ผสมจดทะเบียนไม่มีข้อมูล

ASP-PHF-UI

กองทุนเปิด แอสเซทพลัส พอยท์ เฮดจ์ฟันด์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

Asset Plus Point Hedge Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แอสเซท พลัส จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ASP-PHF-UI10.327310.365410.403610.441810.4799ASP-PHF-UI: 2026-07-31 ถึง 2026-09-012026-07-312026-09-01
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

31 ก.ค. 2569 – 1 ก.ย. 2569 · Price return สะสม ลดลง -0.83%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 1 ก.ย. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 14:53:59.479000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ผสม
ความเสี่ยง
สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ คือ กองทุน Wellspring GBL Fund (กองทุนหลัก) Class P Shares เพียงกองทุนเดียว ซึ่งจัดตั้งภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) และบริหารจัดการโดย Wellspring GBL, LLC (Management Company) และทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) ทั้งนี้ จะมี Net Exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุน Wellspring GBL Fund (กองทุนหลัก) Class P Shares มีนโยบายการลงทุนในกองทุน Point72 Capital International, Ltd Class A-n Shares (กองทุนอ้างอิง) ซึ่งกองทุนอ้างอิงจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน (the Cayman Islands) โดยมี Point72 Asset Management, L.P. ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด (Limited Partnership) ที่จัดตั้งขึ้นในรัฐเดลาแวร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำหน้าที่เป็นบริษัทจัดการ (Management Company) และเป็นผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager) มีอำนาจในการตัดสินในด้านกลยุทธ์การลงทุน และการจัดสรรเงินทุน

ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงเป็นกองทุนประเภทเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) ที่มีวัตถุประสงค์ในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนให้เป็นที่น่าพึงพอใจภายใต้หลักการที่มุ่งลดความเสี่ยงจากการสูญเสียเงินทุนอย่างถาวร โดยมุ่งเน้นการลงทุนในกลยุทธ์ประเภท Long/Short Equity, Systematic และ Global Macro เป็นหลัก ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจมีการใช้กลยุทธ์อื่นเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแนวทาง การลงทุนได้ รวมถึงสามารถจัดสรรเงินทุนไปยังกองทุนย่อยต่างๆ ได้โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าซึ่งการจัดสรรดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป โดยกองทุนอ้างอิงมีลักษณะการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management) โดยใช้เลเวอเรจในระดับสูง (Significant Leverage) การทำธุรกรรมขายชอร์ต (Short-Sale Transactions) รวมถึงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับออปชัน (Options) และการเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (Arbitrage Strategies) ตลอดจนกลยุทธ์การลงทุนที่ซับซ้อนอื่นๆ เพื่อแสวงหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากตลาดการลงทุนทั่วโลก

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD) และกองทุนหลักลงทุนในกองทุนอ้างอิงด้วยสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ (USD)

กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงินทั้งเพื่อสภาพคล่องและเพื่อประโยชน์การจัดการลงทุนรวมกันไม่เกินร้อยละ 60 มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนหลัก แต่จะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) และการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์การจัดการลงทุน

กองทุนอ้างอิงอาจมีการลงทุนในหน่วย Private Equity สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) การกู้ยืมเงินหรือการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์การจัดการลงทุน และการทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) ทั้งนี้ กองทุนอ้างอิงไม่ได้มีการกำหนดสัดส่วนการลงทุนสูงสุดไว้เป็นการเฉพาะ

ทั้งนี้ กองทุนไทยจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity และไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) รวมถึงการกู้ยืมเงินและการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์การจัดการลงทุน เว้นแต่ เป็นการกู้ยืมและการทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อบริหารสภาพคล่องของกองทุนรวมตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

ในส่วนที่เหลือกองทุนจะพิจารณาลงทุนในตราสารทุน และ/หรือตราสารหนี้ และ/หรือตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือหน่วย CIS และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REITs และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือหน่วยลงทุนกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) และ/หรือทรัพย์สินอื่นใดที่มีลักษณะทำนองเดียวกันโดยได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดให้กองทุนลงทุนได้ ทั้งนี้ จะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management (EPM)) ทั้งเพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) ซึ่งกองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาโดยมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ หุ้น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครติด (Credit Rating และ/หรือ Credit Event) ซึ่งหากราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีความผันผวนมากหรือทิศทางการลงทุนไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หรือคู่สัญญาที่ทําธุรกรรมไม่สามารถชําระภาระผูกพันได้ตามกําหนดเวลา อาจทําให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทําธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิงรวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทําธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกองทุนจะเน้นทําธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)

สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ กองทุนอาจทำการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมสำหรับสภาวะการณ์ในแต่ละขณะ

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และ/หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ได้ รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

การคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ ทั้งนี้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนเลิกกองทุนรวม 3.ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือลักษณะสำคัญของกองทุน หรือการลงทุนไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหลัก หรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด เป็นต้น และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือมีขนาดกองทุนลดต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือไม่สามารถลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักดังกล่าวได้อีกต่อไป บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุนเปิด แอสเซทพลัส พอยท์ เฮดจ์ฟันด์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย โดยถือว่าได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้วและจะคำนึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะประกาศให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนดำเนินการดังกล่าวผ่านเว็บไซต์บริษัทจัดการ

ทั้งนี้ ระหว่างการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น และจะยกเว้นไม่นำเรื่องอัตราส่วนการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และการลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนมาบังคับใช้ระหว่างการดำเนินการดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (Risk Profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งผู้ถือหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนการดำเนินการเปลี่ยนแปลง โดยประกาศผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1. และ 2. บริษัทจัดการจะดำเนินการตาม 3. 1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ (1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ (2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF 2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง 3. รายละเอียดการดำเนินการ

การดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการ

3.1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. ให้สำนักงานและผู้ถือหน่วย (แนวทางการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)

ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

3.2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม 3.1 ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)

พร้อม 3.1

3.3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม 3.1

ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ

3.4 รายงานผลการดำเนินการตาม 3.3 ให้สำนักงานทราบ

ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม 3.3 แล้วเสร็จ

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญของ Wellspring GBL Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : Memorandum as of December 2024)

ชื่อกองทุน

Wellspring GBL Fund

ชนิดหน่วยลงทุนClass P Shares โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ “ข้อกำหนดการลงทุนใน Class P (Terms of Class P Shares)”วันจัดตั้งกองทุน14 August 2017 (วันที่ 14 สิงหาคม 2560)จดทะเบียนหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands)หน่วยงานกำกับดูแลCayman Islands Monetary Authority (CIMA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและจดทะเบียนกองทุนตามพระราชบัญญัติ Mutual Funds Act ของหมู่เกาะเคย์แมนบริษัทจัดการ (Management Company)

Wellspring GBL, LLC

ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager)วันทำการซื้อ/ขายหน่วยลงทุนโปรดศึกษาเพิ่มเติมในหัวข้อ “ข้อกำหนดการลงทุนใน Class P (Terms of Class P Shares)”การจ่ายเงินปันผลไม่จ่ายโครงสร้างการลงทุน (INVESTMENT PROGRAMME)

วัตถุประสงค์ในการลงทุน (Investment Objective) วัตถุประสงค์ในการลงทุนของกองทุนคือมุ่งสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกสภาวะตลาดในระยะยาวภายใต้สภาวะตลาดทุนต่างๆ ที่หลากหลายโดยนำทรัพย์สินของกองทุนไปลงทุนผ่านกองทุนอ้างอิงที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนทางเลือก รวมถึงกองทุนประเภท Hedge Funds, Private Equity Funds, Real Estate Funds และ Credit Funds

กลยุทธ์ในการลงทุน (Investment Strategy) กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนหลากหลายแบบร่วมกัน โดยส่วนใหญ่จะลงทุนใน Hedge Funds ที่มีผู้จัดการกองทุนหลากหลายทั่วโลกซึ่งเน้นกลยุทธ์การลงทุนทางเลือก รวมถึงกลยุทธ์ equity long/short (directional or market neutral), global macro, arbitrage and multi-strategy. ผู้จัดการการลงทุนจะลงทุนตามกระบวนการลงทุนที่มีการพัฒนาอย่างดี ซึ่งประกอบด้วย การประเมินการดำเนินงานของกองทุนอ้างอิงอย่างละเอียดและต่อเนื่อง เครื่องมือการลงทุนที่กองทุนอ้างอิงใช้ในการลงทุน ได้แก่ การถือสถานะซื้อหรือขาย (Long and Short Positions) ในตราสารทุนและเครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน ตราสารหนี้ และตราสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้ เงินสดและรายการที่เทียบเท่าเงินสด สัญญา Options ใบสำคัญแสดงสิทธิ สัญญา Futures และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ สกุลเงินต่างๆ ตราสารอนุพันธ์ที่ซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (เช่น สัญญา Swaps) หลักทรัพย์ที่ไม่มีตลาดหลักทรัพย์ที่ซื้อขายอย่างคล่องตัวรองรับ การทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนและธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน หุ้นบุริมสิทธิ หุ้นกู้แปลงสภาพ ตราสารหนี้ที่เกิดจากการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ (Asset-Backed Securities) หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ และตราสารทางการเงินอื่นๆ (รวมเรียกว่า “ตราสารทางการเงิน”)

วิธีการลงทุน (Investment Approach) ผู้จัดการการลงทุนได้พัฒนากระบวนการลงทุนที่มีการตรวจสอบกองทุนอ้างอิงที่คัดเลือกให้มีการลงทุนอยู่ในกรอบการลงทุนที่กำหนด กระบวนการลงทุนที่กล่าวถึงในที่นี้เป็นกระบวนการที่สามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อให้สอดคล้องกับการพิจารณาทบทวนของผู้จัดการการลงทุน

การจัดสรรสินทรัพย์และกลยุทธ์การลงทุน (Asset and Strategy Allocation) ผู้จัดการการลงทุนจะกำหนดวิธีการกระจายการลงทุนในกองทุนอ้างอิงที่เฉพาะเจาะจงสำหรับหน่วยลงทุนแต่ละชนิดของกองทุน

การคัดเลือกกองทุนอ้างอิง (Underlying Fund Selection) ผู้จัดการการลงทุนจะนำทรัพย์สินของกองทุนไปลงทุนในกองทุนอ้างอิงต่างๆ ที่มั่นใจว่าอยู่ในกลุ่มของ Hedge Funds ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดในตลาดทั่วโลก โดยผู้จัดการการลงทุนจะพยายามกำหนดขอบเขตการลงทุนที่ประกอบด้วยกองทุนอ้างอิงที่ให้ผลตอบแทนดีและมีลักษณะที่แตกต่างอย่างหลากหลาย หลักเกณฑ์สำคัญที่ใช้ในการคัดเลือกกองทุนอ้างอิงที่ลงทุนจะลงทุนประกอบด้วย: - มีฝ่ายจัดการและผู้บริหารระดับสูงที่มีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับในวงการ - มีทีมงานที่มั่นคง - มีภูมิหลังที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์การลงทุนมาอย่างยาวนาน - มีความได้เปรียบเชิงแข่งขันที่ชัดเจนและยั่งยืน - มีกลยุทธ์การลงทุนที่ดี สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบความเสี่ยง - มีองค์กรภายในที่แข็งแกร่ง โดยมีการบริหารการลงทุนเป็นทีม และมีโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนอย่างมั่นคง - มีประวัติการดำเนินงานในอดีตที่เหนือกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน - มีการประเมินความยั่งยืนของผลการดำเนินงานในอดีต และ - มีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง

ดัชนีชี้วัดS&P 500 Index

ข้อกำหนดการลงทุนใน Class P (Terms of Class P Shares)

กลยุทธ์ใช้กลยุทธ์แบบ Diversified Multi-Strategy Platform ซึ่งรวมถึง Long/Short Discretionary Fundamental Strategies, Systematic Strategies, Global Macro Strategies และ Equity Arbitrage Strategies.คุณลักษณะของกองทุนอ้างอิงมีทีมผู้จัดการการลงทุนที่มีความมั่นคงและเชี่ยวชาญ มุ่งเน้นกลยุทธ์และโอกาสการลงทุนเฉพาะทาง โดยกองทุนอ้างอิงหลัก คือ Point72 Capital International, Ltd – Class A-n Sharesวันซื้อหน่วยลงทุนวันทำการแรกของแต่ละเดือน เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 หรือวันอื่นใดตามที่คณะกรรมการจะพิจารณากำหนดตามดุลยพินิจการชำระเงินค่าซื้อหน่วยลงทุนผู้ถือหน่วยลงทุนควรเตรียมความพร้อมในการชำระเงินค่าจองซื้อ ซึ่งอาจถูกเรียกได้ทุกเวลา ก่อนวันครบรอบหนึ่งปีนับจากวันจองซื้อที่เกี่ยวข้องค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.0% ของ NAV ต่อปีอัตราส่วนแบ่งจากผลกำไร (Performance Fee)0%กำหนดการขายคืนหน่วยลงทุนรายไตรมาสผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 25% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ของหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ ณ วันสิ้นไตรมาสแต่ละไตรมาส โดยต้องยื่นคำสั่งขายคืนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วันก่อนวันสิ้นไตรมาสดังกล่าว (“วันขายคืนหน่วยลงทุน”) หากมูลค่าคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนรวมทั้งหมดในวันดังกล่าวเกินกว่า 10% ของ NAV ของกองทุนอ้างอิง การขายคืนของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละรายจะถูกจำกัดไว้ไม่เกิน 10% ของ NAV ของหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ เว้นแต่ ผู้จัดการการลงทุนจะใช้ดุลยพินิจพิจารณายกเว้นข้อจำกัดดังกล่าว กองทุนจะชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนในสัดส่วนประมาณ 90% ภายใน 45 วันนับจากวันขายคืนหน่วยลงทุน และชำระส่วนที่เหลือภายใน 75 วัน (หรือภายใน 105 วันในกรณีที่เป็นการขายคืน ณ วันสิ้นปี) ทั้งนี้ กองทุนไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการจองซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุนการจ่ายเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนกองทุนจะชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุนภายใน 45 วันนับจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน โดยจะมีการกันเงินไว้ไม่เกิน 10% ของจำนวนเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งส่วนที่กันไว้นี้จะไม่มีดอกเบี้ย และจะจ่ายคืนโดยเร็วที่สุดเท่าที่สามารถดำเนินการได้ แต่ไม่เกิน 75 วัน (หรือ 105 วันในกรณีที่เป็นการขายคืนหน่วยลงทุนวันสิ้นปี) นับจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนหน่วยลงทุนขั้นต่ำที่ต้องถือไว้กองทุนมีข้อกำหนดการถือครองขั้นต่ำที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) จำนวน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือจำนวนที่น้อยกว่านี้ตามที่คณะกรรมการจะพิจารณา) และอาจกำหนดให้มีการไถ่ถอนหน่วยลงทุนโดยบังคับ ทั้งนี้ กองทุนไม่มีเจตนาในการนำข้อกำหนดดังกล่าวมาใช้บังคับจริงมูลค่าหน่วยลงทุนรายเดือน (Monthly NAV Report)กองทุนมีการลงทุนในกองทุนอ้างอิง คือ Point72 (“กองทุนอ้างอิง”) โดยกองทุนอ้างอิงจะจัดทำรายงานมูลค่าทรัพย์สินสุทธิต่อหน่วย (NAV) เป็นรายเดือน ซึ่งจะเผยแพร่โดยประมาณในวันที่ 25 ของเดือนถัดไปในแต่ละเดือน แม้ว่าข้อความอื่นใดในหนังสือชี้ชวนนี้อาจระบุไว้ต่างออกไป กองทุนจะใช้ความพยายามอย่างเหมาะสมในการจัดทำ หรือจัดให้มีการจัดทำรายงานรายเดือน (ที่ยังไม่ได้ตรวจสอบบัญชี) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุนประเภท Class P โดยเร็วที่สุดภายหลังได้รับรายงาน NAV รายเดือนของกองทุนอ้างอิง และไม่เกินภายใน 37 วันนับจากวันสิ้นเดือน

สรุปรายละเอียดสาระสำคัญของ Point72 Capital International, Ltd. (กองทุนอ้างอิง) (แหล่งที่มาของข้อมูล : CONFIDENTIAL OFFERING MEMORANDUM March 2023)

ชื่อกองทุน

Point72 Capital International, Ltd.

ชนิดหน่วยลงทุนClass A-n Shares

วันที่จดทะเบียน

November 6, 1995

จดทะเบียนหมู่เกาะเคย์แมน (Cayman Islands)หน่วยงานกำกับดูแลCayman Islands Monetary Authority (CIMA) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่กำกับดูแลและจดทะเบียนกองทุนตามพระราชบัญญัติ Mutual Funds Act ของหมู่เกาะเคย์แมน

โครงสร้างของกองทุน (Fund Structure)

Point72 Capital International, Ltd. (“กองทุน”) เป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นในหมู่เกาะเคย์แมน โดยกองทุนมีการลงทุนในสินทรัพย์ทั้งโดยตรงหรือโดยอ้อมผ่านกองทุนย่อยต่างๆ ซึ่งเป็นกองทุนส่วนบุคคล (Private Investment Funds) ที่ใช้แยกการลงทุนออกเป็นพอร์ตต่างๆ (“กองทุนย่อย”) ทั้งนี้ กองทุนได้มอบหมายให้ Point72 Asset Management, L.P. ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายรัฐเดลาแวร์ (“ผู้จัดการการลงทุน”) และอยู่ภายใต้การบริหารของ Mr. Steven A. Cohen (“Mr. Cohen”) เป็นผู้รับผิดชอบในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของกองทุน โดยสินทรัพย์และการลงทุนของกองทุนย่อยอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของผู้จัดการการลงทุนและ/หรือผู้จัดการการลงทุนที่เกี่ยวข้องกันตามข้อตกลงการจัดการลงทุนช่วง

ผู้จัดการการลงทุน (Investment Manager)

Point72 Asset Management, L.P.

การจัดการ (Management)

คณะกรรมการของกองทุนได้มอบหมายให้ Point72 Asset Management, L.P. ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดที่อยู่ภายใต้การบริหารของ Mr. Steven A. Cohen รับผิดชอบในการบริหารจัดการสินทรัพย์ของกองทุน

วัตถุประสงค์ (Investment Objective)

กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการสร้างผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่น่าพึงพอใจ โดยดำเนินการภายใต้หลักการที่มุ่งลดความเสี่ยงของการสูญเสียเงินทุนอย่างถาวร ทั้งนี้ ไม่สามารถรับประกันได้ว่ากองทุนจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ กองทุนมีแนวโน้มที่จะมุ่งเน้นการลงทุนในกลยุทธ์ประเภท Long/Short Equity, Systematic และ Global Macro เป็นหลัก และจะพิจารณาใช้กลยุทธ์การลงทุนอื่นๆ ตามโอกาสที่เหมาะสม ผู้จัดการกองทุนสงวนสิทธิในการใช้กลยุทธ์การลงทุนอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารนี้ โดยกองทุนมีลักษณะการบริหารแบบเชิงรุก (Active Management) โดยใช้เลเวอเรจในระดับสูง (Significant Leverage), การทำธุรกรรมขายชอร์ต (Short-Sale Transactions) รวมถึงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับออปชัน (Options) และการเก็งกำไรจากส่วนต่างของราคา (Arbitrage Strategies) หลากหลายรูปแบบ

ผู้จัดการกองทุนมีสิทธิในการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงวิธีการและกลยุทธ์การลงทุนได้ตามดุลยพินิจของตนแต่เพียงผู้เดียว โดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบหรือได้รับความเห็นชอบล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนสามารถจัดสรรเงินทุนของกองทุนไปยังกลยุทธ์การลงทุนใดๆ หรือกองทุนย่อย (Subsidiary Fund) ใดๆ ได้ รวมถึงกองทุนย่อยอื่นๆ ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่อาจจัดตั้งขึ้นในอนาคตได้ตามที่เห็นสมควร และสามารถเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกการจัดสรรดังกล่าวได้ทุกเมื่อโดยไม่ต้องแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนทราบ การจัดสรรเงินทุนดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงในระดับที่มีนัยสำคัญเมื่อเวลาผ่านไป โดยกองทุนอาจปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนย่อยต่างๆ ได้ตามดุลยพินิจ เช่น การเพิ่มเงินลงทุนในกองทุนย่อยที่ต้องการให้มีสัดส่วนสูงขึ้น หรือถอนเงินลงทุนจากกองทุนย่อยที่ต้องการให้มีสัดส่วนน้อยลง ทั้งนี้ สัดส่วนการจัดสรรเงินทุนของกองทุนไปยังกองทุนย่อยอาจแตกต่างจากกองทุนอื่นที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุนเดียวกันหรือบริษัทในเครือ ที่ลงทุนในกองทุนย่อยเดียวกัน โดยผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาปัจจัยหลายประการในการตัดสินใจจัดสรรเงินทุนดังกล่าว เช่น เหตุผลด้านภาษี ข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ หรือข้อจำกัดด้านสิทธิการลงทุนขั้นต่ำของกองทุนย่อยบางแห่ง หรือของพอร์ตการลงทุนเฉพาะภายในกองทุนย่อยนั้น

ผู้จัดการกองทุนมีนโยบายในการสรรหาผู้จัดการการลงทุนรายอื่นรวมถึงสรรหากลยุทธ์การลงทุนเพิ่มเติมที่เห็นว่าเหมาะสม ซึ่งอาจมีการจัดสรรเงินลงทุนของกองทุนโดยสัดส่วนเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ดังนั้น กองทุนจึงอาจลงทุนโดยตรงหรือโดยอ้อมในหลักทรัพย์และ/หรือตราสารในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ และอาจใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากที่ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ กองทุนได้ลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนของเงินลงทุนของกองทุน (หรืออาจนำเงินลงทุนทั้งหมดหรือบางส่วนของกองทุนย่อยกลับมาลงทุนใหม่) กับผู้จัดการการลงทุนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกองทุน (“Unaffiliated Manager”) หรือในนิติบุคคลเพื่อการลงทุนที่บริหารโดยบุคคลดังกล่าว (“Unaffiliated Investment Entity) ซึ่งปัจจุบันมีการลงทุนทั้งโดยตรงและโดยอ้อมกับบุคคลและนิติบุคคลดังกล่าวหลายราย

กองทุนย่อยแต่ละกองทุนที่เข้าไปลงทุนจะต้องมีเงื่อนไขการลงทุน (Commercial Terms) ที่ไม่ด้อยไปกว่าเงื่อนไขการลงทุนของกองทุน รวมถึงสิทธิในการระงับการไถ่ถอนหน่วยลงทุน และข้อกำหนดเกี่ยวกับการยกเว้นความรับผิดและการชดเชยความเสียหาย โดยทั่วไป กองทุนย่อยแต่ละที่จะจัดสรรกำไรและขาดทุนให้กับผู้ถือผลประโยชน์ (รวมถึงกองทุน) ตามสัดส่วนของเงินลงทุนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี ผู้จัดการกองทุนอาจกำหนดให้กองทุนย่อยที่ไปลงทุนทำการจัดสรรกำไรและขาดทุนในลักษณะที่แตกต่างออกไปเป็นครั้งคราว

กองทุนไม่มีข้อจำกัดในด้านประเภทของกลยุทธ์การลงทุนที่อาจเลือกใช้ หรือในด้านตลาด หลักทรัพย์ หรือเครื่องมือทางการเงินที่สามารถเข้าลงทุนได้ ทั้งนี้ การลงทุนของกองทุนและกองทุนย่อยอาจครอบคลุม แต่ไม่จำกัดเฉพาะรายการต่อไปนี้ : - ตราสารทุน ได้แก่ หุ้นที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน หุ้นที่ซื้อขายในตลาดหรือเสนอขายเป็นการเฉพาะ หุ้นของบริษัทในประเทศและต่างประเทศ ใบแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ (Depository Receipts) และหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred) - ตราสารหนี้ที่มีหรือไม่มีหลักประกัน (Secured and Unsecured Debt) เช่น ตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาดหรือเสนอขายเป็นการเฉพาะ ตราสารหนี้ภาคเอกชนและภาครัฐ ตราสารหนี้ที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน (Mortgage-Backed Securities) สินเชื่อจากธนาคาร (Bank Loans) เงินให้กู้ยืมที่กองทุนหรือกองทุนย่อยเป็นผู้ปล่อยกู้ (Loans Originated by the Fund or a Subsidiary Fund) สิทธิเรียกร้องจากผู้ขาย (Vendor Claims) และสิทธิเรียกร้องทางกฎหมายและหรือสัญญา (Legal and/or Contractual Claims) - สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) - สัญญาฟอร์เวิร์ด (Forward Contracts) - ออปชัน (Options) - หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Bonds) และหุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stock) - ตราสารอนุพันธ์ (Derivative Instruments) รวมถึงตราสารที่ซื้อขายในตลาดและนอกตลาด (Listed and Over-the-Counter) สัญญาแลกเปลี่ยน (Swaps) และตราสารอนุพันธ์อื่นที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนหรือตราสารหนี้ - สัญญาส่วนต่าง (Contracts for Differences) - สกุลเงิน (Currencies) - สินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities)

ทั้งนี้ กองทุนย่อยอาจดำเนินกลยุทธ์การลงทุนเฉพาะหนึ่งกลยุทธ์หรือหลายกลยุทธ์ร่วมกันก็ได้ และกลยุทธ์ดังกล่าวอาจมีการปรับเปลี่ยนหรือพัฒนาได้ตามความเหมาะสมเมื่อเวลาผ่านไป

คำอธิบายเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุนเฉพาะที่ระบุไว้ในเอกสารนี้ ไม่ถือเป็นข้อจำกัดใดๆ ต่อการลงทุนของกองทุนแต่อย่างใด กองทุนอาจดำเนินกลยุทธ์การลงทุนอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารฉบับนี้ หากผู้จัดการการลงทุนเห็นว่ากลยุทธ์ดังกล่าวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนโดยรวมของกองทุน หรือกองทุนอาจยุติการลงทุน หรือลดการลงทุนในกลยุทธ์ที่ระบุไว้ก็ได้ กระบวนการลงทุนของกองทุนมีลักษณะเก็งกำไรและมีความเสี่ยงในระดับสูง ไม่อาจรับประกันได้ว่ากองทุนจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการลงทุนได้ และผลการดำเนินงานของกองทุนอาจมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี ทั้งนี้ แนวทางการลงทุนบางประเภทของกองทุน อาจเพิ่มความเสี่ยงหรือผลกระทบทางลบต่อพอร์ตการลงทุนของกองทุนได้ในบางสถานการณ์

การซื้อหน่วยลงทุน

วันทำการแรกของแต่ละเดือน (First Business Day of Each Calendar Month) เว้นแต่ จะมีการกำหนดหรือแจ้งเปลี่ยนแปลงโดยคณะกรรมการบริหารกองทุน ผู้ลงทุนจะต้องยื่นคำสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการก่อนวันทำการซื้อหน่วยลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ คำสั่งซื้อหน่วยลงทุนที่ยื่นหลังจากกำหนดเวลาอาจถูกเลื่อนการดำเนินการไปยังรอบถัดไปตามดุลยพินิจของกองทุน

การขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Date)

เป็นรายไตรมาส โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 45 วันก่อนวันขายคืนหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะดำเนินการ

การขายคืนรายไตรมาส ผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุนสามารถยื่นคำขอขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามหลักเกณฑ์ต่อไปนี้ • ณ วันสุดท้ายของไตรมาสใดๆ ในจำนวนไม่เกิน 25% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ หรือ • ขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมด จะต้องยื่นคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนครั้งเดียวเพื่อขายคืนหน่วยลงทุน 4 ไตรมาส โดยมีรายละเอียดการดำเนินการขายคืน ดังนี้: - ประมาณ 25% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่ผู้ถือหน่วยลงทุนประสงค์จะขายคืนจะถูกดำเนินการขายคืน ณ วันสุดท้ายของไตรมาสที่ได้รับคำขออย่างถูกต้อง - ประมาณ 33% ของจำนวนที่เหลือจะถูกขายคืน ณ วันสุดท้ายของไตรมาสถัดไป - ประมาณ 50% ของจำนวนที่เหลือจะถูกขายคืน ณ วันสุดท้ายของไตรมาสถัดจากนั้น และ - จำนวนที่เหลือทั้งหมดจะถูกขายคืน ณ วันสุดท้ายของไตรมาสที่สามถัดมา หมายเหตุ : สามารถดูตัวอย่างวิธีการขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดแบบรายไตรมาสได้ในส่วนท้ายของตาราง • ผู้จัดการการลงทุนจะเป็นผู้ประมาณจำนวนหน่วยลงทุนที่ขายคืนในแต่ละไตรมาสตามดุลยพินิจ ณ วันขายคืนหน่วยลงทุน ทั้งนี้ ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่สามารถขายคืนเกิน 25% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ ณ วันขายคืนหน่วยลงทุน เว้นแต่เป็นการขายคืนทั้งหมดโดยแบ่งเป็น 4 งวดตามที่ระบุไว้ข้างต้น • การขายคืนหน่วยลงทุน ณ วันสิ้นไตรมาสตามที่กล่าวมาแล้ว ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถร้องขอให้การขายคืนซึ่งกำหนดไว้ ณ วันสิ้นปีบัญชี (เช่น 31 ธันวาคม) ถูกเปลี่ยนเป็นวันแรกของปีบัญชีถัดไป (เช่น 1 มกราคม) ได้ โดยไม่ว่าการขายคืนจะเกิดขึ้น ณ วันสิ้นปีบัญชี หรือวันแรกของปีบัญชีถัดไปราคาขายคืน (Redemption Price) จะเหมือนกัน คือยึดตามมูลค่าสุทธิของหน่วยลงทุน ณ วันสิ้นปีบัญชีก่อนหน้า และต้องแจ้งความประสงค์ในการขายคืนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 45 วันก่อนวันที่ 31 ธันวาคม

ข้อกำหนดในการยื่นคำขอขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้า (Prior Notice Requirement) ผู้ถือหน่วยลงทุนต้องยื่นคำขอขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 45 วันก่อนวันขายคืนหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะดำเนินการ หากผู้ถือหน่วยลงทุนประสงค์จะขายคืนหน่วยลงทุนประเภท Class A หรือ Class F ทั้งจำนวน สามารถดำเนินการขายคืนภายในระยะเวลา 4 ไตรมาสติดต่อกันได้โดยการยื่นคำขอขายคืนครั้งเดียวไม่น้อยกว่า 45 วันก่อนวันขายคืนรอบแรก ทั้งนี้ คำขอขายคืนหน่วยลงทุนต้องจัดส่งผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ถึงผู้ดูแลระบบของกองทุน (Administrator) และสามารถเพิกถอนหรือแก้ไขได้จนถึงวันครบกำหนดการแจ้งดังกล่าว หลังจากพ้นกำหนดเวลา คำขอขายคืนจะไม่สามารถเพิกถอนหรือแก้ไขได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากผู้จัดการการลงทุนโดยปรึกษาร่วมกับคณะกรรมการบริหารกองทุน

ข้อจำกัดการขายคืนหน่วยลงทุนรวม (Ten-Percent Gate) และค่าธรรมเนียมในกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2023 เป็นต้นไป โดยไม่คำนึงถึงข้อกำหนดอื่นใดที่ระบุไว้ในที่นี้ หากกองทุนได้รับคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนรวมในระดับกองทุนรวมทั้งหมด (Firm-Wide Redemption Requests) ส่งผลให้ยอดขายคืนและ/หรือการถอนเงินลงทุนรวมจากกองทุน Point72 (คือ กองทุน Point72 ที่เสนอขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ) ณ วันขายคืนหน่วยลงทุนใดๆ เกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (Firm-Wide Redemption Threshold) กองทุนจะจำกัดสิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละรายในการขายคืนหน่วยลงทุนไว้ไม่เกิน 10% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ในวันนั้น (เรียกว่า “Ten-Percent Gate”) อย่างไรก็ดี ผู้จัดการการลงทุนอาจใช้ดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการยกเว้นข้อจำกัด Ten-Percent Gate ทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายที่ประสงค์จะขายคืนหน่วยลงทุนในวันดังกล่าว และอาจอนุญาตให้ขายคืนหน่วยลงทุนเกิน 10% ของจำนวนที่ถืออยู่ ณ วันขายคืนนั้น (เรียกว่า “หน่วยลงทุนส่วนเกิน” หรือ “Excess Shares”) ทั้งนี้ การขายคืนหน่วยลงทุนส่วนเกินยังคงต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดระดับรายบุคคลไม่เกิน 25% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ ในกรณีที่ผู้จัดการใช้ดุลยพินิจในการยกเว้นข้อจำกัด Ten-Percent Gate สำหรับวันขายคืนหน่วยลงทุนใดๆ ผู้จัดการการลงทุนอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งจะชำระให้กับกองทุนในอัตรา 5% ของมูลค่าสุทธิของหน่วยลงทุนส่วนเกิน (Excess Shares) ที่ดำเนินการขายคืน ณ วันขายคืนนั้น โดยคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหน่วยลงทุนในวันดังกล่าว (Redemption Charge) ทั้งนี้ ผู้จัดการการลงทุนจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายทราบล่วงหน้าก่อนที่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายคืนดังกล่าว และจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีหน่วยลงทุนส่วนเกินสามารถเลือกดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่าง (1) ลดจำนวนหน่วยลงทุนที่ประสงค์จะขายคืนลงเหลือไม่เกิน 10% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่ถืออยู่ (เรียกว่า “Reduction Election”) เพื่อไม่ให้ต้องชำระค่าธรรมเนียม Redemption Charge หรือ (2) ดำเนินการขายคืนตามจำนวนที่แจ้งไว้เดิมโดยยินยอมให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม Redemption Charge สำหรับหน่วยลงทุนส่วนเกิน ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ได้รับผลกระทบจะต้องแจ้งความประสงค์ในการเลือกแนวทางที่ต้องการต่อกองทุนเป็นลายลักษณ์อักษร ภายในระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการนับจากวันที่ได้รับแจ้งจากผู้จัดการการลงทุนเกี่ยวกับความประสงค์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายคืน หรือภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งของกองทุน แล้วแต่กรณี หากผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุนไม่แจ้งความประสงค์ภายในระยะเวลาดังกล่าว กองทุนจะถือว่าผู้ถือหน่วยลงทุนเลือกที่จะลดจำนวนหน่วยลงทุนที่ขอขายคืนให้เหลือไม่เกิน 10% ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ถืออยู่ ทั้งนี้ หากในที่สุดไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน การแจ้งความประสงค์ในการลดจำนวนหน่วยลงทุนดังกล่าว (Reduction Election) จะถือว่าไม่มีผล และกองทุนจะดำเนินการขายคืนตามจำนวนที่ระบุไว้ในคำขอขายคืนเดิมของผู้ถือหน่วยลงทุนลงทุน หน่วยลงทุนส่วนเกิน (Excess Shares) ที่ยังไม่ได้รับการขายคืน ไม่ว่าจะเป็นผลจากข้อจำกัด 10% (Ten-Percent Gate) หรือจากการที่ผู้ถือหน่วยลงทุนได้แจ้งความประสงค์ลดจำนวนหน่วยลงทุนที่ขอขายคืน (Reduction Election) จะยังคงอยู่ภายใต้กองทุน และจะต้องรับความเสี่ยงจากความผันผวนของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนจนกว่าจะมีการขายคืนจากกองทุน

ชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุน

(Redemption Proceeds)

กองทุนจะชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนไม่น้อยกว่า 90% ของราคาขายคืนหน่วยลงทุนภายใน 30 วันนับจากวันที่ขายคืน สำหรับยอดเงินส่วนที่เหลือกองทุนจะชำระให้ครบถ้วนตามเงื่อนไขดังนี้ • หากวันทำรายการขายคืนหน่วยลงทุน ไม่ตรงกับวันสิ้นปีบัญชี กองทุนจะชำระส่วนที่เหลือภายใน 60 วันนับจากวันที่ขายคืน • หากวันทำรายการขายคืนหน่วยลงทุน ตรงกับวันสิ้นปีบัญชี กองทุนจะชำระส่วนที่เหลือหลังจากการสอบบัญชีประจำปีเสร็จสิ้น (หากมี) หรือไม่เกิน 90 วันนับจากวันทำรายการขายคืนหน่วยลงทุน แล้วแต่อย่างใดจะเกิดขึ้นก่อน ทั้งนี้ ผู้จัดการการลงทุนสามารถพิจารณาให้กองทุนชำระเงินขายคืนทั้งหมดหรือบางส่วน เร็วกว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ข้างต้นได้ตามความเหมาะสม

ค่าธรรมเนียมที่ปรึกษาการลงทุน (Advisory Fee)

อัตรา 2.85% ต่อปี โดยเรียกเก็บเป็นรายเดือนล่วงหน้า (charged monthly in advance) หรือคิดเป็นอัตรา 0.2375% ต่อเดือน (หรือเท่ากับ 1 ใน 12 ของอัตรา 2.85% ต่อปี) โดยคำนวณจากมูลค่าสุทธิสินทรัพย์ (Net Asset Value) ของแต่ละชนิดและแต่ละซีรีส์ของหน่วยลงทุน ณ วันทำการแรกของแต่ละเดือน ทั้งนี้ การคำนวณค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะดำเนินการก่อนการรวมรายการค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแต่ยังไม่เรียกเก็บ อย่างค่าใช้จ่ายที่จัดสรรต่อมายังกองทุน (Pass-Through Expenses) เช่น โบนัส และค่าธรรมเนียมจูงใจ (Incentive Fees) แต่จะดำเนินการหลังจากมีการปรับรายการรับเงินลงทุน การไถ่ถอน หรือการจ่ายเงินปันผล (ถ้ามี) ที่มีผลในวันดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

ค่าใช้จ่ายที่จัดสรรต่อมายังกองทุน (Pass-Through Expenses)

กองทุนจะรับภาระค่าใช้จ่ายตามสัดส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการแก่กองทุนและกองทุนของบริษัทย่อย โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้เรียกว่า “ค่าใช้จ่ายที่จัดสรรต่อมายังกองทุน (Pass-Through Expenses)” ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายของทีมที่บริหารพอร์ตการลงทุนที่กองทุนเข้าลงทุน เช่น ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและการบริหารบุคลากร ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ไม่มีการกำหนดวงเงินสูงสุด และอาจมีจำนวนมากไม่ว่าผลการดำเนินงานของกองทุนจะเป็นอย่างไร โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจผันแปรตามผลการดำเนินงานของกองทุนและปัจจัยอื่น ทั้งนี้ โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักเพิ่มขึ้นหากผลการดำเนินงานของกองทุนดีขึ้น

ค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงาน (Incentive Fee)

ค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงานของแต่ละชนิดและแต่ละซีรีส์ของหน่วยลงทุนในแต่ละปีบัญชี จะเท่ากับอัตราค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงาน คูณกับกำไรสุทธิที่จัดสรรให้แก่หน่วยลงทุนดังกล่าวในรอบปีบัญชี โดยคำนวณหลังหักค่าธรรมเนียมการให้คำแนะนำการลงทุน (Advisory Fee) และค่าใช้จ่ายที่จัดสรรต่อมายังกองทุน (Pass-Through Expenses) โดยใช้อัตราแบบขั้นบันได (Sliding Rate) ระหว่าง 10% ถึง 30% ซึ่งปรับเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนในลักษณะแบบเส้นตรง (Linear Manner) โดยพิจารณาจากอัตราผลตอบแทนสุทธิรายปี (Annualized Net Rate of Return) ที่จัดสรรให้แก่หน่วยลงทุนแต่ละชนิดและแต่ละซีรีส์ของหน่วยลงทุนในช่วง 0% ถึง 20% ทั้งนี้ อัตราดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขการชดเชยผลขาดทุนสะสม (Loss carryforward) ผู้ถือหน่วยลงทุนจะมีภาระค่าตอบแทนตามผลการดำเนินงานดังกล่าว ซึ่งจะจ่ายให้แก่ผู้จัดการการลงทุน หรือบุคคลอื่นใดที่ผู้จัดการการลงทุนแต่งตั้ง โดยจะมีการคำนวณค่าตอบแทนนี้แยกต่างหากสำหรับหน่วยลงทุนแต่ละชนิดและแต่ละซีรีส์ของหน่วยลงทุน และจะเรียกเก็บ ณ สิ้นปีบัญชีของแต่ละปี หรือเมื่อมีการขายคืนหน่วยลงทุน

ค่าใช้จ่ายอื่นๆ (Other Expenses)

กองทุนจะรับภาระค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของกองทุนด้วย

ตัวอย่างสมมติ : การขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดแบบรายไตรมาส ของกองทุนอ้างอิง สมมติผู้ถือหน่วยลงทุนมีจำนวน 120 หน่วย มูลค่ารวม 1,200 USD (NAV=10 USD/หน่วย) และยื่นคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดในคราวเดียว โดยกองทุนอ้างอิงจะดำเนินการขายคืนหน่วยลงทุนเป็น 4 ไตรมาส ดังนี้

วันทำรายการขายคืน

สัดส่วนการขายคืน แต่ละไตรมาส

จำนวนหน่วยลงทุน ทำรายการขายคืน*

จำนวนหน่วยคงเหลือ (หน่วย)

มูลค่าขายคืน (USD)

วันที่ 31 มี.ค. (ส่งคำสั่งขายคืนทั้งหมดที่ลงทุน)

25% ของ 120 หน่วย (120×25%)

30

90

300

วันที่ 30 มิ.ย. (ไตรมาสถัดไป)

33% ของ 90 หน่วยที่เหลือ (90×33%)

30

60

300

วันที่ 30 ก.ย. (ไตรมาสถัดไป)

50% ของ 60 หน่วยที่เหลือ (60×50%)

30

30

300

วันที่ 31 ธ.ค. (ไตรมาสถัดไป)

100% ของ 30 หน่วยที่เหลือ (30×100%)

30

0

300

รวม

120.00

1,200

- ตัวอย่างนี้จัดทำขึ้นเพื่อแสดงขั้นตอนการขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดแบบรายไตรมาสตามสัดส่วนที่กำหนด โดยสมมติให้ราคาหน่วยลงทุน (NAV) คงที่ที่ 10 USD - *ตัวเลขจำนวนหน่วยลงทุนที่ขายคืนในแต่ละงวดมีการปัดเศษเป็นจำนวนเต็มเพื่อความสะดวกในการแสดงตัวอย่าง

ในกรณีที่กองทุนหลักและ/หรือกองทุนอ้างอิงมีการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงข้อมูลของกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอ้างอิง รวมถึงแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อมูลของกองทุนไทยให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวของกองทุนหลักและ/หรือกองทุนอ้างอิง ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการและ/หรือช่องทางอื่นที่เหมาะสม

ทั้งนี้ สรุปข้อมูลสำคัญ ค่าธรรมเนียม รวมถึงรายละเอียดต่างๆ ข้างต้นของกองทุนหลักและกองทุนอ้างอิงได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและแปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือเอาต้นฉบับภาษาอังกฤษของกองทุนหลักเป็นเกณฑ์ ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดการลงทุนก่อนการตัดสินใจลงทุน

สถานการณ์เชิงลบอย่างมากที่สุดที่เกิดขึ้น (Worst Case Scenario) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในกองทุนอ้างอิงที่กองทุนหลักนำเงินไปลงทุน

เนื่องจากกองทุนอ้างอิงเป็นกองทุนประเภทเฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท สามารถใช้กลยุทธ์ที่หลากหลายกว่ากองทุนรวมทั่วไป และสามารถลงทุนในตราสารที่ซับซ้อนและเลเวอเรจสูง (Leverage) จึงทำให้กองทุนอ้างอิงมีความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนรวมทั่วไป นอกจากนั้น การที่กองทุนอ้างอิงสามารถลงทุนผ่านเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายอาจส่งผลให้ผลตอบแทนของกองทุนมีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงสูงหากการลงทุนไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวัง อาทิเช่น ในช่วงที่สภาวะตลาดมีความผันผวน ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สนับสนุนต่อการลงทุน หรือเกิดเหตุการณ์ใดที่ส่งผลต่อสภาวะการลงทุน ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนสูญเสียเงินต้นเป็นจำนวนมาก และ/หรือ สูญเสียเงินต้นทั้งหมด

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-3.92%
ระยะเวลาฟื้นตัว
1 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
500,000 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
100,000 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
วันทำการแรกของแต่ละเดือน เว้นแต่ จะมีการกำหนด หรือแจ้งเปลี่ยนแปลงโดยคณะกรรมการบริหารกองทุน ผู้ลงทุนจะต้องยื่นคำสั่งซื้อล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วันทำการก่อนวันทำการซื้อหน่วยลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ คำสั่ง ซื้อหน่วยลงทุนที่ยื่นหลังจากกำหนดเวลาอาจถูกเลื่อนการดำเนินการไปยังรอบถัดไปตามดุลยพินิจของกองทุน
วันรับคำสั่งขายคืน
วันทำการสุดท้ายของแต่ละไตรมาสตามปฏิทิน (มีนาคม มิถุนายน กันยายน และธันวาคม) จะเป็นวันที่ทำการขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุน หากตรงกับวันหยุดของกองทุนจะเลื่อนไปเป็นวันทำการถัดไป ทั้งนี้ ต้องส่งคำสั่งล่วงหน้า 67 วันก่อนวันสิ้นไตรมาสที่ต้องการขายคืนหน่วยลงทุน หากวันส่งคำสั่งล่วงหน้าตรงกับวันหยุดของกองทุนจะเลื่อนไปเป็นวันทำการก่อนหน้า**
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+55 คือ 55 วันหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -0.83%ไม่มีข้อมูล31 ก.ค. 25691 ก.ย. 2569
3Mเพิ่มขึ้น +1.65%ไม่มีข้อมูล29 พ.ค. 25691 ก.ย. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +7.51%ไม่มีข้อมูล27 ก.พ. 25691 ก.ย. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +4.70%ไม่มีข้อมูล1 ธ.ค. 25681 ก.ย. 2569
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)1.50001.500031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.25001.500031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)1.50001.500031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)50.000050.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)1.78002.950031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): หมายเหตุ : - เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจากกองทุนรวม และ/หรือจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ : - เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) - อัตราที่เรียกเก็บจริงของรวมค่าใช้จ่ายยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เนื่องจากยังไม่ครบรอบปีบัญชี

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): หมายเหตุ : - เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจากกองทุนรวม และ/หรือจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): หมายเหตุ : - เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงจากกองทุนรวม และ/หรือจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ : - เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) - อัตราที่เรียกเก็บจริงของรวมค่าใช้จ่ายยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เนื่องจากยังไม่ครบรอบปีบัญชี

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หน่วยลงทุน 97.83%, ตราสารหนี้รัฐบาล 2.23%, เงินฝาก/ตั๋วแลกเงิน 0.19%หน่วยลงทุน: 97.83%ตราสารหนี้รัฐบาล: 2.23%เงินฝาก/ตั๋วแลกเงิน: 0.19%
หน่วยลงทุน · 97.83%ตราสารหนี้รัฐบาล · 2.23%เงินฝาก/ตั๋วแลกเงิน · 0.19%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หน่วยลงทุน 98.33%, พันธบัตรรัฐบาล 2.18%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 0.56%หน่วยลงทุน: 98.33%พันธบัตรรัฐบาล: 2.18%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 0.56%
หน่วยลงทุน · 98.33%พันธบัตรรัฐบาล · 2.18%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 0.56%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
Wellspring GBL-P97.8331 ส.ค. 2569
CB26O01A1.5931 ส.ค. 2569
CB26924A0.3231 ส.ค. 2569
CB26910A0.3231 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings