ตราสารหนี้เลิกกองทุนไม่มีข้อมูล

KTTFP-UI

กองทุนเปิดกรุงไทย Term Fund Ultra Plus ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

Krung Thai Term Fund Ultra Plus Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
KTTFP-UI9.982210.020810.059410.098010.1366KTTFP-UI: 2021-12-01 ถึง 2022-12-272021-12-012022-12-27
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

1 ธ.ค. 2564 – 27 ธ.ค. 2565 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +1.04%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 27 ธ.ค. 2565 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 12:26:29.883000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารหนี้
ความเสี่ยง
ไม่มีข้อมูล
นโยบายปันผล
ไม่มีข้อมูล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มีข้อมูล

นโยบายการลงทุน

กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้ รวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยจะลงทุนในตราสารแห่งหนี้ และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารการเงิน ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) รวมถึงตราสารแห่งหนี้ และ/หรือเงินฝากที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) และ/หรือตราสารแห่งหนี้ และ/หรือเงินฝากที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และ/หรือสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (Distressed Securities) และ/หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้ลงทุนได้ ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

นอกจากนี้ กองทุนจะสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการมีฐานะเป็นผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต โดยเข้าทำธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) กับคู่สัญญาที่มีฐานะเป็นผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือผู้ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Buyer) ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของหลักทรัพย์ (Reference obligation) หรือผู้ออกหลักทรัพย์ (Reference entity) ที่ CDS อ้างอิง โดยกองทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของค่าประกันความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Premium) จากการดำรงฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต

กองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (short sell) และธุรกรรมการกู้ยืมเงิน หรือการทำ repo เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และหรืออาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)

รายละเอียดการลงทุนของกองทุน

กองทุนจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1 กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ และหรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้กองทุนตราสารหนี้ลงทุนได้ โดยจะลงทุนในตราสารของผู้ออกรายใดๆ ไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน รวมกันเป็นอัตราส่วนร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่กองทุนต้องวางหลักประกันเป็นเงินสด (cash collateral) ในรูปแบบของเงินฝากที่ได้รับดอกเบี้ยกับธนาคารพาณิชย์คู่สัญญาควบคู่กับการเข้าทำธุรกรรมในส่วนที่ 2 มูลค่าเงินหลักประกันนี้จะไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าตามสัญญา (Notional Amount) ที่เกิดจากการทำธุรกรรมในส่วนที่ 2 และไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ส่วนที่ 2

กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) (ผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต) “ธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller” กับคู่สัญญาที่มีฐานะเป็นผู้ซื้อ (Buyer) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต) ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของหลักทรัพย์ (Reference obligation) หรือผู้ออกหลักทรัพย์ (Reference entity) ที่ CDS อ้างอิง โดยกองทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของค่าประกันความเสี่ยงเครดิต (Credit Premium) จากการดำรงฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต ทั้งนี้ มูลค่าตามสัญญาดังกล่าวจะคิดเป็นสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนต่อสัญญา และเมื่อรวมทุกสัญญาดังกล่าวจะคิดเป็นสัดส่วนรวมไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

คู่สัญญาในฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือผู้ขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Seller)

กองทุนเปิดกรุงไทย Term Fund Ultra Plus ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

คู่สัญญาในฐานะผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือผู้ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Buyer)

บมจ.ธนาคารกรุงไทย

หลักทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation)

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของตราสารหนี้ที่ถูกอ้างอิง (Credit Events) ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่ถูกอ้างอิง จะต้องเป็นตราสารหนี้ที่ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Level) มีวันครบกำหนดไถ่ถอนแน่นอน สามารถโอนเปลี่ยนมือได้ และมีอันดับเครดิตของผู้ออกหรือของตราสารที่ถูกอ้างอิงระดับ Investment Grade (BBB- ขึ้นไป) ณ วันทำสัญญา CDS

ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง (Reference entity)

บริษัทเอกชน หรือ สถาบันการเงินในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือโดยสถาบันจัดอันดับเครดิตที่สำนักงาน ก.ล.ต. ให้การยอมรับ ในระดับ Investment Grade (BBB- ขึ้นไป) ณ วันลงทุน

วันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS

(Scheduled Termination Date)

ประมาณ 1 ปี โดยวันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS (Scheduled Termination Date) จะเกิดขึ้นพร้อมกับหรือภายหลังจากวันครบกำหนดไถ่ถอนของหลักทรัพย์อ้างอิง (Reference Obligation’s Maturity Date) บวกด้วยระยะผ่อนผันการชำระหนี้ (Grace period) ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดของหลักทรัพย์อ้างอิง ทั้งนี้ วันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS อาจสิ้นสุดลงก่อนกำหนดได้ในกรณีตามหัวข้อ 2.1 การที่ธุรกรรมสิ้นสุดก่อนระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้หัวข้อความเสี่ยงของกองทุนในฐานะผู้รับโอนความเสี่ยง ซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลตอบแทนโดยรวมที่กองทุนจะได้รับจากธุรกรรม และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเลิกกองทุนหรือขยายอายุกองทุน โดยเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา CDS อันเป็นผลต่อเนื่องจากการเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Events) ซึ่งส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนและเงินต้นคืนตามจำนวนและระยะเวลาที่ระบุไว้

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) มีดังนี้

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของหลักทรัพย์อ้างอิง (Reference Obligation) หรือผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง (Reference Entity) ดังต่อไปนี้

Bankruptcy – ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงล้มละลาย

Failure to Pay – หลักทรัพย์อ้างอิงไม่จ่ายดอกเบี้ยและ/หรือเงินต้นตามที่กำหนด ทั้งนี้ การกำหนด Grace Period Extension (การขยายระยะเวลาชำระหนี้) จะต้องสอดคล้องกับที่กำหนดโดยหลักทรัพย์อ้างอิง

Restructuring – หลักทรัพย์อ้างอิงถูกปรับโครงสร้างหนี้ (เช่น เลื่อนระยะเวลาชำระคืน ลดดอกเบี้ยและ/หรือเงินต้น เป็นต้น) แต่ทั้งนี้ เหตุการณ์ปรับโครงสร้างหนี้ดังกล่าว จะต้องไม่เกิดจากการลงมติของคู่สัญญาฯ เพียงฝ่ายเดียว

เงื่อนไขการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนของกองทุน

ตารางแสดงการจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนภายใต้สถานการณ์ต่างๆ

การจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนภายใต้สถานการณ์ต่างๆ

ส่วนที่ 1 (เงินลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือ เงินฝากที่กองทุนลงทุนปกติ)

ไม่เกิดผิดนัดชำระหนี้ในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากที่กองทุนลงทุน

เกิดผิดนัดชำระหนี้บางส่วนหรือทั้งหมด*

ส่วนที่ 2 การเข้าทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller

(สัญญา CDS ซึ่งอ้างอิงเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของหลักทรัพย์อ้างอิง/ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง)

[1] ไม่เกิด

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของหลักทรัพย์อ้างอิง

กรณีที่ 1.1

กองทุนได้เงินต้นและผลตอบแทนครบถ้วน

กองทุนได้รับเงินต้นและผลตอบแทนจากเงินลงทุนส่วนที่ 1 ครบถ้วน และ

ได้รับผลตอบแทนจากการทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller

กรณีที่ 1.2

กองทุนสูญเสียเงินเงินต้นและผลตอบแทนบางส่วนหรือทั้งหมดจากเงินลงทุนส่วนที่ 1 สูงสุด 100% ของ NAV

แต่ ได้รับผลตอบแทนจากการทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller

[2] เกิด

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้*

กรณีที่ 2.1

กองทุนสูญเสียเงินต้นและผลตอบแทน

ไม่เกิน 50% ของ NAV

กองทุนได้รับเงินต้นและผลตอบแทนจากเงินลงทุนส่วนที่ 1 แต่ ต้องนำเงินบางส่วนไปชำระให้คู่สัญญา CDS และรับมอบหลักทรัพย์อ้างอิง

กรณีที่ 2.2 กรณีเลวร้ายที่สุด

กองทุนสูญเสียเงินต้นและผลตอบแทน

สูงสุด 100% ของ NAV

กองทุนสูญเสียเงินต้นและผลตอบแทนบางส่วนหรือทั้งหมดจากเงินลงทุนส่วนที่ 1 และ ไม่มีเงินพอนำไปชำระให้คู่สัญญาจากการทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller

ทั้งนี้ กองทุนรวมมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากผู้ถือหน่วย ดังนั้น ในกรณีเลวร้ายที่สุด ผู้ถือหน่วยจะสูญเงินลงทุนทั้งหมด แต่ไม่มีภาระที่ต้องตามชำระหนี้ที่เหลือของกองทุน

*ในกรณีที่เงินลงทุนส่วนที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ และ/หรือ ส่วนที่ 2 การทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ ซึ่งกองทุนจะต้องชำระเงินและรับมอบหลักทรัพย์อ้างอิงตามสัญญา CDS แล้ว กองทุนรวมจะดำเนินการติดตามทวงถามให้ผู้ออกหลักทรัพย์ชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องทางกฏหมาย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกับการติดตามทวงถามตราสารหนี้ที่ผิดนัดชำระทั่วไป

[1] เมื่อไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ ของหลักทรัพย์อ้างอิง หรือผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงตามสัญญา CDS

กรณีที่ 1.1 เงินลงทุนส่วนที่ 1 ได้รับชำระคืนทั้งเงินต้นและผลตอบแทนของตราสารที่ลงทุน

กองทุนจะได้รับชำระคืนเงินต้นและผลตอบแทนจากเงินลงทุนส่วนที่ 1 และผลตอบแทนจากการทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller ในรูปของค่าประกันความเสี่ยงในฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตตามสัญญา CDS โดยทรัพย์สินทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องของกองทุน จะถูกเฉลี่ยคืนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนต่อไป

กรณีที่ 1.2 เงินลงทุนส่วนที่ 1 เกิดการผิดนัดชำระบางส่วนหรือทั้งหมด

หากเงินลงทุนส่วนที่ 1 ผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมดจะทำให้กองทุนเกิดผลขาดทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ แต่กองทุนยังจะได้รับผลตอบแทนจากค่าประกันความเสี่ยงจากสัญญา CDS ดังนั้น เมื่อครบอายุโครงการฯ กองทุนจะจ่ายคืนทรัพย์สินปกติเท่าที่มีในรูปเงินสดเฉลี่ยให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนก่อน ในส่วนสินทรัพย์ประเภทตราสารหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้จะถูกแยกการคำนวณมูลค่าออกต่างหากจากทรัพย์สินปกติของกองทุน ตามหลักเกณฑ์ set aside โดยกองทุนจะดำเนินการติดตามทวงถามให้ผู้ออกหลักทรัพย์ชำระหนี้คืนตามสิทธิเรียกร้องทางกฏหมาย มูลหนี้ที่เรียกเก็บได้ (Recovery Value) หลังหักค่าใช้จ่ายในการดำเนินการจะถูกเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนต่อไป

[2] เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ ของหลักทรัพย์อ้างอิง หรือผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงตามสัญญา CDS

กรณีที่ 2.1 เงินลงทุนส่วนที่ 1 ได้รับชำระคืนทั้งเงินต้นและผลตอบแทนครบถ้วน

กองทุนต้องนำเงินลงทุนส่วนที่ 1 ไปชำระให้คู่สัญญา CDS และรับมอบหลักทรัพย์อ้างอิง โดยหากหลักทรัพย์อ้างอิงผิดนัดชำระหนี้ กองทุนอาจเกิดผลขาดทุนสูงสุดไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ตามกรอบการลงทุนของการทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller ทั้งนี้ กองทุนอาจมีค่าใช้จ่ายในการติดตามทวงถามหนี้ตามหลักทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติม

แผนภาพประกอบกรณีที่ 2.1 เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของหลักทรัพย์อ้างอิง หรือผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงและเงินลงทุนส่วนที่ 1 ได้รับชำระคืนทั้งจำนวน

คำอธิบายตามภาพประกอบ

(1) กองทุนนำเงินฝากที่วางเป็นหลักประกันไว้กับคู่สัญญา CDS และเงินลงทุนส่วนที่ 1 บางส่วนมาชำระเงินให้แก่ธนาคารพาณิชย์คู่สัญญา ตามมูลค่าธุรกรรม CDS (Notional Amount) พร้อมดอกเบี้ยค้างรับของหลักทรัพย์อ้างอิง ทั้งนี้ กองทุนอาจขอให้คู่สัญญาขยายเวลาชำระเงินและโอนหลักทรัพย์อ้างอิงได้ (อาจเกิดขึ้นในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ก่อนวันสิ้นสุดอายุสัญญา CDS ซึ่งในขณะนั้น กองทุนอาจจะยังไม่มีสภาพคล่องเพียงพอในการชำระเงินเพื่อรับโอนหลักทรัพย์อ้างอิง) ในกรณีนี้ กองทุนอาจต้องรับภาระผลขาดทุน ต้นทุนการเงิน ค่าธรรมเนียม ภาษี หรือภาระค่าใช้จ่ายอื่นใดที่คู่สัญญาเรียกเก็บสืบเนื่องจากการขอขยายเวลา ดังกล่าว

(2) ธนาคารพาณิชย์คู่สัญญาส่งมอบหลักทรัพย์อ้างอิงเมื่อได้รับเงินจากกองทุน และธนาคารฯ ชำระค่าประกันความเสี่ยงเครดิต (คิดตามสัดส่วนระยะเวลานับจากวันเริ่มสัญญาจนถึงวันที่เกิดเหตุการณืที่มีต่อการชำระหนี้)

(3) กองทุนไถ่ถอนหน่วยลงทุนบางส่วน โดยเฉลี่ยจ่ายคืนเงินสดแก่ผู้ถือหน่วย โดยเป็นเงินลงทุนส่วนที่ 1 ส่วนที่เหลือหลังจากนำไปชำระให้คู่สัญญา CDS

(4) หลักทรัพย์อ้างอิงที่กองทุนรับโอนมาตาม (2) จะถูกแยกคำนวณมูลค่ายุติธรรมตามเกณฑ์การ set aside โดยกองทุนจะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อเรียกร้องให้ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงชำระหนี้คืน ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติปกติเช่นเดียวกับการลงทุนในตราสารหนี้ที่เข้าเงื่อนไขการผิดนัดชำระหนี้

(5) เมื่อหลักทรัพย์อ้างอิงทส่วนที่ set aside ตาม (4) ได้รับชำระคืนบางส่วนหรือทั้งหมด หลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการติดตามหนี้จะถูกเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนถือครอง

กรณีที่ 2.2 (กรณีเลวร้ายที่สุด) เงินลงทุนส่วนที่ 1 เกิดการผิดนัดชำระบางส่วนหรือทั้งหมด

กองทุนอาจสูญเสียเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมด สูงสุดร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยกรณีนี้เงินลงทุนทั้งส่วนที่ 1 และ 2 จะถูกประเมินมูลค่ายุติธรรมใหม่ และหากกองทุนมีหนี้สิน (ภาระหนี้หลักคือ เงินที่ต้องนำไปส่งมอบแก่คู่สัญญา CDS) มากกว่าสินทรัพย์ จะเป็นสาเหตุให้กองทุนประสบภาวะล้มละลาย อย่างไรก็ตาม เนื่องจากกองทุนรวมมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่แยกต่างหากจากผู้ถือหน่วยลงทุน ดังนั้น ในกรณีเลวร้ายที่สุดนี้ ผู้ถือหน่วยจะสูญเงินลงทุนทั้งหมด แต่ไม่มีภาระที่ต้องตามชำระหนี้ที่เหลือของ กองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะต้องเข้าสู่กระบวนการชำระบัญชี ซึ่งมีขั้นตอนการติดตามทวงถามหนี้สำหรับเงินลงทุนส่วนที่ 1 และมีขั้นตอนที่กองทุนจะถูกคู่สัญญา CDS ฟ้องร้องเพื่อชำระหนี้ส่วนที่เหลือสำหรับการทำธุรกรรม CDS ในฐานะ Protection Seller

ความเสี่ยงของกองทุนในฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตจากการเข้าทำธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงปัจจัยความเสี่ยงดังต่อไปนี้

1. ความเสี่ยงด้านเครดิต

1.1 ความเสี่ยงที่หลักทรัพย์อ้างอิงหรือผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงผิดนัดชำระหลังเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Events) ภายในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะไม่เกินวันที่กำหนดให้เป็นวันสิ้นสุดของธุรกรรม (รวมเรียกว่า “ระยะเวลาที่มีความเสี่ยง”) กองทุนมีหน้าที่ต้องชำระเงินสดให้แก่ธนาคารพาณิชย์คู่สัญญา ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อมูลค่าของกองทุนเท่ากับส่วนต่างระหว่างจำนวนเงินที่ต้องโอนชำระให้คู่สัญญา (มูลค่าสัญญา Notional Amount บวกด้วยดอกเบี้ยค้างรับของหลักทรัพย์อ้างอิง และอาจรวมถึงภาระผลขาดทุน ต้นทุนการเงิน ค่าธรรมเนียม ภาษี หรือภาระค่าใช้จ่ายอื่นใดที่คู่สัญญาเรียกเก็บสืบเนื่องจากการขอขยายอายุสัญญา CDS หักด้วยค่าประกันความเสี่ยงเครดิตที่กองทุนพึงได้รับตามสัดส่วนตั้งแต่วันเริ่มสัญญา CDS จนถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้) และมูลค่ายุติธรรมของหลักทรัพย์อ้างอิงที่รับโอนมา

ในกรณีที่มูลค่าหลักทรัพย์อ้างอิงที่รับโอนมาถูกประเมินเป็นตราสารหนี้ที่ผิดนัดชำระหนี้ หลักทรัพย์ดังกล่าวจะถูกแยกการคำนวณมูลค่าออกต่างหากจากทรัพย์สินปกติของกองทุน ตามเกณฑ์การ set Aside ดังนั้น ผลกระทบที่จะเกิดกับกองทุนจะเท่ากับจำนวนเงินที่ต้องโอนชำระให้คู่สัญญาข้างต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการใช้สิทธิตามกฎหมายฟ้องร้องให้ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงชำระหนี้คืนแก่กองทุน ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติปกติเช่นเดียวกับการลงทุนในตราสารหนี้ที่เข้าเงื่อนไขการผิดนัดชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจะมีภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการเรียกชำระหนี้คืน ซึ่งเงินที่ได้รับชำระคืนหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะถูกเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนถือครอง

1.2 ความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับคืนเงินฝากที่ใช้เป็นหลักประกันจากคู่สัญญา CDS

การทำธุรกรรม CDS ธนาคารพาณิชย์คู่สัญญาในฐานะผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตให้กองทุนจะเรียกให้กองทุนต้องวางเงินประกันในรูปของเงินฝากที่มีการจ่ายดอกเบี้ยไว้กับธนาคาร ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงที่คู่สัญญาจะไม่คืนเงินฝากและดอกเบี้ยให้กองทุน แม้จะไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ตามสัญญา CDS โดยความเสียหายสูงสุดจะเทียบเท่ากับมูลค่าเงินต้นและดอกเบี้ยรับที่ฝากไว้กับธนาคารคู่สัญญา ซึ่งกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าธุรกรรม CDS และจะไม่เกินร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิตามนโยบายการลงทุน ในกรณีเช่นนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการฟ้องร้องตามกฎหมายให้ธนาคารคู่สัญญาชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนแก่กองทุน หากระยะเวลาการขอรับชำระหนี้คืนเกินกว่าระยะเวลาโครงการ เงินฝากและดอกเบี้ยค้างรับดังกล่าวจะถูกแยกการคำนวณมูลค่าออกต่างหากจากทรัพย์สินปกติของกองทุน ตามเกณฑ์การ set aside โดยเงินที่ได้รับชำระคืนหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะถูกเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนถือครอง

ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ ซึ่งเป็นเหตุให้คู่สัญญาขอให้กองทุนชำระเงินตามสัญญา แต่ยังไม่โอนคืนเงินฝากและดอกเบี้ยที่ใช้เป็นหลักประกันให้กองทุนก่อน กองทุนจะนำส่วนของเงินฝากและดอกเบี้ยค้างรับมาหักออกจากเงินที่ต้องชำระตามที่กำหนดไว้ในสัญญา พร้อมกับการรับโอนหลักทรัพย์อ้างอิงในคราวเดียวกันเพื่อปิดความเสี่ยงด้านการชำระรายการ (Settlement Risk)

1.3 ความเสี่ยงที่คู่สัญญาจะไม่ชำระค่าประกันความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Premium)

ตามข้อสัญญา CDS กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์คู่สัญญาในฐานะผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตต้องชำระค่าประกันความเสี่ยงด้านเครดิตให้กองทุนเป็นค่าตอบแทนแก่กองทุน ณ วันครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญา หรือ ณ วันที่กองทุนมีการส่งมอบเงินเพื่อรับโอนหลักทรัพย์อ้างอิงซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากการเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ตามสัญญา CDS ในกรณีที่คู่สัญญาจะไม่ชำระค่าประกันความเสี่ยงด้านเครดิตตามสัญญา จะทำให้กองทุนสูญเสียผลตอบแทนที่พึงได้รับ สำหรับแนวทางดำเนินการเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ กองทุนจะนำค่าประกันความเสี่ยงด้านเครดิตที่พึงได้รับมาหักออกจากเงินที่ต้องส่งมอบให้ธนาคารคู่สัญญาพร้อมรับโอนหลักทรัพย์อ้างอิงในคราวเดียวกัน แต่หากเป็นกรณีที่ไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการฟ้องร้องทางกฎหมายบังคับให้ธนาคารพาณิชย์คู่สัญญาชำระค่าประกันความเสี่ยงแก่กองทุนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ระบุในสัญญา

1.4 ความเสี่ยงที่เงินลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝากผิดนัดชำระหนี้

กองทุนมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดจากเงินลงทุนในตราสารหนี้หรือเงินฝาก (เงินลงทุนส่วนที่ 1) นอกเหนือจากเงินฝากซึ่งใช้เป็นหลักประกันกับธนาคารพาณิชย์คู่สัญญา ซึ่งกองทุนมีแผนจะลงทุนในหลักทรัพย์ส่วนนี้รวมไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในสถานการณ์ที่เกิดการผิดนัดชำระของของหลักทรัพย์ใด หลักทรัพย์ดังกล่าวจะถูกแยกการคำนวณมูลค่าออกต่างหากจากทรัพย์สินปกติของกองทุน ตามเกณฑ์การ set aside โดยผลกระทบที่จะเกิดกับกองทุนจะเท่ากับผลต่างระหว่างจำนวนเงินต้นและผลตอบแทนที่พึงได้รับของหลักทรัพย์ที่ผิดนัดชำระหนี้ รวมผลขาดทุนที่อาจเกิดจากสัญญาป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินลงทุนในต่างประเทศ และมูลค่ายุติธรรมใหม่ของหลักทรัพย์ที่ผิดนัดชำระหนี้ สำหรับกรณีเลวร้ายที่สุด ที่เงินลงทุนส่วนนี้เกิดผิดนัดชำระหนี้ทั้งหมด พร้อมกับเกิดเหตุการณ์ที่หลักทรัพย์อ้างอิงตามสัญญา CDS ผิดนัดชำระหนี้ กองทุนจะสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดและอาจเข้าสู่ภาวะล้มละลายเนื่องจากกองทุนมีหนี้สินสูงกว่าสินทรัพย์ (โปรดดูคำอธิบาย ในกรณีที่ 2.2 ภายใต้หัวข้อ “เงื่อนไขการจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนของกองทุน”) ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้ของเงินลงทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการใช้สิทธิตามกฎหมายฟ้องร้องให้ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงชำระหนี้คืนแก่กองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจะมีภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการเรียกชำระหนี้คืน ซึ่งเงินที่ได้รับชำระคืนหลังหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องจะถูกเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยตามสัดส่วน

2. ความเสี่ยงจากการเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของหลักทรัพย์อ้างอิงตามสัญญา CDS ในระยะเวลาที่ไม่เหมาะสม

2.1 ความเสี่ยงที่ธุรกรรมสิ้นสุดก่อนระยะเวลาที่กำหนด

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Events) ธนาคารพาณิชย์คู่สัญญาในฐานะผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตให้กองทุนอาจขอใช้สิทธิยกเลิกธุรกรรมโดยเรียกให้มีการชำระจำนวนเงินเท่ามูลค่าตามสัญญา (Notional Amount บวกดอกเบี้ยค้างรับจนถึงวันส่งมอบตราสารหนี้อ้างอิง หักด้วยค่าประกันความเสี่ยงเครดิตที่กองทุนพึงได้รับตามสัดส่วนตั้งแต่วันเริ่มสัญญา CDS จนถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้) พร้อมส่งมอบตราสารหนี้ที่ถูกอ้างอิง (Reference Obligation) ให้กองทุน ซึ่งมูลค่ายุติธรรมของตราสารหนี้ที่กองทุนรับโอนมาอาจมีราคาลดลงอย่างมากหรืออาจมีมูลค่าเท่ากับศูนย์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การยกเลิกธุรกรรมก่อนวันครบกำหนดอายุของธุรกรรม (ก่อน Scheduled Termination Date) อาจทำให้กองทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่คาดว่าจะได้เมื่อเปรียบเทียบกับกรณีที่ธุรกรรมไม่ได้ถูกยกเลิกก่อนวันครบกำหนดอายุ และ/หรือกองทุนอาจจำเป็นต้องไถ่ถอนหรือขายเงินลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อให้มีสภาพคล่องเพียงพอไปส่งมอบให้คู่สัญญาได้ซึ่งจะมีผลให้กองทุนสูญเสียผลตอบแทนที่ควรได้รับหรือเกิดผลขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ในราคาตลาด ณ ขณะนั้น ดังนั้น เพื่อลดผลกระทบจากจากการที่ธุรกรรมอาจสิ้นสุดก่อนระยะเวลาที่กำหนด สัญญา CDS จะมีเงื่อนไขให้คู่สัญญาสามารถร้องขอขยายระยะเวลาส่งมอบเงินและตราสารหนี้อ้างอิงออกไปได้จนถึง Scheduled Termination Date แต่ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญาอีกฝ่าย และต้องยอมรับภาระผลขาดทุน ต้นทุนการเงิน ค่าธรรมเนียม ภาษี หรือภาระค่าใช้จ่ายอื่นใดที่คู่สัญญาเรียกเก็บสืบเนื่องจากการขอขยายอายุสัญญา CDS

2.2 ความไม่แน่นอนของระยะเวลาส่งมอบหลักทรัพย์อ้างอิงตามสัญญาภายหลังจากวันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS

ตามสัญญา CDS จะอ้างอิงข้อตกลงตาม 2014 ISDA Credit Derivatives Definitions (2014 ISDA CDD) ซึ่งเป็นมาตรฐานซึ่งยอมรับในระดับสากลกำหนดโดย International Swaps and Derivatives Association, Inc. แต่จะมีการปรับข้อตกลงให้สอดคล้องกับความต้องการที่ยอมรับร่วมกันระหว่างคู่สัญญาด้วย โดยประเด็นหนึ่งที่ต้องมีข้อตกลงร่วมกัน คือขั้นตอนและระยะเวลานับตั้งแต่เกิด Credit Events ก่อนถึง Scheduled Termination Date ไม่นาน (เช่น เกิด Credit Events 30 วันก่อน Scheduled Maturity Date) สถานการณ์เช่นนี้ จะต้องมีระยะเวลาให้ธนาคารคู่สัญญาดำเนินขั้นตอนต่างๆ ตามลำดับ ซึ่งหากยึดข้อปฏิบัติตาม 2014 ISDA CDD อาจต้องใช้เวลานานกว่า 6 เดือน เช่น ขั้นตอนการนำส่งคำบอกกล่าวการเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Event Notice) ขั้นตอนการส่งคำบอกล่าววันส่งมอบหลักทรัพย์อ้างอิง (Notice of Physical Settlement) ขั้นตอนการส่งมอบหลักทรัพย์และชำระรายการ (Physical Settlement) และการมีระยะเวลาผ่อนปรนที่ธนาคารคู่สัญญาขอขยายได้สูงสุดในการส่งมอบหลักทรัพย์ (Cap on Settlement) เป็นต้น การอ้างอิงขั้นตอนตาม ISDA เท่านั้นจะทำให้เกิดความไม่แน่นอนด้านระยะเวลาจนถึงวันที่มีการโอนหลักทรัพย์อ้างอิงภายหลังจากวันสิ้นสุดอายุโครงการ ดังนั้น กองทุนจะทำข้อตกลงกับธนาคารคู่สัญญาเพื่อร่นเวลาในแต่ละขั้นตอนให้กระชับ ตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงความเป็นได้ในทางปฏิบัติ พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาสูงสุดที่ธนาคารคู่สัญญาต้องส่งมอบเงินสดและรับโอนหลักทรัพย์อ้างอิงให้กองทุน อย่างไรก็ตาม ในข้อตกลงจะมีข้อยกเว้น กรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัยที่เหนือความควบคุมซึ่งทำให้ไม่สามารถโอนหลักทรัพย์อ้างอิงได้ และทำให้ระยะเวลาส่งมอบอาจถูกยืดระยะเวลาออกนานกว่าที่กำหนดไว้ได้

ประเด็นความเสี่ยงเพิ่มเติมที่จะผลต่อเครดิตของผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงหรือหลักทรัพย์อ้างอิง ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในสัญญา CDS

ประเด็นความเสี่ยงที่ไม่ได้ระบุในสัญญา CDS (CDS Confirmation) จะอ้างถึงข้อตกลงมาตรฐานตาม 2014 ISDA Credit Derivative Definitions (2014 ISDA CDD) และ 2006 ISDA Definitions (2006 ISDA) ซึ่งกระทบต่อเครดิตของผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงหรือหลักทรัพย์อ้างอิง จะรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

(ก) เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง (นอกเหนือจาก Credit Events ที่ระบุในสัญญา CDS) ยังหมายรวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ ได้แก่

- ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงเลิกกิจการ (ซึ่งมิได้เกิดจากการดำเนินการตามกฎหมายบริษัท)

- ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงไม่สามารถชำระหนี้ได้

- ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงเจรจาต่อรองเกี่ยวกับการชำระหนี้ หรือเพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้เป็นการทั่วไป หรือการมีมติเลิกบริษัท การริเริ่มกระบวนการ หรือกรณีที่มีกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายล้มละลาย การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตามกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย และการบังคับคดีเอากับสินทรัพย์ทั้งหมดหรือส่วนที่สำคัญของผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง หรือเหตุการณ์อื่นใดที่สามารถเทียบเคียงกันได้

ทั้งนี้ ความเสี่ยงข้างต้นนี้ ไม่ได้เป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลต่อการชำระหนี้ (credit event) โดยตรง เนื่องจากไม่ได้เป็นข้อตกลงที่ระบุในสัญญา CDS อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้อาจมีผลกระทบต่อเครดิตของผู้ออกหลักทรัพย์ หรือ หลักทรัพย์อ้างอิง และอาจจะนำไปสู่ credit event ได้ในที่สุด

(ข) การเปลี่ยนแปลงผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิง

กองทุนจะเข้าทำสัญญา CDS โดยจำกัดความเสี่ยงด้านเครดิตอยู่เฉพาะหลักทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น (Reference Obligation Only) ซึ่งตามสัญญาจะมีระบุเจาะจงรุ่นตราสารหนี้อ้างอิงอย่างชัดเจน แต่ยังมีข้อยกเว้น เมื่อเกิดกรณีที่ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงสิ้นสภาพไป และหลักทรัพย์อ้างอิง (ตลอดจนหลักทรัพย์อ้างอิง เพิ่มเติมด้วย ถ้ามี) ถูกโอนไปยังบุคคลอื่นโดยเหตุแห่งการดำเนินการตามกฎหมายบริษัท (เช่น การควบรวมกิจการ) ในระหว่างระยะเวลาที่มีความเสี่ยง (ช่วงวันเริ่มสัญญาจนถึงวันครบอายุสัญญา CDS) ในกรณีเช่นนี้ คู่สัญญาอาจตกลงกันเพื่อกำหนดบุคคลอื่นใดให้เป็นผู้สืบสิทธิแทนผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงเดิม (“ผู้สืบสิทธิ”) ได้ ในกรณีเช่นว่านี้ กองทุนจะต้องรับความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้สืบสิทธิในฐานะเป็นผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงรายใหม่แทนผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงรายเดิม

(ค) การเปลี่ยนแปลงหลักทรัพย์อ้างอิง

เนื่องจากสัญญา CDS ไม่ได้บังคับให้ธนาคารคู่สัญญาต้องมีหลักทรัพย์อ้างอิงตามที่ระบุ (Reference Obligation Only) ไว้ในครอบครองตลอดอายุสัญญาฯ ดังนั้น จึงอาจเกิดเหตุที่ปริมาณหลักทรัพย์อ้างอิงลดลงต่ำกว่ามูลค่าธุรกรรม (Notional Amount) ก่อนวันที่กำหนดให้มีการส่งมอบเงินและโอนหลักทรัพย์อ้างอิง โดยกรณีดังกล่าวอาจเกิดจากเหตุการณ์ที่อยู่ในความควบคุมหรือนอกเหนือความควบคุมของธนาคารคู่สัญญา เช่น เหตุการณ์ที่ผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงไถ่ถอนหลักทรัพย์อ้างอิงก่อนครบกำหนด (Bond Buyback) หรือ เหตุการณ์ที่ธนาคารคู่สัญญาได้ครอบครองหลักทรัพย์อ้างอิงไว้แล้ว แต่ต่อมาทำการโอนหลักทรัพย์อ้างอิงให้แก่บุคคลอื่นก่อนเกิด Credit Events หากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ ในเบื้องต้นกองทุนจะถือว่าธนาคารคู่สัญญา ไม่สามารถปฏิบัติได้ตามสัญญาซึ่งจะเป็นเหตุให้กองทุนจะไม่ส่งมอบจำนวนเงินตามที่กำหนดในสัญญาจนกว่าธนาคารคู่สัญญาจะหาหลักทรัพย์เพิ่มเติมของผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงรายเดียวกันมาส่งมอบโดยจำนวนรวมของ Notional Amount ของหลักทรัพย์อ้างอิงต้องไม่น้อยไปกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญาเดิม และต้องไม่ทำให้กองทุนต้องรับความเสี่ยงในด้านอื่นๆ เพิ่มเติมเมื่อเทียบกับสัญญาเดิม

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest)

เนื่องจากการทำธุรกรรม CDS ดังกล่าวข้างต้นเป็นการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทจัดการ (บริษัทย่อย) ในฐานะผู้จัดตั้งและจัดการ กองทุนซึ่งเป็นผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตกับบมจ.ธนาคารกรุงไทย (บริษัทแม่) ซึ่งมีฐานะเป็นผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต ดังนั้น ธุรกรรมนี้ จึงเป็นธุรกรรมที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

(ก) บริษัทจัดการมีความเกี่ยวข้องกับผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตในฐานะที่เป็นบริษัทย่อยของผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต

(ข) ข้อตกลงต่างๆ ในการทำธุรกรรมนั้น คู่สัญญาได้เจรจาต่อรองและได้ข้อยุติโดยใช้ข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพล ในการที่เป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง (arm’s length basis)

(ค) ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตทำหน้าที่เป็นผู้แทนในการคำนวณมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม (Notional Agent)

(ง) การทำธุรกรรม กองทุนจะได้รับค่าตอบแทนบางประการในรูปแบบของค่าธรรมเนียม (เช่น จำนวนเงินที่กำหนดไว้แน่นอน) จากผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต และ

(จ) เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของหลักทรัพย์ (Reference obligation) ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตมีสิทธิได้รับจำนวนเงินที่ชำระเป็นเงินสดไม่เกิน Notional Amount รวมดอกเบี้ยค้างรับของตราสารหนี้อ้างอิง จาก กองทุน

ทั้งนี้ ธุรกรรมประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit Derivatives) ประเภทนี้จะต้องมีการเจรจาตกลงกันระหว่างคู่สัญญาล่วงหน้าก่อนทำสัญญาฯ จึงมีลักษณะเฉพาะตัวและมักไม่มีการซื้อขายในตลาดรองได้ทั่วไป จึงอาจไม่สามารถสืบหาราคาเพื่อมาเปรียบเทียบได้โดยตรง ซึ่งในทางปฏิบัติ ผู้จัดการกองทุนจะพยายามเปรียบเทียบความเหมาะสมของราคาจากหุ้นกู้ที่ออกโดยผู้ออกหลักทรัพย์อ้างอิงรายเดียวกัน หรือหุ้นกู้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตและมีอายุคงเหลือของหุ้นกู้ที่พอเทียบเคียงกันได้ รวมถึงอาจพิจารณาจากผลตอบแทนขั้นต่ำที่ต้องการ (Hurdle rate) ในการต่อรองราคาเพื่อผลประโยชน์ของกองทุน หรืออ้างอิงตามวิธีการคำนวณราคาตามทฤษฏี

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด ไม่มีข้อมูล · นโยบายปันผลงวด 3 ธ.ค. 2564

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
ไม่มีข้อมูล
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 3 ธ.ค. 2564 · ดึงข้อมูล 12 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ไม่มีข้อมูล
วันรับคำสั่งขายคืน
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลารับเงินขายคืน
ไม่มีข้อมูล
คำสั่งซื้อ: ไม่มีข้อมูล · คำสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -0.12%ไม่มีข้อมูล31 ต.ค. 256527 ธ.ค. 2565
3Mลดลง -0.15%ไม่มีข้อมูล31 ส.ค. 256527 ธ.ค. 2565
6Mเพิ่มขึ้น +0.10%ไม่มีข้อมูล31 พ.ค. 256527 ธ.ค. 2565
YTDเพิ่มขึ้น +0.95%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 256427 ธ.ค. 2565
1Yเพิ่มขึ้น +1.04%เพิ่มขึ้น +0.97%1 ธ.ค. 256427 ธ.ค. 2565
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีข้อมูล

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings