USEQC1Y1
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ยูเอส อิควิตี้ คอมเพล็กซ์ รีเทิร์น ฟันด์ 1Y1
United US Equity Complex Return Fund 1Y1 · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วยประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 7 มี.ค. 2567 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 14:57:54.379000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ผสม
- ความเสี่ยง
- ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มีข้อมูล
นโยบายการลงทุน
(1) กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากและ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น ตั๋วแลกเงินของธนาคารพาณิชย์ เงินฝากในธนาคารพาณิชย์ และตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนทั่วไป โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และอาจลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีการลงทุนทั้งหมดในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ และอาจมีการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non Investment Grade) รวมทั้งตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) รวมกันทั้งสิ้นประมาณ ร้อยละ 95.00 ถึง 99.90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีเป้าหมายให้เงินลงทุนในส่วนนี้เติบโตเป็นร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 79 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
อย่างไรก็ดี กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (high yield bonds) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated bond) ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่เป็นตราสารหนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ทั้งจำนวน อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สภาวการณ์ไม่ปกติกองทุนอาจพิจารณาป้องกันความเสี่ยงตามดุลยพินิจผู้จัดการกองทุน และอาจปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เกี่ยวกับการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าดังกล่าว เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
(2) กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณ ร้อยละ 0.10 ถึง 5.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น สัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) หรือสัญญาออปชั่น (Option) ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับระดับของดัชนีอ้างอิง คือดัชนี S&P500 ที่ออกโดยสถาบันการเงินต่างประเทศ หรือนิติบุคคลต่างประเทศ โดยผู้ออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) หรือในระดับที่ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) หรือ อาจไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน เพื่อเปิดโอกาสให้กับกองทุนสามารถแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลง ของดัชนี S&P500 ทั้งนี้ Notional amount ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนลงทุนจะมีมูลค่าประมาณหรือเท่ากับมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันจดทะเบียนและจะอยู่ในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD Notional amount) หรืออาจอยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศอื่นตามข้อตกลง ดังนั้น กองทุนจะได้รับจ่ายผลตอบแทนเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรืออาจอยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศอื่นๆ ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า , ผู้ออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้า รวมถึงสกุลเงินที่กองทุนจะลงทุนและได้รับผลตอบแทนให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญก่อนการเสนอขายครั้งแรก
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX Hedging) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่ประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและ/หรือสินทรัพย์อ้างอิงไม่เหมาะสมกับการลงทุน บริษัทจัดการสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและ/หรือสินทรัพย์อ้างอิง โดยที่รูปแบบและลักษณะการจ่ายผลตอบแทน (payoff at expiry) จะไม่แตกต่างไปจากเดิมโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญก่อนการเสนอขายครั้งแรก และผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
(3) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
สรุปรายละเอียดการลงทุนของกองทุน ส่วนที่ 1 กองทุนมีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ โดยจะลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) รวมทั้งอาจมีการลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non Investment Grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Bond) นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ โดยจะลงทุนในตราสารข้างต้นรวมกันทั้งสิ้นประมาณ ร้อยละ 95.00 ถึง 99.90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (high yield bonds) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated bond) ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยมีเป้าหมายให้เงินลงทุนในส่วนนี้เติบโตเป็นร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ประมาณการตราสารและสัดส่วนที่คาดว่าจะลงทุนในส่วนของตราสารหนี้และ/หรือเงินฝาก
ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน
สัดส่วนการลงทุน
และเงินลงทุนโดยประมาณ
อัตราผลตอบแทน
ณ วันครบอายุกองทุน
(ประมาณ 1 ปี)
เงินต้นและผลตอบแทน
ที่คาดว่าจะได้รับ
เงินต้น
100%
หักค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุนโดยประมาณ
.......%
เงินต้นคงเหลือเพื่อการลงทุน
.......%
รายละเอียดการลงทุน
ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงิน ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีการลงทุนทั้งหมดในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้
ประมาณ 95.00 - 99.90%
.........%
.......%
(1)บริษัทจัดการจะเปิดเผยพอร์ตการลงทุนและสัดส่วนการลงทุนให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และส่วนข้อมูลกองทุนรวมก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุน
(2) กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดหมายไว้ หากผู้ออกตราสารหรือธนาคารที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย รวมทั้งผลตอบแทนอื่นใดตามที่ตกลงกันไว้ได้
(3) หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือเนื่องจากปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่กองทุนเรียกเก็บ ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนตามที่ได้ประมาณการไว้ข้างต้น
(4) บริษัทจัดการจะใช้ดุลยพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควร เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้อื่นแทน และ/หรือเพิ่มเติมจากตราสารที่ระบุไว้ข้างต้น ซึ่งตราสารดังกล่าวจะอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนของบริษัทจัดการ โดยประมาณการอัตราผลตอบแทนของตราสารที่ลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง สัดส่วนการลงทุนของเงินลงทุนในส่วนที่ 1 จะส่งผลให้เงินลงทุนในส่วนที่ 2 เปลี่ยนแปลงไปด้วย
ส่วนที่ 2 : เงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณร้อยละ 0.10 ถึง 5.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น สัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) หรือสัญญาออปชั่น (Option) ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับระดับของดัชนีอ้างอิง คือดัชนี S&P500
รายละเอียดและเงื่อนไขของสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์ที่กองทุนลงทุน
สินทรัพย์อ้างอิง
ดัชนี S&P500ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสินทรัพย์อ้างอิง
ดัชนี S&P 500 เป็นดัชนีตลาดหุ้นที่สะท้อนผลการดำเนินงานของหุ้นบริษัทขนาดใหญ่ 500 บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐ ทั้งตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ค (New York Stock Exchange) และตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ
โดยราคาดัชนี S&P500 ที่สัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์อ้างอิงจะใช้ราคาปิดตลาด ณ สิ้นวันทำการ บนตลาด NYSE Euronext [NYSE] และ Nasdaq Stock Market โดยมี Bloomberg Ticker คือ SPX Index
สกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ (USD) หรือสกุลเงินอื่น
อายุตราสาร
ประมาณ 1 ปี นับจากวันเริ่มต้นสัญญา ถึง วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง
วันเริ่มต้นสัญญา
วันที่กองทุนเริ่มลงทุนในสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์
วันพิจารณาดัชนีอ้างอิง
วันสุดท้ายที่ประเมินระดับของดัชนีอ้างอิงตามสัญญา หากตรงกับวันหยุดจะใช้วันทำการถัดไปแทน (ภายในระยะเวลาไม่เกิน 30 วันก่อนครบอายุโครงการ)
ค่าการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิง
(ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันทำการใดหรือวันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง / ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา) - 1
อัตราส่วนร่วม
(Participation rate : PR)
40%
(อัตราการมีส่วนร่วมในผลตอบแทน ที่กำหนดโดยคู่สัญญาหรือผู้ออกตราสาร)
อัตราผลตอบแทนชดเชย
(Rebate Rate)
0.25% Knock Out Barrier
-20% (Put Knock Out) / +15% (Call Knock Out)
การลดลงมากกว่า 20% หรือเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
Strike Level
-0.6250% (Put Strike) / +0.6250% (Call Strike)
การเพิ่มขึ้นหรือลดลงน้อยกว่า 0.6250% เมื่อเทียบกับค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
ขนาดของสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์ประมาณร้อยละ 100 ของจำนวนเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหน่วยลงทุน โดยขนาดของสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์จะถูกแปลงเป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือสกุลเงินอื่น ณ วันที่ลงทุน ดังนั้น ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์ในสกุลเงินบาท จึงขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน กองทุนจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลตอบแทนสูงหรือต่ำกว่าที่ระบุไว้ได้เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบ ต่อการลงทุน
กองทุนสงวนสิทธิปรับเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนหากเกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง โดยผู้แทนการคำนวณ มูลค่ายุติธรรมของสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์ (Calculation agent) จะคำนวณการจ่ายผลตอบแทนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงซึ่งผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาร่วมกับผู้แทนการคำนวณ โดยยึดถือผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ เหตุการณ์ดังกล่าวมีดังนี้
การยกเลิกการประกาศราคาสินทรัพย์ที่กองทุนใช้อ้างอิง
ไม่สามารถประกาศราคาสินทรัพย์อ้างอิงอย่างเป็นทางการได้
การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์อ้างอิงหรือสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์
คู่สัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง มีต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น จากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียภาษีอากร ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมต่างๆ
ผู้ออกสัญญาวอร์แรนท์ หรือสัญญาออปชั่น
สถาบันการเงินต่างประเทศ หรือ นิติบุคคลในต่างประเทศ
หมายเหตุ :
(1) บริษัทจัดการจะแจ้งประเภทของสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ผู้ออกสัญญาซื้อขายล่วงหน้ารวมถึงสกุลเงินที่กองทุนจะลงทุนและได้รับผลตอบแทน ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญก่อนการเสนอขายครั้งแรก
(2) บริษัทจัดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนร่วม (Participation Rate) ผลตอบแทนชดเชย (Rebate Rate) ค่า Knock Out Barrier หรือ Strike level เมื่อมีความจำเป็นและสมควร เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนหรือเพื่อเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมให้กับผู้ลงทุน โดยจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และส่วนข้อมูลกองทุนรวมก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุน
(3) หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงหรือเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ส่งผลให้ อัตราส่วนร่วม (Participation Rate) ผลตอบแทนชดเชย (Rebate Rate) ค่า Knock Out Barrier หรือ Strike level ณ วันที่ลงทุนมากกว่าที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิปรับอัตราส่วนร่วมและหรืออัตราผลตอบแทนชดเชยและหรือค่า Knock Out Barrier หรือ Strike level เพิ่มขึ้น
เงื่อนไขการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนของกองทุน ณ วันครบอายุโครงการ
กรณีที่
เงื่อนไข
ผลตอบแทน ณ วันครบกำหนดอายุโครงการ
1
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันทำการใดวันทำการหนึ่งที่อยู่ในช่วงระหว่างอายุสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์ (ก่อนวันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง) ปรับลดลงมากกว่า 20% หรือ ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญานักลงทุนได้รับเงินต้น 100% + ผลตอบแทนชดเชยจากสัญญาออปชั่น หรือ สัญญาวอร์แรนท์ 0.25%
2
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง ปรับลดลงมากกว่า 20% หรือ ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญานักลงทุนได้รับเงินต้น 100% + ผลตอบแทนชดเชยจากสัญญาออปชั่น หรือ สัญญาวอร์แรนท์ 0.25%
3
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง ปรับลดลงไม่เกิน 20% เมื่อเทียบ กับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
นักลงทุนได้รับเงินต้น 100% + ผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์
ผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์
= PR x lค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิงl x เงินต้น
4
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง ปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
นักลงทุนได้รับเงินต้น 100% + ผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์
ผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่นหรือวอร์แรนท์
= PR x ค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิง x เงินต้น
5
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง อยู่ในกรอบลดลงไม่มากกว่า 0.6250% หรือ เพิ่มขึ้นไม่มากกว่า 0.6250% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญานักลงทุนได้รับเงินต้น 100% + ผลตอบแทนชดเชยจากสัญญาออปชั่น หรือ สัญญาวอร์แรนท์ 0.25%
ในการพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขการได้รับผลตอบแทนตามกรณีใด กองทุนจะพิจารณาค่าการเปลี่ยนแปลงของดัชนีอ้างอิงทุกสิ้นวันทำการของดัชนีอ้างอิง
ตัวอย่างแสดงการจ่ายคืนเงินจากการลงทุน ณ วันครบอายุโครงการ สมมุติให้เงินลงทุนทั้งหมด 100,000,000 บาท สามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้
ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน
สัดส่วนการลงทุน
และเงินลงทุน
อัตราผลตอบแทน
ณ วันครบอายุกองทุน
(ประมาณ 1 ปี)*
เงินต้นและผลตอบแทน
ที่คาดว่าจะได้รับ
เงินต้น
100%
หักค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งกองทุนโดยประมาณ**
......%
เงินต้นคงเหลือเพื่อการลงทุน
.......%
รายละเอียดการลงทุน
ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงิน ทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ และอาจลงทุนในหน่วย CIS ของกองทุนรวมที่มีการลงทุนทั้งหมดในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้
ประมาณ 95.00 ถึง 99.90%
ประมาณ ......%
100.00%
ส่วนที่ 2 : การลงทุนใน สัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) หรือสัญญาออปชั่น (Option)
ประมาณ 0.10 ถึง 5.00%
ตัวอย่างผลตอบแทนจากสัญญาออปชั่น หรือวอร์แรนท์ตามตารางด้านล่าง
* หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือเนื่องจากปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่กองทุนเรียกเก็บ ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนตามที่ได้ประมาณการไว้ข้างต้น
** ในกรณีที่กองทุนได้รับผลตอบแทนสูงกว่าที่ได้เปิดเผยไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติมได้ โดยค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะไม่เกินจากอัตราสูงสุดที่ระบุไว้ในโครงการ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบโดยเร็วที่สุด ผ่านทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ
(1) บริษัทจัดการจะเปิดเผยพอร์ตการลงทุนและสัดส่วนการลงทุนให้ผู้ลงทุนทราบในหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และส่วนข้อมูลกองทุนรวมก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุน
(2) กองทุนอาจไม่ได้รับเงินต้นและผลตอบแทนตามที่คาดหมายไว้ หากผู้ออกตราสารหรือธนาคารที่กองทุนลงทุนไม่สามารถชำระคืนเงินต้น ดอกเบี้ย รวมทั้งผลตอบแทนอื่นใดตามที่ตกลงกันไว้ได้
(3) หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือเนื่องจากปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงค่าใช้จ่ายที่กองทุนเรียกเก็บ ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนตามที่ได้ประมาณการไว้ข้างต้น
(4) บริษัทจัดการจะใช้ดุลยพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควร เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้อื่นแทน และ/หรือเพิ่มเติมจากตราสารที่ระบุไว้ข้างต้น ซึ่งตราสารดังกล่าวจะอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนของบริษัทจัดการ โดยประมาณการอัตราผลตอบแทนของตราสารที่ลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้ อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลง สัดส่วนการลงทุนของเงินลงทุนในส่วนที่ 1 จะส่งผลให้เงินลงทุนในส่วนที่ 2 เปลี่ยนแปลงไปด้วย
สัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) หรือสัญญาออปชั่น (Option) ที่เข้าไปลงทุนในส่วนที่ 2 ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี S&P500 (SPX Index) มีลักษณะเงื่อนไขดังต่อไปนี้
- อัตราส่วนร่วม (Participation Rate : PR) จากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ หรือสัญญาออปชั่น คือ 40%
- อัตราผลตอบแทนชดเชย (Rebate Rate) จากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ หรือสัญญาออปชั่น คือ 0.25%
- เงื่อนไข Put Knock Out Barrier ราคาสินทรัพย์อ้างอิง (S&P500 Index) ปรับตัวลดลงมากกว่า 20% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา โดยพิจารณาจากราคาสินทรัพย์อ้างอิง ทุกๆ สิ้นวันทำการ
- เงื่อนไข Call Knock Out Barrier ราคาสินทรัพย์อ้างอิง (S&P500 Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา โดยพิจารณาจากราคาสินทรัพย์อ้างอิง ทุกๆ สิ้นวันทำการ และแบ่งลักษณะรูปแบบของผลตอบแทนออกเป็น 5 กรณี ดังนี้
กรณีที่
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง (S&P500 Index) ณ วันเริ่มต้นสัญญา
การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิง (S&P500 Index) ในระหว่างอายุสัญญา
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง (S&P500 Index) ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง
1
4,000
น้อยกว่า 3,200 หรือมากกว่า 4,600
(ลดลงมากกว่า 20% หรือ เพิ่มขึ้นมากกว่า 15% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
ไม่นำมาพิจารณา
2
4,000
อยู่ในช่วง 3,200 - 4,600
(ลดลงไม่เกิน 20% หรือเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
น้อยกว่า 3,200 หรือมากกว่า 4,600
(ลดลงมากกว่า 20% หรือ เพิ่มขึ้นมากกว่า 15% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
3
4,000
อยู่ในช่วง 3,200 - 4,600
(ลดลงไม่เกิน 20% หรือเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
3,400
(ลดลง 15% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
4
4,000
อยู่ในช่วง 3,200 - 4,600
(ลดลงไม่เกิน 20%หรือเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
4,400
(เพิ่มขึ้น 10% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
5
4,000
อยู่ในช่วง 3,200 - 4,600
(ลดลงไม่เกิน 20%หรือเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
อยู่ในกรอบ 3,975 ถึง 4,025
(ลดลงไม่มากกว่า 0.6250% หรือ เพิ่มขึ้นไม่มากกว่า 0.6250% จากวันเริ่มต้นสัญญา)
ตัวอย่างผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนในแต่ละกรณี (ภายใต้สมมติฐานว่าอัตราแลกเปลี่ยนไม่มีการเปลี่ยนแปลง)
กรณีที่
เงื่อนไข
เงินต้น (บาท) (1)
ผลตอบแทนชดเชย/
ผลตอบแทนจากสัญญา
ออปชั่นหรือวอร์แรนท์
(บาท) (2)
รวมเงินต้นและผลตอบแทน
ทั้งหมดเมื่อครบอายุโครงการ* (บาท) (1)+(2)
1
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง (S&P500 Index) ณ วันทำการใดวันทำการหนึ่งที่อยู่ในช่วงระหว่างอายุสัญญาวอร์แรนท์หรือสัญญาออปชั่น (ก่อนวันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง)
ปรับลดลงมากกว่า 20% หรือปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
100,000,000
0.25% x 100,000,000
= 250,000
100,250,000
(หรือคิดเป็น 0.25%)
2
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง (S&P500 Index) ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงปรับลดลงมากกว่า 20% หรือ ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า15% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
100,000,000
0.25% x 100,000,000
= 250,000
100,250,000
(หรือคิดเป็น 0.25%)
3
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงปรับลดลงไม่เกิน 20% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา(จากกรณีตัวอย่างราคาลดลง 15%)
100,000,000
40% x |[3,400/4,000] - 1| x 100,000,000
= 6,000,000
106,000,000
(หรือคิดเป็น 6.00%)
4
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงปรับเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา (จากกรณีตัวอย่างราคาเพิ่มขึ้น 10%)
100,000,000
40% x ([4,400/4,000] – 1) x 100,000,000
= 4,000,000
104,000,000
(หรือคิดเป็น 4.00%)
5
ราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง อยู่ในกรอบลดลงไม่มากกว่า 0.6250% หรือ เพิ่มขึ้นไม่มากกว่า 0.6250% เมื่อเทียบกับราคาสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
100,000,000
0.25% x 100,000,000
= 250,000
100,250,000
(หรือคิดเป็น 0.25%)
หมายเหตุ : ตัวเลขเงินต้นและผลตอบแทนเป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น มิได้เป็นการรับประกันว่าผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามที่แสดงไว้
* จำนวนเงินการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว
ตัวอย่างผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุนในแต่ละกรณี (กรณีอัตราแลกเปลี่ยนมีการเปลี่ยนแปลง)
ตัวอย่างที่ 1. กรณีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท สมมติ: อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ลงทุน เท่ากับ 32.5 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน เท่ากับ 33.8 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวอย่างที่ 2. กรณีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าลง เมื่อเทียบกับค่าเงินบาท สมมติ: อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ลงทุน เท่ากับ 32.5 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน เท่ากับ 31.2 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ลงทุน ขนาดสัญญา 100,000,000 บาท เท่ากับ 100,000,000 บาท / 32.5 = 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
การเปลี่ยนแปลง
ของอัตรา
แลกเปลี่ยนเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ
เงินต้นและผลตอบแทน
รวมเงินต้นและผลตอบแทน
ทั้งหมดเมื่อครบอายุโครงการ*
(บาท) (1)+(2)
เงินต้น
(1)
ผลตอบแทนชดเชย/ผลตอบแทนจากสัญญา
ออปชั่นหรือวอร์แรนท์ (2)
1) กรณีค่าเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ
แข็งค่าขึ้นเมื่อ
เทียบกับค่าเงิน
บาท
100,000,000
บาท
กรณีที่ 1
ผลตอบแทนชดเชย = 0.25% x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 7,692.31 ดอลลาร์สหรัฐ = 7,692.31 x 33.8 = 260,000 บาท
100,260,000
(หรือคิดเป็น 0.26%)
กรณีที่ 2
ผลตอบแทนชดเชย = 0.25% x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 7,692.31 ดอลลาร์สหรัฐ = 7,692.31 x 33.8 = 260,000 บาท
100,260,000
(หรือคิดเป็น 0.26%)
กรณีที่ 3
ผลตอบแทนจากสัญญาฯ = PR x |ค่าการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์อ้างอิง| x เงินต้น
= 40% x |[3,400/4,000] - 1| x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 184,615.38 ดอลลาร์สหรัฐ = 184,615.38 x 33.8 = 6,240,000 บาท
106,240,000
(หรือคิดเป็น 6.24%)
กรณีที่ 4
ผลตอบแทนจากสัญญาฯ = PR x ค่าการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์อ้างอิง x เงินต้น
= 40% x ([4,400/4,000] – 1) x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 123,076.92 ดอลลาร์สหรัฐ = 123,076.92 x 33.8 = 4,160,000 บาท
104,160,000
(หรือคิดเป็น 4.16%)
กรณีที่ 5
ผลตอบแทนจากสัญญาฯ = 0.25% x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 7,692.31 ดอลลาร์สหรัฐ = 7,692.31 x 33.8 = 260,000 บาท
100,260,000
(หรือคิดเป็น 0.26%)
การเปลี่ยนแปลง
ของอัตรา
แลกเปลี่ยนเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ
เงินต้นและผลตอบแทน
รวมเงินต้นและผลตอบแทน
ทั้งหมดเมื่อครบอายุโครงการ*
(บาท) (1)+(2)
เงินต้น
(1)
ผลตอบแทนชดเชย/ผลตอบแทนจากสัญญา
ออปชั่นหรือวอร์แรนท์ (2)
2) กรณีค่าเงิน
ดอลลาร์สหรัฐ
อ่อนค่าลงเมื่อ
เทียบกับค่าเงิน
บาท
100,000,000
บาท
กรณีที่ 1
ผลตอบแทนชดเชย = 0.25% x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 7,692.31 ดอลลาร์สหรัฐ = 7,692.31 x 31.2 = 240,000 บาท
100,240,000
(หรือคิดเป็น 0.24%)
กรณีที่ 2
ผลตอบแทนชดเชย = 0.25% x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 7,692.31 ดอลลาร์สหรัฐ = 7,692.31 x 31.2 = 240,000 บาท
100,240,000
(หรือคิดเป็น 0.24%)
กรณีที่ 3
ผลตอบแทนจากสัญญาฯ = PR x |ค่าการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์อ้างอิง| x เงินต้น
= 40% x |[3,400/4,000] - 1| x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 184,615.38 ดอลลาร์สหรัฐ = 184,615.38 x 31.2 = 5,760,000 บาท
105,760,000
(หรือคิดเป็น 5.76%)
กรณีที่ 4
ผลตอบแทนจากสัญญาฯ = PR x ค่าการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์อ้างอิง x เงินต้น
= 40% x ([4,400/4,000] – 1) x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 123,076.92 ดอลลาร์สหรัฐ = 123,076.92 x 31.2 = 3,840,000 บาท
103,840,000
(หรือคิดเป็น 3.84%)
กรณีที่ 5
ผลตอบแทนจากสัญญาฯ = 0.25% x 3,076,923.08 ดอลลาร์สหรัฐ
= 7,692.31 ดอลลาร์สหรัฐ = 7,692.31 x 31.2 = 240,000 บาท
100,240,000
(หรือคิดเป็น 0.24%)
หมายเหตุ : ตัวเลขเงินต้นและผลตอบแทนเป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายเท่านั้น มิได้เป็นการรับประกันว่าผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามที่แสดงไว้
* จำนวนเงินการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนเป็นจำนวนเงินหลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว
ตัวอย่างแผนภาพของรูปแบบการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทน (* ภายใต้สมมติฐานที่ตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในและ/หรือต่างประเทศไม่มีการผิดนัดชำระหนี้)
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- -0.05%
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 มี.ค. 2566 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 31 มี.ค. 2566 · นโยบายปันผลงวด 31 มี.ค. 2566
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 0.01 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0.01 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0.01 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 มี.ค. 2566 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ระหว่างวันที่ 13 – 16 มีนาคม 2566
- วันรับคำสั่งขายคืน
- เมื่อสิ้นสุดอายุโครงการ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+5 คือ5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | เพิ่มขึ้น +0.40% | ไม่มีข้อมูล | 2 ก.พ. 2567 | 7 มี.ค. 2567 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +0.25% | ไม่มีข้อมูล | 1 ธ.ค. 2566 | 7 มี.ค. 2567 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +0.86% | ไม่มีข้อมูล | 31 ส.ค. 2566 | 7 มี.ค. 2567 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +0.55% | ไม่มีข้อมูล | 28 ธ.ค. 2566 | 7 มี.ค. 2567 |
| 1Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
| Metric ที่รายงาน | ช่วง | วันงวด | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของกองทุนรวม | inception date | 13 มิ.ย. 2566 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | inception date | 13 มิ.ย. 2566 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | inception date | 13 มิ.ย. 2566 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | inception date | 13 มิ.ย. 2566 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | inception date | 13 มิ.ย. 2566 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 1.0000 | 2.0000 | 31 มี.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 0.3900 | 1.0700 | 31 มี.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 0.0000 | 31 มี.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 0.0000 | 0.0000 | 31 มี.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 1.0000 | 2.0000 | 31 มี.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee) | 10.0000 | 10.0000 | 31 มี.ค. 2566 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 0.5300 | 5.3500 | 31 มี.ค. 2566 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่จะรับซื้อคืนอัตโนมัติ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์ที่จะคิดค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติมจากที่ได้ประมาณการไว้ โดยจะไม่เกินอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีข้างต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งอัตราที่เรียกเก็บจริงให้ผู้ถือหน่วยทราบอีกครั้ง หลังจากมีการลงทุนจริงทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีที่จะรับซื้อคืนอัตโนมัติ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์ที่จะคิดค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติมจากที่ได้ประมาณการไว้ โดยจะไม่เกินอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีข้างต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งอัตราที่เรียกเก็บจริงให้ผู้ถือหน่วยทราบอีกครั้ง หลังจากมีการลงทุนจริงทางเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 มี.ค. 2566
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 13 มิ.ย. 2566
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| ตั๋วเงินคลัง : ธนาคารแห่งประเทศไทย CB24307A 07/03/20 | 98.37 | 13 มิ.ย. 2566 |
| ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ : Double Knock Out Warrants Based Upon the S&P 500 Index | 1.13 | 13 มิ.ย. 2566 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings