ผสมจดทะเบียนชนิดเงินลงทุนเดิม

TThai70ESGX-L

กองทุนเปิด ทิสโก้ หุ้น 70 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ

TISCO Equity 70 Thailand ESG Extra Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
TThai70ESGX-L12.187212.353412.519712.686012.8522TThai70ESGX-L: 2026-07-09 ถึง 2026-10-092026-07-092026-10-09
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

9 ก.ค. 2569 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +1.62%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 20:56:11.647000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ผสม
ความเสี่ยง
ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

SET ESG Total Return Index · งวด 31 ส.ค. 2569

ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market อายุน้อยกว่าเท่ากับ 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569

ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market อายุ 1 - 3 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569

ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

1. นโยบายการลงทุน 1.1. วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน กองทุนมีนโยบายกระจายการลงทุนในทรัพย์สินที่ออกโดยผู้ออกซึ่งเป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิ (Net Exposure) ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน 1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ที่มีลักษณะดังนี้ (1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) หรือด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) และ/หรือ (2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ (3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะดังนี้ (3.1) เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า (3.2) มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผนผ่านช่องทางของ SET ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ (3.2.1) การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (Corporate Value Up Plan) (3.2.2) การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมาย เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (3.2.2.1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจากผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามที่ประกาศการลงทุนของกองทุนกำหนด (3.2.2.2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยตามข้อ (2) (3.3) มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SET กำหนด

2. ลงทุนในตราสารอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่าง ดังนี้ (1) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้ (1.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี (1.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย (2) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond)

ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ตามข้อ 1. โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิ (Net Exposure) เฉลี่ยในรอบปีบัญชี ซึ่งไม่น้อยกว่า 65% และไม่เกิน 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม ในกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการประกาศเปลี่ยนแปลงรายชื่อบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลทำให้บริษัทจดทะเบียนฯ ที่กองทุนลงทุนอยู่ไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในการประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวต่อไป หากบริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน ทั้งนี้ หุ้นดังกล่าวจะไม่ถูกนับรวมอยู่ในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ตามข้อ 1.

สำหรับส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นๆ ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) และ/หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ซึ่งมีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนได้ ดัชนี SET50 หรือดัชนีอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ย และเครดิต (Credit Rating หรือ Credit Event) จึงอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาในการทําธุรกรรมไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพัน เมื่อครบระยะเวลาที่ได้ตกลงกันไว้ ซึ่งบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับธนาคารพาณิชย์และ/หรือ สถาบันการเงินที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และบริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความเสี่ยงที่คู่สัญญาจะไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันได้อย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ กองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่ราคาสินทรัพย์อ้างอิงในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ โดยอาจเกิดจากสภาวะตลาด รวมถึงปัจจัยทางเศรษฐกิจต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หากคาดการณ์ผิดอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนน้อยลงหรือเสียโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น ซึ่งบริษัทจัดการจะติดตามเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ

ในกรณีที่ผู้จัดทำดัชนีอ้างอิงของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ได้แก่ ดัชนี SET50 หรือดัชนีอื่นใดที่มีลักษณะเดียวกัน มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคำนวณดัชนีอ้างอิง เพื่อให้สะท้อนถึงความสามารถในการเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงหรือสะท้อนสภาวะตลาดในปัจจุบัน หรือมีการยกเลิกการคำนวณดัชนีอ้างอิง อันเนื่องมาจากผู้จัดทำดัชนีอ้างอิงพิจารณาเห็นว่า หลักการหรือวิธีการที่ใช้ในการคำนวณดัชนีอ้างอิงไม่เหมาะสมอีกต่อไป บริษัทจัดการจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีหลักทรัพย์อ้างอิงเป็นหลักทรัพย์อื่นที่สอดคล้องกับพอร์ตการลงทุนของกองทุน ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้น หรือไม่มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อีกต่อไป

กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) ตราสารที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่อยู่ในระหว่างการเสนอขายตราสารต่อประชาชนเป็นการทั่วไปในครั้งแรก (IPO) เพื่อการจดทะเบียนซื้อขาย และ/หรือมีการลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะไม่นับช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม และ/หรือช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม และ/หรือช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืน หรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ซึ่งต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

1.2. เป้าหมายที่กองทุนต้องการบรรลุ กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social and Governance: ESG) และ/หรือหุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูล แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือหุ้นที่มีธรรมาภิบาล และ/หรือตราสารหนี้ภาครัฐ และ/หรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทยหรือเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกในประเทศไทย เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการหรือโครงการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals

1.3. กรอบการลงทุน (Investment Universe) ในส่วนของหลักทรัพย์หรือตราสารเพื่อความยั่งยืน (1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน: กองทุนจะกระจายการลงทุนในทรัพย์สินดังต่อไปนี้ (1.1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนใน SET และ/หรือ mai ดังนี้ 1) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้าน E หรือ ESG และ/หรือ 2) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ยอมรับ และ/หรือ 3) หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” 1. (3) (1.2) ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ที่ผู้ออกตราสารมีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทยหรือเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารในประเทศไทย ทั้งนี้ ตราสารดังกล่าวจะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) (1.3) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond)

(2) คุณสมบัติของผู้ออก: (2.1) ตราสารทุน: ผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (2.2) ตราสารหนี้: ผู้ออกตราสารเป็นภาครัฐ หรือหน่วยงานที่ตราสารหนี้ได้รับการค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย ได้แก่ กระทรวงการคลัง ซึ่งมีความน่าเชื่อถือในระดับสูงตามลักษณะของการค้ำประกันของภาครัฐ

(3) กลุ่มอุตสาหกรรม: กองทุนมีการกระจายการลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม

(4) ประเทศหรือภูมิภาค: กองทุนจะลงทุนเฉพาะในประเทศไทย

กองทุนมีกรอบการลงทุนที่มุ่งส่งเสริมการคัดเลือกกิจการและตราสารที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) และ/หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) อย่างมีนัยสำคัญ โดยกำหนดให้การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ผ่านเกณฑ์ด้าน E หรือ ESG ตามที่กองทุนกำหนด ควบคู่กับการลงทุนในตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน เช่น Green Bond, Sustainability Bond และ Sustainability‑linked Bond ซึ่งมีการกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Use of Proceeds) หรือกลไกเชื่อมโยงกับตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนอย่างชัดเจน โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิในทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนจากการประเมินด้าน ESG โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในขณะเดียวกัน การลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยภาครัฐหรือหน่วยงานที่ได้รับการค้ำประกันจากกระทรวงการคลังช่วยเสริมความมั่นคงด้านเครดิตและธรรมาภิบาล (Governance: G) รวมถึงการเปิดให้กองทุนลงทุนครอบคลุมทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทำให้ Investment Universe มีขนาดเพียงพอ ครอบคลุมโครงการและกิจการที่หลากหลาย และเอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน

2. กลยุทธ์การลงทุนเพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน ตราสารทุน 2.1. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมด (Investment Universe) ในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือด้านความยั่งยืน หรือหุ้นของบริษัทที่ต้องบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาล ตามกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ของบริษัทจัดการ ซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง

2.2. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ (1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้: กองทุนจะใช้กระบวนการคัดเลือกแบบคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment: E) หรือด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) หรือหุ้นของบริษัทที่ต้องบรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือหุ้นของบริษัทที่มีธรรมาภิบาล และจะใช้การวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ซึ่งเป็นกระบวนการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติม

นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ดังต่อไปนี้ • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ • ยาสูบ • อาวุธสงคราม • สื่อลามก • การพนัน โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทำธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มาจากการทำธุรกิจดังกล่าวที่รวมกันเกินกว่า 15% ของรายได้ต่อปีของกิจการ ตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุด

ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าอนาคตที่สูงขึ้นของพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจ

กลยุทธ์การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่ดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้

2.2.1. สิ่งแวดล้อม (Environmental) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ และ/หรือองค์ประกอบในระบบธรรมชาติ (Natural Systems) ซึ่งได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) – ในเชิงของการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยง ซึ่งจะนำมาใช้เป็นปัจจัยในการพิจารณาคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้

Source: United Nations Global Compact, KPMG International

• ความเสี่ยงเชิงกายภาพ (Physical Risk) - ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างมีนัยยะทั้งแบบฉับพลันหรือแบบต่อเนื่อง เช่น ภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เป็นต้น • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) - ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และ/หรือเชิงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ ในอนาคต

ผู้จัดการกองทุนพิจารณาและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนฯ จัดให้มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ (Corporate Engagement) เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว • Climate Change Mitigation - มาตรการหรือนโยบายในการชะลอหรือลดการปล่อยก๊าซ เรือนกระจก ซึ่งเป็นที่มาของภาวะโลกร้อน เช่น O การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ) O อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด O ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • Climate Change Adaptation and Resilience - การปรับตัวของบริษัทจดทะเบียนฯ ให้มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity Risks)

2) ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) - การนำทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ ระบบนิเวศบนบกและในน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และที่ดิน มาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และจัดให้มีการบริหารทรัพยากรดังกล่าวอย่างยั่งยืน 3) มลภาวะ (Pollutions) - การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารปนเปื้อน (ทางน้ำ อากาศ หรือสู่แหล่งธรรมชาติอื่นๆ) ที่มาจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด 4) การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Waste Management and Circular Economy) - ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแผนธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการชะลอปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้แล้ว

ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ ระดับบริษัท (Company Level): การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม มีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน

2.2.2. สังคม (Social) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ความเป็นอยู่ที่ดี และ/หรือผลประโยชน์ของบุคคล ทั้งในองค์กรและชุมชนใดๆ ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Development) – ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากลยุทธ์ขององค์กรในการพัฒนาความรู้ และทักษะของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นประกอบธุรกิจอยู่ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรมีระดับผลผลิต (Productivity level) ที่ดีขึ้น 2) สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety) - แนวทางของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสวัสดิภาพของพนักงานด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดสวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว การจัดสถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และเตรียมพร้อมหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 3) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • สิทธิในการมีชีวิตและเสรีภาพ • เสรีภาพจากการถูกบังคับให้เป็นทาสและการทรมาน • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก • สิทธิในการทำงานและการศึกษา 4) สิทธิแรงงาน (Labor Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพนักงานคนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • เสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว • สิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง • แรงงานบังคับและการเลิกจ้างแรงงานบังคับ • ค่าตอบแทนขั้นต่ำ • แรงงานเด็ก • การกำหนดค่าตอบแทนด้วยความเท่าเทียมและสมเหตุสมผล • การเลือกปฏิบัติ (Discrimination) 5) แนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) - ความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนฯ ในการสื่อสารและบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ 6) ความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการ (Product Liability) - ความรับผิดชอบของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสินค้าหรือบริการ สามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ • กรณีสินค้าหรือบริการ มีข้อบกพร่อง • กระบวนการผลิตเป็นเหตุให้สินค้าไม่สมบูรณ์หรือมีความบกพร่อง • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความบกพร่องในการเตือนหรือให้คำแนะนำในการใช้สินค้าหรือรับบริการ

ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น

ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดัน การแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระดับบริษัท (Company Level): ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน

2.2.3. ธรรมาภิบาล (Governance) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส จริยธรรมทางธุรกิจ และ/หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจดทะเบียนฯ ควรจัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ 1) สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholder Rights) - แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ • สิทธิก่อนตัดสินใจลงทุน หมายถึง สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะวิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนและวิธีการจองซื้อหุ้นจากหนังสือชี้ชวนหรือไฟลิ่ง (Filing) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) • สิทธิเมื่อเป็นผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิได้รับเงินปันผล ได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ และสิทธิในการบริหารบริษัท อาทิ เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เสนอเพิ่มวาระการประชุม เพิกถอนมติที่ประชุม ติดตามและตรวจสอบการทำงานของกรรมการ • สิทธิในการร้องเรียนและฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายและผลประโยชน์คืนให้กับบริษัท หากกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัททำหน้าที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดความระมัดระวัง หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตจนส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน 2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน - ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย 3) บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มี ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ 4) การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส – คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ 5) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ – คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท จึงมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการควรมีภาวะผู้นำวิสัยทัศน์ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน ตลอดจนดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม

ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ด้านธรรมาภิบาลขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมา และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการประเมินมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ

(2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว: บริษัทจัดการเลือกใช้กลยุทธ์ Screening ร่วมกับ ESG Integration เพื่อให้การลงทุนของกองทุนสามารถคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นหรือมีพัฒนาการด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ โดยการอ้างอิงข้อมูลการประเมินจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยช่วยเสริมให้กระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถเปรียบเทียบระดับความเสี่ยงด้าน ESG ระหว่างบริษัทและระหว่างอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกัน การนำแนวทาง ESG Integration มาใช้ยังช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถพิจารณาปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG ที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าและผลการดำเนินงานของกิจการในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน อันนำไปสู่การสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมในระยะยาว

(3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน: กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืน รวมถึงบริษัทที่มีการเปิดเผยข้อมูลและตั้งเป้าหมายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีธรรมาภิบาลที่ดี

การกำหนดกรอบการลงทุน (Investment Universe) ภายใต้กรอบ ESG และการใช้ Screening และ ESG Integration เป็นกลไกหลัก ทำให้การส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพอร์ตการลงทุนของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ และสนับสนุนเป้าหมายของกองทุนในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ควบคู่กับการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ในระยะยาว

ตราสารหนี้ 2.3. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ 2.3.1. ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) จะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ เช่น ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย หรือต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย เป็นต้น นอกจากนี้ ในกรณีที่เป็นตราสารหนี้ภาคเอกชน ตราสารดังกล่าวจะต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)

2.3.2. พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) จะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกตราสารของบริษัทจัดการ เช่น มีการเปิดเผยวัตถุประสงค์ของการใช้เงินเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย เป็นต้น

2.4. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ บริษัทจัดการมีกระบวนการในการวิเคราะห์ตราสาร โดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือต่างๆ เช่น สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) และบทวิเคราะห์ของบุคคลที่สาม เพื่อคัดเลือกตราสารที่จะลงทุนให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของกองทุน ซึ่งครอบคลุมเรื่องกลยุทธ์ แผนการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และผลกระทบต่อกำไรหรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะวิเคราะห์โครงการที่จะนำเงินลงทุนไปใช้ เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมหรือเพื่อความยั่งยืน รวมทั้งเกิดประโยชน์ต่อประเทศไทยอย่างแท้จริง

(1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้: กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกตราสาร

(2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว: การคัดเลือกพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (E) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกตราสาร จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่ดีในระยะยาว ลดความเสี่ยงจากการลงทุนในกิจกรรมที่ไม่สอดคล้องกับหลักความยั่งยืน พร้อมทั้งสร้างความมั่นคงด้านความเสี่ยงทางการเงินผ่านการลงทุนในตราสารภาครัฐหรือตราสารที่ได้รับการค้ำประกันจากภาครัฐ ซึ่งมีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับสูง

(3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน: กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวมีความสอดคล้องโดยตรงกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน เนื่องจากกองทุนกำหนดให้มีการลงทุนในตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน ซึ่งทำให้การส่งเสริมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลเป็นองค์ประกอบหลักของพอร์ตการลงทุน การมุ่งเน้นให้เงินลงทุนถูกนำไปใช้ในโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศไทย ช่วยสนับสนุนการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัย ESG อย่างเป็นรูปธรรม และมีส่วนช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

3. ดัชนีชี้วัด ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Benchmark) และดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (Reference ESG Benchmark) ของกองทุน ได้แก่ 1. ดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) สัดส่วน 70% 2. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วน 10% 3. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุคงเหลือตั้งแต่ 1 ถึง 3 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วน 10% 4. ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย สัดส่วน 10%

โดยบริษัทจัดการเลือกดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีชี้วัด เนื่องจาก 1) ดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีขนาดและสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยดัชนี SETESG มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้ (1) เป็นบริษัทที่อยู่ในผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่ประกาศล่าสุด ก่อนรอบการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในดัชนี (2) เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และผ่านสภาพคล่องที่กำหนด (3) ไม่รวมหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP 2) ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย ซึ่งสะท้อนถึงราคาของตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยรัฐบาลเป็นองค์ประกอบ ดังนั้น จึงเป็นดัชนีที่เหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายด้านความยั่งยืนของกองทุน

นอกจากนี้ กองทุนใช้ดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุคงเหลือตั้งแต่ 1 ถึง 3 ปี และดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เป็นดัชนีชี้วัด เพื่อสะท้อนการลงทุนในตราสารหนี้อื่นที่นอกเหนือจากตราสารเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน โดยดัชนีดังกล่าวเป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของพันธบัตรรัฐบาลทั้งในด้านราคาและผลตอบแทนที่รวมดอกเบี้ยจ่ายเข้ามาด้วย ทั้งนี้ มูลค่าของพันธบัตรรัฐบาลแต่ละรุ่นจะคำนวณมาจากราคาตลาดหรือราคามูลค่ายุติธรรม ณ สิ้นวัน (End-of-Day Mark-To-Market) ซึ่งสามารถสะท้อนราคาตลาดได้ดียิ่งขึ้น ช่วยให้การเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนมีความสอดคล้องและเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile

ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีตราสารหนี้ ESG และดัชนีพันธบัตรรัฐบาล Mark-to-Market ได้ที่ https://www.thaibma.or.th/pdf/Article/esgBondIndex.pdf https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx https://www.thaibma.or.th/EN/Investors/Individual/Blog/2018/GBIndex_10042018.aspx#

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเป็นไปเพื่อประโยชน์ของกองทุนหรือผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ซึ่งจะต้องอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดดังกล่าวผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ นอกจากนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนีผลตอบแทนรวม (TRI) ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (Free Float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี Free Float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

4. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน 4.1 ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน ตราสารทุน แม้ว่ากองทุนจะมีนโยบายและกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างเป็นระบบ แต่อาจยังมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์หรือปัจจัยด้าน ESG ที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนได้ เช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ความเสี่ยงด้านแรงงานและห่วงโซ่อุปทาน หรือประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทที่กองทุนลงทุน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ความสามารถในการทำกำไรลดลง หรือทำให้ราคาหลักทรัพย์มีความผันผวนมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์หรือประเด็นด้าน ESG ทั้งในด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไรของบริษัท ตลอดจนการตอบสนองของราคาหุ้นที่อาจมีความผันผวนสูงขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาและติดตามประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง และจะกำหนดกระบวนการวิเคราะห์ ติดตาม และทบทวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันได้ว่าความเสี่ยงด้านความยั่งยืนดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นหรือไม่มีผลกระทบต่อกองทุน

ตราสารหนี้ แม้ว่ากองทุนจะมุ่งลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐหรือตราสารหนี้ที่ได้รับการค้ำประกันจากกระทรวงการคลัง ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูง และเน้นการลงทุนในตราสารเพื่อความยั่งยืน เช่น พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) แต่กองทุนยังอาจเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือความยั่งยืน (E หรือ S หรือ ESG) ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าและผลการดำเนินงานของกองทุนได้ ตัวอย่างเช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมหรือพลังงานของภาครัฐ ความล่าช้าหรือความไม่ประสบผลสำเร็จของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืนที่ได้รับเงินลงทุน ความเสี่ยงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจทำให้ต้นทุนโครงการเพิ่มขึ้น หรือความเสี่ยงด้านสังคมจากการคัดค้านของชุมชน ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการดำเนินโครงการและภาพรวมของผลตอบแทนการลงทุนได้ แม้ผู้ออกตราสารจะมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงก็ตาม

4.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน ตราสารทุน แม้ว่ากองทุนจะเป็นกองทุนรวม SRI ที่มุ่งส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน แต่บริษัทจดทะเบียนฯ ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนอาจมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตหรือการขนส่ง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการก่อให้เกิดของเสีย ผลกระทบต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจในบางพื้นที่ เป็นต้น

บริษัทจัดการมีแนวทางในการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนดังกล่าว โดยการเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทที่ลงทุนปรับปรุงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น ผ่านการสื่อสารหรือการติดตามเชิงนโยบาย

ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและลดผลกระทบเชิงลบจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน

ตราสารหนี้ การตัดสินใจลงทุนของกองทุนตามนโยบายการลงทุนเพื่อความยั่งยืน อาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนได้ในบางกรณี แม้ว่าตราสารที่ลงทุนจะถูกจัดอยู่ในกลุ่มพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ก็ตาม เนื่องจากโครงการที่ได้รับเงินลงทุนอาจยังมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในระดับหนึ่ง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการก่อสร้าง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการกองทุนรวมมีแนวทางในการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงดังกล่าว โดยพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Use of Proceeds) และกรอบความยั่งยืนของตราสาร ประเมินและติดตามผลกระทบเชิงลบที่มีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมในระดับโครงการเท่าที่ข้อมูลเปิดเผย และติดตามพัฒนาการของโครงการด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การลงทุนของกองทุนสอดคล้องกับเป้าหมายในการส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทย และลดโอกาสในการก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนในระยะยาว

4.3 ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ทำให้กองทุนอาจสูญเสียโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไปที่อาจสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่า

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะคัดเลือกลงทุนในตราสารที่สามารถสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน ภายใต้กระบวนการวิเคราะห์ของบริษัทจัดการและภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด

4.4 ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะมีการทบทวนสอบทานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่นำมาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากที่สุด

4.5 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนฯ หรือตราสารที่กองทุนลงทุนเกิดปัญหาทางด้าน ESG และส่งผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ หรือตราสารนั้นอย่างรุนแรง หากผู้ลงทุนเกิดความไม่มั่นใจและขายหลักทรัพย์ดังกล่าวพร้อมกันเป็นจำนวนมาก อาจส่งผลทำให้กองทุนไม่สามารถจำหน่ายหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนได้ในราคาที่เหมาะสมหรือภายในระยะเวลาที่ต้องการ

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะติดตามและวิเคราะห์ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ หรือตราสารที่กองทุนลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการเพื่อลดผลกระทบของกองทุนภายใต้เงื่อนไขการลงทุนที่สามารถดำเนินการได้

5. แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการมีนโยบายและแนวปฏิบัติในการติดตาม ตรวจสอบ และบริหารจัดการ ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวม SRI ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน รวมถึงวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) ที่กำหนดไว้ โดยสอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) และครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้

ตราสารทุน 5.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีการติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนฯ อย่างต่อเนื่อง และมีการตรวจสอบคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบว่า • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น หรือ • คะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CG Scoring) ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ถูกปรับลดต่ำกว่า 3 ดาว

บริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) เพื่อให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด

5.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข เมื่อหลักทรัพย์ถูกจัดให้อยู่ใน ESG Watch List ผู้จัดการกองทุนจะดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG โดยไม่ชักช้า ผ่านการเข้าพบผู้บริหารและกรรมการ (Company Visit and Analyst Meeting) หรือการประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น (Conference Call)

ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำบทสรุปและข้อเสนอแนะแนวทางการลงทุนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน ภายใน 30 วัน เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน

5.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข (1) การมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ นำปัจจัย ด้าน ESG ไปบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนฯ อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อ ผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการเพื่อผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวข้อง

หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการด้าน ESG ที่ดี หรือเหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน

(2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure) ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) อย่างมีนัยสำคัญหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมเหตุผลที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานของกองทุนหรือช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม

(3) การไถ่ถอนหรือปรับลดสัดส่วนการลงทุน (Divestment) ภายหลังการดำเนินการมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) และติดตามตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หากบริษัทจดทะเบียนฯ ยังไม่สามารถแก้ไขประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนหรือ วัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) ของกองทุนได้ คณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือนำหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก Investment Universe และไถ่ถอนออกจากพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้

ตราสารหนี้ 5.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการจะดำเนินการติดตาม ประเมิน และทบทวนกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนเป็นไปตามนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ โดยจะพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของตราสารที่ลงทุน เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (Use of Proceeds) กรอบความยั่งยืนของตราสาร ข้อมูลการดำเนินงานของผู้ออกตราสารที่เกี่ยวข้อง และข้อมูลข่าวสารหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อประเด็นด้านความยั่งยืนของตราสารหรือผู้ออกตราสาร เป็นต้น ทั้งนี้ การตรวจสอบดังกล่าวจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

5.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข ในกรณีที่พบว่าการลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการจะพิจารณาให้ระยะเวลาอันเหมาะสมแก่ผู้ออกตราสารในการแก้ไขหรือดำเนินการให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวจะพิจารณาจากลักษณะของประเด็นที่ไม่สอดคล้อง ความรุนแรงของผลกระทบ และเหตุผลอันสมควรของผู้ออกตราสารเป็นรายกรณีไป

5.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข (1) การมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสาร (Engagement) ในกรณีที่ผู้ออกตราสารยังไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนได้ บริษัทจัดการจะติดตามและพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงประเมินความคืบหน้าในการแก้ไขประเด็นด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเหมาะสม

(2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure) หากมีกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมเหตุผลที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานของกองทุนหรือช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม

(3) การไถ่ถอนหรือปรับลดสัดส่วนการลงทุน (Divestment) ในกรณีที่ผู้ออกตราสารไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและไม่มีเหตุผลอันสมควร บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในตราสารดังกล่าวตามความเหมาะสม พร้อมทั้งดำเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-10.31%
ระยะเวลาฟื้นตัว
3 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
0 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
0 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 (ต้นทางไม่ระบุสกุลเงิน)

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+3 คือ3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -1.08%ไม่มีข้อมูล9 ก.ย. 25699 ต.ค. 2569
3Mเพิ่มขึ้น +1.62%ไม่มีข้อมูล9 ก.ค. 25699 ต.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +12.23%ไม่มีข้อมูล9 เม.ย. 25699 ต.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +20.04%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25689 ต.ค. 2569
1Yเพิ่มขึ้น +15.83%เพิ่มขึ้น +15.56%3 ต.ค. 25689 ต.ค. 2569
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00002.500031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.28003.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00002.500031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)1.00002.500031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00002.500031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)0.00000.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)1.50005.000031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และรวมค่าใช้จ่ายเป็นข้อมูลของรอบปีบัญชีล่าสุดหรือประมาณการเบื้องต้น (กรณียังไม่ครบรอบปีบัญชี)

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนกับผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มไม่เท่ากัน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ และรวมค่าใช้จ่ายเป็นข้อมูลของรอบปีบัญชีล่าสุดหรือประมาณการเบื้องต้น (กรณียังไม่ครบรอบปีบัญชี)

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หุ้น 68.04%, พันธบัตร 29.60%, เงินฝากธนาคาร 2.02%, สินทรัพย์อื่น 0.77%หุ้น: 68.04%พันธบัตร: 29.60%เงินฝากธนาคาร: 2.02%สินทรัพย์อื่น: 0.77%
หุ้น · 68.04%พันธบัตร · 29.60%เงินฝากธนาคาร · 2.02%สินทรัพย์อื่น · 0.77%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หุ้น 68.58%, พันธบัตรรัฐบาล 28.83%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 2.41%, สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก 0.17%หุ้น: 68.58%พันธบัตรรัฐบาล: 28.83%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 2.41%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก: 0.17%
หุ้น · 68.58%พันธบัตรรัฐบาล · 28.83%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 2.41%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก · 0.17%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
พันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืนสำหรับปรับโครงสร้างหนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565ครั้งที่516.5931 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญของบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)6.1631 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)6.1131 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)4.9831 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)4.7131 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings