงทุนใน Deal #2 จำนวน 10 ล้านบาท
ข้อตกลงการลงทุนครั้งที่ 1 (Deal #1) กองทุนย่อยทยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 66 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
ข้อตกลงการลงทุนครั้งที่ 2 (Deal #2) กองทุนย่อยทยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 30 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
สรุปกระแสเงินสดที่ได้รับจากข้อตกลงการลงทุนครั้งที่ 1 (Deal #1) และข้อตกลงการลงทุนครั้งที่ 2 (Deal #2)
หมายเหตุ: เงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย คือ เงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) พิจารณากันไว้สำหรับใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อชำระค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันต่างๆ ของกองทุนย่อย หรืออาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์โดยชอบอื่นใด ซึ่งการตั้งเงินสำรองดังกล่าวจะมีผลกระทบกับกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนจะทยอยได้รับระหว่างอายุกองทุน อาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่ากรณีที่ไม่มีการตั้งเงินสำรองได้
ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในระดับของกองทุน LOIM เช่น ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) และ ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organisational Fee) รวมถึงการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ข้างต้น ย่อมลดผลตอบแทนที่กองทุน K-GPE22B-UI (และผู้ลงทุนในกองทุน K-GPE22B-UI) จะได้รับจากการลงทุนในกองทุน LOIM
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-10 15:32:08.053000 · ความเสี่ยงงวด 3 ต.ค. 2565 · นโยบายปันผลงวด 3 ต.ค. 2565
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 1,000,000 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 3 ต.ค. 2565 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- 3 - 12 ตุลาคม 2565
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ดูหมายเหตุ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+5 คือ5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -0.32% | ไม่มีข้อมูล | 30 มิ.ย. 2569 | 30 ก.ย. 2569 |
| 3M | ลดลง -0.32% | ไม่มีข้อมูล | 30 มิ.ย. 2569 | 30 ก.ย. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +7.71% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 30 ก.ย. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +7.71% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 30 ก.ย. 2569 |
| 1Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 2.0000 | 3.0000 | 3 ต.ค. 2565 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.0700 | 3.2100 | 3 ต.ค. 2565 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 3.0000 | 3 ต.ค. 2565 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 1.1300 | 4.8700 | 3 ต.ค. 2565 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • อัตราค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนจะพิจารณาจากยอดเงินลงทุนของแต่ละรายการดังนี้ - เงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 50 ล้านบาท เรียกเก็บ 2.00% - เงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท เรียกเก็บ 1.75% - เงินลงทุนตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เรียกเก็บ 1.50% • หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง โดยกองทุนปลายทางจะยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับกองทุนต้นทาง รวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน • บริษัทจัดการจะคิดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้าในอัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางหรือค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางแล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง รวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • อัตราค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนจะพิจารณาจากยอดเงินลงทุนของแต่ละรายการดังนี้ - เงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 50 ล้านบาท เรียกเก็บ 2.00% - เงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท เรียกเก็บ 1.75% - เงินลงทุนตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เรียกเก็บ 1.50% • หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง โดยกองทุนปลายทางจะยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนให้กับกองทุนต้นทาง รวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน • บริษัทจัดการจะคิดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้าในอัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางหรือค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางแล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่คิดค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง รวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทางอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings