ตราสารหนี้เลิกกองทุนไม่มีข้อมูล

กองทุนเปิด แอล เอช เอเชียน ฟิกซ์ อินคัม 22A LHAFIX22A

LH ASIAN FIXED INCOME 22A FUND · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
LHAFIX22A9.08569.40459.723310.042110.3610LHAFIX22A: 2021-07-30 ถึง 2022-08-022021-07-302022-08-02
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

30 ก.ค. 2564 – 2 ส.ค. 2565 · Price return สะสม ลดลง -7.12%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 2 ส.ค. 2565 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 18:53:18.111000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารหนี้
ความเสี่ยง
ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก · งวด 30 มิ.ย. 2565

นโยบายการลงทุน

กองทุนจะเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งกองทุนหลักที่กองทุนจะลงทุนคือกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022-II (“กองทุนหลัก”) “ในชนิดหน่วยลงทุน “Class A(USD)-MD1” สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD) ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนในประเทศฮ่องกง (Hong Kong)ภายใต้กฎหมายของประเทศฮ่องกง โดยได้รับการกำกับดูแลและอนุญาตจาก Securities and Futures Commission of Hong Kong (SFC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) และบริหารจัดการโดย Invesco Hong Kong Limited

กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์ลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในตราสารหนี้ในเอเชียที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยผู้จัดการกองทุนตามดุลยพินิจ (เช่น รัฐบาล, หน่วยงานราชการ, องค์กรระหว่างประเทศที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supranational entities), บริษัท, สถาบันการเงินและธนาคาร) อาจรวมถึงผู้ออกตราสารในตลาดเกิดใหม่และตลาดที่พัฒนาแล้วในเอเชีย โดยกองทุนมีวัตถุประสงค์ลงทุนในเอเชียทุกประเทศยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนหลักเน้นกลยุทธ์ Buy and Hold ในตราสารหนี้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน และมีช่วงอายุ 2.5 ปีที่นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาเสนอขาย (Initial Offer Period) จนถึงวันครบอายุกองทุน เป็นหลัก

กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก กรณีที่ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนหลักไถ่ถอนหน่วยลงทุนเกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะทยอยรับคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนตามสัดส่วน (pro rata) เพื่อไม่ให้มีการไถ่ถอนเกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ดังกล่าว โดยคำสั่งไถ่ถอนที่เกินกว่าร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก กองทุนหลักจะทำรายการให้ในวันทำการถัดไป อย่างไรก็ดี บลจ. มิได้จำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุนของกองทุนไทยแต่อย่างใด เพียงแต่เปิดเผยข้อจำกัดของกองทุนหลักดังกล่าวไว้ในรายละเอียดโครงการเท่านั้น

ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (Share Class) และ/หรือสกุลเงินที่จะลงทุนอื่นใด ตามความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะคำนึงถึงและรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

กองทุนเปิด แอล เอช เอเชียน ฟิกซ์ อินคัม 22A อาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน

สำหรับการลงทุนในประเทศของกองทุนเปิด แอล เอช เอเชียน ฟิกซ์ อินคัม 22A กองทุนอาจเข้าทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) และ/หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) รวมถึงอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือของกองทุนนี้ อาจพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยอาจลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ รวมถึง หลักทรัพย์ และ/หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการ และ/หรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)

กองทุนเปิด แอล เอช เอเชียน ฟิกซ์ อินคัม 22A จะลงทุนในกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022-II (“กองทุนหลัก”) ในรูปสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ดังนั้น กองทุนจึงอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินและการคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) มีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

อนึ่ง ในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถเข้าลงทุนในกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022-II (“กองทุนหลัก”) ในรูปสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) หรือกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าการลงทุนในกองทุนดังกล่าวซึ่งเป็นกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เกิดความผันผวนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินตลาดทุน หรือเกิดภัยพิบัติ หรือภาวะสงคราม และ/หรือกรณีที่กองทุนหลักดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการลงทุน หรือผู้จัดการกองทุน หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน การบริหารจัดการ และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือผู้จัดการกองทุนเห็นว่าการลงทุนในกองทุนอื่นมีความเหมาะสมกว่า และ/หรือมีโอกาสให้ผลตอบแทนดีกว่า หรือความผันผวนต่ำกว่า และ/หรือเมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนหลักขัดกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือมีการกระทำความผิดร้ายแรง โดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้น ๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักจะทำให้บริษัทจัดการปฎิบัติไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การลงทุนในหน่วย CIS บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่น

ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของกองทุนเปิด แอล เอช เอเชียน ฟิกซ์ อินคัม 22A โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะปิดประกาศให้ทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะคำนึงถึงและรักษาประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการหากปรากฏกรณีที่กองทุนต่างประเทศ และ/หรือกองทุนอื่นที่กองทุนไปลงทุนเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และ/หรือกองทุนอื่นนั้น มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกําหนด

1. มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และ/หรือกองทุนอื่นดังกล่าว

2. ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และ/หรือกองทุนอื่นดังกล่าวลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกัน คิดเป็นจำนวนเกินกว่าสองในสามของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก และ/หรือกองทุนอื่นนั้น

เงื่อนไข ในกรณีที่กองทุนหลัก และ/หรือกองทุนอื่นที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้

1. แจ้งเหตุที่กองทุนหลัก และ/หรือกองทุนอื่นมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ

2. ดำเนินการตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ปรากฏเหตุ

3. รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ

4. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุน เพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม

ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย

ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตาม (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานได้ โดยได้รับความเห็นชอบกับผู้ดูแลผลประโยชน์

ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้

1 ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม

2 ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม

3 ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

สรุปสาระสำคัญของกองทุนหลัก

ชื่อกองทุน

Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022-II ,Class A(USD)-MD1

ในสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD) ซึ่งจดทะเบียนในประเทศฮ่องกง (Hong Kong)

ภายใต้กฎหมายของประเทศฮ่องกง โดยได้รับการกำกับดูแลและอนุญาตจาก Securities and Futures Commission of Hong Kong (SFC) ซึ่งเป็นสมาชิกสามัญของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO)บริหารและจัดการโดย Invesco Hong Kong Limited

วัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุนหลัก

กองทุนหลักมุ่งเน้นสร้างกระแสรายได้ตลอดช่วงระยะเวลาการลงทุน และจ่ายคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุกองทุน (กองทุนไม่ได้รับประกันหรือคุ้มครองเงินต้น) กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยใช้กลยุทธ์ Buy-and-hold ผ่านการลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และมีการติดตามความเสี่ยงในเชิงรุก โดยจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่ีสามารถลงทุนได้ (Investment Grade) มีระยะเวลาลงทุนประมาณ 2 ปี 6 เดือน นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาเสนอขาย (Initial Offer Period) จนถึงวันครบอายุกองทุน

นโยบายการลงทุน

กองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022-II มีนโยบายการลงทุน ดังนี้

กองทุนจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ในตราสารหนี้ในเอเชียที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งได้รับการคัดเลือกโดยผู้จัดการกองทุนตามดุลยพินิจ (เช่น รัฐบาล, หน่วยงานราชการ, องค์กรระหว่างประเทศที่มีลักษณะเหนือรัฐ (Supranational entities), บริษัท, สถาบันการเงินและธนาคาร) อาจรวมถึงผู้ออกตราสารในตลาดเกิดใหม่และตลาดที่พัฒนาแล้วในเอเชีย โดยกองทุนมีวัตถุประสงค์ลงทุนในเอเชียทุกประเทศยกเว้นประเทศญี่ปุ่น แต่รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

กองทุนจะลงทุน ดังนี้

- กองทุนจะลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ Investment Grade ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และ

- กองทุนจะลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ Non-Investment Grade และ ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ไม่เกินร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

- กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) และอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการป้องกันความเสี่ยงเท่านั้น

- กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่ออกหรือรับประกันโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง (ยกเว้นประเทศจีน) ได้ไม่เกินร้อยละ 40 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และอาจลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐที่ออกหรือรับประกันโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง (รวมถึงรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐหรือ หน่วยงานท้องถิ่นของประเทศนั้น) ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment Grade) หรือไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

- กองทุนหลักอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่เสนอขายนอกประเทศจีนและอยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่ออกหรือรับประกันโดยหน่วยงานในประเทศจีนได้ไม่เกินร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

- กองทุนหลักอาจลงทุนในหุ้นกู้ไม่มีอายุ (Perpetual bonds) และหุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible bonds) ได้ไม่เกินร้อยละ 15. ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

- กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีลักษณะที่รองรับผลขาดทุนได้ ทั้งจากหุ้นกู้ที่สามารถแปลงสภาพได้ และจากตราสารหนี้ที่ถูกจัดให้เป็นเงินทุนเพิ่มเติมชั้นที่ 1 หรือ ชั้นที่ 2 (Additional Tier 1 หรือ Tier 2) ภายใต้กฎเงินทุนของธนาคาร โดยตราสารเหล่านี้อาจมีการถูกลดมูลค่า หรือถูกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ เมื่อถึงจุด trigger กองทุนคาดว่าจะมีสัดส่วนในการลงทุนตราสารหนี้ที่มีลักษณะที่รองรับผลขาดทุนได้นี้ไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

- กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในตราสารทุน หน่วย CIS (Collective Investment Schemes) ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์อื่นเป็นหลักประกัน (Asset-backed Securities) รวมถึงตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Mortgage-backed Securities) หรือตราสารพาณิชย์ที่มีสินทรัพย์ค่ำประกัน (Asset-back Commercial Paper)

- กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์ Buy-and-hold และมีการติดตามความเสี่ยงในเชิงรุก ผู้จัดการกองทุนจะติดตามและบริหารระดับความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในช่วงระยะเวลาการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในกรณีที่หลักทรัพย์หรือผู้ออกหลักทรัพย์ถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลงจนต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ หรือความน่าเชื่อถือของหลักทรัพย์หรือผู้ออกหลักทรัพย์ลดต่ำลงภายหลังจากการเข้าลงทุนครั้งแรก ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกันเพื่อตัดสินใจว่าจะถือครองหลักทรัพย์นั้นต่อไปหรือขายหลักทรัพย์นั้นแล้วนำเงินไปลงทุนใหม่ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ภายใต้ข้อจำกัดการลงทุนข้างต้น

- กองทุนหลักมีการกระจายการลงทุนในตราสารหนี้โดยจะลงทุนในตราสารหนี้แต่ละตัวไม่เกินร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุน และกองทุนจะเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่มีมูลค่าการออกตราสารอย่างน้อย 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่กองทุนเข้าลงทุน และจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีการขายแบบเฉพาะเจาะจง (Private Placement Bonds)

- กองทุนหลักจะลงทุนในตราสารที่มีอายุหรือมีอายุคงเหลือสั้นกว่าอายุกองทุนประมาณร้อยละ 70 ของมูลค่าการลงทุนของกองทุนหลัก ผลตอบแทนที่ได้รับจากตราสารที่ครบกำหนดอายุก่อนวันครบกำหนดอายุของกองทุนจะถูกนำไปลงทุนใหม่หรือถือครองเป็นเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดได้ตามดุลยพินิจของกองทุน

- ผู้จัดการกองทุนมุ่งลงทุนเต็มอัตรา แต่กองทุนหลักอาจถือครองเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดได้ถึงร้อยละ 40 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เป็นการชั่วคราวในบางสถานการณ์ ยกตัวอย่าง เช่น เมื่อตราสารหนี้ครบกำหนดก่อนวันครบกำหนดอายุกองทุนหลักหรืออาจถูกเรียกคืนก่อนที่ตราสารหนี้นั้นจะครบกำหนดอายุตราสารหรือในกรณีที่ผู้จัดการกองทุนขายตราสารหนี้ก่อนครบกำหนดเนื่องจากคาดการณ์ว่าตราสารจะถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ เป็นต้น นอกจากนี้ผู้จัดการกองทุนสามารถถือครองเงินสดหรือรายการเทียบเท่าเงินสดได้ถึงร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในช่วงระยะเวลา 2 เดือนก่อนวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลัก

- กองทุนหลักมีอายุโครงการประมาณ 2 ปี 6 เดือน และกองทุนจะสิ้นสุดโดยอัตโนมัติเมื่อครบอายุกองทุนซึ่งคาดว่าจะใกล้เคียงกับวันครบกำหนดอายุกองทุนที่ประมาณการไว้ โดยจะมีการแจ้งวันครบกำหนดอายุกองทุนให้ผู้ถือหน่วยทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลักเพื่อยืนยันการเลิกกองทุน

ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเลิกกองทุนจะเรียกเก็บจากกองทุนหลัก ในวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลัก หน่วยลงทุนทั้งหมดจะถูกไถ่ถอนและผู้ถือหน่วยที่ถือหน่วยลงทุนจนถึงวันครบกำหนดอายุกองทุนจะได้รับผลตอบแทนตามมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ณ วันดังกล่าว ค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการเลิกกองทุนคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 18,000 ดอลลาร์สหรัฐ และทยอยตัดจ่ายตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปิดการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกจนถึงวันครบกำหนดอายุของกองทุนหลัก

ผู้จัดการการลงทุน

(Investment Managers)

Invesco Hong Kong Limited

41/F Champion Tower

Three Garden Road, Central Hong Kong

สกุลเงิน

ดอลล่าร์สหรัฐฯ (US Dollar)

อายุกองทุน

กองทุนมีอายุประมาณ 2 ปี 6 เดือน

เสนอขายครั้งแรก (IPO)

เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 6 – 17 มกราคม 2563

วันทำการซื้อขายภายหลังการเสนอขายครั้งแรก

วันทำรายการซื้อ : ไม่เปิดเสนอขายภายหลังการเสนอขายครั้งแรก

วันทำรายการขายคืน : ทุกวันทำการ

วันที่จัดตั้งหน่วยลงทุน

วันที่ 20 มกราคม 2563

นโยบายการจ่ายเงินปันผล

มี

ค่าธรรมเนียม

ค่าธรรมเนียมการขาย (Subscription Fee)

สูงสุดไม่เกินร้อยละ 3.0 ของมูลค่าเงินลงทุน

ค่าธรรมเนียมการขายคืน (Redemption Fee)

ไม่เรียกเก็บ

ค่าธรรมเนียมการจัดการ

สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2.5 ต่อปี (เก็บจริงร้อยละ 0.6 ต่อปี)

ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์

สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปี

(50 ล้านดอลลาร์สหรัฐแรก เรียกเก็บร้อยละ 0.03 ต่อปี , ส่วนที่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกเก็บร้อยละ 0.02 ต่อปี)

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ขั้นต่ำเดือนละ 1,250 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าธรรมเนียม Administration Fee

สูงสุดไม่เกินร้อยละ 2 ต่อปี

(50 ล้านดอลลาร์สหรัฐแรก เรียกเก็บร้อยละ 0.03 ต่อปี , ส่วนที่เกิน 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เรียกเก็บร้อยละ 0.02 ต่อปี)

ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมผู้ดูแลผลประโยชน์ขั้นต่ำเดือนละ 1,250 ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีอ้างอิง

ไม่มี

Trustee

State Street Trust (HK) Limited

แหล่งข้อมูลกองทุนหลัก

www.invesco.com

ความเสี่ยงของกองทุนหลัก

1) ความเสี่ยงจากการลงทุน (General investment risk)

การลงทุนมีความเสี่ยง กองทุนหลักไม่ได้รับประกันเงินต้น การลงทุนในกองทุนหลักไม่ได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานภาครัฐเช่นเดียวกับเงินฝาก กองทุนหลักมีความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและความเสี่ยงจากการลงทุนในหลักทรัพย์ พอร์ตการลงทุนของกองทุนอาจมีมูลค่าลดลงเนื่องจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และอาจส่งผลให้ขาดทุนได้ รวมถึงมูลค่าหน่วยลงทุนอาจสูงขึ้นหรือต่ำลง

2) ไม่มีการรับประกันหรือคุ้มครองเงินได้ ผลตอบแทน หรือเงินลงทุนเริ่มแรก (Neither income, return nor capital of the Fund is guaranteed or protected)

ไม่มีการรับประกันว่าผู้ลงทุนจะได้รับกำไรหรือไม่ขาดทุน ไม่มีการรับประกันเงินได้ ผลตอบแทน หรือเงินทุนเริ่มแรกของกองทุน มูลค่าการลงทุนและเงินได้อาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินลงทุนเริ่มแรกคืนในช่วงระหว่างการลงทุนหรือในวันครบกำหนด มูลค่าการลงทุนในกองทุนอาจลดลงได้ ผู้ลงทุนควรเตรียมรับมือกับโอกาสการขาดทุนจากการลงทุน

3) ความเสี่ยงจากอายุโครงการที่จำกัด (Limited duration risk)

กองทุนหลักมีการกำหนดอายุโครงการ และจะถูกยกเลิกอัตโนมัติเมื่อครบอายุโครงการ ซึ่งคาดว่าโครงการมีอายุประมาณ 2 ปี 6 เดือน จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่มีเป้าหมายการลงทุนตามระยะเวลาของกองทุนหลัก แม้ว่าผู้ลงทุนจะสามารถไถ่ถอนหน่วยลงทุนได้ก่อนครบอายุโครงการในกรณีที่ผู้ลงทุนมีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ จะมีผลกระทบ ดังนี้

- กองทุนไม่ได้รับประกันเงินได้หรือเงินต้นเมื่อครบกำหนดอายุโครงการ มูลค่าการขายคืนก่อนครบกำหนดอายุโครงการจะขึ้นอยู่กับมูลค่าสินทรัพย์ในพอร์ตการลงทุน ดังนั้น เงินค่าขายคืนทที่ผู้ลงทุนได้รับอาจต่ำกว่าหรือสูงกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกและไม่มีการรับประกันว่านักลงทุนจะได้รับเงินต้นคืนเต็มจำนวน

- ราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจถูกปรับลดลงถึงร้อยละ 2 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในกรณีที่มีการขายคืนหน่วยลงทุนเกินกว่าระดับที่กำหนด

- ขนาดกองทุนที่ลดลงอันเนื่องมาจากการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการ จะส่งผลกระทบต่ออัตราค่าธรรมเนียมที่มีการจัดเก็บ โดยจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อผลตอบแทนของผู้ลงทุน

- การขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดอายุโครงการอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลให้กองทุนหลักต้องเลิกกองทุนก่อนครบกำหนดได้ โดยมีรายละเอียดตามข้อ 5 (ความเสี่ยงจากการยกเลิกกองทุนก่อนครบกำหนด)

- การขาดสภาพคล่องของกองทุนอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระเงินค่าขายหรือการหยุดชำระเงินค่าขายคืนแก่ผู้ลงทุน

4) ความเสี่ยงจากการชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดและการนำเงินไปลงทุนต่อ (Prepayment and reinvestment risk)

ผู้ออกตราสารหนี้ (โดยเฉพาะผู้ที่ออกตราสารหนี้ในอัตราดอกเบี้ยสูง) อาจจ่ายคืนเงินก่อนครบกำหนด ซึ่งการชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดอาจทำให้เกิดการขาดทุนในตราสารหนี้ที่ถูกซื้อในราคา Premium การชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนดที่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาสำหรับตราสารหนี้ที่ออกขายที่ราคาพาร์อาจทำให้ขาดทุนได้เหมือนกับราคา Premium ที่ไม่ได้ตัดจำหน่าย การจ่ายคืนเงินกู้ก่อนครบกำหนดและการนำเงินสดที่ได้จากการขายตราสารหนี้ที่ผู้จัดการกองทุนคาดว่าจะมีฐานะการเงินแย่ลงไปลงทุนต่อ ทำให้เกิดความเสี่ยงจากตลาดและความไม่แน่นอนในการหาตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงเดิม อาจส่งผลให้ดอกเบี้ยรับและผลตอบแทนของกองทุนลดลงได้

5) ความเสี่ยงจากการยกเลิกกองทุนก่อนครบกำหนด (Early termination risk)

กองทุนหลักอาจถูกยกเลิกเมื่อเกิดเหตุการณ์บางอย่าง เช่น เมื่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนน้อยกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า หรือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน (Class) น้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า หรือผู้ถือหน่วยลงทุนมีมติพิเศษในการยกเลิกกองทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับการแจ้งเลิกกองทุนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 เดือนก่อนเลิกโครงการ ภายหลังการยกเลิกกองทุน สินทรัพย์ทั้งหมดของกองทุนจะถูกจำหน่ายและดำเนินการจ่ายคืนผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนการถือหน่วยลงทุน โดยในช่วงการจำหน่ายและดำเนินการกองทุนอาจมีมูลค่าการลงทุนต่ำกว่าต้นทุนการลงทุน ทำให้ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก อย่างไรก็ตามต้นทุนการเลิกกองทุนที่ถูกตัดจำหน่ายสะสมจนถึงวันเลิกโครงการจะถูกนำมาใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการเลิกกองทุน และผู้จัดการกองทุนจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกิน

6) ความเสี่ยงจากข้อจำกัดในการซื้อหน่วยลงทุน (Limited subscription risk)

ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาขยายกรอบเวลาในช่วงการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก (Initial Offer Period) หรืออาจไม่เสนอขายหน่วยลงทุนเลย ถ้าเกิดเหตุการณ์ดังต่อไปนี้

- จำหน่ายหน่วยลงทุนในระยะเวลาเสนอขายครั้งแรกได้ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือมูลค่าอื่นใดตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน)

- ผู้จัดการกองทุนมีความเห็นว่ากองทุนนี้ไม่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนหรือเป็นไปไม่ได้ที่จะจัดตั้งกองทุนโดยเป็นผลมาจากสภาพตลาดที่ไม่เอื้ออำนวยหรืออื่น ๆ ทั้งนี้ นักลงทุนจะได้รับแจ้ง ดังนี้

- การขยายกรอบเวลาการเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรกและการเปลี่ยนวันครบกำหนดโครงการ

- หากผู้จัดการกองทุนตัดสินใจที่จะไม่จัดตั้งกองทุน ผู้ลงทุนจะได้รับเงินลงทุนคืนทันทีเต็มจำนวน โดยหักค่าธรรมเนียมธนาคารต่าง ๆ ภายหลังปิดการเสนอขายครั้งแรก

7) ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุนในภูมิภาค (Geographical concentration risk)

กองทุนหลักมีการลงทุนส่วนใหญ่ในตราสารหนี้ภูมิภาคเอเชีย (รวมทั้งการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ที่ออกหรือรับรองโดยหน่วยงานในประเทศจีนได้ไม่เกินร้อยละ 60 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน) ทำให้มูลค่าของกองทุนมีความอ่อนไหวต่อ การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมืองนโยบาย

การแลกเปลี่ยนต่างประเทศ สภาพคล่อง ภาษี กฎหมาย หรือข้อบังคับต่าง ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อตลาดเอเชีย (รวมทั้งจีนด้วย)

8) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ (Risks relating to fixed income instruments)

- ความเสี่ยงด้านเครดิต / ความเสี่ยงของคู่สัญญา (Credit/ counterparty risk) : กองทุนหลักมีความเสี่ยงด้านเครดิตหรือความเสี่ยงของคู่สัญญาของผู้ออกตราสารหนี้ที่ีลงทุน

- ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest rates risk) : โดยทั่วไปราคาตราสารหนี้จะปรับสูงขึ้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงในขณะที่ราคาตราสารหนี้จะปรับลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น

- ความเสียงด้านความผันผวนและสภาพคล่อง (Volatility and liquidity risk) : ตราสารหนี้ในประเทศตลาดเกิดใหม่อาจมีความผันผวนสูงกว่าและมีสภาพคล่องต่ำกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว โดยราคาของตราสารที่ซื้อขายมีความผันผวน ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายอาจจะกว้างและทำให้กองทุนอาจมีต้นทุนในการซื้อขายตราสารอย่างมีนัยสำคัญ

- ความเสี่ยงจากการถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating downgrading risk) : อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอาจถูกลดอันดับได้ ซึ่งส่งผลกระทบทางด้านลบต่อมูลค่าของกองทุนโดยผู้จัดการกองทุนอาจจะขายหรือไม่ขายตราสารหนี้ที่ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือนั้นได้

- ความเสี่ยงจากอันดับความน่าเชื่อถือของตราสาร (Credit rating risk) : อันดับความน่าเชื่อถือที่ถูกกำหนดโดยบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ อาจจะเผชิญกับข้อจำกัดต่าง ๆ และไม่รับประกันความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารได้ตลอดเวลา

- ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐ (Sovereign debt risk) : กองทุนหลักลงทุนในตราสารที่ออกหรือรับประกันโดยรัฐบาล อาจเผชิญความเสี่ยงด้านการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ ที่เป็นผู้ออกตราสารอาจไม่สามารถหรือไม่ประสงค์ที่จะจ่ายคืนเงินต้น และ/หรือ ดอกเบี้ย เมื่อครบกำหนด หรืออาจส่งคำร้องขอให้กองทุนปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งกองทุนอาจขาดทุนเมื่อมีการผิดนัดชำระจากภาครัฐได้

- ความเสี่ยงจากการประเมินมูลค่า (Valuation risk) : การประเมินมูลค่าการลงทุนของกองทุนอาจเกี่ยวข้องกับความไม่แน่นอนและการใช้ดุลยพินิจ ซึ่งหากการประเมินนั้นไม่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบกับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

9) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging market risk)

กองทุนหลักลงทุนในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นและมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษมากกว่าการลงทุนในตลาดที่พัฒนาแล้ว อาทิ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงหรือการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนความแน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ นโยบาย ความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือข้อบังคับและภาษี ความเสี่ยงด้านการชำระราคา ความเสี่ยงในการเก็บรักษาทรัพย์สิน และความผันผวนที่มากกว่า

10) ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน (Concentration risk)

กองทุนหลักเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทำให้มูลค่าของกองทุนอาจมีความผันผวนมากกว่ากองทุนที่มีกลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านลบต่อกองทุนและผู้ลงทุนได้

11) ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Currency and foreign exchange risk)

กองทุนหลักอาจจัดตั้งชนิดหน่วยลงทุน (Class) ในสกุลเงินอื่น กองทุนอาจลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์ที่อยู่ในสกุลเงินอื่นที่ไม่ใช่สกุลเงินหลักหรือสกุลเงินในชนิดหน่วยลงทุนนั้น ๆ ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนอาจได้รับผลกระทบทางลบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินต่าง ๆ และจากการเปลี่ยนแปลงในการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน

12) ความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและการป้องกันความเสี่ยง (Derivatives and hedging risk)

ผู้จัดการกองทุนอาจใช้ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยง แต่จะไม่ใช้เพื่อการลงทุน กองทุนไม่มีการรับประกันว่าการใช้กลยุทธ์ เทคนิค และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจะทำให้ความเสี่ยงของกองทุนหมดไปอย่างมีประสิทธิภาพ การป้องกันความเสี่ยงอาจไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่เป็นผล ในกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์กองทุนอาจขาดทุนอย่างมีนัยสำคัญได้

13) ความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข (Contingent convertibles risk)

- หุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข (Contingent convertibles bonds) เป็นตราสารหนี้ชนิดหนึ่งที่ออกโดยสถาบันการเงิน ซึ่งอาจถูกแปลงเป็นตราสารทุน หรือถูกบังคับให้ปรับลดเงินต้นหากเกิดเหตุการณ์ตามที่ระบุไว้ล่วงหน้า โดยทั่วไปเหตุการณ์ดังกล่าวจะเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของผู้ออกตราสาร เมื่อตลาดอยู่ในภาวะวิกฤต สภาพคล่องของผู้ออกตราสารอาจแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ และอาจต้องลดราคาลงอย่างมากเพื่อขายหุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข

- หุ้นกู้แปลงสภาพที่มีเงื่อนไข มีความเสี่ยงมากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้หรือหุ้นกู้แปลงสภาพทั่วไป และตราสารทุนบางประเภทเนื่องจากการจ่ายคูปองอาจถูกพิจารณาและถูกยกเลิกได้ทุกเวลาด้วยเหตุผลต่าง ๆ

14) ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการจ่ายเงินปันผล และ/หรือ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายออกของเงินลงทุน(Risk associated with payment of dividends and/or fees and expenses out of capital)

- การจ่ายเงินปันผลออกจากเงินลงทุน และ/หรือในรูปของผลตอบแทน หรือ การถอนเงินจากเงินลงทุนบางส่วนหรือจากผลกำไรส่วนต่างราคา อาจทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วยลงทุนลดลงทันทีหลังจากวันที่มีการจ่ายออก

- การลงทุนในหน่วยลงทุนชนิด Monthly Distribution-1 (MD1) ไม่ใช่ทางเลือกในการออมทรัพย์หรือการลงทุนที่มีการจ่ายดอกเบี้ยคงที่ี การจ่ายเงินของหน่วยลงทุนชนิด MD1 ไม่ขึ้นอยู่กับเงินได้หรือผลตอบแทนในอดีต และมีการจ่ายเงินอย่างต่อเนื่องแม้ว่ากองทุนจะมีผลตอบแทนติดลบหรือขาดทุน ซึ่งจะส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนลดลงได้ ทั้งนี้ ในกรณีที่สถานการณ์ร้ายแรง ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นคืน

- จำนวนเงินที่จ่ายโดยหน่วยลงทุนชนิด MD1 จะถูกกำหนดจำนวนเงินคงที่ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามสกุลเงินของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน และจะไม่ได้คำนึงถึงความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินหลักกับสกุลเงินของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน เนื่องจากการพิจารณาจ่ายเงินคงที่จะจ่ายออกในรูปของสกุลเงินของแต่ละชนิดหน่วยลงทุน

การสรุปสาระสำคัญในส่วนของกองทุน Invesco Asian Bond Fixed Maturity Fund 2022-II (กองทุนหลัก) ได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับฉบับภาษาอังกฤษให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-0.13%
ระยะเวลาฟื้นตัว
8 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 30 มิ.ย. 2565 · ดึงข้อมูล 12 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-12 07:34:22.177000 · ความเสี่ยงงวด 30 มิ.ย. 2565 · นโยบายปันผลงวด 30 มิ.ย. 2565

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
0 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 30 มิ.ย. 2565 · ดึงข้อมูล 12 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+5 คือ5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 30 มิ.ย. 2565 · คำสั่งขายคืน: 30 มิ.ย. 2565 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mเพิ่มขึ้น +0.31%ไม่มีข้อมูล30 มิ.ย. 25652 ส.ค. 2565
3Mเพิ่มขึ้น +0.36%ไม่มีข้อมูล29 เม.ย. 25652 ส.ค. 2565
6Mลดลง -1.09%ไม่มีข้อมูล28 ม.ค. 25652 ส.ค. 2565
YTDลดลง -1.86%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25642 ส.ค. 2565
1Yลดลง -7.12%ลดลง -7.07%30 ก.ค. 25642 ส.ค. 2565
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
10Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00002.500030 มิ.ย. 2565
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)0.32102.500030 มิ.ย. 2565
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00002.500030 มิ.ย. 2565
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00002.500030 มิ.ย. 2565
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00002.500030 มิ.ย. 2565
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)0.45705.000030 มิ.ย. 2565

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการที่จะปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายข้างต้นโดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ของอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายภายในรอบระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดโครงการและตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด 3) ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม เมื่อรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5.00000 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการที่จะปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายข้างต้นโดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ของอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายภายในรอบระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดโครงการและตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด 3) ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม เมื่อรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5.00000 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 30 มิ.ย. 2565

หน่วยลงทุน INVESCO ASIAN BOND FIXED MATURITY FUND 2022 - II 110.33%หน่วยลงทุน INVESCO ASIAN BOND FIXED MATURITY FUND 2022 - II: 110.33%
หน่วยลงทุน INVESCO ASIAN BOND FIXED MATURITY FUND 2022 - II · 110.33%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings