K-GPA22A-UI
กองทุนเปิดเค โกลบอลไพรเวทแอสเซ็ท 22A ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
K Global Private Asset 22A Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย15 ต.ค. 2568 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +2.74%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 03:25:51.632000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ผสม
- ความเสี่ยง
- สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มีข้อมูล
นโยบายการลงทุน
กองทุนมีนโยบายที่จะลงทุนใน Private Assets ต่างประเทศ โดยไม่จำกัดอัตราส่วน ผ่านการลงทุนในกองทุน LOIM PE K Investments – K Credit Fund (“กองทุนย่อย”) ซึ่งเป็นกองทุนย่อย (Compartment) ของ LOIM PE K Investments (“กองทุนหลัก”) ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) เป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ในรูปแบบ Corporate Partnership Limited by Shares และอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ Lombard Odier Funds (Europe) S.A. ซึ่งได้รับการแต่งตั้งโดย Lombard Odier Investment Managers Private Equity ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ให้บริหารจัดการกองทุนหลักในฐานะผู้จัดการ (Manager) โดยที่กองทุนหลักและกองทุนย่อยมีสถานะทางกฎหมายเป็นนิติบุคคลเดียวกัน (เรียกรวมว่า “กองทุน LOIM”) ซึ่งกองทุนจะลงทุนในกองทุน LOIM ในฐานะผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) มีมูลค่าขั้นต่ำในการลงทุน (minimum commitment) ไม่น้อยกว่า 15 ล้านยูโร โดยกองทุนย่อยมีอายุกองทุนประมาณ 5 ปี และอาจถูกขยายได้อีกไม่เกิน 2 ปี
กองทุนย่อยจะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Assets ซึ่งหมายรวมถึง สินเชื่อหรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดซื้อขาย (Private Debt) หุ้นของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Private Equity) และ Private Assets อื่นๆ โดยกองทุนย่อยจะลงทุนส่วนใหญ่ใน Private Debt (ที่อาจมีการแปลงหนี้เป็นทุนได้ในภายหลัง) ผ่านการร่วมลงทุน (co-invest) กับผู้จัดการสินเชื่อเอกชน (private credit manager) หรือซื้อสินเชื่อรายตัว (single credit position) หรือพอร์ตสินเชื่อ (portfolio of credit positions) ในตลาดรอง
กองทุน LOIM แบ่งหุ้นเป็นสองประเภทดังนี้ (1) ผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการ (Management Shares) มีสถานะเทียบเท่ากับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดของห้างหุ้นส่วนจำกัด และโดยผลของกฎหมาย ผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการต้องรับผิดในหนี้ใด ๆ ที่ไม่สามารถชำระได้จากสินทรัพย์ของกองทุน LOIM ซึ่ง Lombard Odier Investment Managers Private Equity จะมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการของกองทุน LOIM ต่อไปนี้จะเรียกว่า “หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด” (General Partner) ซึ่งต้องกระทำการเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุน LOIM (2) ผู้ถือหุ้นสามัญ (Ordinary Shares) มีความรับผิดจำกัดเพียงจำนวนเงินที่ลงทุนในกองทุน LOIM ต่อไปนี้จะเรียกว่า “ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด” (Limited Shareholder) โดยกองทุนจะมีสถานะเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ของกองทุน LOIM (หุ้นที่มีอำนาจบริหารจัดการและหุ้นสามัญต่อไปนี้จะเรียกรวมกันว่า “หุ้น”)
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
กองทุนจะลงทุนโดยใช้สกุลเงินยูโร (EUR) เป็นสกุลเงินหลัก โดยกองทุน LOIM อาจลงทุนได้หลากหลายสกุลเงิน เช่น สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ สกุลเงินยูโร เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงสกุลเงินในภายหลัง โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะประกาศให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนใน ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารหนี้ หน่วย CIS หน่วย property หน่วย infra และหรือเงินฝากในสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ ทั้งที่มีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และหรือต่ำกว่าอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และหรือที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) โดยไม่จำกัดอัตราส่วน รวมทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้
กองทุนและกองทุนย่อยอาจจะมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (maximum limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังกล่าว ดังนี้ 1. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงเฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนย่อยจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 2. การกู้ยืมเงินหรือทำธุรกรรมขายโดยมีสัญญาซื้อคืนเพื่อการลงทุน โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 3. การลงทุนในหน่วย private equity โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนและกองทุนย่อยจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale)
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือเป็นกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศได้ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
ลักษณะสำคัญของกองทุน LOIM PE K Investments – K Credit Fund (กองทุนย่อย) :
ชื่อกองทุนหลักLOIM PE K Investmentsชื่อกองทุนย่อยLOIM PE K Investments – K Credit FundManagerLombard Odier Funds (Europe) S.A.Portfolio ManagerLombard Odier Asset Management (Switzerland) SAวัตถุประสงค์การลงทุนและนโยบายการลงทุน
กองทุนย่อยจะกระจายการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Assets โดยส่วนใหญ่จะลงทุนใน Private Debt (ซึ่งอาจมีการแปลงหนี้เป็นทุนได้ในภายหลัง) Private Debt ดังกล่าวอาจรวมถึงสินเชื่อหรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดซื้อขาย ซึ่งกองทุนย่อยจะ 1) ร่วมลงทุน (co-invest) กับผู้จัดการสินเชื่อเอกชน (private credit manager) หรือ 2) ซื้อสินเชื่อรายตัว (single credit position) หรือพอร์ตสินเชื่อ (portfolio of credit positions) ในตลาดรอง
กองทุนย่อยคาดว่าจะจัดสรรเงินลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจากผู้ลงทุน (Capital Contribution) ไปลงทุนใน Opportunistic Investments ซึ่งเป็นการลงทุนใน Private Assets ที่สามารถสร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ และทำให้มีการลงทุนใน Private Assets เร็วขึ้นในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) การลงทุนในรูปของ Opportunistic Investments อาจประกอบด้วยแต่ไม่จำกัดเพียงการลงทุนในกองทุน LO Global Private Assets (กองทุน LO GPA) ซึ่งเป็น Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ที่มีหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) เป็นบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ของกองทุนย่อย
Private Assets ที่กองทุนย่อยเข้าลงทุน รวมถึง Opportunistic Investments ซึ่งรวมเรียกว่า “กองทุนอ้างอิง” (Underlying Funds) มีเป้าหมายการลงทุนส่วนใหญ่ในประเทศที่พัฒนาแล้ว และอาจมีการลงทุนบางส่วนในประเทศตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย
การลงทุนในกองทุนอ้างอิงอาจเป็นการลงทุนโดยตรงหรือลงทุนผ่านนิติบุคคลเฉพาะกิจ (Special Purpose Vehicles) ที่จัดตั้งขึ้นโดยผู้จัดการ Private Assets (Private Assets Managers) ซึ่งผู้จัดการเหล่านี้ มักจะเป็นผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจากผู้จัดการพอร์ตการลงทุน (Portfolio Manager) และเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนนั้นๆ
กองทุนย่อยจะลงทุนในกองทุนอ้างอิงแต่ละกองไม่เกินร้อยละ 30 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย ทั้งนี้ ข้อจำกัดดังกล่าวจะไม่นำมาใช้กับ Opportunistic Investments
กองทุนย่อยอาจนำเงินลงทุนที่ได้รับชำระแล้วจากผู้ลงทุน (Capital Contribution) ซึ่งยังไม่ได้นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิงไปลงทุนในสินทรัพย์สภาพคล่องระยะสั้น (Liquid Products) เพื่อรอการลงทุนในกองทุนอ้างอิง และ/หรือเพื่อใช้ชำระเป็นค่าธรรมเนียมการจัดการ หนี้สินอื่นๆ ค่าธรรมเนียม และ/หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ หรืออาจนำไปจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ก็ได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนที่ไม่จำกัดความรับผิด (General Partner)
ทั้งนี้ กองทุนย่อยจะมีระยะเวลาเข้าลงทุน (Investment Period) ในกองทุนอ้างอิงภายใน 36 เดือน หรือ 3 ปีนับจากวันที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ออกหุ้นราคาเริ่มต้นให้แก่นักลงทุนที่ลงทุนในกองทุนย่อย (วัน Closing) โดยที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจขยายระยะเวลาดังกล่าวออกได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละ 6 เดือน ทั้งนี้ กองทุนย่อยสามารถลงทุนได้เฉพาะในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนเท่านั้น ยกเว้นเป็นการลงทุนแบบสืบเนื่องจากทรัพย์สินเดิม (follow-on investment) รายได้ที่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุนใน Private Assets อาจนำกลับไปลงทุนต่อได้ในช่วงระยะเวลาเข้าลงทุนตามดุลยพินิจของหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner)
การเพิ่มสถานะการลงทุนในสินทรัพย์ให้มีมูลค่าสูงกว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Leverage) กองทุนย่อยอาจทำการ leverage และ/หรือทำธุรกรรมการกู้ยืม ในกรณีที่กองทุนอ้างอิงมีการเรียกระดมทุนเป็นจำนวนเงินที่เกินกว่าจำนวนเงินลงทุนทั้งหมดที่กองทุนย่อยจะเรียกเก็บจากผู้ลงทุน (Over-Commitment) หรือเพื่อชำระเงินในกรณีที่ผู้ลงทุนของกองทุนผิดนัดชำระเงินลงทุนที่ตกลงกันไว้ โดยมีมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 150% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนย่อย โดยอัตราส่วนดังกล่าวจะแบ่งเป็นมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนที่ 100% และส่วนเกิน (leverage) จากการกู้ยืม (Borrowings) สูงสุดที่ 50% ภายใต้วิธีการคำนวณแบบ Commitment Method และ Gross Method ตามกฎหมายของสหภาพยุโรปเกี่ยวกับ Alternative Investment Fund Manager ลงวันที่ 12 กรกฎาคม 2556
ค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมของ LOIM PE K Investments
ค่าธรรมเนียมองค์กร (Organisational Fee) : ไม่เกินร้อยละ 0.50 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย
ค่าธรรมเนียมของกองทุนย่อย
- ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): คิดในอัตราร้อยละ 1.00 ต่อปีของ Invested Capital ของกองทุนย่อย โดยมีขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.30 ของ Capital Commitment โดยค่าธรรมเนียมดังกล่าวจะชำระให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ปีละ 2 ครั้งในเดือนมิถุนายน และธันวาคม
Invested Capital ของกองทุนย่อย หมายถึง จำนวนเงินทั้งหมดที่ลงทุนในกองทุนอ้างอิง (ไม่รวม Opportunistic Investments) หักด้วยการคืนทุน (ผลรวมของการจัดสรรผลตอบแทน หักด้วยกำไรส่วนเกินทุน) ที่ได้รับจากกองทุนอ้างอิง (ไม่รวม Opportunistic Investments) โดยส่วนของเงินทุนที่ยังไม่ได้นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง รวมถึงการลงทุนใน Opportunistic Investments และ Liquid Products จะไม่ถูกนำมารวมคำนวณค่าธรรมเนียมการจัดการ
- ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest): หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะได้รับส่วนแบ่งกำไรในอัตราร้อยละ 10 เมื่อกองทุน K-GPA22A-UI ได้รับผลตอบแทนที่คาดหวัง (Hurdle Rate) จากการลงทุนในกองทุนย่อยไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ตามเงื่อนไขที่ระบุในหัวข้อการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย
- ค่าใช้จ่ายในการจัดตั้ง (Set-up Expenses): ไม่เกินร้อยละ 1.00 ของ Capital Commitment ของกองทุนย่อย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดตั้งกองทุนย่อย
- ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ค่าธรรมเนียมการฝากทรัพย์สิน ค่าธรรมเนียมการตรวจสอบบัญชี ค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย ซึ่งอาจเกิดขึ้นระหว่างการดำเนินการของกองทุนย่อย: ตามค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
การจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย (Distribution and Repayment Policy) รายได้รวมสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนใน Opportunistic Investments และ Liquid Products จะถูกจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ทั้งหมด และจะไม่นำมาคำนวณส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรเงินที่ได้รับจากรายได้รวมสุทธิที่ได้รับจากการลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Funds) (ไม่รวม Opportunistic Investments) ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) และหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามสัดส่วน โดยเรียงลำดับดังนี้ 1) ชำระเงินคืนให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับจำนวนเงินรวมของ Capital Contributions ที่นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Funds) (ไม่รวม Opportunistic Investments) และชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รวมอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรายไตรมาสของกองทุนย่อย 2) เมื่อชำระเงินคืนครบตามข้อ 1) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) จนกว่าจำนวนเงินสะสมที่ผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดได้รับ (Cumulative Distributions) เท่ากับผลตอบแทนจากการลงทุน ("Hurdle Rate") ที่ร้อยละ 5 ของจำนวนเงินรวมของ Capital Contributions ที่นำไปลงทุนในกองทุนอ้างอิง (Underlying Funds) (ไม่รวม Opportunistic Investments) และชำระค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่รวมอยู่ในมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรายไตรมาสของกองทุนย่อย 3) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 2) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินดังกล่าวทั้งหมดให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) จนกว่าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดจะได้รับส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (Carried Interest) เท่ากับร้อยละ 10 ของผลรวมของจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) ตามข้อ 2) กับจำนวนเงินที่จัดสรรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) ตามข้อนี้ 4) เมื่อจัดสรรเงินครบตามข้อ 3) แล้ว หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกิน จะจัดสรรเงินส่วนที่เหลือในอัตราร้อยละ 10 ให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) และในอัตราร้อยละ 90 ให้กับผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิด (Limited Shareholder) (จำนวนเงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner)ได้รับตามข้อ 3) และ 4) จะเรียกรวมกันว่า "ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน” (Carried Interest) ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจไม่จัดสรรเงินได้ไปยังผู้ถือหุ้นจำกัดความรับผิดโดยทันทีและมีดุลยพินิจในการเลื่อนการจัดสรรเงินดังกล่าวตามความเหมาะสม ทั้งนี้ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) อาจพิจารณาให้การจัดสรรผลตอบแทนข้างต้นทำในรูปของ (1) การซื้อหุ้นคืนที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิปัจจุบัน หรือ (2) จัดสรรเงินให้ผู้ถือหุ้น (distribution) ซึ่งจะทำให้มูลค่าของหุ้นลดลงตามจำนวนเงินที่ได้รับการจัดสรร
ตัวอย่างขั้นตอนการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนของกองทุนย่อย ตัวเลขและข้อมูลดังต่อไปนี้ เป็นเพียงตัวอย่างการคำนวณเพื่อประกอบการอธิบายการจัดสรรผลตอบแทนและการชำระเงินคืนกรณีที่กองทุนย่อย ไม่มีการตั้งเงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อยและไม่มีการลงทุนใน Opportunistic Investments ดังนั้นจึงมิได้เป็นการรับประกันว่า ตัวเลขในตารางเป็นผลการดำเนินงานที่กองทุนย่อย สามารถทำได้ และไม่ใช่ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับจริง - กองทุน K-GPA22A-UI ลงทุนในกองทุนย่อย เป็นจำนวนเงิน 65 ล้านบาท - กองทุนย่อย ทยอยจ่ายคืนเงินต้นและผลตอบแทนตลอดอายุกองทุน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 98 ล้านบาท โดยมีรายละเอียด ดังนี้
หมายเหตุ
เงินสำรองเพื่อการบริหารจัดการกองทุนย่อย คือ เงินที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (General Partner) พิจารณากันไว้สำหรับใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ เช่น เพื่อการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อชำระค่าใช้จ่ายหรือภาระผูกพันต่างๆ ของกองทุนย่อยหรืออาจใช้เพื่อวัตถุประสงค์โดยชอบอื่นใด ซึ่งการตั้งเงินสำรองดังกล่าวจะมีผลกระทบกับกระแสเงินสดที่ผู้ลงทุนจะทยอยได้รับระหว่างอายุกองทุน อาจทำให้ผู้ลงทุนได้รับผลตอบแทนต่ำกว่ากรณีที่ไม่มีการตั้งเงินสำรองได้ ทั้งนี้ ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในระดับของกองทุน LOIM (เช่น Management Fee และ Organisational Fee) รวมถึงการจัดสรรส่วนแบ่งกำไรให้กับหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดข้างต้น ย่อมลดผลตอบแทนที่กองทุน K-GPA22A-UI (และผู้ลงทุนในกองทุน K-GPA22A-UI) จะได้รับจากการลงทุนในกองทุน LOIM
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 21 พ.ย. 2565 · นโยบายปันผลงวด 21 พ.ย. 2565
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 1,000,000 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 21 พ.ย. 2565 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- 21 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2565
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ดูหมายเหตุ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+5 คือ5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -0.83% | ไม่มีข้อมูล | 20 ก.ค. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +0.33% | ไม่มีข้อมูล | 30 มิ.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +5.37% | ไม่มีข้อมูล | 31 มี.ค. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +4.07% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 1Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 2.0000 | 3.0000 | 21 พ.ย. 2565 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.0700 | 3.2100 | 21 พ.ย. 2565 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 3.0000 | 21 พ.ย. 2565 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 1.1300 | 4.8700 | 21 พ.ย. 2565 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • อัตราค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนจะพิจารณาจากยอดเงินลงทุนของแต่ละรายการดังนี้ - เงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 50 ล้านบาท เรียกเก็บ 2.00% - เงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท เรียกเก็บ 1.75% - เงินลงทุนตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เรียกเก็บ 1.50% • บริษัทจัดการจะคิดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้าในอัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางหรือค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางแล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ • อัตราค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนจะพิจารณาจากยอดเงินลงทุนของแต่ละรายการดังนี้ - เงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 50 ล้านบาท เรียกเก็บ 2.00% - เงินลงทุนตั้งแต่ 50 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 100 ล้านบาท เรียกเก็บ 1.75% - เงินลงทุนตั้งแต่ 100 ล้านบาทขึ้นไป เรียกเก็บ 1.50% • บริษัทจัดการจะคิดค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนเข้าในอัตราเท่ากับค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนของกองทุนต้นทางหรือค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุนของกองทุนปลายทางแล้วแต่อัตราใดจะสูงกว่า
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว • บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริง เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings