ตราสารทุนจดทะเบียนชนิดเงินลงทุนเดิมแบบปันผล

KTEQDIVX-L

กองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นปันผล ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

Krungthai Dividend Equity Thailand ESG Extra Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
KTEQDIVX-L11.369912.174612.979413.784214.5889KTEQDIVX-L: 2026-04-09 ถึง 2026-10-092026-04-092026-10-09
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

9 เม.ย. 2569 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +9.62%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 15:45:17.088000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 6
นโยบายปันผล
มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ดัชนีผลตอบแทนรวม SET High Dividend 30 (SETHD TRI) · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สิน อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังนี้ และมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ของบริษัทจัดการ และ/หรือ

2. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานยอมรับ และ/หรือ

3. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะดังนี้ 3.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 3.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้า การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สำนักงานอาจประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อมูลในแต่ละหัวข้อด้วยก็ได้ 3.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) 3.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. (2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. 3.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

ทั้งนี้ หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะบียนจะพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานที่ดี มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และ/หรือ มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต โดยกรอบการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์จะประเมินจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (1) ประวัติและอัตราการจ่ายเงินปันผลในอดีต พิจารณาจากอัตราผลตอบแทนจากปันผล (dividend yield) ความสม่ำเสมอในจ่ายเงินปันผลรวมถึงการเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดฯ และ/หรือ (2) แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่คาดการณ์ในอนาคต พิจารณาจากโครงสร้างการเงิน ศักยภาพการจ่ายเงินปันผล นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท และ/หรือ (3) สถานะการเงิน ผลประกอบการ และกระแสเงินสดทั้งในปัจจุบันและอนาคตของบริษัท

ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากรอบการคัดเลือกหลักทรัพย์โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยจะพิจารณาถึงความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ และสภาพคล่องของหลักทรัพย์ ควบคู่ไปด้วย

สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่ระบุกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่ระบุตามข้างต้น ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน ดังนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เสนอขายต่อประชาชนหรือต่อบุคคลในวงจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ก) โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (ข) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเพื่อพัฒนาสังคมของประเทศไทย (ค) โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล บริษัทในเครือ หรือโครงการใด ๆ ในประเทศไทย

ข้อมูลเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน มีรายละเอียดดังนี้ • ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆ

• การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น - ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว - สภาวะตลาดและเศรษฐกิจมหภาค - การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ความน่าเชื่อถือของโครงการและผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน - นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน

• ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่บริษัทจัดการมีการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน บริษัทจัดการจะแต่งตั้งผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าว โดยผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของโทเคนดิจิทัลจะเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle investment) ได้ และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนรวมอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด

กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุน อัตราดอกเบี้ย เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น ทองคำ น้ำมันดิบ และ/หรือ สินทรัพย์อ้างอิงอื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามที่กำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึง พิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน

กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และ หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม (ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ

กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติและ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อได้ว่าจะมีผลกระทบต่อกองทุนและ/หรือมูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น และ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการประเมินว่าปัจจัยต่างๆ มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามที่บริษัทจัดการคาดการณ์ไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ เพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติในภาวะนั้นๆ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนโดยรวมและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ลงทุนของบริษัทได้ หรือหากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เกิดเหตุการณ์เลิกกองทุนตามเหตุการณ์ข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (การโอนย้ายการลงทุน) ระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ที่มีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมเดิม หรือที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการก่อน ทั้งนี้ หากไม่มีกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจในการโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการอื่น โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการโอนย้ายกองทุนโดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหัวข้อ “การดำเนินการของบริษัทจัดการ เมื่อเลิกกองทุนรวม” (ส่วนข้อผูกพัน)

รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความยั่งยืน 1. นโยบายการลงทุน

วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนใน 1. หุ้นของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านการวิเคราะห์การลงทุนโดยวิธี Positive Screening ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และใช้การวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG Integration เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และ/หรือ

2. หุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานยอมรับ และ/หรือ

3. หุ้นที่มีลักษณะดังนี้ 3.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 3.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้า การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สำนักงานอาจประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อมูลในแต่ละหัวข้อด้วยก็ได้ 3.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) 3.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. (2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. 3.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด

ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหุ้นข้างต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

นอกจากนี้ หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะบียนจะพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน ผลการดำเนินงานที่ดี มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และ/หรือ มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต โดยกรอบการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์โดยจะประเมินจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (1) ประวัติและอัตราการจ่ายเงินปันผลในอดีต พิจารณาจากอัตราผลตอบแทนจากปันผล (dividend yield) ความสม่ำเสมอในจ่ายเงินปันผลรวมถึงการเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดฯ และ/หรือ (2) แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่คาดการณ์ในอนาคต พิจารณาจากโครงสร้างการเงิน ศักยภาพการจ่ายเงินปันผล นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท และ/หรือ (3) สถานะการเงิน ผลประกอบการ และกระแสเงินสดทั้งในปัจจุบันและอนาคตของบริษัท

เป้าหมายด้านความยั่งยืน กองทุนเป็นกองทุนรวมประเภท SRI Promote โดยไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบเฉพาะเจาะจง (ส่งเสริมปัจจัย ESG โดยรวม) โดยกองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น ควบคู่ไปกับการคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีผลการดำเนินงานที่ดี มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และ/หรือมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว

นอกจากนี้ การลงทุนของกองทุนยังเป็นแรงสนับสนุนให้มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ให้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ รวมถึงช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานด้าน ESG ที่ดี และยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทอื่นๆ ให้ความสำคัญและพัฒนาปรับปรุงองค์กรทางด้าน ESG มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม กองทุนมีเป้าหมายในการส่งเสริมปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG) ผ่านการบูรณาการข้อมูลและปัจจัยด้านความยั่งยืนในกระบวนการลงทุนตามแนวทาง SRI Promote ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับรองว่ากองทุนหรือบริษัทที่กองทุนลงทุนจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนได้ โดยความสำเร็จในการส่งเสริมด้านความยั่งยืนขึ้นอยู่กับการดำเนินงาน การปฏิบัติตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของผู้ออกหลักทรัพย์เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals

2. กรอบการลงทุน (Investment Universe) (1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยจะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการดำเนินงานเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 3. และเน้นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดี สม่ำเสมอ และ/หรือมีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลในอนาคต โดยลงทุนเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

(2) คุณสมบัติของผู้ออก ผู้ออกหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีคุณสมบัติตามนโยบายการลงทุนและเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน โดยต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ และ/หรือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลที่ดี

(3) กลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนมีการกระจายการลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม แต่อาจมีการกระจุกตัวในบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการจ่ายปันผลดีสม่ำเสมอ

(4) ประเทศหรือภูมิภาค กองทุนลงทุนเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

กองทุนมีกรอบการลงทุนที่เหมาะสมกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) โดยรวม ผ่านกระบวนการ ESG Integration และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) เพื่อสนับสนุนการคัดเลือกกิจการที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ ควบคู่ไปกับการคัดเลือกหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีสม่ำเสมอ โดยกองทุนกำหนดให้มีการลงทุนในหลักทรัพย์กลุ่มความยั่งยืนดังกล่าวโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) เพื่อให้โครงสร้างพอร์ตการลงทุนประกอบด้วยกิจการที่มีธรรมาภิบาลที่ดีและมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัย ESG เป็นแกนหลัก

ทั้งนี้ แม้หุ้นที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลสูงมักจะมีการกระจุกตัวอยู่ในบางกลุ่มอุตสาหกรรม แต่การที่กองทุนกำหนดขอบเขตการลงทุนที่ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยทุกกลุ่มอุตสาหกรรม จะช่วยให้ Investment Universe มีความหลากหลายเพียงพอ และเอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการลงทุนที่มุ่งสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนจากเงินปันผลและการเติบโตของมูลค่าหลักทรัพย์ในระยะยาว

3. กลยุทธ์การลงทุน 3.1 กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยมีการใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG 2 แบบ ได้แก่ Positive Screening และ ESG Integration โดยมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม หรือการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG ทั้ง 2 ข้อ พร้อมกันตลอดเวลา กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการจัดการจัดอันดับ ESG Ratings และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ของบริษัทจัดการด้วย

นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์เพิ่มเติมโดยจะประเมินจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (1) ประวัติและอัตราการจ่ายเงินปันผลในอดีต พิจารณาจากอัตราผลตอบแทนจากปันผล (dividend yield) ความสม่ำเสมอในจ่ายเงินปันผลรวมถึงการเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดฯ และ/หรือ (2) แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่คาดการณ์ในอนาคต พิจารณาจากโครงสร้างการเงิน ศักยภาพการจ่ายเงินปันผล นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท และ/หรือ (3) สถานะการเงิน ผลประกอบการ และกระแสเงินสดทั้งในปัจจุบันและอนาคตของบริษัท

- หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยจะมีการทบทวนหลักทรัพย์ดังกล่าวเมื่อ Ratings มีการเปลี่ยนแปลง และมีการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และในแง่การเงินเพิ่มเติม ด้วยการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการ และพิจารณาถึงการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และหุ้นที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 3. รวมถึงมีการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์เพิ่มเติมโดยจะประเมินจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ (1) ประวัติและอัตราการจ่ายเงินปันผลในอดีต พิจารณาจากอัตราผลตอบแทนจากปันผล (dividend yield) ความสม่ำเสมอในจ่ายเงินปันผลรวมถึงการเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดฯ และ/หรือ (2) แนวโน้มการจ่ายเงินปันผลของบริษัทที่คาดการณ์ในอนาคต พิจารณาจากโครงสร้างการเงิน ศักยภาพการจ่ายเงินปันผล นโยบายการจ่ายเงินปันผลของบริษัท และ/หรือ (3) สถานะการเงิน ผลประกอบการ และกระแสเงินสดทั้งในปัจจุบันและอนาคตของบริษัท

- กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยจะต้องผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามขั้นตอน ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่มีการจัดอันดับ ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีนํ้าหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์เข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Investment Universe) เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและผลกระทบเชิงลบจากประเด็นด้าน ESG

ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ ESG Integration จะมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้ (1) เริ่มจากการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยจะมีการประเมินความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ในเรื่องการป้องกันมลพิษ เช่นทางอากาศและน้ำ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือหมุนเวียน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (2) ต่อมาจะมีการวิเคราะห์ความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของความรับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้บริโภค ผู้มีส่วนได้เสีย และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือบริการ การปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างอย่างเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น (3) ส่วนสุดท้ายคือการวิเคราะห์ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยจะเป็นการพิจารณาโครงสร้างของคณะกรรมการ ขนาดองค์ประกอบ สัดส่วนของกรรมการอิสระ โครงสร้างของคณะกรรมการตรวจสอบ นโยบายและโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการ และผู้บริหาร รวมทั้งจริยธรรมและจรรยาบรรณของกรรมการและผู้บริหารและลักษณะอื่นๆ ตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 3.

ซึ่งรวมแล้วเป็นการนำเอาปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) โดยจะมีการกำหนดความสำคัญให้แตกต่างกันตามแต่ละอุตสาหกรรม โดยการวิเคราะห์จะมีแหล่งที่มาจากรายงานประจำปีของบริษัท งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ ซึ่งการที่หลักทรัพย์ใดจะสามารถเข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจัดการ บริษัทดังกล่าวจะต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาด้านปัจจัยพื้นฐาน และบรรษัทภิบาล ควบคู่กันทั้งสองปัจจัย

ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่ผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ทั้ง 2 ข้อ กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการจัดการจัดอันดับ ESG Ratings และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ของบริษัทจัดการด้วย

3.2 เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทจัดการเลือกใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เพื่อให้การลงทุนสามารถคัดเลือกบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นได้อย่างเป็นระบบ โดยการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน จะช่วยให้บริษัทจัดการสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจกระทบต่อผลกำไรและมูลค่าของหลักทรัพย์ในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและการคัดเลือกหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีและสม่ำเสมอ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนและช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมจากผลกระทบเชิงลบในประเด็นด้าน ESG ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

3.3 ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนประเภท SRI Promote ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยการใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เป็นกลไกหลักในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้พอร์ตการลงทุนในภาพรวมมีคุณลักษณะด้านความยั่งยืนที่ดีและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนทั้งจากมูลค่าและเงินปันผลให้แก่ผู้ลงทุนตามนโยบายที่กำหนด ควบคู่กับการส่งเสริมการดําเนินธุรกิจ อย่างรับผิดชอบและยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ในระยะยาว

4. การอ้างอิงดัชนีชี้วัด (benchmark) ดัชนี้ชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark) คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET High Dividend 30 (SETHD TRI) สัดส่วน 100.00% ซึ่งเป็นดัชนีที่มีองค์ประกอบของหลักทรัพย์ที่มีอัตราการจ่ายเงินปันผลสูงสุดจำนวน 30 หลักทรัพย์ ในดัชนี SET100 ซึ่งมีการจ่ายปันผลต่อเนื่อง 3 ปี และมี Dividend payout ratio ไม่เกินร้อยละ 100 และมีการจำกัดน้ำหนักของแต่ละหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบในดัชนีไม่เกินร้อยละ 10 ทุกไตรมาส ซึ่งผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำได้จาก https://www.set.or.th/th/market/index/sethd/profile

เหตุผลในการเลือกใช้ดัชนีชี้วัด : (1) บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าดัชนี SETHD TRI มีความเหมาะสมในการใช้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนรวม SRI นี้มากกว่าดัชนีชี้วัดที่มีองค์ประกอบเป็นหลักทรัพย์ด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะ (เช่น SET ESG Index) เนื่องจาก: ความสอดคล้องกับนโยบายการลงทุน: กองทุนมีนโยบายหลักที่เน้นการสร้างผลตอบแทนจากหุ้นที่มีประวัติการจ่ายเงินปันผลที่ดีและสม่ำเสมอเป็นสำคัญ (2) ความเป็นธรรมในการวัดผล (Fair Representation): เพื่อให้การวัดและนำเสนอผลการดำเนินงานเป็นไปอย่างถูกต้องและไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อผู้ลงทุนที่มุ่งหวังผลตอบแทนในรูปเงินปันผล การใช้ดัชนีที่อ้างอิงกลุ่มหุ้นปันผลสูงจึงสามารถสะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการกองทุนตามกลยุทธ์ที่กำหนดได้ดีที่สุด (3) การควบคุมความเสี่ยง : แม้ดัชนีชี้วัดจะไม่ได้ใช้เกณฑ์ ESG ในการคัดเลือก แต่บริษัทจัดการจะใช้กระบวนการ ESG Integration และ Positive Screening ในการคัดเลือกหลักทรัพย์จริงเข้าสู่พอร์ตการลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็น SRI Promote ของกองทุน

ทั้งนี้ ดัชนีดังกล่าวไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (ESG) หรือประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่คัดเลือกตามเกณฑ์ด้านความยั่งยืนโดยเฉพาะ แต่เป็นดัชนีที่สะท้อนผลตอบแทนจากหุ้นที่มีนโยบายจ่ายเงินปันผลสูงในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลง Benchmark ของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

5. การเปิดเผยความเสี่ยง 5.1 ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน • บริษัทที่กองทุนเข้าลงทุนอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผิดพลาดในการควบคุมการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี (ESG) ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทดังกล่าวถูกปรับลดหรือยกเลิก ESG Ratings และส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุน • กองทุนใช้แหล่งข้อมูลการวิเคราะห์คะแนน ESG Scoring จากบุคคลภายนอก ซึ่งอาจไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ESG มากระทบกับบริษัทใน Universe แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการได้มีแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้แล้วในหัวข้อแนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน • ทั้งนี้ เหตุการณ์ด้าน ESG เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและราคาหลักทรัพย์ให้มีความผันผวนสูงขึ้นได้

5.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน แม้กองทุนจะคัดเลือกกิจการที่มีการดำเนินงานที่ดีหรือมีการส่งเสริมด้านความยั่งยืน แต่กิจการภายในพอร์ตการลงทุนอาจยังมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณหนึ่ง หรือผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการมีแนวทางในการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวผ่านกระบวนการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (I Code) การเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อสอบถามสาเหตุและผลักดันให้มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด และการใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) ในวาระที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

5.3 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน และอาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเนื่องจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน

6. แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน อย่างน้อย ดังต่อไปนี้ 6.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีแนวทางการดำเนินการตามแนวปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Universe อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และทบทวนคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์ใน Universe อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวได้รับผลการประเมินจากผู้ประเมินฯ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ หากมีข่าวที่มีผลกระทบเชิงลบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี ผู้จัดการกองทุนจะติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีข่าวดังกล่าวเพื่อสอบถามสาเหตุและแนวทางแก้ไข รวมถึงสอบถามถึงประเด็นอื่นๆ โดยจะมีการติดตามการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวจนกว่าจะสามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จ หรืออาจมีความร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว

6.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข หากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าบริษัทไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นดังกล่าวออกไป โดยจะดำเนินการปรับปรุงพอร์ตการลงทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนอีกครั้งภายใน 30 วัน โดยคำนึงถึงสภาพคล่องของหลักทรัพย์และประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

6.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข 6.3.1 การมีส่วนร่วมกับกิจการ (engagement): ผู้จัดการกองทุนจะสื่อสารและติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีประเด็นด้านความยั่งยืนเพื่อขอข้อมูล ชี้แจงข้อกังวล และเสนอแนะแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งติดตามการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น หรือดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงตามความเหมาะสมเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหา โดยหากบริษัทมีพัฒนาการที่ชัดเจนและเพียงพอ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนต่อภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่ากิจการกลับมามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน

6.3.2 การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (investor disclosure) : หากการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน อย่างมีนัยสำคัญหรือต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานรอบระยะเวลาบัญชีหรือช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

6.3.3 การไถ่ถอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน (divestment) : ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน ได้อย่างรวดเร็วเพียงพอตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือนําหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก Investment Universe เพื่อให้การลงทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและสภาวะตลาด

6.3.4 แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการมีนโยบายการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Proxy Voting) ในฐานะตัวแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของกองทุนเป็นสำคัญ

สำหรับการบริหารจัดการกองทุนประเภท SRI Promote บริษัทจัดการจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการพิจารณาใช้สิทธิออกเสียงในวาระการประชุมต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในวาระที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญต่อกิจการ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงให้สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้มีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้กิจการมีธรรมาภิบาลที่ดีและมีการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อันจะช่วยให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน, ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูแนวทางและผลการดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการหรือผ่านทางเว็บไซต์ www.ktam.co.th

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-7.04%
ระยะเวลาฟื้นตัว
1 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
0 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
0 บาท / ไม่กำหนด หน่วยลงทุน
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
บริษัทจัดการจะไม่เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดนี้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+2 คือ2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -2.98%ไม่มีข้อมูล9 ก.ย. 25699 ต.ค. 2569
3Mเพิ่มขึ้น +2.05%ไม่มีข้อมูล9 ก.ค. 25699 ต.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +9.62%ไม่มีข้อมูล9 เม.ย. 25699 ต.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +21.70%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25689 ต.ค. 2569
1Yเพิ่มขึ้น +27.27%เพิ่มขึ้น +26.80%3 ต.ค. 25689 ต.ค. 2569
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.07002.140031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)1.29005.350031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) ***ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) ****หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): *เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน **หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังดึงประวัติจาก บลจ. นี้ไม่สำเร็จ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

ตราสารทุน 95.97%, เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก 4.17%ตราสารทุน: 95.97%เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก: 4.17%
ตราสารทุน · 95.97%เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก · 4.17%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หุ้น 95.80%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 4.31%หุ้น: 95.80%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 4.31%
หุ้น · 95.80%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 4.31%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
หุ้นสามัญ บมจ. ปตท. 10.0231 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ ธนาคารกสิกรไทย 9.9831 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ ธนาคารกรุงไทย 9.8731 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม 9.7031 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ ธนาคารกรุงเทพ 9.2931 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings