ผสมเลิกกองทุนไม่มีข้อมูล

SCBLINK1YA

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Performance-Linked Complex Return 1YA ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

SCB Performance-Linked Complex Return 1YA Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
SCBLINK1YA9.64899.893610.138210.382910.6276SCBLINK1YA: 2023-07-31 ถึง 2024-08-052023-07-312024-08-05
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

31 ก.ค. 2566 – 5 ส.ค. 2567 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +4.49%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 5 ส.ค. 2567 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 12:05:55.506000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ผสม
ความเสี่ยง
ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มี · งวด 4 ก.ค. 2566

นโยบายการลงทุน

(1) กองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงินที่เสนอขายในต่างประเทศและ/หรือในประเทศ รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้หรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ประมาณร้อยละ 98.00 – 99.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) โดยมีเป้าหมายให้เงินลงทุนในส่วนนี้เติบโตครอบคลุมเงินต้น (2) กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณร้อยละ 1.00 – 2.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น สัญญาคอลออปชั่น (Call Options) มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP) ตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน เพื่อเปิดโอกาสให้กับกองทุนสามารถแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงของดัชนี S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP) ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิอาจเปลี่ยนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ลงทุนจากสัญญาออปชั่น (Options) เป็นสัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ได้โดยจะอ้างอิงกับสินทรัพย์อ้างอิงเดิม โดยมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 : เงินต้น และผลตอบแทน กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงินที่เสนอขายในต่างประเทศและ/หรือในประเทศ รวมทั้งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต.โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้หรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ประมาณร้อยละ 98.00 – 99.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่เป็นตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate risk) ทั้งจำนวน โดยจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทธุรกรรม FX Swap หรือ Cross Currency Swap กับคู่สัญญาที่เป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อ 1) ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และ/หรือ 2) ทำ swap อัตราดอกเบี้ย เพื่อแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยของตราสารต่างประเทศที่ลงทุนเป็นอัตราดอกเบี้ยสกุลเงินบาท นอกจากนี้กองทุนอาจจะเข้าลงทุนในตราสารที่มีอายุยาวกว่าอายุโครงการ โดยจะเข้าทำสัญญาขายตราสารดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อให้อายุของสัญญาสอดคล้องกับอายุโครงการ ส่วนที่ 2 : ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณร้อยละ 1.00 – 2.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) ไปลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น สัญญาคอลออปชั่น (Call Options) ที่ีมีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP) ที่ใช้ในการคำนวณตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน ซึ่งสัญญาออปชั่น (Options) ที่กองทุนลงทุนจะออก รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันโดยธนาคารพาณิชย์ไทย หรือสถาบันการเงินไทยหรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมถึงอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ได้ แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุนในกรณีที่กองทุนไม่สามารถลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม และ/หรือในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนไม่เหมาะสม เช่น เกิดปัญหาด้านเครดิตของผู้ออกตราสารและไม่สามารถหาตราสารใหม่ทดแทนได้ ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนหรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ประมาณการผลตอบแทนตราสารที่กองทุนคาดว่าลงทุน

ตราสารที่กองทุนคาดว่าลงทุน

อันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของผู้ออกตราสาร

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

สัดส่วนการลงทุน ณ วันจดทะเบียน

ผลตอบแทนจากตราสารต่อปี (THB)

ประมาณการการได้รับเงินต้น+ผลตอบแทน ณ วันครบอายุโครงการ

ส่วนที่ 1

เงินฝาก ธ. Qatar National Bank (QNB) - กาตาร์

A (FITCH)

19.00%

2.50%

19.48%

เงินฝาก ธ. Doha Bank (DOHA) - กาตาร์

A- (FITCH)

19.00%

2.50%

19.48%

เงินฝาก ธ. Commercial Bank of Qatar (CBQ) – กาตาร์

A- (FITCH)

19.00%

2.50%

19.48%

บัตรเงินฝาก The Saudi National Bank, Singapore Branch

A- (FITCH)

19.00%

2.50%

19.48%

ตราสารหนี้ Malayan Banking Berhad - มาเลเซีย

A3 (Moody's)

12.00%

2.40%

12.29%

เงินฝาก ธ. China Construction Bank - จีน

A (FITCH)

6.50%

2.40%

6.66%

หุ้นกู้บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) - ไทย

A- (TRIS)

4.00%

2.25%

4.09%

รวม (เฉพาะตราสารหนี้)

98.50%

100.90%

หักค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (ต่อปี)*

0.50%

เงินต้น+ผลตอบแทนโดยประมาณตามระยะเวลาการลงทุนประมาณ 1 ปี

100.40%

ส่วนที่ 2

สัญญาออปชั่น (Options) ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นดัชนี S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP)

1.50%

- บริษัทจัดการจะใช้ดุลพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ - หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้ - ตราสารที่กองทุนพิจารณาลงทุนได้ผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร (Credit Risk) แล้ว แต่อาจยังมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่มีนัยสำคัญต่อนโยบายในการดำเนินงานของผู้ออกตราสารหนี้ (Event risk) อยู่ - บริษัทขอสงวนสิทธิในการปิดขายหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้ ในกรณีที่มียอดจำหน่ายหน่วยลงทุนเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนเงินลงทุนโครงการ * ค่าใช้จ่ายที่กองทุนเรียกเก็บอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยเก็บในอัตราไม่เกินจากที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน ซึ่งในช่วงระยะเวลาอายุโครงการ บริษัทจัดการอาจปรับเพิ่มหรือลดค่าธรรมเนียมการจัดการที่เรียกเก็บจริงได้ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ได้แจ้งไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติม โดยจะไม่เกินเพดานอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน รายละเอียดของสัญญาออปชั่น (Options) ที่กองทุนลงทุน (ส่วนที่ 2)

ดัชนีอ้างอิง (underlying)S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP)สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)อายุตราสารประมาณ 1 ปี

อัตราส่วนร่วม

(Participation rate)

35%เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน

กองทุนสงวนสิทธิที่จะนำเงินส่วนที่ลงทุนในสัญญาออปชั่นไปลงทุนในทรัพย์สินอื่นที่ใกล้เคียงหรือปรับเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนหากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนจนครบอายุกองทุน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งผลตอบแทนอาจเปลี่ยนแปลงจากที่กำหนดไว้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งต่อดัชนีอ้างอิง ดังต่อไปนี้:

1. การยกเลิกการคำนวณหรือประกาศราคาดัชนีอ้างอิง

2. ไม่สามารถประกาศราคาดัชนีอ้างอิงอย่างเป็นทางการได้

3. มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดัชนี หรือผู้ให้บริการดัชนี

4. การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อดัชนีอ้างอิง สัญญาออปชั่นหรือกองทุน

5. มีเหตุการณ์ใด ๆที่ทำให้ผู้ออกสัญญาออปชั่นที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาของดัชนีอ้างอิงไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาดัชนีอ้างอิงได้ โดยผู้ออกสัญญาออปชั่นได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้ออกสัญญาออปชั่นยังคงได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้

a. ไม่สามารถหา สร้าง สร้างใหม่ ทดแทน ถือครอง ยกเลิก หรือขายธุรกรรมหรือทรัพย์สินเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาตามเงื่อนไขและข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับสัญญาออปชั่นนั้น หรือ

b. ไม่สามารถขายหรือไม่ได้รับการชำระเงินคืนจากการขายธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่ลงทุน

6. คู่สัญญาออปชั่นที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนีอ้างอิง มีต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น จากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียภาษีอากร ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมต่างๆ

ผู้ออกตราสาร

สถาบันการเงินไทยหรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ รวมทั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ ที่มีสถาบันการเงินไทยหรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศเป็นผู้ค้ำประกัน

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับดัชนีอ้างอิง ดัชนี S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP) เป็นดัชนีผลตอบแทนแบบถ่วงน้ำหนัก (weighted return indices) ที่วัดผลการดำเนินงานของหุ้นและตราสารหนี้ ซึ่งจะพิจารณาจากสภาวะเศรษฐกิจและสัญญาณแนวโน้มตลาด เพื่อจัดสรรน้ำหนักของดัชนีย่อยต่าง ๆ ตามประเภททรัพย์สินที่แตกต่างกัน และจะพิจารณาปรับน้ำหนัก (rebalance) ดัชนีย่อยเป็นรายเดือน ดัชนีได้รับการพัฒนาโดย S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการจึงทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการ ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลดัชนี S&P ESG Global Macro Index เพื่อศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.spglobal.com/spdji/en/indices/strategy/sp-esg-global-macro-index/#overview ดัชนีประกอบด้วย 6 ดัชนีย่อยที่วัดผลการดำเนินงานของหุ้นและตราสารหนี้ โดยใช้ OECD level ระบุมุมมองเศรษฐศาสตร์มหภาค ระบุทิศทางของตลาดและกำหนดมุมมองของตลาดเพื่อจัดสรรน้ำหนักของดัชนีย่อย ดัชนีควบคุมความเสี่ยงโดยจะรักษาความผันผวนเป้าหมายให้อยู่ต่ำกว่า 5% ดัชนีมีเกณฑ์ในการจัดสรรน้ำหนักดัชนีย่อยดังนี้

1 OECD Leading Indicator (ดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจ): OECD > 100 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจขยายตัว OECD ≤ 100 บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจหดตัว 2 หากอย่างน้อย 2 ใน 3 ภูมิภาค (สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น) มีโมเมนตัมของหุ้นในเชิงบวกในช่วง 3 เดือน บ่งชี้ว่าเป็นตลาดขาขึ้น 3 การจัดสรรน้ำหนักระหว่างดัชนีหุ้นและตราสารหนี้ในแต่ละภูมิภาคเป็นไปตามสัดส่วน 3:2:1 (สหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น) 4 ปรับพอร์ตรายวันเพื่อรักษาระดับความเสี่ยงที่ 5% การจัดสรรน้ำหนักระหว่างดัชนีหุ้นและดัชนีตราสารหนี้ในสภาวะตลาดต่างๆ

สภาวะตลาด

ดัชนีหุ้น

ดัชนีตราสารหนี้

Bullish

80%

20%

Recovery

55%

45%

Pullback

25%

75%

Bearish

0%

100%

การจัดสรรน้ำหนักในแต่ละดัชนีโดยแบ่งตามประเทศ/ภูมิภาค

ณ เดือนพฤษภาคม 2566 ผู้ออกดัชนี S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP) มีมุมมองว่าปัจจุบันตลาดอยู่ในสภาวะ Recovery จึงมีการจัดสรรน้ำหนักในแต่ละดัชนีย่อยตามกรอบสีแดงของตารางด้านบน หุ้น 1. S&P 500 ESG Excess Return Index (SPXESUP) สัดส่วน 27.50% 2. S&P Europe 350 ESG Excess Return Index (SPEESEP) สัดส่วน 18.33% 3. S&P Japan 500 ESG Excess Return Index (SPJESGJP) สัดส่วน 9.16% ทั้ง 3 ดัชนี เป็นดัชนีประเภท market-cap-weighted index ใช้วัดผลการดำเนินงานของหุ้นที่มีลักษณะตามเกณฑ์การลงทุนแบบยั่งยืน (sustainability criteria)* ตามหลักการของ United Nations Global Compact (UNGC) เช่น ไม่เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจ หรือมีรายได้อันเนื่องมาจาก ยาสูบ และอาวุธประเภทต่างๆ เป็นต้น โดยจะคงน้ำหนักรายอุตสาหกรรมให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง S&P 500, S&P Europe 350 และ S&P Japan 500 ตามลำดับ ในแต่ละดัชนีประกอบด้วยหุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุด 75% ของดัชนีอ้างอิงและมีการจัดอันดับคะแนนของหุ้นรายตัวโดย S&P DJI ESG Score โดยมีการพิจารณาปรับน้ำหนัก (rebalance) เป็นรายปี *ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://unglobalcompact.org/ ดัชนีได้รับการพัฒนาโดย S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการจึงทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการ ทั้ง 3 ดัชนีไม่ได้กำหนดน้ำหนักขององค์ประกอบแต่ละตัว แต่หากพิจารณาการจัดสรรน้ำหนักของดัชนีย่อย ณ 28 เมษายน 2566 องค์ประกอบที่มีน้ำหนักสูงสุดเป็นดังนี้

ดัชนีย่อย

A

สัดส่วน

B

องค์ประกอบที่มีน้ำหนักสูงสุด

C

องค์ประกอบที่มีน้ำหนักสูงสุดเมื่อคำนวณตามสัดส่วนของดัชนีย่อย

(A x B = C)

S&P 500 ESG Excess Return Index (SPXESUP)

27.50%

Apple Inc. = 10.00%

Apple Inc. = 2.75%

S&P Europe 350 ESG Excess Return Index (SPEESEP)

18.33%

Nestle SA Reg = 4.70%Nestle SA Reg = 0.86% S&P Japan 500 ESG Excess Return Index (SPJESGJP)

9.16%

Toyota Motor Corp = 5.60%

Toyota Motor Corp = 0.51%

เมื่อพิจารณาย้อนหลัง 3 ปี องค์ประกอบที่มีน้ำหนักสูงสุดในแต่ละดัชนีย่อย เป็นดังนี้

ดัชนีย่อย

องค์ประกอบที่มีน้ำหนักสูงสุด

สัดส่วน

วันที่

S&P 500 ESG Excess Return Index (SPXESUP)

Apple Inc.

10.44%

27 กันยายน 2565

S&P Europe 350 ESG Excess Return Index (SPEESEP)

Nestle SA Reg

6.81%

19 มีนาคม 2563

S&P Japan 500 ESG Excess Return Index (SPJESGJP)

Toyota Motor Corp

7.85%

18 มกราคม 2565

ดังนั้น ดัชนีมีการกระจายตัวอย่างเพียงพอโดยองค์ประกอบของแต่ละดัชนีมีน้ำหนัก ≤ 20% ของน้ำหนักทั้งหมด ตราสารหนี้ 1. S&P 10Y US T-Note Futures Excess Return Index (SPUSTTP) สัดส่วน 22.50% 2. S&P Euro-Bund Futures Excess Return Index (SPEUBDP) สัดส่วน 15% 3. S&P 10Y JGB Futures Excess Return Index (SPJGBER) สัดส่วน 7.50% ดัชนีทั้ง 3 ตัวใช้วัดผลตอบแทนของสัญญา bond futures อายุ 10 ปี ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป (เยอรมนี) และญี่ปุ่น ตามลำดับ แต่ละดัชนีมีองค์ประกอบเพียงตัวเดียวคือ bond futures อายุ 10 ปีตามกลุ่มประเทศข้างต้น และในทุกไตรมาสดัชนีมีการปรับเปลี่ยนสัญญา (rolling) bond futures เพื่อให้สัญญาที่ถืออยู่มีอายุคงเหลือใกล้เคียง 10 ปีมากที่สุด ดัชนีได้รับการพัฒนาโดย S&P Dow Jones Indices LLC ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทจัดการจึงทำหน้าที่ได้อย่างอิสระจากบริษัทจัดการ ดัชนีมีองค์ประกอบเป็น bond futures อายุ 10 ปี ในสหรัฐอเมริกา ยุโรป (เยอรมนี) และญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสัญญาที่กองทุนสามารถลงทุนได้โดยตรง โดยพันธบัตรรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาและพันธบัตรรัฐบาลประเทศเยอรมนี ซึ่งทั้ง 2 ประเทศมีอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ที่พิจารณาตาม sovereign credit rating อยู่ใน 2 อันดับแรก (AAA) และพันธบัตรรัฐบาลประเทศญี่ปุ่น ซึ่งประเทศญี่ปุ่นมีอันดับความน่าเชื่อถือ (credit rating) ที่พิจารณาตาม sovereign credit rating อยู่ในระดับ (A) เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่น (Options) (ก่อนหักค่าใช้จ่าย) กองทุนจะคำนวณผลตอบแทนโดยปัดทศนิยม 2 ตำแหน่งตามหลักคณิตศาสตร์ และจ่ายผลตอบแทนเมื่อสิ้นอายุโครงการ ดังนี้ 1. ดัชนีอ้างอิง คือ S&P ESG Global Macro Index (SPEGMXUP) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) 2. ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง = [(ระดับของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง / ระดับของดัชนีอ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา) – 1] x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน 3. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน = อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง/ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันเริ่มต้นสัญญา 4. PR คือ อัตราส่วนร่วม (Participation Rate) ของดัชนีอ้างอิงจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น = 35% วันเริ่มต้นสัญญา คือ วันที่กองทุนเริ่มลงทุนในสัญญาออปชั่นหากวันดังกล่าวไม่มีการคำนวณราคาของดัชนีอ้างอิงนั้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิใช้ราคาของดัชนีอ้างอิงของวันทำการถัดไป หรือวันทำการอื่นใดที่บริษัทจัดการสามารถนำราคาของดัชนีมาใช้อ้างอิงได้ โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง คือ วันที่กองทุนพิจารณาระดับของดัชนีอ้างอิงเพื่อนำมาคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่นโดยจะสิ้นสุดประมาณ 2 -10 วันก่อนวันครบอายุกองทุน บริษัทจัดการจะแจ้งวันเริ่มต้นสัญญาและวันพิจารณาดัชนีอ้างอิงให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการภายใน 7 วันทำการนับแต่วันจดทะเบียนทรัพย์สินเป็นกองทุน แต่หากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดจะเลื่อนเป็นวันทำการถัดไป ทั้งนี้ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิงอาจเปลี่ยนแปลงได้หากสถานการณ์การลงทุนไม่เหมาะสมกับการลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยทราบโดยเร็วผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ อัตราส่วนร่วม (Participation Rate) อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงหรือเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนแต่จะไม่ต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ในโครงการ โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ รายละเอียดการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุน

เงื่อนไข

เงินต้นและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ

ณ วันครบอายุโครงการ

กรณีที่ 1

ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง > 0%

ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน + ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น

ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น

= (PR x ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง x มูลค่าตามขนาดของสัญญาออปชั่น) x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน

กรณีที่ 2

ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง ≤ 0%

ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงินเพียงอย่างเดียว ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น

ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเงื่อนไขและการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนใน สัญญาออปชั่น เช่น คู่สัญญามีการยกเลิกสัญญาอันเนื่องมาจากสภาวะตลาดมีการผันผวนอย่างรุนแรงจนไม่สามารถออกสัญญาออปชั่นให้กองทุนภายใต้เงื่อนไขเดิมได้ กองทุนจึงต้องเปลี่ยนคู่สัญญาใหม่ เป็นต้น การคำนวณผลตอบแทนดังกล่าวจะเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาออปชั่นที่กองทุนลงทุน ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งเงื่อนไขดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ ขึ้น โดยจะแจ้งผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เงื่อนไขของสัญญาออปชั่นจะเป็นไปตามสัญญาที่กองทุนได้ทำการตกลงร่วมกันกับทางธนาคารคู่ค้า ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับดัชนีอ้างอิงและ/หรือ บริษัทผู้ให้บริการดัชนีอ้างอิงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น หลักการการคำนวณราคามีการเปลี่ยนแปลง ดัชนีอ้างอิงถูกยกเลิก และ/หรือ บริษัทผู้ให้บริการดัชนีอ้างอิงปิดกิจการ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นเหตุให้สัญญาออปชั่นมีอันต้องสิ้นสภาพก่อนกำหนด ธนาคารคู่ค้าจะทำการคำนวณราคาสัญญาออปชั่นเพื่อใช้ในการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ตัวอย่างการได้รับเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุน สมมติฐาน - เงินลงทุนทั้งหมด 1,000,000 บาท แบ่งสัดส่วนการลงทุนดังนี้

ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน

สัดส่วนการลงทุน

อัตราผลตอบแทน

ณ วันครบอายุโครงการ

เงินต้นและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ

ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน

98.50%

ประมาณ 2.43%

100.90%

หักค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (ต่อปี)

0.50%

เงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนในส่วนที่ 1 หลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุนโดยประมาณ

100.40%

ส่วนที่ 2 : สัญญาออปชั่น

1.50%

ตัวอย่างผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นปรากฎตามตารางด้านล่าง

ระดับของดัชนีอ้างอิง ดังนี้

ระดับของดัชนีอ้างอิง ณ วันที่เริ่มต้นสัญญา

ระดับของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง

กรณีที่ 1

1,000

1,050

กรณีที่ 2

1,000

800

สมมติฐานการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD)

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ณ วันเริ่มต้นสัญญา

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง

กรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

กรณีที่ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

กรณีที่ 1 ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง > 0% ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

เงินต้น และ/หรือผลตอบแทน

รวมเงินต้นและ ผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ

ส่วนที่ 1

ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน

ส่วนที่ 2

สัญญาออปชั่น

1.1 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

1,004,000 บาท

ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น 15,050 บาท

คำนวณจาก

1. ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง

(1,050/1,000) -1 = 0.05

2. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน

30/35=0.86

3. ผลตอบแทน

(35% x 0.05 x 1,000,000) x 0.86

= 15,050 บาท

1,004,000 + 15,050 = 1,019,050 บาท (คิดเป็นประมาณ 1.91% ต่อปี) 1.2 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

1,004,000 บาท

ได้รับผลตอบแทน จากการลงทุนในสัญญาออปชั่น 19,950 บาท

คำนวณจาก

1. ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง

(1,050/1,000) -1 = 0.05

2. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน

40/35 = 1.14

3. ผลตอบแทน

(35% x 0.05 x 1,000,000) x 1.14

= 19,950 บาท

1,004,000 + 19,950 = 1,023,950 บาท (คิดเป็นประมาณ 2.40% ต่อปี)

กรณีที่ 2 ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง ≤ 0% ดังนี้

การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

เงินต้น และ/หรือผลตอบแทน

รวมเงินต้นและ ผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ

ส่วนที่ 1

ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน

ส่วนที่ 2

สัญญาออปชั่น

ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น จึงไม่ต้องนำอัตราแลกเปลี่ยนมาพิจารณา

1,004,000 บาท

ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น 1,004,000 บาท

สรุปผลตอบแทนจากการลงทุน

กรณีที่

อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ

เงื่อนไขและผลตอบแทน

ส่วนที่ 1

ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน (บาท)

ส่วนที่ 2

สัญญาออปชั่น (บาท)

รวมเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ (บาท)

1

1.1 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

เงื่อนไข :

ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง > 0%

ผลตอบแทน :

(PR x ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง x มูลค่าตามขนาดของสัญญาออปชั่น) x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน

1,004,000

15,050

1,019,050 (คิดเป็นประมาณ 1.91% ต่อปี) 1.2 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์

1,004,000

19,950

1,023,950 (คิดเป็นประมาณ 2.40% ต่อปี)

2

ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น จึงไม่ต้องนำอัตราแลกเปลี่ยนมาพิจารณา

เงื่อนไข :

ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง ≤ 0%

ผลตอบแทน :

ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น

1,004,000

ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่น

1,004,000

ตัวอย่างแผนภาพของรูปแบบการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทน

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 4 ก.ค. 2566 · นโยบายปันผลงวด 4 ก.ค. 2566

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
500,000 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
0 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 4 ก.ค. 2566 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
เสนอขายครั้งเดียวในช่วงเปิดเสนอขาย IPO
วันรับคำสั่งขายคืน
รับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ ณ วันครบอายุโครงการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+5 คือ5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 4 ก.ค. 2566 · คำสั่งขายคืน: 4 ก.ค. 2566 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mเพิ่มขึ้น +0.51%ไม่มีข้อมูล5 ก.ค. 25675 ส.ค. 2567
3Mลดลง -0.32%ไม่มีข้อมูล3 พ.ค. 25675 ส.ค. 2567
6Mเพิ่มขึ้น +2.03%ไม่มีข้อมูล2 ก.พ. 25675 ส.ค. 2567
YTDเพิ่มขึ้น +2.67%ไม่มีข้อมูล28 ธ.ค. 25665 ส.ค. 2567
1Yเพิ่มขึ้น +4.49%เพิ่มขึ้น +4.42%31 ก.ค. 25665 ส.ค. 2567
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)0.00002.14004 ก.ค. 2566
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)1.00001.00004 ก.ค. 2566
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)0.06002.79004 ก.ค. 2566

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่เปิดเผยเป็นอัตราประมาณการ ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งอัตราเรียกเก็บจริงให้ทราบหลังจากที่ได้ลงทุนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ได้แจ้งไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติม โดยจะไม่เกินเพดานอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่เปิดเผยเป็นอัตราประมาณการ ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งอัตราเรียกเก็บจริงให้ทราบหลังจากที่ได้ลงทุนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ได้แจ้งไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติม โดยจะไม่เกินเพดานอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings