KF70-THAIESGX-L
กองทุนเปิดกรุงศรี 70/30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ
Krungsri 70/30 Thailand ESG Extra Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย9 ก.ค. 2569 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +2.08%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 20:56:07.828000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ผสม
- ความเสี่ยง
- ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
- นโยบายปันผล
- มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) · งวด 31 ส.ค. 2569
ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569
ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569
นโยบายการลงทุน
1. กองทุนมีนโยบายลงทุนในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังนี้ และมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.1 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.1.1 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
1.1.2 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
1.1.3 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้
(1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
(2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ
(2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่า ของกิจการ (corporate value up plan)
(2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ
(2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต.
(2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตาม 1.1.2
(3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด และ/หรือ
1.1.4 หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้
(1) เป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว และ
(2) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
อย่างไรก็ตาม กองทุนจะมีการลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกจากทรัพย์สินตามข้อ 1.1 ข้างต้น ในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นหรือตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีเกินกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.2 ตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้
1.2.1 ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้
(1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
(2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
1.2.2 พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือ พันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
1.3 โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืนที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะระบุลักษณะและรายละเอียดของโทเคนดิจิทัลกลุ่มความยั่งยืนที่จะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อไป
กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินตามข้อ 1.1 - 1.3 รวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีมีมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะลงทุนในทรัพย์สินตามข้อ 1.1 โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. ส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน เงินฝากและ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ศุกูก ใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ ตราสาร Basel III ทองคำ น้ำมันดิบ สินค้าโภคภัณฑ์ หน่วย private equity หน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วย CIS หน่วยลงทุนของกองทุนอสังหาริมทรัพย์ / REITs หน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infra) หรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้ลงทุนได้ และกองทุนอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
3. กองทุนอาจจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – investment grade) หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (Unlisted securities) โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured note) โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงาน ก.ล.ต.
4. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (กองทุนปลายทาง) ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้องและ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ กองทุนปลายทางสามารถลงทุนต่อในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และไม่อนุญาตให้กองทุนปลายทางและกองทุนรวมอื่น ลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้
5. ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงิน (Fx hedging) หรือไม่ก็ได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (Dynamic hedging) ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวการณ์ของตลาดและปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของอัตราแลกเปลี่ยน หรือค่าใช้จ่าย เป็นต้นตามความเหมาะสมในแต่ละขณะ
นอกจากนี้ กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (efficient portfolio management) ซึ่งรวมถึงการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ได้แก่ การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ย / อัตราแลกเปลี่ยน / credit เช่น credit rating หรือ credit event และ/หรือทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ ซึ่งพิจารณาจากสภาวะการณ์ของตลาด กฎระเบียบ หรือข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น แนวโน้มและทิศทางราคาของหลักทรัพย์ที่ลงทุน การคาดการณ์เหตุการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญของกองทุน และค่าใช้จ่ายในการเข้าทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น ทั้งนี้ หากสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามคาด หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดหวัง หรือขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตามบริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ มีการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้
6. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย ทั้งนี้โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม
(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือเพื่อรอการลงทุนทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน :
กองทุนมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: “E”) หรือ สังคม (Social: “S”) หรือ ความยั่งยืน (“ESG”) อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้ 1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้ - หุ้นของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) และ/หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings) ซึ่งแบ่งระดับการประเมินออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ AAA AA A และ BBB ตามคะแนนที่ได้รับ ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่มีผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ตั้งแต่ BBB ขึ้นไป ต้องมีผลคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนอย่างน้อย 50% ในแต่ละมิติ (มิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม) และต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ผลการประเมินคุณภาพรายงานด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance Reporting หรือ CGR) ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป ผลประกอบการด้านกำไรสุทธิและส่วนของผู้ถือหุ้น ผลการกำกับดูแลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียนและการไม่สร้างผลกระทบด้าน ESG การเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ถูกขึ้น เครื่องหมาย CB CS CC และ CF เป็นต้น จึงแสดงถึงแนวคิดของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ว่าเป็นบริษัทที่มีการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) พร้อมรับมือกับปัจจัยการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน จากที่กล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า หุ้นกลุ่มนี้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุนแล้ว และ/หรือ - หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ จากการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน และ/หรือ - หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่า ที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (CVUP) ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ - หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่า และเป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว 2. พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) เพื่อสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินระดมทุน ที่ให้ความสำคัญและคำนึงถึงผลกระทบของสิ่งแวดล้อม สังคม และความโปร่งใส (“ESG”) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่จะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs) 3. โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืนที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) โดย investment token ดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์การระดมทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมความยั่งยืน รวมถึงการประเมินความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลัก United Nations Sustainable Development Goals (UN SDGs)
เป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ต้องการบรรลุ :
กองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบเฉพาะเจาะจง โดยมุ่งลงทุนในหุ้นที่มี ESG ratings อยู่ในระดับ BBB ขึ้นไปจากการประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลและตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่าที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (CVUP) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่าที่เป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือมุ่งเน้นลงทุนในตราสารที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน เพื่อสนับสนุนผู้ออกตราสารที่มีการดำเนินงานโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนการลงทุนด้านความยั่งยืนของประเทศไทย รวมถึงอาจพิจารณาลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืนที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ที่มีวัตถุประสงค์การระดมทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมความยั่งยืน กองทุนมุ่งลงทุนในหลักทรัพย์ ตามข้างต้นจากทุกกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยผู้ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนในภาพรวม และ/หรือในตราสารที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนเพื่อเป็นการสนับสนุนการลงทุนด้านความยั่งยืนของประเทศไทย
กรอบการลงทุน (Investment Universe) :
กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: “E”) หรือ สังคม (Social: “S”) หรือ ความยั่งยืน (“ESG”) โดย Investment Universe ของกองทุนจะไม่ลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามข้างต้น คือ เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) และ/หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูล และตั้งเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่าที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (CVUP) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่าที่เป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีการลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกจากหุ้นหรือตราสารทุนที่ระบุไว้ใน “รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนและลักษณะพิเศษ” ตามข้อ 1.1 ในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นหรือตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีเกินกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน นอกจากนี้ กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย และ/หรือตราสารหนี้อื่นๆ ที่เป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) ตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) และ/หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืนที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือ ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ตามข้างต้นได้ โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ และคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG ภายในบริษัทจัดการเอง โดยมีรายละเอียดในหัวข้อถัดไป
กลยุทธ์การลงทุน :
กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: “E”) หรือ สังคม (Social: “S”) หรือ ความยั่งยืน (“ESG”) โดยใช้กลยุทธ์การลงทุนที่ครอบคลุมทั้งการคัดเลือกหลักทรัพย์และ/หรือตราสารที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน การคัดกรองหลักทรัพย์ที่ไม่พึงประสงค์ออกจาก Investment Universe การเลือกลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือตราสารที่ดำเนินธุรกิจสอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุน รวมไปถึงการนำปัจจัยด้านความยั่งยืนมาใช้ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์ ดังนี้
Negative Screening
บริษัทจัดการจะทำการคัดกรองหลักทรัพย์ที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (Investment Universe) โดยขึ้นอยู่กับว่าในช่วงเวลานั้นๆ บริษัทจัดการให้น้ำหนักในด้านใด เช่น หากเป็นช่วงเวลาที่บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาลก็จะไม่นำหลักทรัพย์ที่มีธรรมาภิบาลบกพร่องมาอยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือทรัพย์สินที่มีรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธสงคราม สื่อลามก และการพนันรวมกันเกิน 15% ของรายได้ต่อปีตามข้อมูลรายได้ที่แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุดของกิจการนั้น ซึ่งเผยแพร่บนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
Positive Screening
สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้ จะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social, and Governance: ESG) ประกอบกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร
ESG Integration
บริษัทจัดการนำข้อมูลทั้งด้านการเงิน และด้านความยั่งยืนมาใช้ในการวิเคราะห์หลักทรัพย์อย่างเป็นระบบ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุน
Thematic
บริษัทจัดการอาจเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการดำเนินการสอดคล้องกับแบบแผนความยั่งยืนตามนโยบายกองทุน โดย ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาจมีการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสากรรมหนึ่งได้
กองทุนอาจเลือกใช้ทุกกลยุทธ์ หรือเลือกใช้กลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งได้ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการตามสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เพื่อให้การลงทุนด้านความยั่งยืนเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
บริษัทจัดการมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนตามกระบวนการลงทุนภายใน ซึ่งครอบคลุมถึงปัจจัยต่างๆ ทั้งด้านเชิงคุณภาพ และ เชิงปริมาณ โดยพิจารณาถึงการวิเคราะห์ด้านภาวะเศรษฐกิจ ภาวะอุตสาหกรรม และปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ลงทุน เช่น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร สถานะทางการเงิน การประเมินมูลค่าหุ้น และแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทจัดการมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้าน ESG การคัดเลือกหลักทรัพย์สำหรับการลงทุนจึงได้นำหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG ซึ่งคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) สังคม (Social) และ การกำกับดูแลกิจการที่ดี (Governance) เข้ามาพิจารณาผสมผสานกับการวิเคราะห์ด้านปัจจัยพื้นฐานทางธุรกิจด้วย โดยหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้าน ESG มีดังต่อไปนี้
หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ที่มีลักษณะดังนี้
1. หุ้นที่ได้รับการคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET ESG Ratings) ที่อยู่ในระดับ BBB ขึ้นไป ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่มีผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ตั้งแต่ BBB ขึ้นไป ต้องมีผลคะแนนจากการตอบแบบประเมินความยั่งยืนอย่างน้อย 50% ในแต่ละมิติ (มิติเศรษฐกิจและบรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม) และต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ผลการประเมินคุณภาพรายงานด้านบรรษัทภิบาล (Corporate Governance Reporting หรือ CGR) ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป ผลประกอบการด้านกำไรสุทธิและส่วนของผู้ถือหุ้น ผลการกำกับดูแลในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติของบริษัทจดทะเบียนและการไม่สร้างผลกระทบด้าน ESG การเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ถูกขึ้น เครื่องหมาย CB CS CC และ CF เป็นต้น จึงแสดงถึงแนวคิดของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ว่าเป็นบริษัทที่มีการนำแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการดำเนินธุรกิจ โดยคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risks) พร้อมรับมือกับปัจจัยการเปลี่ยนแปลงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน จากที่กล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นว่า หุ้นกลุ่มนี้ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุนแล้ว
SET ESG Ratings จะมีการประเมินบริษัทจดทะเบียนที่สมัครใจเข้าร่วมตอบแบบประเมินความยั่งยืนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“ตลาดหลักทรัพย์ฯ”) โดยบริษัทจดทะเบียนที่จะได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ต้องผ่านเกณฑ์ 1) และ 2) ได้แก่
1) เกณฑ์คะแนนจากการประเมินความยั่งยืน:
ต้องมีคะแนนจากการตอบแบบประเมินตั้งแต่ 50% ของคะแนนเต็มในแต่ละมิติ (มิติเศรษฐกิจและ บรรษัทภิบาล สิ่งแวดล้อม และสังคม) โดยมีการถ่วงน้ำหนักของคะแนนตามประเด็นที่เป็น สาระสำคัญตามกลุ่มอุตสาหกรรม (Industry Weightings) ในแต่ละมิติ นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการทบทวนและปรับปรุงแบบประเมินเป็นประจำทุกปี ให้มีความสอดคล้องกับบริบทและเทรนด์ด้าน ESG ที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับสากลและระดับประเทศ
2) เกณฑ์ด้านคุณสมบัติ
ต้องผ่านคุณสมบัติอื่น ๆ เช่น เป็นบริษัทที่มีผลการประเมินคุณภาพรายงานด้านบรรษัทภิบาล (CGR) ตั้งแต่ 3 ดาวขึ้นไป ไม่เป็นบริษัทหรือมีกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัทที่ถูกกล่าวโทษหรือ ได้รับการตัดสินความผิดเรื่อง ESG จากทางการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่เป็นบริษัทที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย CB CC CF CS เป็นต้น
ระดับการจัดอันดับ
AAA: คะแนนรวม 90-100
AA: คะแนนรวม 80-89
A: คะแนนรวม 65-79
BBB: คะแนนรวม 50-64
และ/หรือ
2. หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ
3. หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่า ที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (CVUP) ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือ
4. หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่ได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่า และเป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนการดำเนินงานตามโครงการดังกล่าวแล้ว และ/หรือ
5. หลักทรัพย์ที่ผ่านกระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนด้วยวิธี และกระบวนการภายในของบริษัทจัดการเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน
การลงทุนในตราสารหนี้ กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้น เงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability –linked bond) เพื่อสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับการใช้เงินระดมทุน ที่ให้ความสำคัญและคำนึงถึงผลกระทบของสิ่งแวดล้อม สังคม และความโปร่งใส (“ESG”) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่น โครงการสนับสนุนเป้าหมายการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนแปลงด้านสภาพภูมิอากาศ โครงการสนับสนุนการลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน โครงการทางด้านสาธารณสุข โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจ เป็นต้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนขององค์กรสหประชาชาติ Sustainable Development Goals (SDGs)
สำหรับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืนที่ออกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) โดย investment token ดังกล่าวต้องมีวัตถุประสงค์การระดมทุนเพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรือโครงการที่ส่งเสริมความยั่งยืน รวมถึงการประเมินความสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามหลัก United Nations Sustainable Development Goals (UN SDGs) เช่น โครงการที่สนับสนุนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาจาก White Paper ซึ่งเป็นเอกสารเกี่ยวกับโครงการ รูปแบบธุรกิจ แผนการเสนอขาย และวัตถุประสงค์การระดมทุนที่ผู้ออก investment token เผยแพร่เพื่อประกอบการเสนอขาย และให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
บริษัทจัดการมีการประเมินและผนวกปัจจัยทางด้าน ESG ควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการเงิน ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ ตามหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ข้างต้น และได้นำมาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์การลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ มีกระบวนการดังต่อไปนี้
สำหรับการลงทุนในตราสารทุน
กลยุทธ์ในการบริหารกองทุนด้านตราสารทุนสำหรับกระบวนการลงทุนภายในของบริษัทจัดการที่เน้นเสมอมา คือการเลือกลงทุนเป็นรายหลักทรัพย์ (Stock Selection) ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัทจดทะเบียนที่จะลงทุนอย่างสม่ำเสมอในลักษณะ One-on-One Meeting โดยไม่มีนักวิเคราะห์หรือเจ้าหน้าที่การตลาดจากบริษัทหลักทรัพย์อยู่ด้วย ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลที่นำมาใช้ทำการวิเคราะห์ประกอบการตัดสินใจลงทุน เป็นข้อมูลที่ถูกต้องจากผู้ประกอบการโดยตรง การวิเคราะห์หลักทรัพย์ประกอบด้วยการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (อุตสาหกรรม ผู้บริหาร การดำเนินงาน ESG เป็นต้น) การวิเคราะห์เชิงปริมาณ (ฐานะการเงิน ความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน เป็นต้น) และการประเมินมูลค่าหุ้น (ประมาณการผลประกอบการ 3 ปี DCF/เปรียบเทียบกับคู่แข่ง เป็นต้น) โดยบริษัทจัดการมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้าน ESG โดยให้ความสำคัญในการนำปัจจัยเรื่อง ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์ และทำ Negative Screening คัดกรองหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาด้าน ESG ออกไปจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่จะลงทุนได้ (Investment Universe) และมีการติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทที่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ตลอดเวลา เพื่อให้มั่นใจได้ว่ารายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้จะประกอบด้วยหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ทั้งก่อน และหลังลงทุน
ซึ่งบริษัทจัดการจะให้ความสำคัญกับ ESG ในทุกด้าน อาจเน้นด้านใดด้านหนึ่งได้ขึ้นอยู่กับสภาวการณ์ในขณะนั้นๆ เช่น กรณีที่ตลาดให้ความสำคัญในเรื่องการกำกับดูแลกิจการหรือการเป็นบรรษัทภิบาลที่ดี (Governance) บริษัทจัดการก็จะให้ความสำคัญในด้าน Governance มากกว่าด้านอื่น
โดยที่มาของข้อมูลที่ใช้ประกอบการประเมินความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนต่างๆได้แก่
1. ข้อมูลที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชม และพบปะผู้บริหารของบริษัท (Company Visit)
2. ข้อมูลอื่นๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ อาทิเช่น 56-1 One Report เป็นต้น
3. ข้อมูลที่ได้รับจากการส่งแบบสอบถามด้าน ESG (ESG Questionnaires) ซึ่งบริษัทจัดการได้ส่งไปยังทุกบริษัทภายใต้ Universe การลงทุน เป็นรายปี
ก่อนการลงทุน
หลังการลงทุน
ศึกษาประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ก่อนการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหารของบริษัท (company visit) โดยใช้แหล่งข้อมูลต่างๆ เช่น รายงานประจำปี คะแนน IOD ข้อมูลกรรมการ เป็นต้นติดตามประเด็นด้าน ESG ของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอนำประเด็นด้าน ESG และข้อมูลวิเคราะห์บริษัทที่ได้จากการเข้าเยี่ยมชมพบปะผู้บริหาร อาทิเช่น ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด อัตราการทำกำไร การประเมินมูลค่าหุ้นและแนวโน้มผลการดำเนินงาน เป็นต้น นำเสนอต่อคณะกรรมการด้านการลงทุน (Investment Committee : IC)นำข้อมูลของหลักทรัพย์ ESG ที่อยู่ในกรอบการลงทุนตามที่ระบุไว้ในนโยบายการลงทุน ที่ได้จากการทำ ESG Due Diligence Questionnaire มาร่วมพิจารณาการให้คะแนน ESG เพื่อให้มั่นใจได้ว่าข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทที่ลงทุนอยู่เป็นปัจจุบันเสมอ
สำหรับการลงทุนในตราสารหนี้
บริษัทจัดการจะมีกระบวนการในการวิเคราะห์ตราสาร โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ซึ่งอาจครอบคลุมถึงฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน หรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร เป็นต้น โดยพิจารณาจากข้อมูลที่มีการเปิดเผย เช่น วัตถุประสงค์ในการระดมทุน กรอบนโยบายหรือแผนงานทางด้าน ESG รายงานการจัดสรรเงินระดมทุน เป็นต้น
การอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สอดคล้องกับความยั่งยืน
ดัชนีชี้วัด (Benchmark) ของกองทุน ซึ่งใช้สำหรับชี้วัดผลการดำเนินงาน (“Performance Benchmark”) และชี้วัดด้านความยั่งยืน (“Reference ESG Benchmark”) ของกองทุน ประกอบไปด้วย
1. ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) สัดส่วนร้อยละ 70
2. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วนร้อยละ 15
3. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปีของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วนร้อยละ 15
กองทุนใช้ดัชนี SET TRI เนื่องจากดัชนี SET TRI เป็นดัชนีที่สะท้อนความเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทั้งหมด ซึ่งรวมถึงหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยคํานึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environment, Social and Governance หรือ ESG) และมีการบริหารจัดการเพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่องค์กร อีกทั้ง กองทุนใช้ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุนในตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน และใช้ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลอายุไม่เกิน 1 ปีของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยกองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ดังกล่าวที่นอกเหนือจากตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) ได้ที่
https://www.set.or.th/th/market/index/set/overview
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ได้ที่
http://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนและ/หรือประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี)
เนื่องจากกองทุนมีกรอบการลงทุนในตราสารทุน หรือหุ้นของบริษัทที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่าที่มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (CVUP) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับคะแนน CGR ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไปหรือเทียบเท่าที่เป็นหุ้นในโครงการส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าของบริษัทจดทะเบียน (JUMP+) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่เน้นกลุ่มความยั่งยืน ESG Bond (Green Bond Sustainability Bond และ Sustainability-Linked bond) รวมถึง โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน จึงอาจทำให้กองทุนไม่สามารถลงทุนในหุ้นของบริษัทอื่นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดี (พิจารณาจากฐานะการเงิน ความสามารถในการทำกำไร เป็นต้น โดยกระบวนการพิจารณาจะดำเนินการตามหัวข้อกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น) แต่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์การลงทุนด้านความยั่งยืน หรือตราสารหนี้ทั่วไปที่อาจให้ผลตอบแทนดีกว่าของผู้ออกที่มีคุณสมบัติเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน :
ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน
- กองทุนมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
- ความเสี่ยงจากการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) ทำให้กองทุนเสียโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไปที่อาจให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง อาจเกิดจากการที่กองทุนไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องด้วยหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารที่ผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืนอาจมีจานวนจำกัดหรือมีสภาพคล่องในการซื้อขายต่ำ
- ความเสี่ยงจากการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี การลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ผู้ลงทุนต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในคู่มือการลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนในกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ และซื้อหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กรมสรรพากรและ/หรือหน่วยงานของทางการประกาศกำหนด จึงเป็นผู้มีสิทธิได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยนำเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนไปขอยกเว้นภาษีเงินได้ และผู้ลงทุนจะต้องคำนึงถึงเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยหากผู้ลงทุน มีรายการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนเงื่อนไขดังกล่าว จะต้องเสียสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีและจะต้องชำระคืนเงินภาษีที่ได้รับลดหย่อน เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มให้แก่กรมสรรพากร
ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน
- เนื่องจากกองทุนยังอาศัยข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอกเพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารซึ่งอาจทำให้มีความเสี่ยง เช่น ข้อมูลไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ทันที โดยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะเกิดขึ้นกับหุ้นของบริษัทที่อยู่ในรายชื่อหุ้นที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลทำให้หุ้นของบริษัทดังกล่าวไม่อยู่ในกรอบ ESG อีกต่อไป หรือข้อมูลของตราสารไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง เป็นต้น
- ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารที่อาจไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด เช่น การลงทุนในตราสารที่ผู้ออกตราสารไม่มีอำนาจควบคุม หรือกรณีคู่ค้าของผู้ออกตราสาร (ผู้ขายสินค้า ผู้รับจ้าง และหรือผู้ให้บริการ) อาจมีการปฏิบัติไม่เป็นไปตามกรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนที่นอกเหนือไปจากการรับรู้ของบริษัทจัดการ
แนวทางดำเนินการและมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ :
กระบวนการติดตามและตรวจสอบ
บริษัทจัดการจะทำการประเมินและทบทวนกระบวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุนที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนในการมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: “E”) หรือ สังคม (Social: “S”) หรือ ความยั่งยืน (“ESG”)
- สำหรับการลงทุนในตราสารทุน บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ในรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Stock Universe) อย่างต่อเนื่อง โดยจะทบทวนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรืออาจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
- ในส่วนของการลงทุนในตราสารหนี้อาจดำเนินการดังนี้
1. การมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสาร (Issuer Engagement): กองทุนอาจดำเนินการติดต่อสื่อสารกับผู้ออกตราสารเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ การบริหารจัดการเงินที่ได้จากการออกตราสาร และผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่ระบุไว้
2. การติดตามและประเมินผลการใช้เงิน (Monitoring and Reporting): กองทุนจะติดตามการรายงานการใช้เงินจากผู้ออกตราสารอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาว่าการดำเนินโครงการมีความคืบหน้าและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนหรือไม่ ทั้งนี้ กองทุนอาจให้ความสำคัญกับผู้ออกตราสารที่มีการเปิดเผยรายงานผลการใช้เงิน (Impact Report หรือ Allocation Report) ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
โดยจะมีการทบทวนตราสารเป็นรายปี
การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข
- การลงทุนในตราสารทุน ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุน ภายใน 1 ปีหลังจากที่ตรวจพบว่าการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ข้อกำหนดตามข้างต้นจะไม่นับช่วงระยะเวลาที่กองทุนอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เนื่องจากผู้ประเมินแต่ละรายมีเกณฑ์และน้ำหนักคะแนนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่ไม่เหมือนกัน หากมีเงื่อนไขเวลาในช่วงการเปลี่ยนผู้ประเมิน อาจทำให้บริษัทจัดการต้องเร่งนำหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ของผู้ประเมินรายเดิม แต่ไม่ผ่านเกณฑ์ของผู้ประเมินรายใหม่ออกในช่วงเวลาที่ตลาดไม่เอื้ออำนวย ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อพอร์ตการลงทุนของกองทุน อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการเปลี่ยนแปลงผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนแล้วเสร็จ แล้วพบว่าการลงทุนด้านความยั่งยืนไม่เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนโดยไม่ชักช้า
- การลงทุนในตราสารหนี้ ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่เหมาะสมหลังจากที่ตรวจพบว่าการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ ซึ่งบริษัทจัดการพิจารณาแล้วว่ากรอบระยะเวลาในการแก้ไขพอร์ตการลงทุนดังกล่าวเหมาะสมและจะเป็นประโยชน์ต่อกองทุน เนื่องด้วยสาเหตุของการทำให้ตราสารไม่สอดคล้องกับความยั่งยืน ผลกระทบ สภาพคล่องของตราสาร สภาะตลาด ซึ่งอาจต้องมีขั้นตอนการปรับแก้ไขภายในระยะเวลาหนึ่งซึ่งยังมีความเหมาะสม และเป็นประโยชน์สูงสุดกับกองทุน
แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข
ในกรณีที่หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Stock Universe มีข่าว หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี ทีมผู้จัดการกองทุน และนักวิเคราะห์จะติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีข่าวดังกล่าวเพื่อสอบถามถึงสาเหตุ แนวทางแก้ไข รวมถึงสอบถามถึงประเด็นอื่นๆ และอาจมีการเสนอแนะแนวทางการกำกับกิจการที่ดี ที่ผู้บริหารพึงกระทำ ให้บริษัทที่มีข่าวพิจารณาเป็นแนวทางการดำเนินกิจการอย่างยั่งยืน นอกจากการพบปะผู้บริหารเป็นการส่วนตัวแล้ว บริษัทจัดการอาจมีการร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่น เข้าร่วมพบปะผู้บริหารเพื่อให้บริษัทที่มีข่าวได้เห็นถึงความสำคัญของประเด็นข้อกังวล วัตถุประสงค์เพื่อการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นต่อไป หากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าบริษัทไม่สามารถ หรือไม่มีความพยายามแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วพอ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นดังกล่าว และนำหลักทรัพย์นั้นๆออกจากรายชื่อหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้
ในส่วนของตราสารหนี้ หากพบว่ามีความเสี่ยงที่วัตถุประสงค์การใช้เงินไม่สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด กองทุนอาจดำเนินการสอบถาม ติดตาม หรือแสดงความเห็นต่อผู้ออกตราสาร และในกรณีที่พบว่าผู้ออกตราสารมีการเบี่ยงเบนจากวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนด หรือมีการดำเนินโครงการที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทย กองทุนอาจพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมต่อไป เช่น การเข้าหารือเพิ่มเติม หรือการพิจารณาปรับลดสัดส่วนการลงทุนในผู้ออกตราสารดังกล่าวตามหลักเกณฑ์ของกองทุน
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- -8.50%
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- 2 เดือน
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 0 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ปิดรับคำสั่งซื้อ และเปิดให้สับเปลี่ยนเข้าได้เฉพาะ "หน่วยลงทุนชนิดเงินลงทุนเดิม" ของกองทุน ThaiESGX เท่านั้น
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ทุกวันทำการ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+3 คือ3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -1.07% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +2.08% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ค. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +7.00% | ไม่มีข้อมูล | 9 เม.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +14.96% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 1Y | เพิ่มขึ้น +12.20% | เพิ่มขึ้น +12.00% | 3 ต.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
| Metric ที่รายงาน | ช่วง | วันงวด | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 0.0000 | 2.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.6000 | 2.1400 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 2.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 0.0000 | 2.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 0.0000 | 2.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee) | 0.0000 | 0.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 1.8000 | 4.6500 | 31 ส.ค. 2569 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก 2.00 กรณีภายในบริษัทจัดการ 2.00 ยังไม่เรียกเก็บ กรณีสับเปลี่ยนไปยังบริษัทจัดการอื่น 2.00 (โดยมีขั้นต่ำ 200 บาท ต่อ 1 รายการ) ยังไม่เรียกเก็บ หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าปรับกรณีขายคืนและสับเปลี่ยนออกก่อนระยะเวลาที่กำหนด เฉพาะกรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษด้วยกัน ทั้งภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการและบริษัทจัดการอื่น (เฉพาะชนิดหน่วยลงทุนที่เปิดให้บริการเท่านั้น) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): (1) หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง (2) ค่าตอบแทนแก่ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (trailer fee) เป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมการจัดการ
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก 2.00 กรณีภายในบริษัทจัดการ 2.00 ยังไม่เรียกเก็บ กรณีสับเปลี่ยนไปยังบริษัทจัดการอื่น 2.00 (โดยมีขั้นต่ำ 200 บาท ต่อ 1 รายการ) ยังไม่เรียกเก็บ หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าปรับกรณีขายคืนและสับเปลี่ยนออกก่อนระยะเวลาที่กำหนด เฉพาะกรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษด้วยกัน ทั้งภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการและบริษัทจัดการอื่น (เฉพาะชนิดหน่วยลงทุนที่เปิดให้บริการเท่านั้น) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก 2.00 กรณีภายในบริษัทจัดการ 2.00 ยังไม่เรียกเก็บ กรณีสับเปลี่ยนไปยังบริษัทจัดการอื่น 2.00 (โดยมีขั้นต่ำ 200 บาท ต่อ 1 รายการ) ยังไม่เรียกเก็บ หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าปรับกรณีขายคืนและสับเปลี่ยนออกก่อนระยะเวลาที่กำหนด เฉพาะกรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษด้วยกัน ทั้งภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการและบริษัทจัดการอื่น (เฉพาะชนิดหน่วยลงทุนที่เปิดให้บริการเท่านั้น) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก 2.00 กรณีภายในบริษัทจัดการ 2.00 ยังไม่เรียกเก็บ กรณีสับเปลี่ยนไปยังบริษัทจัดการอื่น 2.00 (โดยมีขั้นต่ำ 200 บาท ต่อ 1 รายการ) ยังไม่เรียกเก็บ หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าปรับกรณีขายคืนและสับเปลี่ยนออกก่อนระยะเวลาที่กำหนด เฉพาะกรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษด้วยกัน ทั้งภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการและบริษัทจัดการอื่น (เฉพาะชนิดหน่วยลงทุนที่เปิดให้บริการเท่านั้น) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก 2.00 กรณีภายในบริษัทจัดการ 2.00 ยังไม่เรียกเก็บ กรณีสับเปลี่ยนไปยังบริษัทจัดการอื่น 2.00 (โดยมีขั้นต่ำ 200 บาท ต่อ 1 รายการ) ยังไม่เรียกเก็บ หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขาย และ/หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อน บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าปรับกรณีขายคืนและสับเปลี่ยนออกก่อนระยะเวลาที่กำหนด เฉพาะกรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษด้วยกัน ทั้งภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการและบริษัทจัดการอื่น (เฉพาะชนิดหน่วยลงทุนที่เปิดให้บริการเท่านั้น) โดยเป็นไปตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): (1) หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง (2) ค่าตอบแทนแก่ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (trailer fee) เป็นส่วนหนึ่งของค่าธรรมเนียมการจัดการ
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
แสดงประวัติเท่าที่ต้นทางเผยแพร่ อาจยังไม่ครบทุกช่วง
| วัน XD / ปิดทะเบียน | วันจ่ายเงิน | บาท/หน่วย | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| วันที่ตามประวัติ: 18 มิ.ย. 2569 | ไม่มีข้อมูล | 0.3000 | บลจ.กรุงศรี ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| พันธบัตรรัฐบาลส่งเสริมความยั่งยืน ใน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่1 | 16.51 | 31 ส.ค. 2569 |
| พันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืนสำหรับบริหารหนี้ให้กู้ต่อในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ครั้งที่ 1 | 12.95 | 31 ส.ค. 2569 |
| บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส | 4.25 | 31 ส.ค. 2569 |
| บมจ.ปตท. | 3.35 | 31 ส.ค. 2569 |
| บมจ.เอสซีบี เอกซ์ | 3.33 | 31 ส.ค. 2569 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings