อื่น ๆจดทะเบียนชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ

KKP GC-UI-R

กองทุนเปิดเคเคพี โกลบอล เครดิต ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

KKP GLOBAL CREDIT FUND NOT FOR RETAIL INVESTORS · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เกียรตินาคินภัทร จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
KKP GC-UI-R10.633810.685210.736710.788110.8395KKP GC-UI-R: 2026-07-07 ถึง 2026-10-072026-07-072026-10-07
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

7 ก.ค. 2569 – 7 ต.ค. 2569 · Price return สะสม ลดลง -0.95%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 7 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 03:30:57.696000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
อื่น ๆ
ความเสี่ยง
สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือน วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี · งวด 31 ส.ค. 2569

ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

1. กองทุนเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนประเภท Feeder Fund ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหลักในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว คือ Oaktree (Lux.) III – Oaktree Global Credit Fund (“กองทุนหลัก”) ซึ่งลงทุนในตราสารทั่วโลก เช่น ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง (high yield bonds) เงินกู้ไม่ด้อยสิทธิ (senior loans) หุ้นกู้แปลงสภาพ (convertibles) ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ (real estate debt securities structured credit) ตราสารหนี้ของประเทศกำลังพัฒนา (emerging markets debt) และอาจรวมถึงการลงทุนในกลยุทธ์ใหม่ ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยกองทุนมีนโยบายการลงทุนซึ่งส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

2. สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมและ/หรือกองทุน ETF และ/หรือกองทุน CIS และ/หรือกองทุน Property และ/หรือ กองทุน Infra และ/หรือกองทุน Private equity และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบทั้งในและ/หรือต่างประเทศ

3. กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทาง ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นนั้นมีการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด โดยกองทุนรวมที่มีผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นกองทุนรวมอื่นที่อยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ต้องไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังต่อไปนี้

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

(1) กองทุนรวมอื่นที่เป็นผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าว

(2) กองทุนรวมที่เป็นผู้ถือหน่วยของกองทุนรวมอื่นตาม (1)

ในกรณีที่มีการลงทุนในกองทุนรวมอื่นภายใต้ บลจ. เดียวกัน (Cross Investing Fund) มิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนรวมปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนรวมต้นทางลงมติให้กองทุนรวมปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ

ทั้งนี้ การลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือกฎหมายอื่นใดที่เกี่ยวข้อง หรือประกาศอื่นใดที่เกี่ยวข้อง และ/หรือที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต

4. กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศโดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ (ระหว่างร้อยละ 0-105 ของมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่) โดยบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนตามสภาวการณ์ตลาดหรือเมื่อบริษัทจัดการเห็นสมควร อาทิ ในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มอ่อนค่าลง ต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เหมาะสม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกามีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น และต้นทุนการป้องกันความเสี่ยงอยู่ในระดับที่เหมาะสม บริษัทจัดการอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ลดลง ดังนั้น กองทุนจึงยังคงมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอยู่ ซึ่งอาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนหรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ นอกจากนี้ การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าวอาจมีต้นทุน ซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) ได้ไม่เกินมูลค่าความเสี่ยงที่มีอยู่

ทั้งนี้ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีต้นทุนและมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่น ความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาผิดนัดชำระหนี้ หรือไม่สามารถส่งมอบ (delivery failure) หรือไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงได้ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในการซื้อขายหรือไม่สามารถปิดสถานะได้ (close out position) เป็นต้น

โดยบริษัทจัดการจะกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ตลอดจนจัดให้มีระบบที่เหมาะสมในการบริหารความเสี่ยงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามสถานะหรืออันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทที่เป็นคู่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอย่างระมัดระวังและสม่ำเสมอ และหากมีการปรับตัวในทางลบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถทำตามข้อสัญญาตามที่ตกลงกันไว้

5. กองทุนนี้จะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลงทุน (Efficient portfolio management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)

สำหรับกองทุนหลัก ผู้จัดการกองทุนอาจใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ (ก) ลดความเสี่ยง (hedging) (ข) เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลงทุน (Efficient portfolio management) (ค) ดำเนินการตามกลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลัก ทั้งนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)

อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักกำหนดการขยายฐานเงินลงทุน (leverage) ไว้ไม่เกินร้อยละ 225 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักโดยใช้วิธีการคำนวณแบบ gross method และจะไม่เกินร้อยละ 200 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักโดยใช้วิธีการคำนวณแบบ commitment method (“Leverage limit”) ซึ่งอัตราส่วนดังกล่าวนับรวมทั้งการกู้ยืม และการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives)

6. กองทุนอาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Security Lending) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ หรือตามที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.

7. กองทุนอาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงิน หรือการขายหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อการจัดการลงทุนของกองทุนรวมไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม โดยเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short Selling) และ/หรือจะไม่ลงทุนในหน่วยของกิจการเงินร่วมลงทุน (หน่วย private equity)

ส่วนกองทุนหลักอาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงิน โดยกู้ยืมได้สูงสุดร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และเป็นการกู้ยืมชั่วคราวเท่านั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการเงินสดและ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน โดยอัตราส่วนการกู้ยืมของกองทุนดังกล่าวจะถูกนับรวมในการคำนวณ Leverage Limit ของกองทุนหลักด้วย นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์หรือตราสารหนี้โดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก อย่างไรก็ตาม ณ ขณะจัดตั้งกองทุนนี้ กองทุนหลักจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมหลักทรัพย์มาเพื่อการส่งมอบ (Short Selling) และ/หรือจะไม่ลงทุนในหน่วยของกิจการเงินร่วมลงทุน (หน่วย private equity)

8. สรุปข้อมูลกองทุน Oaktree (Lux.) III – Oaktree Global Credit Fund

(แหล่งที่มาของข้อมูล: Prospectus และ Factsheet ของ Oaktree (Lux.) III – Oaktree Global Credit Fund as of 27 April 2026 และ 30 April 2026 ตามลำดับ)

กองทุนหลัก

Oaktree (Lux.) III – Oaktree Global Credit Fund

ชนิดหน่วยลงทุนClass I USD IncISIN

LU1617687667

สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)สกุลเงินฐาน (Base Currency)

ดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)

ผู้จัดการกองทุน (AIFM)LFE European Asset Management S.à r.l., (หรือชื่อในการอ้างอิงทางการค้าคือ Oaktree Capital Management (Lux.) S.à r.l.)ผู้จัดการการลงทุน (Portfolio Managers)

Oaktree Capital Management, L.P.

และ/หรือสมาชิกในกลุ่ม Oaktree Group ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากผู้จัดการกองทุน (AIFM) ให้เป็นผู้จัดการการลงทุน (Portfolio Manager) ของกองทุน

วันเริ่มต้นกองทุน (Inception Date)1 กันยายน 2560วันเริ่มต้น Share Class (Share Class Inception) 6 มกราคม 2563ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้งลักเซมเบิร์ก (Luxembourg)หน่วยงานที่กำกับดูแลCommission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF)Administrator และ Depositary

Brown Brothers Harriman (Luxembourg) S.C.A.

ผู้สอบบัญชี (Auditor)

Ernst & Young S.A.

อายุโครงการไม่กำหนดการจ่ายเงินปันผล (Distribution)

จ่าย

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ดัชนีชี้วัดที่กำหนดเอง ซึ่งประกอบด้วย:

50% BofA Merrill Lynch Non-Financial Developed Market High Yield Constrained (USD Hedged) Index

40% Credit Suisse Leveraged Loan Index

10% Credit Suisse Western European Leveraged Loan Index (USD Hedged).

วัตถุประสงค์การลงทุน

กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนรวมและกระแสเงินสดในระดับที่น่าสนใจ และจำกัดความผันผวนด้วยการกระจายความเสี่ยง กองทุนหลักลงทุนในตราสารทั่วโลก เช่น ตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงสูง (high yield bonds) เงินกู้ไม่ด้อยสิทธิ (senior loans) หุ้นกู้แปลงสภาพ (convertibles) ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ (real estate debt securities structured credit) ตราสารหนี้ของประเทศกำลังพัฒนา (emerging markets debt) และอาจรวมถึงการลงทุนในกลยุทธ์ใหม่ โดยกองทุนหลักมีเป้าหมายจะสร้างมูลค่าเพิ่มผ่าน 3 แหล่งที่มา คือ (1) จัดสรรการลงทุนในแต่ละกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งนักลงทุนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงได้โดยง่ายและต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (2) การคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวจากวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึก และ (3) ปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกลยุทธ์จากการประเมินโดยผู้จัดการกองทุน

อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันได้ว่ากองทุนหลักจะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนในระดับกองทุนหรือในระดับการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ หรือกองทุนหลักจะไม่ขาดทุน ซึ่งกองทุนหลักอาจขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญ

กลยุทธ์การลงทุน

ผู้จัดการกองทุนของแต่ละกลยุทธ์ของกองทุนหลักมีหน้าที่คัดเลือกหลักทรัพย์รายตัว โดยหลักทรัพย์จะถูกคัดเลือกสำหรับกลยุทธ์ที่เหมาะสมผ่านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึกแบบ bottom-up ตามปรัชญาการลงทุนเดียวกันของ Oaktree Group ซึ่งประกอบไปด้วย 6 หลักการ ได้แก่ การควบคุมความเสี่ยง ความสม่ำเสมอ ความไม่มีประสิทธิภาพของตลาด (Market Inefficiency) ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง การวิเคราะห์เชิงลึกแบบ bottom-up และไม่เชื่อเรื่องการจับจังหวะตลาด (Market Timing)

กองทุนหลักลงทุนอย่างกระจุกตัวในตราสารที่ได้รับการแนะนำจากผู้จัดการกองทุนของแต่ละกลยุทธ์ ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลของนักวิเคราะห์ของ Oaktree Group โดยวิธีการคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัวอย่างกระจุกตัวนั้นอาจแตกต่างกันสำหรับแต่ละกลยุทธ์เพื่อความยืดหยุ่น ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ barbell, ปัจจัยพื้นฐาน (fundamental emphasis), ปัจจัยทางเทคนิค (technical emphasis) หรือแบบสมดุล (balanced) ทั้งนี้ มีจำนวนหลักทรัพย์ที่ถือครองอยู่ประมาณ 10-40 หลักทรัพย์ต่อกลยุทธ์ หรือประมาณ 200 หลักทรัพย์ในกองทุนหลักทั้งหมด อย่างไรก็ตาม จำนวนหลักทรัพย์ที่ถือครองอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไปตามขนาดของกองทุน

กองทุนหลักอาจลงทุนในสินทรัพย์และธุรกรรมทุกประเภทที่อยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่ผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ของกองทุนหลัก โดยผู้จัดการกองทุนจะกำหนดสัดส่วนการลงทุนของแต่ละกลยุทธ์ในกองทุนหลัก และปรับสัดส่วนการลงทุนดังกล่าว โดยพิจารณาทั้งข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเพื่อวิเคราะห์ด้านปัจจัยพื้นฐาน มูลค่า เทคนิค และปัจจัยอื่น ๆ ซึ่งแต่ละกลยุทธ์ในกองทุนหลักจะได้รับคะแนนตามหัวข้อดังกล่าวเพื่อใช้เปรียบเทียบในกระบวนการการจัดสรรการลงทุน

สัดส่วนการลงทุนในแต่ละกลยุทธ์จะเปลี่ยนแปลงตามเวลา บางครั้งอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ การบริหารเชิงรุกและการบริหารความเสี่ยงถูกออกแบบมาเพื่อให้กองทุนหลักมีสถานะการลงทุนที่มีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งรวมถึงการกระจายความเสี่ยงในอุตสาหกรรม ผู้ออกตราสาร และกลยุทธ์การลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนหลักมีการติดตามกลยุทธ์ การจัดสรรการลงทุน ที่มาของผลการดำเนินงาน ความเสี่ยงและลักษณะของกองทุนหลัก เป็นรายวัน รวมถึงมีการทดสอบสภาวะวิกฤติ (stress testing) และการวิเคราะห์เหตุการณ์ (scenario analysis) ที่อาจส่งผลกระทบต่อกองทุนหลักด้วย

การป้องกันความเสี่ยง

ผู้จัดการกองทุนหลักคาดหวังที่จะใช้ความพยายามอย่างสมเหตุสมผลในการใช้กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงที่เหมาะสม ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนหลักโดยสิ้นเชิง เพื่อป้องกันความเสี่ยงการลงทุนในสกุลเงินอื่นนอกจากสกุลเงินหลักเทียบกับสกุลเงินหลัก โดยการทำธุรกรรมแลกเปลี่ยนสกุลเงินต่างประเทศล่วงหน้า หรือการทำ asset swaps หรือทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอื่น

ข้อจำกัดด้านการลงทุน

กองทุนหลักจะลงทุนในตราสาร เครื่องมือ และภาระผูกพันของผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งไม่เกินร้อยละ 20 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ ไม่รวมถึงตราสาร เครื่องมือ และภาระผูกพันที่ออก หรือการันตีโดยภาครัฐของประเทศสมาชิก OECD หรือองค์กรท้องถิ่น หรือองค์กรระหว่างประเทศของสหภาพยุโรป ภูมิภาค หรือทั่วโลก และกองทุนหลักอาจ

ลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 100 ของตราสาร ที่เป็นชนิดเดียวกันที่ออกโดยผู้ออกตราสารเดียวกัน

ลงทุนสินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุนหลักในตราสารที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายอย่างเป็นทางการในตลาดหลักทรัพย์ หรือไม่ได้ซื้อขายในตลาดที่ถูกกำกับดูแลซึ่งให้บริการอย่างสม่ำเสมอและได้รับการยอมรับ รวมถึงเปิดให้แก่สาธารณะทั่วไป

การขยายฐานเงินลงทุน (leverage) และการกู้ยืม

กองทุนหลักอาจกู้ยืมได้สูงสุดร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และเป็นการกู้ยืมชั่วคราวเท่านั้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการเงินสด และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน

การกู้ยืมโดยการทำสัญญากับสถาบันทางการเงิน และ/หรือสมาชิกในกลุ่ม Oaktree Group โดยหากเป็นการกู้ยืมจากในกลุ่ม Oaktree Group เงื่อนไขต่าง ๆ ในสัญญากู้ยืมจะต้องเป็นไปตามหลักความเป็นอิสระ (arm’s length basis)

การขยายฐานเงินลงทุน (leverage) ของกองทุนหลักจะไม่เกินร้อยละ 225 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก โดยใช้วิธีการคำนวณแบบ gross method และจะไม่เกินร้อยละ 200 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักโดยใช้วิธีการคำนวณแบบ commitment method

รายละเอียดการเสนอขายและการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก

วันทำรายการซื้อขายหน่วยลงทุน

วันทำรายการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Date): ทุกวันทำการของกองทุนหลัก

วันทำรายการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Date): ทุกวันอังคารของแต่ละสัปดาห์ หรือวันทำการถัดไปในกรณีที่วันอังคารใด ๆ ไม่ใช่วันทำการของกองทุนหลัก โดยต้องส่งคำสั่งล่วงหน้าตามที่กองทุนหลักกำหนด [โดยกองทุนหลักกำหนดให้ผู้ลงทุนในกองทุนหลักต้องส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้า 5 วันปฏิทินก่อนถึงกำหนดวันทำรายการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Date)]

การจำกัดการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (Redemption Limit)

เมื่อได้รับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนจากผู้ลงทุนในกองทุนหลักรวมกันเท่ากับหรือมากกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (ข้อจำกัดด้านการขายคืนหน่วยลงทุน “Redemption Limit”) ณ วันขายคืนหน่วยลงทุนใด ๆ หลังจากพิจารณาด้านความยุติธรรมและความเท่าเทียมของผู้ลงทุน คณะกรรมการของกองทุนหลักสามารถปฏิบัติดังนี้

ก. คณะกรรมการของกองทุนหลักไม่มีข้อผูกมัดให้ขายคืนหน่วยลงทุนที่เกินข้อจำกัดด้านการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Limit) ณ วันขายคืนหน่วยลงทุน

ข. คณะกรรมการของกองทุนหลักอาจเลื่อนการขายคืนหน่วยลงทุนที่เกินข้อจำกัดด้านการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Limit) ณ วันขายคืนหน่วยลงทุนครั้งแรก (First Redemption Date) ออกไปเป็นวันขายคืนหน่วยลงทุนถัดไป โดยคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ถูกต้องทั้งหมด ณ วันขายคืนหน่วยลงทุนครั้งแรก (First Redemption Date) อาจถูกปรับลดลงตามสัดส่วน (pro rata) เพื่อให้การขายคืนหน่วยลงทุนไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ทั้งนี้ คำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ไม่ได้รับการขายคืนเต็มจำนวน ณ วันขายคืนหน่วยลงทุนครั้งแรก (First Redemption Date) จะยกยอดไปเสมือนหนึ่งว่าผู้ลงทุนส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุน ณ วันขายคืนหน่วยลงทุนรอบถัดไป (และรอบถัด ๆ ไป หากจำเป็น) จนกระทั่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าวได้รับการขายคืนเต็มจำนวน ทั้งนี้ คำสั่งขายหน่วยลงทุน ณ วันขายคืนหน่วยครั้งแรก (First Redemption Date) จะได้รับการจัดลำดับความสำคัญก่อนคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนที่ได้รับภายหลัง ณ วันขายคืนหน่วยลงทุนรอบถัดไป

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการของกองทุนหลักอาจระงับการขายคืนหน่วยลงทุนหากมีความจำเป็นต้องจำหน่ายทรัพย์สินในพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักในส่วนที่มีนัยสำคัญเพื่อนำเงินมาชำระการขายคืนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ คณะกรรมการของกองทุนหลักจะจำหน่ายทรัพย์สินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และดำเนินการตามคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การได้รับเงินจากการจำหน่ายทรัพย์สินอาจใช้เวลานานและจำนวนเงินที่ได้อาจไม่สะท้อนมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหน่วยลงทุนที่ต้องขาย ณ เวลาที่ทำธุรกรรม เนื่องจากอาจมีความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอุปสรรคในการนำเงินกลับมาจากบางประเทศ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนหลัก

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนหลัก

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.65 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก (เก็บจริงร้อยละ 0.65)

ค่าธรรมเนียมการให้บริการ (Service Fees): สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.25 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในแต่ละรอบบัญชี

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บในการซื้อ/ขายคืนหน่วยลงทุน

ค่าธรรมเนียมในการซื้อหน่วยลงทุน (Subscription Fee): ไม่มี

ค่าธรรมเนียมในการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Fee): ไม่มี

หมายเหตุ: ในกรณีที่บริษัทจัดการได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (rebate) บริษัทจัดการจะนำค่าตอบแทนดังกล่าวกลับเข้ากองทุนนี้ หรือดำเนินการอื่นตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.และหรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่นกำหนดและหรืออนุญาต/เห็นชอบ/ผ่อนผัน และหรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้บริษัทจัดการดำเนินการได้ ทั้งนี้ผู้ถือหน่วยลงทุนทั้งปวงได้เห็นชอบให้บริษัทจัดการดำเนินการที่เกี่ยวข้องตามดุลพินิจของบริษัทจัดการ

รายละเอียดของกองทุนหลัก แปลมาจากหนังสือชี้ชวน (Master Prospectus) ของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ท่านสามารถดูข้อมูลของกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.oaktreesicav.com

9. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการหรือมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้น ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงข้อมูลให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

10. ในกรณีที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการที่ชนิดของหน่วยลงทุน (Class) หรือกองทุนหลักที่กองทุนลงทุนมีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจนอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ เช่น เงื่อนไขการลงทุน นโยบายการลงทุน อัตราค่าธรรมเนียม เป็นต้น และ/หรือได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติหรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ เป็นต้น และ/หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ ที่กระทบต่อการลงทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนต่างประเทศ หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กรณีที่ผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกันอย่างมีนัยสำคัญหรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักต่ำกว่าตัวชี้วัด (Benchmark) (ถ้ามี) อย่างมีนัยสำคัญ หรือการลงทุนของกองทุนหลัก ไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือทำให้กองทุนนี้ไม่สามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต.ได้ หรือเมื่อกองทุนหลักกระทำความผิดร้ายแรงตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศหรือมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่อาจส่งผลต่อการดำเนินการของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของกองทุนหลัก และ/หรือในกรณีที่กองทุนหลักได้เลิกโครงการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ โดยตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Class) และ/หรือกองทุนหลัก และ/หรือการเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใด และ/หรือ ดำเนินการเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน และคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักข้างต้น อาจส่งผลให้กองทุนมีการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศในขณะนั้นมากกว่า 1 กองทุน

11. กรณีที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง และการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม ข้อ 11.1 และ ข้อ 11.2 บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม ข้อ 11.3

11.1 ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์

(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ

(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF

11.2 NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้

(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ

(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง

11.3 รายละเอียดการดำเนินการ

การดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการ

11.3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บริษัทจัดการ ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)

ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

11.3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 11.3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

พร้อม 11.3.1

11.3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 11.3.1

ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

11.3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 11.3.3 ให้สำนักงานทราบ

ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 11.3.3 แล้วเสร็จ

12. ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนตามข้อ 1. ข้างต้น และอัตราส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้

(1) ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม

(2) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม

(3) ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

13. บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือ สามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนโดยขึ้นกับสถานการณ์ตลาด และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยจัดให้มีข้อมูลเรื่องดังกล่าวที่สำนักงานของบริษัทจัดการ หรือสำนักงานผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

14. ในกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต.ได้มีการประกาศ กำหนด เปลี่ยนแปลงและ/หรือแก้ไขหลักเกณฑ์ที่ส่งผลให้นโยบายการลงทุนของกองทุนนี้สามารถเสนอขายแก่ผู้ลงทุนทั่วไปและ/หรือผู้ลงทุนประเภทอื่น ๆ ได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลง/แก้ไขลักษณะโครงการและรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นกองทุนรวมที่เสนอขายผู้ลงทุนดังกล่าวได้ในอนาคต โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-3.71%
ระยะเวลาฟื้นตัว
5 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
76.39%

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
1,000 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
1,000 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
100 บาท / 10.00 หน่วยลงทุน

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันอังคาร¹
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+4 คือ4 วันทำการนับจากวันคำนวณ NAV
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -0.81%ไม่มีข้อมูล4 ก.ย. 25697 ต.ค. 2569
3Mลดลง -0.95%ไม่มีข้อมูล7 ก.ค. 25697 ต.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +0.97%ไม่มีข้อมูล7 เม.ย. 25697 ต.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +1.73%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25687 ต.ค. 2569
1Yเพิ่มขึ้น +0.95%เพิ่มขึ้น +0.95%7 ต.ค. 25687 ต.ค. 2569
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)1.00002.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)0.86002.680031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00002.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00002.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)1.00002.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)50.000050.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)0.99004.820031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง: 1.0000, ค่าธรรมเนียมการสับปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง: 1.0000 % (ยกเว้น เฉพาะกรณีที่สับเปลี่ยนมาจาก KKP GC-UI), 1. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 2. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 3. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทาง อาจลงทุนใน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 5. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น)

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): 1. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 2. ค่าธรรมเนียมการจัดการข้างต้น รวมค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการลงทุนแล้ว 3. ค่าใช้จ่ายรวมที่เรียกเก็บจริง เป็นข้อมูลของรอบระยะเวลาบัญชี วันที่ 1 ก.พ. 68 - 31 ม.ค. 69 4. ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมย้อนหลัง 3 ปี ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุน ได้ที่ https://am.kkpfg.com 5. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 6. ปัจจุบันกองทุนไม่ได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (Rebate fee)

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง: 1.0000, ค่าธรรมเนียมการสับปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง: 1.0000 % (ยกเว้น เฉพาะกรณีที่สับเปลี่ยนมาจาก KKP GC-UI), 1. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 2. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 3. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทาง อาจลงทุนใน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 5. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น)

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง: 1.0000, ค่าธรรมเนียมการสับปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง: 1.0000 % (ยกเว้น เฉพาะกรณีที่สับเปลี่ยนมาจาก KKP GC-UI), 1. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 2. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 3. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทาง อาจลงทุนใน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 5. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น)

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง: 1.0000, ค่าธรรมเนียมการสับปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง: 1.0000 % (ยกเว้น เฉพาะกรณีที่สับเปลี่ยนมาจาก KKP GC-UI), 1. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 2. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 3. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทาง อาจลงทุนใน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 5. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น)

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมการขาย เก็บจริง: 1.0000, ค่าธรรมเนียมการสับปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า เก็บจริง: 1.0000 % (ยกเว้น เฉพาะกรณีที่สับเปลี่ยนมาจาก KKP GC-UI), 1. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 2. บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และ/หรือปิดประกาศที่สำนักงานของบริษัทจัดการ 3. ในกรณีที่กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ กองทุนต้นทาง และกองทุนปลายทางจะไม่เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมการขาย (front-end fee) และค่าธรรมเนียมรับซื้อคืน (back-end fee) ซ้ำซ้อนกัน และรวมถึงกรณีที่กองทุนปลายทาง อาจลงทุนใน หน่วยลงทุนของกองทุนรวมใด ๆ ของบริษัทจัดการอีกทอดหนึ่ง บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมดังกล่าวซ้ำซ้อนด้วยเช่นกัน 4. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 5. ค่าใช้จ่ายในการซื้อ - ขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/ขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 2.00 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ปัจจุบันยกเว้น)

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): 1. ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว 2. ค่าธรรมเนียมการจัดการข้างต้น รวมค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการลงทุนแล้ว 3. ค่าใช้จ่ายรวมที่เรียกเก็บจริง เป็นข้อมูลของรอบระยะเวลาบัญชี วันที่ 1 ก.พ. 68 - 31 ม.ค. 69 4. ผู้ลงทุนสามารถดูข้อมูลค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมย้อนหลัง 3 ปี ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุน ได้ที่ https://am.kkpfg.com 5. บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ 6. ปัจจุบันกองทุนไม่ได้รับค่าตอบแทนจากกองทุนหลักและ/หรือบริษัทจัดการของกองทุนหลัก (Rebate fee)

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หน่วยลงทุนต่างประเทศ 98.98%, หน่วยลงทุนในประเทศ 1.27%, เงินฝาก,บัตรเงินฝาก 0.31%หน่วยลงทุนต่างประเทศ: 98.98%หน่วยลงทุนในประเทศ: 1.27%เงินฝาก,บัตรเงินฝาก: 0.31%
หน่วยลงทุนต่างประเทศ · 98.98%หน่วยลงทุนในประเทศ · 1.27%เงินฝาก,บัตรเงินฝาก · 0.31%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หน่วยลงทุน 97.90%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 4.77%หน่วยลงทุน: 97.90%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 4.77%
หน่วยลงทุน · 97.90%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 4.77%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings