ผสมจดทะเบียนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน

KTAG70/30-ThaiESG

กองทุนเปิดกรุงไทย ESG A Grade 70/30

Krungthai ESG A Grade 70/30 Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
KTAG70/30-ThaiESG9.18259.859510.536511.213611.8906KTAG70/30-ThaiESG: 2025-10-01 ถึง 2026-10-092025-10-012026-10-09
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

1 ต.ค. 2568 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +15.17%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 03:26:40.910000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ผสม
ความเสี่ยง
ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
นโยบายปันผล
มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG)

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ThaiBMA Government Bond ESG Index Net Total Return · งวด 31 ส.ค. 2569

SET ESG Total Return Index · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

(1) กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังต่อไปนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

(1.1) หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยผ่านการคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับ A ขึ้นไป ซึ่งเป็นการประเมินจากข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ของบริษัทจดทะเบียน หรือได้รับการจัดอันดับในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับระดับ A ขึ้นไป ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG)

(1.2) ตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้ (1.2.1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขาย หุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ (1.2.1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี (1.2.1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย (1.2.2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือ หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

(2) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากข้อ (1) ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หน่วย ETF หน่วย Private equity หน่วย Infra หรือหน่วย property ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้ลงทุนได้ รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน ดังนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เสนอขายต่อประชาชนหรือต่อบุคคลในวงจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ก) โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (ข) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเพื่อพัฒนาสังคมของประเทศไทย (ค) โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล บริษัทในเครือ หรือโครงการใด ๆ ในประเทศไทย

ข้อมูลเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน มีรายละเอียดดังนี้ • ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆ

• การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น - ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว - สภาวะตลาดและเศรษฐกิจมหภาค - การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ความน่าเชื่อถือของโครงการและผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน - นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน

• ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่บริษัทจัดการมีการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน บริษัทจัดการจะแต่งตั้งผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าว โดยผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของโทเคนดิจิทัลจะเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

(3) กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) แต่จะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ (3.1) ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) (3.2) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) (3.3) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)

อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย เครดิต ทองคำ น้ำมันดิบ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีอ้างอิงอื่นๆ รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามที่กำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน

อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากทรัพย์สินตาม (1) จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในทรัพย์สินตาม (1) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

(4) กองทุนจะกำหนดกรอบการลงทุนในตราสารทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนและตราสารหนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

(5) การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม (ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ

(6) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน ในกรณีที่มีการยกเลิกการใช้หรือไม่มีการคำนวณ ประเมิน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ลงทุนของบริษัทได้ หรือหากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในกรณีเป็นหน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน เมื่อเกิดเหตุการณ์เลิกกองทุนตามเหตุการณ์ข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (การโอนย้ายการลงทุน) ระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ที่มีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมเดิม หรือที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการก่อน ทั้งนี้ หากไม่มีกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจในการโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการอื่น โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการโอนย้ายกองทุนโดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหัวข้อ “การดำเนินการของบริษัทจัดการ เมื่อเลิกกองทุนรวม” (ส่วนข้อผูกพัน)

รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความยั่งยืน 1. นโยบายการลงทุน

วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น ซึ่งผ่านการวิเคราะห์การลงทุนโดยวิธี Positive Screening โดยคัดหุ้นที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการจัดอันดับการประเมินผลหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในระดับ A ขึ้นไป หรือได้รับการจัดอันดับในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับระดับ A ขึ้นไป ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) และใช้การวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG Integration เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และลงทุนใน (1) พันธบัตรรัฐบาล หรือ (2) พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือ (3) หุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือ (4) ตราสารหนี้อื่นๆ โดยทั้ง 4 ประเภท ต้องเป็นพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการก.ล.ต หรือสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต ประกาศกำหนด โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

เป้าหมายด้านความยั่งยืน กองทุนเป็นกองทุนรวมประเภท SRI Promote โดยไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบเฉพาะเจาะจง (ส่งเสริมปัจจัย ESG โดยรวม) โดยกองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) รวมถึงตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือที่มีคุณลักษณะด้านความยั่งยืน เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยจะมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมให้แก่ผู้ลงทุนควบคู่กับการส่งเสริมการจัดสรรเงินทุนไปสู่กิจการ โครงการ หรือกิจกรรมที่คำนึงถึงปัจจัย ESG อันจะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติได้ที่ https://sdgs.un.org/goals

อย่างไรก็ตาม กองทุนมีเป้าหมายในการส่งเสริมปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG) ผ่านการบูรณาการข้อมูลและปัจจัยด้านความยั่งยืนในกระบวนการลงทุนตามแนวทาง SRI Promote และมิได้เป็นการรับรองหรือรับประกันว่ากองทุนหรือผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนได้ โดยความสำเร็จในการส่งเสริมด้านความยั่งยืนขึ้นอยู่กับการดำเนินงาน การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของผู้ออกหลักทรัพย์เป็นสำคัญ

2. กรอบการลงทุน (Investment Universe) (1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน กองทุนจะลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในระดับ A ขึ้นไป หรือได้รับการจัดอันดับในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับระดับ A ขึ้นไป ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) นอกจากนี้ กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย แต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือตราสารหนี้อื่นๆ ซึ่งต้องเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) หรือ พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตร หรือ พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุน คณะกรรมการ ก.ล.ต หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ประกาศกำหนด และมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

(2) คุณสมบัติของผู้ออก ตราสารทุน : ผู้ออกหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีคุณสมบัติตามนโยบายการลงทุนและเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน

ตราสารหนี้ : ผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทย หรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ผู้ออกที่ได้รับการค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยเต็มจำนวนจากภาครัฐ ผู้ออกภาคเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจที่มีอันดับเครดิตอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพเครดิตของบริษัทจัดการ (FI Universe) และได้รับการจัดอันดับ KTAM ESG Ratings ที่ระดับ A ขึ้นไป โดย KTAM ESG Rating จะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration)

(3) กลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนมีการกระจายการลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

(4) ประเทศหรือภูมิภาค กองทุนลงทุนเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

กองทุนมีกรอบการลงทุนที่เหมาะสมกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) โดยรวม ผ่านกระบวนการ ESG Integration และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) เพื่อสนับสนุนการคัดเลือกกิจการที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ โดยกองทุนกำหนดให้มีการลงทุนในหลักทรัพย์และ/หรือตราสารกลุ่มความยั่งยืนดังกล่าว โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้โครงสร้างพอร์ตการลงทุนประกอบด้วยกิจการที่มีธรรมาภิบาลที่ดีและมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัย ESG เป็นแกนหลัก รวมถึงสนับสนุนการระดมทุนสำหรับกิจกรรมหรือโครงการที่เอื้อต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน อาทิ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาพลังงานสะอาดและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการเข้าถึงบริการพื้นฐานของประชาชน ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ การกำหนดขอบเขตการลงทุนที่ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย (SET และ mai) รวมถึงบริษัทไม่จดทะเบียน แต่มีการออกหุ้นกู้จดทะเบียนผ่านตลาด ThaiBMA ช่วยให้ Investment Universe มีความหลากหลายเพียงพอ ครอบคลุมกิจการที่หลากหลาย และเอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการลงทุนเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

3. กลยุทธ์การลงทุน 3.1 กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยมีการใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG 2 แบบ ได้แก่ Positive Screening และ ESG Integration โดยมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) ในระดับ A ขึ้นไป (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัท เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG ทั้ง 2 ข้อ พร้อมกันตลอดเวลา กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการจัดการจัดอันดับ ESG Ratings ในระดับ A ขึ้นไป และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ของบริษัทจัดการด้วย

และในส่วนตราสารหนี้ กองทุนจะเน้นลงทุนในพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่ได้รับการจัดอันดับเครดิตผู้ออก (Issuer) หรือตราสาร (Issue) ในระดับ Investment Grade ขึ้นไปเท่านั้นและผู้ออกต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพเครดิตของบริษัทจัดการ (FI Universe) โดยสัดส่วนการลงทุนเป็นไปตามที่บริษัทจัดการกำหนด

หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์

- ตราสารทุน คัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) ในระดับ A ขึ้นไป โดยจะมีการทบทวนหลักทรัพย์ดังกล่าวเมื่อ SET มีการทบทวน SET ESG Ratings และมีการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืนความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และในแง่การเงินเพิ่มเติม ด้วยการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการ

- ตราสารหนี้ คัดเลือกหลักทรัพย์ที่เป็น พันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green Bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร/หุ้นกู้/ตราสารเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ที่มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Use of Proceeds) ว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้าน ESG โดยมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และผู้ออกตราสาร (Issuer) ต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณภาพเครดิตของบริษัทจัดการ (FI Universe) นอกจากนี้ หลักทรัพย์ตราสารหนี้ทั้งหมดที่จะสามารถลงทุนได้จึงต้องได้รับการจัดอันดับ KTAM ESG Ratings ที่ระดับ A ขึ้นไป เท่านั้น

กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์

กองทุนเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยจะต้องผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามขั้นตอน ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental Social and Governance: ESG) ในระดับ A ขึ้นไป (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์เข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Investment Universe) เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและผลกระทบเชิงลบจากประเด็นด้าน ESG

ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ ESG Integration จะมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้ (1) เริ่มจากการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยจะมีการประเมินความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ในเรื่องการป้องกันมลพิษ เช่น ทางอากาศและน้ำ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือหมุนเวียน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (2) ต่อมาจะมีการวิเคราะห์ความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของความรับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้บริโภค ผู้มีส่วนได้เสีย และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือบริการ การปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างอย่างเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น (3) ส่วนสุดท้ายคือการวิเคราะห์ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยจะเป็นการพิจารณาโครงสร้างของคณะกรรมการ ขนาดองค์ประกอบสัดส่วนของกรรมการอิสระ โครงสร้างของคณะกรรมการตรวจสอบ นโยบายและโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการ และผู้บริหาร รวมทั้งจริยธรรมและจรรยาบรรณของกรรมการและผู้บริหาร

ซึ่งรวมแล้วเป็นการนำเอาปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) โดยจะมีการกำหนดความสำคัญให้แตกต่างกันตามแต่ละอุตสาหกรรม โดยการวิเคราะห์จะมีแหล่งที่มาจากรายงานประจำปีของบริษัท งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ ซึ่งการที่หลักทรัพย์ใดจะสามารถเข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจัดการ บริษัทดังกล่าวจะต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาด้านปัจจัยพื้นฐาน และบรรษัทภิบาล ควบคู่กันทั้งสองปัจจัย

ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่ผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ทั้ง 2 ข้อ กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการจัดการจัดอันดับ ESG Ratings ในระดับ A ขึ้นไป และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ของบริษัทจัดการด้วย

3.2 เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทจัดการเลือกใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เพื่อให้การลงทุนสามารถคัดเลือกบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นได้อย่างเป็นระบบ โดยการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน จะช่วยให้บริษัทจัดการสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจกระทบต่อผลกำไรและมูลค่าของหลักทรัพย์ในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนและช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมจากผลกระทบเชิงลบในประเด็นด้าน ESG ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

3.3 ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนประเภท SRI Promote ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยการใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เป็นกลไกหลักในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้พอร์ตการลงทุนในภาพรวมมีคุณลักษณะด้านความยั่งยืนที่ดีและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ลงทุนตามนโยบายที่กำหนด ควบคู่กับการส่งเสริมการดําเนินธุรกิจ อย่างรับผิดชอบและยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ในระยะยาว

4. การอ้างอิงดัชนีชี้วัด (benchmark) ดัชนี้ชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark) คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG Index (SETESG TRI) สัดส่วน 70.00% ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยเป็นดัชนีที่มีองค์ประกอบของบริษัทที่มีผลการประเมิน SET ESG Ratings ปีล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และมีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-Float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และมีจำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำ ESG Ratings ได้จาก https://setsustainability.com/ESG-ratings และดัชนี ThaiBMA Government Bond ESG Index Net Total Return สัดส่วน 30% เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ภาครัฐ ESG ที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีที่รวมตราสารหนี้ ESG (index methodologies) ได้ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย http://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf

ทั้งนี้ ตัวชี้วัดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของกองทุน และมิได้เป็นการรับรองว่ากองทุนหรือบริษัทที่กองทุนลงทุนจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่เฉพาะเจาะจงได้

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลง Benchmark ของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

5. การเปิดเผยความเสี่ยง 5.1 ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน ตราสารทุน • บริษัทที่กองทุนเข้าลงทุนอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผิดพลาดในการควบคุมการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี (ESG) ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทดังกล่าวถูกปรับลดหรือยกเลิก ESG Ratings และส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุน • กองทุนใช้แหล่งข้อมูลการวิเคราะห์คะแนน ESG Scoring จากบุคคลภายนอก ซึ่งอาจไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ESG มากระทบกับบริษัทใน Universe แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการได้มีแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้แล้วในหัวข้อแนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน • ทั้งนี้ เหตุการณ์ด้าน ESG เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและราคาหลักทรัพย์ให้มีความผันผวนสูงขึ้นได้

ตราสารหนี้ • กองทุนมีความเสี่ยงที่ปัจจัยหรือเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าของตราสารที่กองทุนลงทุน หรือผลการดำเนินงานของกองทุนได้ แม้ว่ากองทุนจะมุ่งเน้นลงทุนในพันธบัตรหรือหุ้นกู้ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนก็ตาม

ความเสี่ยงดังกล่าวอาจเกิดจากการที่ผู้ออกตราสารไม่สามารถดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย แผนการดำเนินงาน หรือกรอบการใช้เงินของโครงการที่ได้รับการระดมทุน หรือมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่ไม่เพียงพอ ไม่ครบถ้วน หรือไม่เป็นปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน มูลค่าของตราสาร หรือความสามารถของกองทุนในการบรรลุเป้าหมายด้านการส่งเสริมปัจจัย ESG

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของมาตรฐาน แนวปฏิบัติ หรือหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารเพื่อความยั่งยืน รวมถึงมุมมองของตลาดต่อประเด็นด้าน ESG อาจส่งผลต่อการประเมินมูลค่าและความต้องการลงทุนในตราสารดังกล่าวได้

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะนำปัจจัยด้าน ESG มาประกอบการวิเคราะห์และคัดเลือกการลงทุน (ESG Integration) รวมทั้งติดตามข้อมูลและพัฒนาการด้านความยั่งยืนของตราสารและผู้ออกตราสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดผลกระทบจากความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่อาจเกิดขึ้นต่อกองทุน

• บริษัทที่กองทุนเข้าลงทุนอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผิดพลาดในการควบคุมการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี (ESG) ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทดังกล่าวถูกปรับลดหรือยกเลิก ESG Ratings หรือในกรณีของตราสารหนี้ไม่ผ่านเกณฑ์การตรวจสอบและไม่ได้รับการรับรองจากผู้ตรวจสอบภายนอก (External Reviewer) ส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุน อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ESG Bond บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด

5.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน ตราสารทุน แม้กองทุนจะคัดเลือกกิจการที่มีการดำเนินงานที่ดีหรือมีการส่งเสริมด้านความยั่งยืน แต่กิจการภายในพอร์ตการลงทุนอาจยังมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณหนึ่ง หรือผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการมีแนวทางในการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวผ่านกระบวนการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (I Code) การเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อสอบถามสาเหตุและผลักดันให้มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด และการใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) ในวาระที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

ตราสารหนี้ แม้กองทุนจะคัดเลือกกิจการที่มีการดำเนินงานที่ดีหรือมีการส่งเสริมด้านความยั่งยืน หรือตราสารที่ลงทุนจะถูกจัดอยุ่ในกลุ่มพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ก็ตาม แต่หลักทรัพย์ภายในพอร์ตการลงทุนอาจยังมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณหนึ่ง หรือผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการมีแนวทางในการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวผ่านกระบวนการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (I Code) การเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อสอบถามสาเหตุและผลักดันให้มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด และการใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) ในวาระที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

5.3 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน และอาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเนื่องจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน

6. แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ 6.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีแนวทางการดำเนินการตามแนวปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Universe อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมออย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อมีข่าวที่มีผลกระทบเชิงลบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี อีกทั้งมีการทบทวนคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์ อาทิเช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (KPI) เป้าหมายด้านความยั่งยืน (SPT) โดยเฉพาะเมื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวได้รับผลการประเมินจากผู้ประเมินฯ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ผู้จัดการกองทุนจะติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีข่าวดังกล่าวเพื่อสอบถามสาเหตุและแนวทางแก้ไข รวมถึงสอบถามถึงประเด็นอื่นๆ โดยจะมีการติดตามการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวจนกว่าจะสามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จ หรืออาจมีความร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว

6.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข หากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าบริษัท/หรือผู้ออกตราสารไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นดังกล่าวออกไป โดยจะดำเนินการปรับปรุงพอร์ตการลงทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนอีกครั้งภายใน 30 วัน โดยคำนึงถึงสภาพคล่องของหลักทรัพย์และประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

6.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข 6.3.1 การมีส่วนร่วมกับกิจการ (engagement) : ผู้จัดการกองทุนจะสื่อสารและติดต่อสอบถามไปยังบริษัท/หรือผู้ออกตราสารที่มีประเด็นด้านความยั่งยืนเพื่อขอข้อมูล ชี้แจงข้อกังวล และเสนอแนะแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งติดตามการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น หรือดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงตามความเหมาะสมเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหา โดยหากบริษัทมีพัฒนาการที่ชัดเจนและเพียงพอ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนต่อภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่ากิจการกลับมามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน

6.3.2 การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (investor disclosure) : หากการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน อย่างมีนัยสำคัญหรือต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานรอบระยะเวลาบัญชีหรือช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

6.3.3 การไถ่ถอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน (divestment) : ในกรณีที่บริษัท/หรือผู้ออกตราสาร ไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน ได้อย่างรวดเร็วเพียงพอตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือนําหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก Investment Universe เพื่อให้การลงทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและสภาวะตลาด

6.3.4 แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการมีนโยบายการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Proxy Voting) ในฐานะตัวแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของกองทุนเป็นสำคัญ

สำหรับการบริหารจัดการกองทุนประเภท SRI Promote บริษัทจัดการจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการพิจารณาใช้สิทธิออกเสียงในวาระการประชุมต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในวาระที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญต่อกิจการ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงให้สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้มีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้กิจการมีธรรมาภิบาลที่ดีและมีการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อันจะช่วยให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน, ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูแนวทางและผลการดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการหรือผ่านทางเว็บไซต์ www.ktam.co.th

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-18.00%
ระยะเวลาฟื้นตัว
8 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
0 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
0 บาท / ไม่กำหนด หน่วยลงทุน
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+2 คือ2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -1.63%ไม่มีข้อมูล9 ก.ย. 25699 ต.ค. 2569
3Mเพิ่มขึ้น +1.26%ไม่มีข้อมูล9 ก.ค. 25699 ต.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +7.00%ไม่มีข้อมูล9 เม.ย. 25699 ต.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +16.48%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25689 ต.ค. 2569
1Yเพิ่มขึ้น +13.79%เพิ่มขึ้น +13.80%9 ต.ค. 25689 ต.ค. 2569
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.61002.140031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)0.00000.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)1.80005.350031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): *ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกไป ภายใน บลจ. เรียกเก็บสูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.21 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น จะเรียกเก็บด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เรียกเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 3.21 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.07 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.535 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****ผู้ลงทุนไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่ายโอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): *ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกไป ภายใน บลจ. เรียกเก็บสูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.21 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น จะเรียกเก็บด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เรียกเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 3.21 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.07 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.535 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****ผู้ลงทุนไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่ายโอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): *ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกไป ภายใน บลจ. เรียกเก็บสูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.21 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น จะเรียกเก็บด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เรียกเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 3.21 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.07 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.535 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****ผู้ลงทุนไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่ายโอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): *ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกไป ภายใน บลจ. เรียกเก็บสูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.21 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น จะเรียกเก็บด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เรียกเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 3.21 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.07 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.535 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****ผู้ลงทุนไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่ายโอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): *ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกไป ภายใน บลจ. เรียกเก็บสูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.21 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น จะเรียกเก็บด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้ เรียกเก็บในอัตราไม่เกินร้อยละ 3.21 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บร้อยละ 1.07 ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกินร้อยละ 0.535 (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****ผู้ลงทุนไม่สามารถนำหน่วยลงทุนไปจำหน่าย จ่ายโอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังดึงประวัติจาก บลจ. นี้ไม่สำเร็จ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

ตราสารทุน 70.11%, ตราสารภาครัฐและพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย 25.11%, ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทหรือภาคเอกชน 2.53%, เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก 1.45%, ทรัพย์สินอื่นและหนี้สินอื่น 0.80%ตราสารทุน: 70.11%ตราสารภาครัฐและพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย: 25.11%ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทหรือภาคเอกชน: 2.53%เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก: 1.45%ทรัพย์สินอื่นและหนี้สินอื่น: 0.80%
ตราสารทุน · 70.11%ตราสารภาครัฐและพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย · 25.11%ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทหรือภาคเอกชน · 2.53%เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก · 1.45%ทรัพย์สินอื่นและหนี้สินอื่น · 0.80%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หุ้น 70.66%, พันธบัตรรัฐบาล 22.06%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 6.46%, หุ้นกู้ 1.72%หุ้น: 70.66%พันธบัตรรัฐบาล: 22.06%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 6.46%หุ้นกู้: 1.72%
หุ้น · 70.66%พันธบัตรรัฐบาล · 22.06%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 6.46%หุ้นกู้ · 1.72%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
พันธบัตรรัฐบาลส่งเสริมความยั่งยืน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 17/06/204011.6931 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ ธนาคารกรุงไทย 5.1231 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ บมจ. ท่าอากาศยานไทย 4.4231 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ บมจ. ปตท. 4.0831 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ บมจ. ซีพี ออลล์ 4.0231 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings