UTSB-THAIESG
กองทุนเปิด ยูไนเต็ด ตราสารหนี้ไทย ซัสเทนเนเบิล
United Thai Sustainable Bond Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย30 ธ.ค. 2568 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม ลดลง -4.97%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 03:31:01.575000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ตราสารหนี้
- ความเสี่ยง
- ปานกลางค่อนข้างต่ำ · ระดับ 3
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund : Thai ESG)
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ผลตอบแทนรวมของดัชนีหุ้นกู้ยั่งยืน กลุ่ม 1 (อายุ 1-3 ปี) ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569
ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569
ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี · งวด 31 ส.ค. 2569
นโยบายการลงทุน
(1) กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก หน่วย CIS ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (securities lending) โดยหลักทรัพย์ที่ให้ยืมเป็นตราสารหนี้ และธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ทั้งในและต่างประเทศรวมกันทุกขณะไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่เป็นตราสารภาครัฐไทย เช่น ตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย พันธบัตรตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน หุ้นกู้ ที่กระทรวงการคลัง หน่วยงานภาครัฐ หรือกองทุนฟื้นฟูเป็นผู้ออก ผู้สั่งจ่าย ผู้รับรอง ผู้รับอาวัล หรือ ผู้ค้ำประกัน หรือเป็นผู้มีภาระผูกพัน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(2) กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
(3) กองทุนจะลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
(3.1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี (3.2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินใน (2) และ (3) ดังกล่าวโดยมี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(4) เงินลงทุนส่วนที่เหลือกองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงินอื่นใด ที่ออก รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกัน โดยภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินหรือธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) อย่างไรก็ดี กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) ได้เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนรวมตราสารหนี้ลงทุนได้
ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ของกองทุนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุนสำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยอาจทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
(5) กองทุนอาจเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุน (Efficient Portfolio Management) รวมถึงเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากการลงทุน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ได้แก่ การทำสัญญาสวอป และ/หรือฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับตราสารหนี้ อัตราแลกเปลี่ยน และ/หรืออัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) หรืออาจทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ที่เป็นตราสารหนี้ และ/หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่ประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวน หรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามกำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ รวมถึงจะทำการวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง และจะพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรม โดยจะเน้นทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้
(6) กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้อื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการสามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางต่อไปได้อีกไม่เกิน 1 ทอด และ/หรือตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่สํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด
ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) ได้
(7) ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุน เรื่องการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการช่วยส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืนผ่านการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) และผ่านการลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด รวมถึงตราสารที่อาจมีการกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) เพื่อสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน และ/หรือมีการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร เพื่อส่งเสริมการระดมทุนในกิจกรรมที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (UN SDGs) และสนับสนุนการพัฒนาตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนในระยะยาว
เป้าหมายด้านความยั่งยืน
เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนหรือส่งเสริมให้ผู้ออกตราสารหนี้คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น ผ่านการระดมทุนในตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องและ/หรือส่งเสริมด้านความยั่งยืน เช่น ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารที่ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) เป็นต้น ซึ่งอาจมีการเปิดเผยข้อมูลด้านวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) และ/หรือการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน โดยการลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน ซึ่งรวมถึงตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Environmental) ตราสารเพื่อความยั่งยืน ซึ่งประกอบไปด้วย ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) ด้านสังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ในภาพรวม และยังเป็นการสนับสนุนการพัฒนาและยกระดับตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนของประเทศไทย และส่งเสริมให้ระบบเศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ทั้งนี้ กองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนที่เฉพาะเจาะจง แต่เป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนผ่านการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง (ESG Integration)
กรอบการลงทุน (investment universe)
กองทุนกำหนดกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน โดยคัดเลือกตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนที่มีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน ซึ่งจะมี net exposure โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน (Sustainable Bond) ดังนี้
1. พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้ เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตร หรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
2. ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่ออกตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อประชาชนเป็นการทั่วไป ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยการขออนุญาตและการอนุญาตให้เสนอขายตราสารหนี้ที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด และการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพต่อบุคคลที่มีลักษณะเฉพาะ หรือประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยข้อกำหนดที่เกี่ยวกับการออกและเสนอขายศุกูก และการเปิดเผยข้อมูล แล้วแต่กรณี ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายตราสารหรือเอกสารที่นำเสนอต่อผู้ลงทุนในการเสนอขายตราสารดังกล่าวในเรื่องดังนี้
1) กรณีเป็นตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือตราสารเพื่อความยั่งยืน ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย แล้วแต่กรณี
2) กรณีเป็นตราสารส่งเสริมความยั่งยืนต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนเพื่อส่งเสริมความยั่งยืนของผู้ออกตราสารดังกล่าวในประเทศไทย
ความเหมาะสมกับ ESG Integration พิจารณา ดังนี้
(1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน
ตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนในประเทศไทย ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน ตราสารหนี้ภาคเอกชน รวมถึงตราสารหนี้ที่มีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) เช่น ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และตราสารที่ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
ตราสารหนี้เป็นหลักทรัพย์ที่สะท้อนถึงกิจกรรมและวัตถุประสงค์ของผู้ออกตราสาร โดยเฉพาะตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนซึ่งมีการกำหนดวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) หรือการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน ทำให้กองทุนสามารถประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของผู้ออกตราสารได้อย่างเป็นรูปธรรม กองทุนสามารถนำข้อมูลที่เปิดเผยดังกล่าวมาใช้ในการวิเคราะห์ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เช่น การประเมินความเสี่ยงด้าน ESG การประเมินความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร นอกจากนี้ การลงทุนในตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนยังเอื้อต่อการติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG ของผู้ออกตราสารอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนการจัดสรรเงินลงทุนไปสู่โครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน อันเป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ผ่านกระบวนการ ESG Integration อย่างเป็นระบบ
(2) คุณสมบัติของผู้ออก
ผู้ออกตราสารเป็นหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือภาคเอกชนที่มีฐานะทางการเงินมั่นคง และ/หรือมีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกอยู่ในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) รวมถึงผู้ออกตราสารที่มีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยเฉพาะผู้ออกตราสารที่มีการออกตราสารเพื่อความยั่งยืน เช่น ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) และตราสารที่ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) ทั้งนี้ ผู้ออกตราสารดังกล่าวจะต้องมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เช่น การเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงิน (use of proceeds) หรือการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืน เพื่อให้สามารถนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์และติดตามได้อย่างเหมาะสม
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
คุณสมบัติของผู้ออกตราสารดังกล่าวเอื้อต่อการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกระบวนการลงทุน เนื่องจากผู้ออกตราสารมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในการวิเคราะห์ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ข้อมูลดังกล่าวช่วยให้ผู้จัดการกองทุนสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG ของผู้ออกตราสาร รวมถึงความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และผลกระทบที่อาจมีต่อความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว นอกจากนี้ การเลือกลงทุนในผู้ออกตราสารที่มีคุณลักษณะด้านความยั่งยืนยังสนับสนุนให้เกิดการระดมทุนในกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน และส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ผ่านกระบวนการ ESG Integration อย่างเป็นระบบ
(3) กลุ่มอุตสาหกรรม
กองทุนไม่มีการจำกัดกลุ่มอุตสาหกรรมในการลงทุน โดยสามารถลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และ/หรือภาคเอกชนได้ในหลากหลายอุตสาหกรรม ตราบเท่าที่ผู้ออกตราสารดังกล่าวมีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และเป็นไปตามกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน การจัดสรรการลงทุน (Sector allocation) จะพิจารณาควบคู่กับปัจจัยด้าน ESG รวมถึงปัจจัยพื้นฐานของผู้ออกตราสาร เช่น ความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ เป็นต้น
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
การกำหนดแนวทางการลงทุนโดยไม่จำกัดกลุ่มอุตสาหกรรม ช่วยให้กองทุนสามารถประยุกต์ใช้กระบวนการ ESG Integration ได้อย่างยืดหยุ่นและครอบคลุมในทุกอุตสาหกรรม โดยสามารถนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาใช้ในการเปรียบเทียบและคัดเลือกผู้ออกตราสารภายในแต่ละอุตสาหกรรมได้อย่างเหมาะสม แนวทางดังกล่าวช่วยให้กองทุนสามารถคัดเลือกผู้ออกตราสารที่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้าน ESG ได้ดีกว่าในอุตสาหกรรมเดียวกัน รวมถึงหลีกเลี่ยงการจำกัดโอกาสในการลงทุนเฉพาะบางอุตสาหกรรม ส่งผลให้สามารถส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานด้าน ESG ในภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ โดยไม่จำกัดอยู่เฉพาะบางกลุ่มอุตสาหกรรม ผ่านกระบวนการ ESG Integration อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
(4) ประเทศหรือภูมิภาค
กองทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้ของภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และ/หรือภาคเอกชนในประเทศไทย โดยอาจมีการลงทุนในต่างประเทศได้ในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน การลงทุนดังกล่าวอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนที่คัดเลือกตราสารที่มีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) และเป็นไปตามวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
ความเหมาะสมกับ ESG Integration
การกำหนดขอบเขตการลงทุนโดยเน้นประเทศไทยเป็นหลัก ช่วยให้กองทุนสามารถใช้ข้อมูลด้าน ESG ที่มีมาตรฐานเดียวกันและมีความน่าเชื่อถือ เช่น ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตราสารเพื่อความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศ และข้อมูลการเปิดเผยของผู้ออกตราสาร แนวทางดังกล่าวเอื้อต่อการวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และติดตามผลการดำเนินงานด้าน ESG ของผู้ออกตราสารได้อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ เนื่องจากมีกรอบมาตรฐานและข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลที่สอดคล้องกัน นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับบริบทด้านการพัฒนาความยั่งยืนของประเทศไทย และการสนับสนุนการระดมทุนในโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในประเทศ อันเป็นการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ผ่านกระบวนการ ESG Integration อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง
กลยุทธ์การลงทุน (Sustainability Strategy)
(1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้
กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration
(2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว
กองทุนจะใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environment, Social and Governance : ESG) ประกอบกับการประเมินความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร
การนำปัจจัย ESG ร่วมกับการวิเคราะห์การลงทุน (ESG Integration) กองทุนนำปัจจัย ESG มาพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์การลงทุนตามปกติ เช่น งบการเงิน ความสามารถในการแข่งขัน ความเสี่ยง และผลตอบแทน เป็นต้น ควบคู่กับการพิจารณาด้านผลประกอบการ ความสามารถในการแข่งขัน และความเสี่ยง เพื่อประเมินความสามารถของผู้ออกตราสารในการสร้างมูลค่าอย่างยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN SDGs
(3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับ sustainability objective
กลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG Integration เพื่อแสดงถึงการจัดการลงทุนที่มีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนอย่างเป็นระบบ มีการนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน เพื่อให้สอดคล้องกับ sustainability objective (SRI Promote) และเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม
- การนำปัจจัยด้าน E หรือ S หรือ ESG มาใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน เพื่อการลงทุน
กองทุนจะนำปัจจัยด้าน ESG มาพิจารณาร่วมกับการวิเคราะห์การลงทุนในทุกขั้นตอนของกระบวนการลงทุน ตั้งแต่การกำหนดกรอบการลงทุน การคัดเลือกหลักทรัพย์หรือผู้ออกตราสาร การวิเคราะห์การลงทุน การจัดสรรการลงทุน ตลอดจนการติดตามและทบทวนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง กองทุนจะพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ เช่น ความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร รวมถึงความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้าน ESG ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว นอกจากนี้ กองทุนยังพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond และ sustainability-linked bond ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการะดมทุน (use of proceeds) หรือการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการลงทุนตามหลักการลงทุนอย่างยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ (Sustainable and Responsible Investing: SRI) โดยใช้กระบวนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Integration) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน กองทุนจะคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุนโดยพิจารณาจากตราสารหนี้ของภาครัฐและ/หรือภาคเอกชนที่มีคุณลักษณะสอดคล้องหรือส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน (ESG)
กองทุนจะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือลงทุนในตราสารภาครัฐอื่นใด ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability – linked bond) และกองทุนจะลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด
โดยกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่กับการวิเคราะห์การลงทุนในด้านอื่น ๆ เช่น ความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร รวมถึงการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยด้าน ESG ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าและผลตอบแทนของการลงทุนในระยะยาว ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาข้อมูลด้านความยั่งยืน เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) สำหรับตราสารเพื่อความยั่งยืน หรือการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนสำหรับตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked bond) เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเหมาะสม เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ภายใต้แนวทาง ESG Integration อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
กองทุนใช้กระบวนการผนวกปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Integration) อย่างเป็นระบบในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน โดยพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่กับปัจจัยด้านการเงินในทุกขั้นตอนของกระบวนการลงทุน กระบวนการดังกล่าวครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดกรอบการลงทุน การคัดเลือกตราสาร การวิเคราะห์การลงทุน การจัดสรรการลงทุน และการติดตามผลการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ผู้จัดการกองทุนจะบริหารพอร์ตการลงทุนตามกลยุทธ์การลงทุนตามหลักความยั่งยืน (ESG Integration) โดยเน้นการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือตราสารที่ออกโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม หรือความยั่งยืน ประกอบกับการประเมินด้านปริมาณและด้านคุณภาพของผู้ออกตราสารหรือทรัพย์สินที่ลงทุน โดยบริษัทจัดการจะมีกระบวนการในการวิเคราะห์หลักทรัพย์หรือตราสารโดยใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ที่น่าเชื่อถือ รวมถึงแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น ผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน ความสามารถในการชำระหนี้ ความสามารถของผู้บริหารของผู้ออกตราสาร ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน และ/หรือผลกระทบต่อกำไรหรือผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร คุณภาพเครดิตหรืออันดับเครดิตของทั้งตราสารหรือผู้ออกตราสาร เป็นต้น เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ เพื่อวิเคราะห์ ประเมินมูลค่าหลักทรัพย์หรือตราสาร และเพื่อให้กระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลงทุนดำเนินการอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าการตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารเป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้
การกำกับดูแลภายใน ที่เกี่ยวข้องกับการนำ ESG integration ไปใช้จริงในการตัดสินใจลงทุน
บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลภายในเพื่อสนับสนุนการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มาใช้ในการตัดสินใจลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดแนวทางและกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับ ESG Integration ให้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารจัดการลงทุนของกองทุน บริษัทจัดการได้พัฒนานโยบายและแนวปฏิบัติด้าน ESG เพื่อใช้เป็นกรอบในการพิจารณาการลงทุน รวมถึงกำหนดให้ผู้จัดการกองทุนและทีมวิเคราะห์ต้องพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่กับปัจจัยทางการเงิน เช่น ความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสาร นอกจากนี้ บริษัทจัดการยังมีการรวบรวมข้อมูล ESG จากแหล่งข้อมูลภายในและภายนอก รวมถึงข้อมูลการเปิดเผยของผู้ออกตราสาร เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการะดมทุน (use of proceeds) และ/หรือการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน เพื่อนำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์และติดตามการลงทุนอย่างต่อเนื่อง กระบวนการกำกับดูแลดังกล่าวอยู่ภายใต้การพิจารณาและติดตามของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการลงทุน (Investment Committee) และ/หรือหน่วยงานบริหารความเสี่ยง เพื่อให้มั่นใจว่าการนำ ESG Integration ไปใช้ในการตัดสินใจลงทุนเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับนโยบายการลงทุน และวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
แหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืน
บริษัทจัดการใช้แหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนที่หลากหลายและเหมาะสม เพื่อสนับสนุนการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มาใช้ในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนของกองทุนอย่างเป็นระบบ แหล่งข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วยทั้งข้อมูลภายในและภายนอก อาทิ ข้อมูลการเปิดเผยของผู้ออกตราสาร เช่น หนังสือชี้ชวน เอกสารการเสนอขายตราสาร ข้อมูลวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) สำหรับตราสารเพื่อความยั่งยืน และ/หรือข้อมูลการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร ตลอดจนข้อมูลจากหน่วยงานกำกับดูแล และแหล่งข้อมูลด้าน ESG จากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอก บริษัทจัดการจะนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ โดยพิจารณาควบคู่กับข้อมูลทางการเงินของผู้ออกตราสาร เช่น ความมั่นคงทางการเงิน และความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุนในระยะยาว นอกจากนี้ บริษัทจัดการมีการประเมินความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของแหล่งข้อมูลที่นำมาใช้ รวมถึงมีการทบทวนข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลมีความถูกต้อง เพียงพอ และทันต่อสถานการณ์ ทั้งนี้ การใช้แหล่งข้อมูลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ภายใต้แนวทาง ESG Integration อย่างเป็นระบบและเหมาะสม โดยไม่ได้จำกัดเฉพาะแหล่งข้อมูลใดแหล่งข้อมูลหนึ่ง
ข้อจำกัดด้านการลงทุน (ถ้ามี)
เนื่องจากกองทุนมีการบริหารจัดการลงทุนตามแนวทางหรือกรอบการลงทุนที่กำหนดไว้ จึงอาจไม่สามารถลงทุนในตราสารหนี้หรือทรัพย์สินอื่นที่อาจมีผลตอบแทนที่ดีกว่าและ/หรือมีศักยภาพในการทำกำไรที่ดีกว่าแต่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรอบการลงทุนที่กองทุนกำหนด จึงทำให้ขอบเขตของการลงทุนของกองทุนถูกจำกัด
ดัชนีชี้วัด
(ก) ดัชนี้ชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark)
กองทุนพิจารณาเลือกใช้ดัชนีชี้วัดของกองทุน (Benchmark) เพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุน ได้แก่
1. ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
(ThaiBMA Government Bond ESG Index – Total Return) ในสัดส่วนร้อยละ 75.00
2. ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
(ThaiBMA Short-Term Government Bond Index – Total Return) ในสัดส่วนร้อยละ 5.00
3. ผลตอบแทนรวมของดัชนีหุ้นกู้ยั่งยืน กลุ่ม 1 (1<TTM≤ 3) ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
(ThaiBMA Corporate Bond ESG Index – Total Return , Group 1 (1<TTM≤ 3)) ในสัดส่วนร้อยละ 5.00
4. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี ในสัดส่วนร้อยละ 15.00
เหตุผลในการเลือกใช้ดัชนีชี้วัด
1. ThaiBMA Government Bond ESG Index – Total Return ในสัดส่วนร้อยละ 75
เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้หรือพันธบัตรรัฐบาล ESG ของภาครัฐที่ขึ้นทะเบียนกับสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ ThaiBMA โดยเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนของกองทุนที่ลงทุนในตราสารภาครัฐ และ/หรือตราสารหนี้ หรือพันธบัตรรัฐบาลรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อีกทั้งยังเป็นการสะท้อนการลงทุนในทรัพย์สิน และ/หรือตราสารหนี้ในกลุ่ม ESG โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. ThaiBMA Short-Term Government Bond Index – Total Return ในสัดส่วนร้อยละ 5
เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้นที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA ที่มีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ออกโดยภาครัฐเป็นองค์ประกอบของดัชนี สะท้อนการลงทุนในตราสารภาครัฐ และ/หรือตราสารหนี้ หรือพันธบัตรรัฐบาลรวมกันไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน จึงถือเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุน เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนของกองทุนได้ ตามกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน
3. ThaiBMA Corporate Bond ESG Index – Total Return , Group 1 (1<TTM≤ 3)) ในสัดส่วนร้อยละ 5
เนื่องจากเป็นดัชนีที่รวมตราสารหนี้หรือหุ้นกู้กลุ่มยั่งยืนหรือ ESG (ที่มีอายุ 1-3 ปี) ที่ขึ้นทะเบียนกับ ThaiBMA โดยเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนในทรัพย์สิน และ/หรือตราสารหนี้ในกลุ่ม ESG โดยมี net exposure ในทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
4. อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี วงเงินน้อยกว่า 5 ล้านบาท เฉลี่ยของ 3 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ หลังหักภาษี ในสัดส่วนร้อยละ 15
เนื่องจากเป็นค่าเฉลี่ยของอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะเวลา 1 ปี ของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 3 ธนาคาร จึงถือเป็นดัชนีที่สะท้อนการลงทุนเพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนของกองทุนได้ ตามกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน
บริษัทจัดการพิจารณาเลือกใช้ตัวชี้วัดข้างต้นเพื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (index methodologies) ได้ที่
ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx
ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้น ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ShortTermIndex.aspx
ผลตอบแทนรวมของดัชนีหุ้นกู้ยั่งยืน กลุ่ม 1 (1<TTM≤ 3) ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx
อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำระยะเวลา 1 ปี ที่ออกโดย 3 ธนาคารใหญ่
https://www.kasikornbank.com/TH/Rate
https://www.bangkokbank.com/th-TH/Personal/Other-Services/View-Rates/Deposit-Interest-Rates
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/rates-fees.html
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดตามที่บริษัทจัดการเห็นสมควรและเหมาะสมซึ่งจะอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการเปลี่ยนดัชนีชี้วัด คำอธิบายเกี่ยวกับดัชนีชี้วัด และเหตุผลในการเปลี่ยนดัชนีชี้วัดผ่านการประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม ในกรณีการเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดเพื่อให้เป็นไปตามประกาศ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน และ/หรือ ประกาศ ข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับมาตรฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวม และ/หรือ การเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดในการใช้เปรียบเทียบในกรณีที่ผู้ออกตัวดัชนีของตัวชี้วัดไม่ได้จัดทำหรือเปิดเผยข้อมูล/อัตราดังกล่าวอีกต่อไป บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าผ่านการประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลการตัดสินใจลงทุนได้
(ข) ดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (Reference ESG benchmark) (ถ้ามี)
ไม่มี
ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
ความเสี่ยงหลักที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนนี้ อาจได้แก่
1. ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน
กองทุนมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการนำปัจจัยด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) มาใช้ในการตัดสินใจลงทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของกองทุนได้
• ความเสี่ยงจากการคัดเลือกการลงทุน (ESG Integration Risk / Selection Risk) เนื่องจากกองทุนมุ่งเน้นลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณลักษณะด้านความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond และ sustainability-linked bond จึงอาจทำให้ขอบเขตการลงทุนถูกจำกัดเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้ทั่วไป และอาจพลาดโอกาสในการลงทุนในตราสารที่ไม่ได้เข้ากรอบ ESG แม้ว่าจะมีผลตอบแทนที่ดี
• ความเสี่ยงจากข้อมูลด้าน ESG (ESG Data Risk) กองทุนอาศัยข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอกและข้อมูลที่ผู้ออกตราสารเปิดเผย เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงิน หรือการกำหนดตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอาจไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน หรือมีความคลาดเคลื่อน ส่งผลต่อความแม่นยำในการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน
• ความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของตราสารเพื่อความยั่งยืน (Liquidity Risk) ตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนอาจมีขนาดตลาดหรือสภาพคล่องต่ำกว่าตราสารหนี้ทั่วไป ทำให้กองทุนอาจไม่สามารถซื้อหรือขายตราสารได้ตามเวลาหรือราคาที่ต้องการ
• ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงด้าน ESG ของผู้ออกตราสาร (ESG Event Risk) ในกรณีที่ผู้ออกตราสารมีเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบด้าน ESG เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบาย การไม่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน หรือเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือ ธรรมาภิบาล อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าหรือความน่าเชื่อถือของตราสารที่กองทุนลงทุน
ทั้งนี้ กองทุนมีแนวทางติดตามและทบทวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนยังคงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG Integration อย่างต่อเนื่อง
แนวทางการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน :
บริษัทจัดการนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) มาใช้ในการพิจารณาและบริหารความเสี่ยงในการลงทุนอย่างเป็นระบบ โดยผนวกเข้ากับกระบวนการลงทุนในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การคัดเลือกหลักทรัพย์ การวิเคราะห์การลงทุน การจัดสรรการลงทุน และการติดตามการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ในการพิจารณาความเสี่ยง บริษัทจัดการจะประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ของผู้ออกตราสารควบคู่กับปัจจัยทางการเงิน เช่น ความมั่นคงทางการเงิน ความสามารถในการดำเนินธุรกิจ และความสามารถในการชำระหนี้ เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อมูลค่าการลงทุนในระยะยาว สำหรับตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond และ sustainability-linked bond บริษัทจัดการจะพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) และ/หรือการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร เพื่อประเมินความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น นอกจากนี้ บริษัทจัดการมีการติดตามและทบทวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ โดยพิจารณาการเปลี่ยนแปลงด้าน ESG หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกตราสาร ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงและผลตอบแทนของการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเป็นไปอย่างเหมาะสม และส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม ภายใต้แนวทาง ESG Integration อย่างต่อเนื่อง
2. ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน
• ความเสี่ยงจากการที่การลงทุนอาจไม่ส่งผลตามเป้าหมายด้านความยั่งยืน
แม้ว่ากองทุนจะมีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG Integration) เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ และมีการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน แต่การลงทุนของกองทุนอาจไม่สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมตามที่คาดหวังได้เสมอไป เนื่องจากปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของกองทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ ภาวะเศรษฐกิจ หรือข้อจำกัดในการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร
• ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือกลยุทธ์ของผู้ออกตราสาร
ตราสารที่กองทุนลงทุน ซึ่งในช่วงหนึ่งอาจมีคุณลักษณะสอดคล้องกับปัจจัย ESG อาจมีการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจ นโยบาย หรือกลยุทธ์ ที่ส่งผลให้ระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลลดลงในอนาคต ซึ่งอาจส่งผลต่อความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุน
แนวทางการพิจารณาและการจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน :
บริษัทจัดการจะติดตามการดำเนินงานด้าน ESG ของตราสารที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง และพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสมตามนโยบายและกระบวนการลงทุนของกองทุน นอกจากนี้ บริษัทจัดการจะตระหนักถึงความเสี่ยงที่การลงทุนของกองทุนอาจส่งผลกระทบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนหรืออาจไม่สามารถสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) ของกองทุนได้ตามที่คาดหวัง
ดังนั้น บริษัทจัดการอาจพิจารณากำหนดแนวทางในการพิจารณา ติดตาม และจัดการความเสี่ยงดังกล่าวโดยผนวกการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เข้ากับกระบวนการลงทุนอย่างเป็นระบบ (ESG Integration) อาทิ ในการพิจารณาก่อนการลงทุน บริษัทจัดการจะประเมินความสอดคล้องของการลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน
ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืน (ESG Investment Universe) บริษัทจัดการจะติดตามการดำเนินงานด้าน ESG และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหรือนโยบายของผู้ออกตราสารหรือทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินความเสี่ยงที่การลงทุนอาจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนในระยะต่อไป
ทั้งนี้ หากพบว่าการลงทุนใดมีแนวโน้มไม่เป็นไปตามนโยบายหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนบริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการที่เหมาะสม
บริษัทจัดการจะมีการตรวจสอบและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อหาข้อสรุปในการบริหารจัดการกองทุนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและกองทุนเป็นสำคัญ
แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน
(ก) กระบวนการติดตามและตรวจสอบ
บริษัทจัดการจะมีการติดตาม ตรวจสอบและทบทวนการดำเนินงานของผู้ออกตราสารหรือทรัพย์สินที่กองทุนลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การติดตามและการตรวจสอบดังกล่าวเป็นไปอย่างน้อยตามรอบระยะเวลาการทบทวนพอร์ตการลงทุน และ/หรือ ทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญด้าน ESG โดยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการบริหารจัดการลงทุนภายใต้แนวทาง ESG Integration การติดตามดังกล่าวครอบคลุมทั้งการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ของผู้ออกตราสาร ตลอดจนข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตราสารเพื่อความยั่งยืน เช่น วัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) หรือการดำเนินงานตามตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร บริษัทจัดการดำเนินการติดตามข้อมูลดังกล่าวเป็นประจำ และอย่างน้อยในระดับรายไตรมาส หรือบ่อยกว่านั้นตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับลักษณะและความเสี่ยงของการลงทุน รวมถึงสถานการณ์หรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบด้าน ESG ในกรณีที่พบความเสี่ยงหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุน บริษัทจัดการจะนำข้อมูลดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาภายใน เพื่อประเมินผลกระทบและกำหนดแนวทางการดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนยังคงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน ภายใต้การกำกับดูแลและการติดตามอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
(ข) การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข
ในกรณีที่ตรวจพบว่าการลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน หรือไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) ของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาและกำหนดแนวทางในการแก้ไขให้การลงทุนกลับมาอยู่ในกรอบนโยบายดังกล่าวภายในระยะเวลาที่เหมาะสม โดยทั่วไป บริษัทจัดการจะดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาไม่เกิน 90 วัน นับแต่วันที่ตรวจพบเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะของเหตุการณ์ ความรุนแรงของความเสี่ยงด้านความยั่งยืน สภาพคล่องของตราสาร และภาวะตลาดในขณะนั้น อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีเหตุอันสมควร บริษัทจัดการอาจพิจารณาขยายระยะเวลาในการแก้ไขตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนยังคงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน ภายใต้แนวทาง ESG Integration อย่างต่อเนื่อง
(ค) แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข
ในกรณีที่ตรวจพบว่าการลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน หรือไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) ของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการพิจารณาแนวทางการแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงลักษณะของเหตุการณ์ ระดับความรุนแรงของความเสี่ยงด้าน ESG และผลกระทบต่อการลงทุนโดยรวม แนวทางการดำเนินการอาจรวมถึง การปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสารดังกล่าว การจำหน่ายหลักทรัพย์ออกจากพอร์ตการลงทุน (Divestment) หรือการคงการลงทุนไว้ภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิด ในกรณีที่เห็นว่าความเสี่ยงยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ สำหรับตราสารเพื่อความยั่งยืน เช่น green bond, sustainability bond และ sustainability-linked bond บริษัทจัดการจะพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น ความสอดคล้องของการใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน (use of proceeds) หรือความสามารถในการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจในการปรับพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวจะอยู่บนพื้นฐานของการคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ และเพื่อให้การลงทุนของกองทุนยังคงสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน ภายใต้แนวทาง ESG Integration อย่างต่อเนื่อง
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- -11.33%
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- 0.00%
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 0.01 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0.01 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0.01 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ทุกวันทำการ
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ทุกวันทำการ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+2 คือ2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -0.25% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3M | ลดลง -1.73% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ค. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 6M | ลดลง -1.03% | ไม่มีข้อมูล | 9 เม.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| YTD | ลดลง -4.97% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 1Y | ลดลง -7.59% | ลดลง -7.47% | 3 ต.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
| Metric ที่รายงาน | ช่วง | วันงวด | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2024 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 0.0000 | 1.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 0.2600 | 2.1400 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 1.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 0.0000 | 1.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 0.0000 | 1.0000 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 0.4900 | 4.7900 | 31 ส.ค. 2569 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย,ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออกไป บลจ.อื่นจะเรียกเก็บไม่ต่ำกว่า 200 บาท ต่อ 1 รายการ กรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนระหว่างกองทุน Thai ESG ภายใต้การบริหารของ บลจ. จะยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ,หากกองทุนลงทุนในกองทุนภายใต้การจัดการเดียวกัน บลจ.จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง,บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยกับผู้สั่งซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน แต่ละกลุ่มหรือแต่ละคนไม่เท่ากันได้ ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ หากกองทุนลงทุนในกองทุนภายใต้การจัดการเดียวกัน บลจ.จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย,ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออกไป บลจ.อื่นจะเรียกเก็บไม่ต่ำกว่า 200 บาท ต่อ 1 รายการ กรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนระหว่างกองทุน Thai ESG ภายใต้การบริหารของ บลจ. จะยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ,หากกองทุนลงทุนในกองทุนภายใต้การจัดการเดียวกัน บลจ.จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง,บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยกับผู้สั่งซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน แต่ละกลุ่มหรือแต่ละคนไม่เท่ากันได้ ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย,ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออกไป บลจ.อื่นจะเรียกเก็บไม่ต่ำกว่า 200 บาท ต่อ 1 รายการ กรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนระหว่างกองทุน Thai ESG ภายใต้การบริหารของ บลจ. จะยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ,หากกองทุนลงทุนในกองทุนภายใต้การจัดการเดียวกัน บลจ.จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง,บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยกับผู้สั่งซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน แต่ละกลุ่มหรือแต่ละคนไม่เท่ากันได้ ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): กรณีสับเปลี่ยนเข้า บลจ.จะไม่คิดค่าธรรมเนียมการขาย,ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนออกไป บลจ.อื่นจะเรียกเก็บไม่ต่ำกว่า 200 บาท ต่อ 1 รายการ กรณีที่เป็นการสับเปลี่ยนระหว่างกองทุน Thai ESG ภายใต้การบริหารของ บลจ. จะยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าว ,หากกองทุนลงทุนในกองทุนภายใต้การจัดการเดียวกัน บลจ.จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง,บริษัทจัดการอาจคิดค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยกับผู้สั่งซื้อหรือผู้ถือหน่วยลงทุน แต่ละกลุ่มหรือแต่ละคนไม่เท่ากันได้ ,บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ หากกองทุนลงทุนในกองทุนภายใต้การจัดการเดียวกัน บลจ.จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| พันธบัตร : กระทรวงการคลัง SLB406A 17/06/2040 2.700 | 56.24 | 31 ส.ค. 2569 |
| พันธบัตร : กระทรวงการคลัง ESGLB376A 17/06/2037 3.390 | 22.27 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นกู้ : บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด(มหาชน) MINT325A 19/05/2032 2.850 | 4.22 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นกู้ : บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) CENTEL30NA 20/11/2030 2.350 | 4.12 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นกู้ : บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TU329A 12/09/2032 2.200 | 4.03 | 31 ส.ค. 2569 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings