KAB21A
กองทุนเปิดเค ฟิกซ์เดท เอเชียน บอนด์ 2021A
K Fixed-Dated Asian Bond 2021A Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย3 ก.ค. 2563 – 30 ก.ค. 2564 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +1.68%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 30 ก.ค. 2564 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 13:57:36.240000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ตราสารหนี้
- ความเสี่ยง
- ไม่มีข้อมูล
- นโยบายปันผล
- ไม่มีข้อมูล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มีข้อมูล
นโยบายการลงทุน
กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศ โดยจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 – I, Class C(USD)–Acc (กองทุนหลัก) ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนหลักมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) กองทุนหลักจัดตั้งและจัดการโดย Invesco Hong Kong Limited ซึ่งอยู่ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องของฮ่องกง โดยได้รับการกำกับดูแลและอนุญาตจาก Securities and Futures Commission of Hong Kong (SFC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยมิได้เป็นกองทุนรวมประเภทเฮ็ดจ์ฟันด์ (Hedge fund)
สำหรับการลงทุนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นทั้งในและต่างประเทศ หรือหาดอกผลโดยวิธีอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่กฎหมาย ก.ล.ต. กำหนด
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้สูงขึ้นหรือเพื่อลดค่าใช้จ่ายของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes)
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
นอกจากนี้ กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment Grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) ทั้งในและต่างประเทศได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ การดำรงอัตราส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก หรืออัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศตามที่ระบุไว้ข้างต้นจะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงเวลาดังต่อไปนี้
(ก) ช่วงระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วัน นับแต่วันที่จดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุนรวม
(ข) ช่วงก่อนครบอายุกองทุน ซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วัน
บริษัทจัดการจะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไปที่ฮ่องกง โดยใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะส่งคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนหลักในประเทศอื่นๆ นอกเหนือจากฮ่องกง และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบถึงการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน โดยจะติดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนและที่เว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ในกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 – I,
Class C(USD)–Acc (กองทุนหลัก) ไม่เหมาะสมอีกต่อไป อาทิ
1) กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือ
2) ขนาดของกองทุนหลักลดต่ำลงมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจมีผลกระทบต่อการลงทุนหรือต่อค่าใช้จ่าย หรือ
3) การลงทุนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือ
4) เมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนหลัก หรือ
5) เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือ
6) กองทุนหลักเลิกกองทุน ก่อนครบกำหนดอายุโครงการ หรือ
7) กรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่ากลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมกับสภาวะตลาด หรือการย้ายไปลงทุนในกองทุนอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันและตอบสนองนโยบายการลงทุนของกองทุน เป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน รวมถึงเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน
8) มีการขายคืนกองทุนหลักเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ จนอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนหลัก และบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่า การลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไปหรือคาดการณ์ว่าหากยังลงทุนในกองทุนหลัก อาจจะส่งผลกระทบต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน
เมื่อเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นใดที่มีลักษณะหรือนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักกองทุนใหม่แทนกองทุนเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม ซึ่งจะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ โดยจะดำเนินการจำหน่ายหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เหลืออยู่ของกองทุน เพื่อคืนเงินตามจำนวนที่รวบรวมได้หลัง หักค่าใช้จ่ายและสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน (ถ้ามี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ตามสัดส่วนจำนวนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่อจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของกองทุน โดยการเปลี่ยนกองทุนหลักหรือเลิกกองทุนดังกล่าวถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ในกรณีที่กองทุนเปิดเค ฟิกซ์เดท เอเชียน บอนด์ 2021A มีการลงทุนในกองทุนหลักไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และกองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก
กองทุนหลักดังกล่าวให้หมายถึงเฉพาะกองทุนหลักที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด
เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวบริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) แจ้งเหตุที่กองทุนหลักมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(2) ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ
(3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
(4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม
ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต.หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ลักษณะสำคัญของกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 - I, Class C(USD)–Acc :
ชื่อกองทุนหลัก
Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 - I
Share Class
Class C(USD)–Acc
อายุโครงการ
ประมาณ 1 ปี และจะเลิกกองทุนโดยอัตโนมัติเมื่อครบกำหนดอายุโครงการ
ประเภทกองทุน
กองทุนตราสารหนี้
สกุลเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ (USD)
นโยบายจ่ายเงินปันผล ไม่จ่ายเงินปันผล
บริษัทจัดการ
Invesco Hong Kong Limited
ตัวชี้วัด
ไม่มี
Website
https://www.invesco.com.hk/retail/en_HK
วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมุ่งเน้นสร้างกระแสรายได้ตลอดช่วงระยะเวลาการลงทุน และจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน (กองทุนไม่ได้รับประกันหรือคุ้มครองเงินต้น) กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ Buy-and-Maintain ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และมีการติดตามความเสี่ยงในเชิงรุกตลอดระยะเวลาลงทุนประมาณ 1 ปี นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาเสนอขาย (Initial Offer Period) จนถึงวันครบอายุกองทุน
นโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก
กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในตราสารหนี้ในภูมิภาคเอเชียที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งออกโดยผู้ออกตราสารที่ได้รับการคัดเลือกตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (เช่น รัฐบาล หน่วยงานของรัฐ องค์การระหว่างประเทศเหนือรัฐ (supranational entities) บริษัทเอกชน สถาบันการเงิน และธนาคาร) ซึ่งผู้ออกตราสารอาจอยู่ในประเทศตลาดเกิดใหม่ และประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยภูมิภาคเอเชียในที่นี้หมายถึงทุกประเทศในทวีปเอเชีย ยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) มากกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่ออกหรือรับประกันโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง (ยกเว้นประเทศจีน) ได้ไม่เกินร้อยละ 40 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่ออกหรือรับประกันโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง (รวมถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐหรือหน่วยงานท้องถิ่นของประเทศนั้น) ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) หรือไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่เสนอขายนอกประเทศจีนและอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่ออกหรือรับประกันโดยหน่วยงานในประเทศจีนได้ไม่เกินร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนหลักอาจลงทุนในหุ้นกู้ไม่มีอายุ (Perpetual bonds) และหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bonds) ซึ่งรวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข (Contingent Convertible Securities) ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนหลักอาจลงทุนในหุ้นกู้ไม่มีอายุ (Perpetual bonds) และหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bonds) ได้ไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มี loss-absorption features รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข (Contingent Convertible Securities) และตราสารหนี้ที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ที่นับเป็นกองทุนชั้นที่ 1 (Additional Tier 1 Capital) หรือ กองทุนชั้นที่ 2 (Tier 2 Capital) ภายใต้เกณฑ์ของ The Banking (Capital) Rules (Cap.155L) ซึ่งตราสารเหล่านี้อาจถูกบังคับให้ปรับลดเงินต้นหรือถูกแปลงให้เป็นหุ้นสามัญเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ (Trigger Events) โดยกองทุนหลักจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มี loss-absorption features ได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์ Buy-and-Maintain และมีการติดตามความเสี่ยงในเชิงรุก ผู้จัดการกองทุนจะติดตามและบริหารระดับความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในช่วงระยะเวลาการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่หลักทรัพย์หรือผู้ออกหลักทรัพย์ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงจนต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ หรือความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารลดต่ำลงภายหลังจากการเข้าลงทุนครั้งแรก ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกันเพื่อตัดสินใจว่าจะถือครองหลักทรัพย์นั้นต่อไปหรือขายหลักทรัพย์นั้นแล้วนำเงินไปลงทุนใหม่ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ภายใต้ข้อจำกัดการลงทุนข้างต้น
กองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้โดยจะลงทุนในตราสารหนี้แต่ละตัวไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุน และกองทุนจะเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่มีมูลค่าการออกตราสารอย่างน้อย 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่กองทุนเข้าลงทุน และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีการขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement Bonds)
กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารที่มีอายุหรือมีอายุคงเหลือสั้นกว่าอายุกองทุนประมาณร้อยละ 70 ของมูลค่าการลงทุนของกองทุนหลัก ผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารที่ครบกำหนดอายุก่อนวันครบกำหนดอายุของกองทุนจะถูกนำไปลงทุนใหม่หรือถือครองเป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดได้ตามดุลยพินิจของกองทุน
ผู้จัดการกองทุนมุ่งลงทุนเต็มอัตรา แต่กองทุนหลักอาจถือครองเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดได้ถึงร้อยละ 40 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เป็นการชั่วคราวในบางสถานการณ์ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อตราสารหนี้ครบกำหนดก่อนวันครบกำหนดอายุกองทุนหลักหรืออาจถูกเรียกคืนก่อนที่ตราสารหนี้นั้นจะครบกำหนดอายุตราสาร หรือในกรณีที่ผู้จัดการกองทุนขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนดเนื่องจากคาดการณ์ว่าตราสารจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนสามารถถือครองเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดได้ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในช่วงระยะเวลา 2 เดือนก่อนวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลัก
กองทุนหลักมีอายุโครงการประมาณ 1 ปี และกองทุนจะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติเมื่อครบอายุกองทุนซึ่งคาดว่าจะใกล้เคียงกับวันครบกำหนดอายุกองทุนที่ประมาณการไว้ โดยจะมีการแจ้งวันครบกำหนดอายุกองทุนให้ผู้ถือหน่วยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลักเพื่อยืนยันการเลิกกองทุน ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเลิกกองทุนจะเรียกเก็บจากกองทุนหลัก ในวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลัก หน่วยลงทุนทั้งหมดจะถูกไถ่ถอนและผู้ถือหน่วยที่ถือหน่วยลงทุนจนถึงวันครบกำหนดอายุกองทุนจะได้รับผลตอบแทนตามมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ วันดังกล่าว ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเลิกกองทุนคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ และทยอยตัดจ่ายตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปิดการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกจนถึงวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลัก
ค่าธรรมเนียมของกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 - I, Class C(USD)-Acc :
• ค่าธรรมเนียมการขาย (Subscription Fee) : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.00 ของมูลค่าเงินลงทุน
• ค่าธรรมเนียมการขายคืน (Redemption Fee) : ไม่เรียกเก็บ
• ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2.50 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 0.40 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
• ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ (Trustee Fee) : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2.00 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเรียกเก็บที่ร้อยละ 0.03 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐแรก และเรียกเก็บที่ร้อยละ 0.02 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ขั้นต่ำเดือนละ 1,250 ดอลลาร์สหรัฐ
• ค่าธรรมเนียมการดำเนินการกองทุน (Administration Fee) : สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2.00 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเรียกเก็บที่ร้อยละ 0.03 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐแรก และเรียกเก็บที่ร้อยละ 0.02 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนที่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินการกองทุนขั้นต่ำเดือนละ 1,250 ดอลลาร์สหรัฐ
• ค่าใช้จ่ายรวม (Ongoing Charge) : ประมาณร้อยละ 0.55 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ความเสี่ยงของกองทุนหลัก
1) ความเสี่ยงจากการลงทุน (General investment risk)
การลงทุนมีความเสี่ยง กองทุนหลักไม่ได้รับประกันเงินต้น การลงทุนในกองทุนหลักไม่ได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานภาครัฐเช่นเดียวกับเงินฝาก กองทุนหลักมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ พอร์ตการลงทุนของกองทุนอาจมีมูลค่าลดลงเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆ และอาจส่งผลให้ขาดทุนได้ รวมถึงมูลค่าหน่วยลงทุนอาจสูงขึ้นหรือต่ำลง
2) ไม่มีการรับประกันหรือคุ้มครองเงินได้ ผลตอบแทน หรือเงินลงทุนเริ่มแรก (Neither income, return nor capital of the Fund is guaranteed or protected)
ไม่มีการรับประกันว่าผู้ลงทุนจะได้รับกำไรหรือไม่ขาดทุน ไม่มีการรับประกันเงินได้ ผลตอบแทน หรือเงินทุนเริ่มแรกของกองทุน มูลค่าการลงทุนและเงินได้อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินลงทุนเริ่มแรกคืนในช่วงระหว่างการลงทุนหรือในวันครบกำหนด มูลค่าการลงทุนในกองทุนอาจลดลงได้ ผู้ลงทุนควรเตรียมรับมือกับโอกาสการขาดทุนจากการลงทุน
3) ความเสี่ยงจากอายุโครงการที่จำกัด (Limited duration risk)
กองทุนหลักมีการกำหนดอายุโครงการ และจะเลิกกองทุนอัตโนมัติเมื่อครบอายุโครงการ ซึ่งคาดว่าโครงการมีอายุประมาณ 1 ปี จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนตามระยะเวลาของกองทุนหลัก แม้ว่าผู้ลงทุนของกองทุนหลักจะสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้ก่อนครบอายุโครงการ
ในกรณีที่ผู้ลงทุนของกองทุนหลักมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ จะมีผลกระทบดังนี้
- กองทุนไม่ได้รับประกันเงินได้หรือเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุโครงการ มูลค่าการขายคืนก่อนครบกำหนดอายุโครงการจะขึ้นอยู่กับมูลค่าสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน ดังนั้น เงินค่าขายคืนที่ผู้ลงทุนได้รับอาจต่ำกว่าสูงกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกและไม่มีการรับประกันว่านักลงทุนจะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน
- ราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจถูกปรับลดลงถึงร้อยละ 2 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเริ่มแรกของกองทุน ในกรณีที่มีการขายคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าระดับที่กำหนด
- ขนาดกองทุนที่ลดลงอันเนื่องมาจากการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ จะส่งผลกระทบต่ออัตราค่าธรรมเนียมที่มีการจัดเก็บ โดยจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลตอบแทนของผู้ลงทุน
- การขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลให้กองทุนหลักต้องเลิกกองทุนก่อนครบกำหนดได้ โดยมีรายละเอียดตามข้อ 5 (ความเสี่ยงจากการยกเลิกกองทุนก่อนครบกำหนด)
- การขาดสภาพคล่องของกองทุนอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระเงินค่าขายหรือการหยุดชำระเงินค่าขายคืนแก่ผู้ลงทุน
4) ความเสี่ยงจากการชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดและการนำเงินไปลงทุนต่อ (Prepayment and reinvestment risk)
ผู้ออกตราสารหนี้ (โดยเฉพาะผู้ที่ออกตราสารหนี้ในอัตราดอกเบี้ยสูง) อาจจ่ายคืนเงินก่อนครบกำหนด ซึ่งการชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดอาจทำให้เกิดการขาดทุนในตราสารหนี้ที่ถูกซื้อในราคา Premium การชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดที่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาสำหรับตราสารหนี้ที่ออกขายที่ราคาพาร์อาจทำให้ขาดทุนได้เหมือนกับราคา Premium ที่ไม่ได้ตัดจำหน่าย การจ่ายคืนเงินกู้ก่อนครบกำหนดและการนำเงินสดที่ได้จากการขายตราสารหนี้ที่ผู้จัดการกองทุนคาดว่าจะมีฐานะการเงินแย่ลงไปลงทุนต่อ ทำให้เกิดความเสี่ยงจากตลาดและความไม่แน่นอนในการหาตราสารหนี้ที่ใหผลตอบแทนใกล้เคียงเดิม อาจส่งผลให้ดอกเบี้ยรับและผลตอบแทนของกองทุนลดลงได้
5) ความเสี่ยงจากการเลิกกองทุนก่อนครบกำหนด (Early termination risk)
กองทุนหลักอาจเลิกกองทุนเมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่าง เช่น เมื่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนน้อยกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า หรือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน (Class) น้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า หรือผู้ถือหน่วยลงทุนมีมติพิเศษให้เลิกกองทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับการแจ้งเลิกกองทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเลิกโครงการ ภายหลังการเลิกกองทุน สินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุนจะถูกจำหน่ายและดำเนินการจ่ายคืนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน โดยในช่วงการจำหน่ายและดำเนินการกองทุนอาจมีมูลค่าการลงทุนต่ำกว่าต้นทุนการลงทุน ทำให้ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก อย่างไรก็ตามต้นทุนการเลิกกองทุนที่ถูกตัดจำหน่ายสะสมจนถึงวันเลิกโครงการจะถูกนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเลิกกองทุน และผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกิน
6) ความเสี่ยงจากข้อจำกัดในการซื้อหน่วยลงทุน (Limited subscription risk)
ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาขยายกรอบเวลาในช่วงการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (Initial Offer Period) หรืออาจไม่เสนอขายหน่วยลงทุนเลย ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
- จำหน่ายหน่วยลงทุนในระยะเวลาเสนอขายครั้งแรกได้ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือมูลค่าต่ำสุดอื่นใดตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)
- ผู้จัดการกองทุนมีความเห็นว่ากองทุนนี้ไม่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดตั้งกองทุน โดยเป็นผลมาจากสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยหรืออื่นๆ
ทั้งนี้นักลงทุนจะได้รับแจ้ง ดังนี้
- การขยายกรอบเวลาการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกและการเปลี่ยนวันครบกำหนดโครงการ
- หากผู้จัดการกองทุนตัดสินใจที่จะไม่จัดตั้งกองทุน ผู้ลงทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนทันทีเต็มจำนวน โดยหักค่าธรรมเนียมธนาคารต่างๆ ภายหลังปิดการเสนอขายครั้งแรก
7) ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุนในภูมิภาค (Geographical concentration risk)
กองทุนหลักมีการลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารหนี้ภูมิภาคเอเชีย (รวมทั้งการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่ออกหรือรับรองโดยหน่วยงานในประเทศจีนได้ไม่เกินร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) ทำให้มูลค่าของกองทุนมีความอ่อนไหวต่อ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง นโยบาย การแลกเปลี่ยนต่างประเทศ สภาพคล่อง ภาษี กฎหมาย หรือข้อบังคับต่างๆที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดเอเชีย (โดยเฉพาะในจีน)
8) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ (Risks relating to fixed income instruments)
- ความเสี่ยงด้านเครดิต/ ความเสี่ยงของคู่สัญญา (Credit/ counterparty risk) : กองทุนหลักมีความเสี่ยงด้านเครดิตหรือความเสี่ยงของคู่สัญญาของผู้ออกตราสารหนี้ที่ลงทุน
- ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest rates risk) : โดยทั่วไปราคาตราสารหนี้จะปรับสูงขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลง ในขณะที่ราคาตราสารหนี้จะปรับลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
- ความเสี่ยงด้านความผันผวนและสภาพคล่อง (Volatility and liquidity risk) : ตราสารหนี้ในประเทศตลาดเกิดใหม่อาจมีความผันผวนสูงกว่าและมีสภาพคล่องต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยราคาของตราสารที่ซื้อขายมีความผันผวน ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายอาจจะกว้างและทำให้กองทุนอาจมีต้นทุนในการซื้อขายตราสารอย่างมีนัยสำคัญ
- ความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating downgrading risk) : อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอาจถูกลดอันดับได้ ซึ่งส่งผลกระทบทางด้านลบต่อมูลค่าของกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนอาจจะขายหรือไม่ขายตราสารหนี้ที่ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นได้
- ความเสี่ยงจากอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร (Credit rating risk) : อันดับความน่าเชื่อถือที่ถูกกำหนดโดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อาจจะเผชิญกับข้อจำกัดต่างๆ และไม่รับประกันความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารได้ตลอดเวลา
- ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ (Sovereign debt risk) : กองทุนหลักลงทุนในตราสารที่ออกหรือรับประกันโดยรัฐบาล อาจเผชิญความเสี่ยงด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ รัฐบาลประเทศต่างๆที่เป็นผู้ออกตราสารอาจไม่สามารถหรือไม่ประสงค์ที่จะจ่ายคืนเงินต้น และ/หรือ ดอกเบี้ย เมื่อครบกำหนด หรืออาจส่งคำร้องขอให้กองทุนปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งกองทุนอาจขาดทุนเมื่อมีการผิดนัดชำระจากภาครัฐได้
- ความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่า (Valuation risk) : การประเมินมูลค่าการลงทุนของกองทุนอาจเกี่ยวข้องกับความไม่แน่นอนและการใช้ดุลยพินิจ ซึ่งหากการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
9) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market risk)
กองทุนหลักลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นและมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษมากกว่าการลงทุนในตลาดที่พัฒนาแล้ว อาทิ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงหรือการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน ความแน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ นโยบาย ความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือข้อบังคับและภาษี ความเสี่ยงด้านการชำระราคา ความเสี่ยงในการเก็บรักษาทรัพย์สิน และความผันผวนที่มากกว่า
10) ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน (Concentration risk)
กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทำให้มูลค่าของกองทุนอาจมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อกองทุนและผู้ลงทุนได้
11) ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency and foreign exchange risk)
กองทุนหลักอาจจัดตั้งชนิดหน่วยลงทุน (Class) ในสกุลเงินอื่น กองทุนอาจลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์ที่อยู่ในสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินหลักหรือสกุลเงินในชนิดหน่วยลงทุนนั้นๆ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอาจได้รับผลกระทบทางลบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินต่างๆ และจากการเปลี่ยนแปลงในการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน
12) ความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและการป้องกันความเสี่ยง (Derivatives and hedging risk)
ผู้จัดการกองทุนอาจใช้ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่จะไม่ใช้เพื่อการลงทุน กองทุนไม่มีการรับประกันว่าการใช้กลยุทธ์ เทคนิค และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจะทำให้ความเสี่ยงของกองทุนหมดไปอย่างมีประสิทธิภาพ การป้องกันความเสี่ยงอาจไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เป็นผล ในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์กองทุนอาจขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญได้
13) ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข (Contingent convertibles risk)
- หุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข (Contingent convertibles bonds) เป็นตราสารหนี้ชนิดหนึ่งที่ออกโดยสถาบันการเงิน ซึ่งอาจถูกแปลงเป็นตราสารทุน หรือถูกบังคับให้ปรับลดเงินต้นหากเกิดเหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ล่วงหน้า โดยทั่วไปเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของผู้ออกตราสาร เมื่อตลาดอยู่ในภาวะวิกฤต สภาพคล่องของผู้ออกตราสารอาจแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาจต้องลดราคาลงอย่างมากเพื่อขายหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข
- หุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข มีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้หรือหุ้นกู้แปลงสภาพทั่วไป และตราสารทุนบางประเภท เนื่องจากการจ่ายคูปองอาจถูกพิจารณาและถูกยกเลิกได้ทุกเวลาด้วยเหตุผลต่างๆ
การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2021 - I (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด ไม่มีข้อมูล · นโยบายปันผลงวด 7 ก.ค. 2563
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- ไม่มีข้อมูล
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- ไม่มีข้อมูล
- ขายคืนขั้นต่ำ
- ไม่มีข้อมูล
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- ไม่มีข้อมูล
SEC Open Data · Factsheet มีผล 7 ก.ค. 2563 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ไม่มีข้อมูล
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- ไม่มีข้อมูล
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | เพิ่มขึ้น +1.15% | ไม่มีข้อมูล | 30 มิ.ย. 2564 | 30 ก.ค. 2564 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +1.32% | ไม่มีข้อมูล | 30 เม.ย. 2564 | 30 ก.ค. 2564 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +1.67% | ไม่มีข้อมูล | 29 ม.ค. 2564 | 30 ก.ค. 2564 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +1.35% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2563 | 30 ก.ค. 2564 |
| 1Y | เพิ่มขึ้น +1.68% | เพิ่มขึ้น +1.56% | 3 ก.ค. 2563 | 30 ก.ค. 2564 |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
ไม่มีข้อมูล
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings