TISCOWB-SSF
กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้นไทย Well-being
TISCO Thai Well-being Equity Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย9 ก.ย. 2569 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม ลดลง -1.59%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 13:48:39.935000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ตราสารทุน
- ความเสี่ยง
- สูง · ระดับ 6
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- กองทุนรวมเพื่อการออม (Super Savings Fund : SSF)
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-being (SETWB TRI) · งวด 31 ส.ค. 2569
นโยบายการลงทุน
1. นโยบายการลงทุน
1.1. วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ และ/หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งสัดส่วนการลงทุนในหุ้นแต่ละบริษัทจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ตามสภาวะการลงทุนหรือคาดการณ์สภาวะการลงทุนในแต่ละขณะ ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม ในกรณีที่มีหุ้นที่กองทุนลงทุน ขอเพิกถอนบริษัทหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนก่อนวันปรับเปลี่ยนรายชื่อหลักทรัพย์ หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวได้อีกต่อไป เช่น ในกรณีที่หลักทรัพย์นั้นถูกขึ้นเครื่องหมายจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นต้น บริษัทจัดการจะยังคงมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินดังกล่าวต่อไปได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-being (SETWB) อื่น แทนหลักทรัพย์ที่เพิกถอนหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์ที่ไม่สามารถลงทุนได้ดังกล่าว ภายใน 30 วันนับแต่วันที่หลักทรัพย์นั้นเพิกถอนหรือถูกเพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนหรือหลักทรัพย์นั้นไม่สามารถลงทุนได้
สำหรับส่วนที่เหลืออาจลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น ตราสารทางการเงิน ตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยพิจารณาจากสภาวะตลาดในขณะนั้น กฎข้อบังคับ และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางราคาหลักทรัพย์ อัตราดอกเบี้ย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป็นต้น
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ในระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในครั้งแรก (IPO) เพื่อการจดทะเบียนซื้อขาย และ/หรือมีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจเข้าทำธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมประเภทการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ประกาศกำหนด
ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้เป็นไปตามนโยบายการลงทุนภายใน 90 วันนับแต่วันที่สัดส่วนการลงทุนของกองทุนไม่เป็นตามนโยบายการลงทุน เว้นแต่บริษัทจัดการจะได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนให้เปลี่ยนแปลงประเภทของกองทุนในกำหนดเวลาดังกล่าว
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ เป็นไปตามประกาศ ยกเว้น กองทุนจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
1.2. เป้าหมายที่กองทุนต้องการบรรลุ กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) ซึ่งดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นธุรกิจที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals
1.3. กรอบการลงทุน (Investment Universe) (1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน: (1.1) กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน (1.2) ทั้งนี้ ภายใต้กรอบการลงทุนตาม (1.1) ทีมผู้จัดการกองทุนจะทำการวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน โดยหลักทรัพย์ที่กองทุนจะลงทุนต้องมีคุณลักษณะ ดังต่อไปนี้ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเชิงโครงสร้างเพื่อสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ/หรือ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการเตรียมตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายภาครัฐหรือกฏระเบียบต่างๆ ในอนาคต (1.3) นอกจากการวิเคราะห์หลักทรัพย์ตาม (1.2) แล้ว ในขณะเดียวกัน ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณา “สาระสำคัญ” หรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว (Financial Materiality) ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ความเสี่ยงปลายแถว (Tail Risks) และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม (Financial-system Risks)
ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มิได้เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินกว่า 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน โดยหลักทรัพย์ดังกล่าวจะต้องมีคุณสมบัติที่สอดคล้องกับแนวทางการวิเคราะห์หลักทรัพย์ในด้าน ESG ตาม (1.2) และ (1.3) ข้างต้น
(2) คุณสมบัติของผู้ออก: ผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ หรือ ตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นอกจากนี้ หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะต้องผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ เพื่อส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับความยั่งยืนในระยะยาว
(3) กลุ่มอุตสาหกรรม: กองทุนจะเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่ใน 7 หมวดธุรกิจหลัก ซึ่งเป็นหมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างประเทศ โดยการจำแนกหมวดธุรกิจอ้างอิงตามแนวทางของดัชนี SET Well-Being (SETWB) ประกอบด้วย (3.1) หมวดธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) (3.2) หมวดธุรกิจพาณิชย์ (Commerce) (3.3) หมวดธุรกิจแฟชั่น (Fashion) (3.4) หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) (3.5) หมวดธุรกิจการแพทย์ (Health Care Service) (3.6) หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ (Tourism & Leisure) (3.7) หมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics)
ทั้งนี้ สัดส่วนการลงทุนในแต่ละหมวดธุรกิจจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
(4) ประเทศหรือภูมิภาค: กองทุนจะลงทุนเฉพาะในประเทศไทย
กองทุนมีกรอบการลงทุนที่มุ่งส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะด้านสังคม (Social: S) เป็นหลัก ผ่านการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well‑Being (SETWB) ซึ่งสะท้อนธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อการยกระดับคุณภาพชีวิต การสร้างรายได้ และการจ้างงานภายในประเทศ อันส่งผลเชิงบวกต่อการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ กองทุนใช้กระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ โดยบูรณาการปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (E) สังคม (S) และธรรมาภิบาล (G) เข้ากับการวิเคราะห์ปัจจัยทางการเงิน เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสของบริษัทในระยะยาว และหลีกเลี่ยงการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความยั่งยืนของธุรกิจ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ โดยเฉพาะเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี การจ้างงานและการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ทำให้กรอบการลงทุนของกองทุนมีความเหมาะสมกับการเป็นกองทุนรวมเพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน (SRI) ที่มุ่งสร้างผลตอบแทนควบคู่กับการสร้างคุณค่าให้แก่สังคมในระยะยาว
2. กลยุทธ์การลงทุน 2.1. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ซึ่งเป็นส่วนประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
2.2. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ (1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้: กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ Screening, ESG Integration และ Thematic ซึ่งมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ • Screening Exclusionary Screening โดยการคัดกรองบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่ผ่านเกณฑ์พิจารณาในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ออกไป เช่น บริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่มีการบริหารจัดการด้านกำจัดของเสียหรือมลภาวะที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐานแรงงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์ หรือบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาลบกพร่อง ซึ่งครอบคลุมถึงจรรยาบรรณในการทำธุรกิจหรือการกระทำความผิดของผู้บริหาร
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ดังต่อไปนี้ • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ • ยาสูบ • อาวุธสงคราม • สื่อลามก • การพนัน โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทำธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มาจากการทำธุรกิจดังกล่าวที่รวมกันเกินกว่า 15% ของรายได้ต่อปีของกิจการ ตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุด
• ESG Integration ESG Integration โดยการคำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ในทุกมิติของการวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนจะลงทุน กล่าวคือ ความเสี่ยงด้าน ESG มีผลต่อการดำเนินธุรกิจทุกๆ ด้านของบริษัทจดทะเบียนฯ โดยหากดูจากตัวเลขผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทจดทะเบียนฯ จะมีความเสี่ยงหรือความผันผวนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งจะสะท้อนออกมาในรูปของการประเมินมูลค่าของแต่ละบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ไม่เท่ากัน
• Thematic Thematic Investment โดยการเลือกที่จะลงทุนในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ให้ความสำคัญต่อปัจจัยด้าน ESG ด้านใดหน้าหนึ่งเป็นการเฉพาะ (Theme) เช่น • ด้านพลังงานทดแทน - บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนจะต้องดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • ด้านระบบสาธารณูปโภค - บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนจะต้องดำเนินธุรกิจเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน อาทิ โรงพยาบาลหรือบริษัทผู้ผลิตยา หรือเพื่อสุขภาพและสวัสดิการด้านการเจ็บป่วย • ด้านสังคม - บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนจะต้องดำเนินธุรกิจที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน เช่น จากการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นนั้นๆ ในการผลิตสินค้าหรือการให้บริการ เป็นต้น
กระบวนการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG Integration) อย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นเครื่องมือหลักในการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน E หรือ S หรือ ESG ของพอร์ตการลงทุน ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารกองทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าของหลักทรัพย์ที่สูงขึ้นในอนาคตภายใต้พอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการคำนึงถึงเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจด้วย
นอกจากนี้ หากเป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Change) ที่เกี่ยวข้องกับ Megatrends ผลตอบแทนของการลงทุนมักจะมากกว่าค่าเฉลี่ยของการลงทุนโดยทั่วไป ซึ่งอัตราเร่งในการเปลี่ยนแปลง (The Speed of Disruption) เป็นตัวแปรหลักของการดำเนินธุรกิจและผลกำไรของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมดังกล่าวนี้
ขั้นตอนที่ 1: ระบุปัจจัยที่มีผลต่อธุรกิจ (Identify Material Issues) สอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนแบบ Universal Investor ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาถึงปัจจัยที่มีนัยยะในระบบเศรษฐกิจในช่วง 5 ปีข้างหน้า ที่เป็นปัจจัยสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทย ว่ามีปัจจัยใดบ้าง และกองทุนต้องการจะบรรลุเป้าหมาย SDGs ใด โดยจะจัดลำดับความสำคัญสะท้อนออกมาในรูปแบบของ Materiality Matrix
ขั้นตอนที่ 2: คัดกรองหลักทรัพย์เพื่อการลงทุน (Stock Screening) จากนั้นผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาคัดกรองบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องและสนับสนุนให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อปัจจัยที่มีนัยยะเหล่านั้น
หลังจากได้กลุ่มการลงทุนดังกล่าวแล้ว ผู้จัดการกองทุนจึงเข้าสู่กระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration ในลำดับถัดไป
การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้
2.2.1. สิ่งแวดล้อม (Environmental) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ และ/หรือองค์ประกอบในระบบธรรมชาติ (Natural Systems) ซึ่งได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) - ในเชิงของการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
Source: United Nations Global Compact, KPMG International
• ความเสี่ยงเชิงกายภาพ (Physical Risk) - ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างมีนัยยะทั้งแบบฉับพลันหรือแบบต่อเนื่อง เช่น ภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เป็นต้น • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) – ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และ/หรือ เชิงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ ในอนาคต
ผู้จัดการกองทุนพิจารณาและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนฯ จัดให้มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ (Corporate Engagement) เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว • Climate Change Mitigation - มาตรการหรือนโยบายในการชะลอหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นที่มาของภาวะโลกร้อน เช่น o การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ) o อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด o ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • Climate Change Adaptation and Resilience - การปรับตัวของบริษัทจดทะเบียนฯ ให้มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity Risks)
2) ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) - การนำทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ ระบบนิเวศบนบกและในน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และที่ดิน มาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และจัดให้มีการบริหารทรัพยากรดังกล่าวอย่างยั่งยืน
3) มลภาวะ (Pollutions) - การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารปนเปื้อน (ทางน้ำ อากาศ หรือสู่แหล่งธรรมชาติอื่นๆ) ที่มาจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
4) การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Waste Management and Circular Economy) - ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแผนธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการชะลอปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้แล้ว
ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ
ระดับบริษัท (Company Level): การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม
ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
2.2.2. สังคม (Social) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ความเป็นอยู่ที่ดี และ/หรือผลประโยชน์ของบุคคล ทั้งในองค์กรและชุมชนใดๆ ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Development) - ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากลยุทธ์ขององค์กรในการพัฒนาความรู้ และทักษะของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นประกอบธุรกิจอยู่ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรมีระดับผลผลิต (Productivity level) ที่ดีขึ้น
2) สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety) - แนวทางของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสวัสดิภาพของพนักงานด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดสวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว การจัดสถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและเตรียมพร้อมหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
3) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • สิทธิในการมีชีวิตและเสรีภาพ • เสรีภาพจากการถูกบังคับให้เป็นทาสและการทรมาน • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก • สิทธิในการทำงานและการศึกษา
4) สิทธิแรงงาน (Labor Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพนักงานคนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • เสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว • สิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง • แรงงานบังคับและการเลิกจ้างแรงงานบังคับ • ค่าตอบแทนขั้นต่ำ • แรงงานเด็ก • การกำหนดค่าตอบแทนด้วยความเท่าเทียมและสมเหตุสมผล • การเลือกปฏิบัติ (Discrimination)
5) แนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) - ความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนฯ ในการสื่อสารและบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
6) ความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการ (Product Liability) - ความรับผิดชอบของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสินค้าหรือบริการ สามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ • กรณีสินค้าหรือบริการ มีข้อบกพร่อง • กระบวนการผลิตเป็นเหตุให้สินค้าไม่สมบูรณ์หรือมีความบกพร่อง • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความบกพร่องในการเตือนหรือให้คำแนะนำในการใช้สินค้าหรือรับบริการ
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดัน การแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ระดับบริษัท (Company Level): ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม
ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
2.2.3. ธรรมาภิบาล (Governance) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส จริยธรรมทางธุรกิจ และ/หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจดทะเบียนฯ ควรจัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ 1) สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholder Rights) - แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ • สิทธิก่อนตัดสินใจลงทุน หมายถึง สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะวิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนและวิธีการจองซื้อหุ้นจากหนังสือชี้ชวนหรือไฟลิ่ง (Filing) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) • สิทธิเมื่อเป็นผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิได้รับเงินปันผล ได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ และสิทธิในการบริหารบริษัท อาทิ เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เสนอเพิ่มวาระการประชุม เพิกถอนมติที่ประชุม ติดตามและตรวจสอบการทำงานของกรรมการ • สิทธิในการร้องเรียนและฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายและผลประโยชน์คืนให้กับบริษัท หากกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัททำหน้าที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดความระมัดระวัง หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตจนส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน - ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย
3) บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ
4) การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส – คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ
5) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ – คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท จึงมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการควรมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน ตลอดจนดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม
ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมาด้านธรรมาภิบาล และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ
บริษัทจัดการมีโครงสร้างการกำกับดูแลเพื่อสนับสนุนการนำ ESG Integration ไปใช้ในการตัดสินใจลงทุน อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคณะกรรมการลงทุนมีหน้าที่กำหนดนโยบายและกรอบการลงทุน รวมถึงพิจารณาอนุมัติการลงทุน ในขณะที่ทีมผู้จัดการกองทุนรับผิดชอบการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยด้าน ESG อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทจัดการยังมีระบบควบคุมภายใน การตรวจสอบ และการสอบทาน เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามนโยบายที่กำหนด
บริษัทจัดการใช้ข้อมูล ESG จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายเพื่อสนับสนุนการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน ได้แก่ ข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูล ESG ภายนอก รายงานที่กิจการเปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น รายงานประจำปีและรายงานความยั่งยืน ตลอดจนข้อมูลที่ได้จากการมีส่วนร่วมกับกิจการที่ลงทุน (Engagement) เพื่อให้การประเมินมีความครบถ้วนและเหมาะสม
(2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว: บริษัทจัดการเลือกใช้การผสมผสานกลยุทธ์ Screening, ESG Integration และ Thematic Investment เพื่อให้การลงทุนของกองทุนสามารถหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในขณะเดียวกันสามารถคัดเลือกและสนับสนุนบริษัท ที่มีแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืน
นอกจากนี้ กลยุทธ์ Screening จะช่วยลดความเสี่ยงด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์และผลการดำเนินงานของกองทุน ส่วน ESG Integration ช่วยให้การประเมินมูลค่าและการตัดสินใจลงทุนสะท้อนปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน ในขณะที่ Thematic Investment ช่วยให้กองทุนมุ่งสร้างการลงทุนที่ก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกต่อสังคมและเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม
(3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน: กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนที่มุ่งส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG โดยเฉพาะด้านสังคม (Social) ผ่านการสนับสนุนธุรกิจที่ยกระดับคุณภาพชีวิต ความเป็นอยู่ และการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชน
ในขณะเดียวกัน การนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและธรรมาภิบาลผ่าน ESG Integration และการคัดกรองกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน ช่วยให้กองทุนสามารถบริหารความเสี่ยงด้าน ESG ได้อย่างเหมาะสม และสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจที่ดำเนินงานอย่างรับผิดชอบ สอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนอย่างยั่งยืนและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ในระยะยาว
3. ดัชนีชี้วัด ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Benchmark) ของกองทุน ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) ในสัดส่วน 100% ซึ่งดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของกลุ่มหลักทรัพย์ 30 หลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการแข่งขันและเป็นธุรกิจ ที่ผู้ลงทุนต่างชาติให้ความสนใจ ซึ่งการเติบโตของธุรกิจเหล่านี้ มีผลต่อการขยายตัวของ GDP และนำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ รวมถึงช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย โดยมีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้ • เป็นหลักทรัพย์ใน 7 หมวดธุรกิจ ซึ่งประกอบด้วย หมวดธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) หมวดธุรกิจพาณิชย์ (Commerce) หมวดธุรกิจแฟชั่น (Fashion) หมวดธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage) หมวดธุรกิจการแพทย์ (Health Care Service) หมวดธุรกิจการท่องเที่ยวและสันทนาการ (Tourism & Leisure) และหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation & Logistics) • มีกำไรอย่างน้อย 2 จาก 3 ปีล่าสุด เมื่อพิจารณาจากงบการเงินรวม • มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้ว • จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่า 0.5% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน • มูลค่าตามราคาตลาดสูงสุด 30 อันดับแรก ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setwb/profile แหล่งข้อมูล: www.set.or.th
ดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) ไม่ได้ถูกจัดเป็นดัชนีชี้วัดเกี่ยวกับความยั่งยืน (SRI Benchmark) อย่างไรก็ตาม กองทุนเลือกใช้ดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจากดัชนีผลตอบแทนรวม SET Well-Being (SETWB TRI) มีความสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนที่จะลงทุนในตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET Well-Being (SETWB) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน นอกจากนี้ ดัชนีดังกล่าวประกอบด้วยหมวดธุรกิจที่นำมาสู่การสร้างรายได้แก่คนในประเทศ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ และสามารถสะท้อนการลงทุนอย่างยั่งยืนได้
4. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน 4.1 ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน แม้ว่ากองทุนจะลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ผ่านกระบวนการคัดเลือกตามดัชนี SET Well Being และการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration แต่เหตุการณ์หรือปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนได้ เช่น • ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม (E) บริษัทในกลุ่มการเกษตร อาหาร โลจิสติกส์ หรือท่องเที่ยว อาจเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการของเสีย หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อ ต้นทุนการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไร • ความเสี่ยงด้านสังคม (S) ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแรงงานจำนวนมาก เช่น เกษตร อุตสาหกรรมอาหาร การท่องเที่ยว อาจเผชิญความเสี่ยงจากประเด็นด้านแรงงาน ความปลอดภัย และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ด้านสังคมที่มีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและมูลค่าของกิจการ • ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล (G) หากบริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนมีการกำกับดูแลกิจการที่ไม่เหมาะสม การเปิดเผยข้อมูลไม่เพียงพอ หรือมีประเด็นด้านจรรยาบรรณของผู้บริหาร อาจส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ผันผวนและกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุน
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาและติดตามประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง และจะกำหนดกระบวนการวิเคราะห์ ติดตาม และทบทวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันได้ว่าความเสี่ยงด้านความยั่งยืนดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นหรือไม่มีผลกระทบต่อกองทุน
4.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนแม้ว่ากองทุนจะเป็นกองทุนรวม SRI ที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน โดยเฉพาะด้านสังคม แต่บริษัทจดทะเบียนฯ ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนอาจมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตหรือการขนส่ง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการก่อให้เกิดของเสีย ผลกระทบต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจในบางพื้นที่ เป็นต้น
บริษัทจัดการมีแนวทางในการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนดังกล่าว โดยการเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทที่ลงทุนปรับปรุงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น ผ่านการสื่อสารหรือการติดตามเชิง นโยบาย
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและลดผลกระทบเชิงลบจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
5. แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการมีนโยบายและแนวปฏิบัติในการติดตาม ตรวจสอบ และบริหารจัดการ ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวม SRI ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน รวมถึงวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) ที่กำหนดไว้ โดยสอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) และครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีการติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนฯ อย่างต่อเนื่อง และมีการตรวจสอบคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบว่า • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น หรือ • คะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CG Scoring) ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ถูกปรับลดต่ำกว่า 3 ดาว
บริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) เพื่อให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด
5.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข เมื่อหลักทรัพย์ถูกจัดให้อยู่ใน ESG Watch List ผู้จัดการกองทุนจะดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG โดยไม่ชักช้า ผ่านการเข้าพบผู้บริหารและกรรมการ (Company Visit and Analyst Meeting) หรือการประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น (Conference Call)
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำบทสรุปและข้อเสนอแนะแนวทางการลงทุนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน ภายใน 30 วัน เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน
5.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข (1) การมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ นำปัจจัย ด้าน ESG ไปบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนฯ อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อ ผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการเพื่อผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวข้อง
หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการด้าน ESG ที่ดี หรือเหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน
(2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure) ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) อย่างมีนัยสำคัญหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมเหตุผลที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานของกองทุนหรือช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม
(3) การไถ่ถอนหรือปรับลดสัดส่วนการลงทุน (Divestment) ภายหลังการดำเนินการมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) และติดตามตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หากบริษัทจดทะเบียนฯ ยังไม่สามารถแก้ไขประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนหรือ วัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) ของกองทุนได้ คณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือนำหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก Investment Universe และไถ่ถอนออกจากพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้
6. แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน (Engagement) โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
ทีมจัดการลงทุนมองกระบวนการ Engagement เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนหลัก โดยในบริบทของปัจจัยด้าน ESG บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ ได้มีการนำหลัก ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถจับต้องได้ผ่านการเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนในหัวข้อต่างๆ
บริษัทจัดการมีการกำหนดแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงอย่างชัดเจนในแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. งบการเงินและรายงานที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน 2. การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี 3. การจ่ายเงินปันผล 4. การกำหนดค่าตอบแทนพนักงานและกรรมการ 5. ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมต่างๆ 6. การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเงินทุน 7. การแก้ไขวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจ การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ 8. การควบรวมกิจการ การขายสินทรัพย์ และรายการพิเศษอื่นๆ 9. รายการที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 10. ธรรมาภิบาลและคณะกรรมการบริษัทฯ
การกำหนดรายละเอียดการใช้สิทธิออกเสียงในหัวข้อดังกล่าวนอกจากจะครอบคลุมปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแล้ว ปัจจุบันยังยกระดับไปสู่การพิจารณาออกเสียงให้มีความเข้มข้นในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เช่น การลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติในโครงการลงทุนในอนาคตที่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การเมือง หรือการบริหารจัดการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีนัยยะต่อบริษัท เป็นต้น
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- -48.78%
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 1,000 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 1,000 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 (ต้นทางไม่ระบุสกุลเงิน)
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ทุกวันทำการ
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ทุกวันทำการ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+3 คือ3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -1.59% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +2.67% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ค. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +11.67% | ไม่มีข้อมูล | 9 เม.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +12.96% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 1Y | เพิ่มขึ้น +7.65% | เพิ่มขึ้น +7.52% | 3 ต.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3Y | ลดลง -21.92% | ลดลง -7.85% | 29 ก.ย. 2566 | 9 ต.ค. 2569 |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
| Metric ที่รายงาน | ช่วง | วันงวด | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2022 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2023 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2022 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2023 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2022 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2023 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2022 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2023 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2022 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2023 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 0.0000 | 2.5000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.6100 | 3.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 2.5000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 1.0000 | 2.5000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 0.0000 | 2.5000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee) | 0.0000 | 999,999.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 1.9300 | 5.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และรวมค่าใช้จ่ายเป็นข้อมูลของรอบปีบัญชีล่าสุดหรือประมาณการเบื้องต้น (กรณียังไม่ครบรอบปีบัญชี)
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และรวมค่าใช้จ่ายเป็นข้อมูลของรอบปีบัญชีล่าสุดหรือประมาณการเบื้องต้น (กรณียังไม่ครบรอบปีบัญชี)
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| หุ้นสามัญของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) | 11.12 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) | 8.63 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) | 7.53 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) | 7.07 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) | 6.85 | 31 ส.ค. 2569 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings