ตราสารหนี้เลิกกองทุนไม่มีข้อมูล

KEC2-UI

กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ เครดิต 2 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

K Enhanced Credit 2 Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
KEC2-UI9.997010.049010.101010.152910.2049KEC2-UI: 2019-09-30 ถึง 2020-04-222019-09-302020-04-22
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

30 ก.ย. 2562 – 22 เม.ย. 2563 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +1.60%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 22 เม.ย. 2563 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 12:47:40.794000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารหนี้
ความเสี่ยง
ไม่มีข้อมูล
นโยบายปันผล
ไม่มีข้อมูล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มีข้อมูล

นโยบายการลงทุน

กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอันเป็นหรือเกี่ยวข้องกับตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ โดยกองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) และที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) อย่างไรก็ดี กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non – Investment grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

นอกจากนี้ กองทุนในฐานะเป็นผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตจะเข้าทำธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) กับคู่สัญญาที่มีฐานะเป็นผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือผู้ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Buyer) ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของสินทรัพย์ (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์ (Reference entity) ที่ CDS อ้างอิง โดยกองทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการดำรงฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต

รวมทั้ง กองทุนอาจลงทุนในธุรกรรมประเภทการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน(Reverse repo) ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และหรืออาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

อย่างไรก็ตาม กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (short sell) และธุรกรรมการกู้ยืมเงิน หรือการทำ repo เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุน

โดยปกติกองทุนลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน อย่างไรก็ตาม ในกรณีเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Event) ที่ส่งผลให้กองทุนต้องชำระเงินให้แก่คู่สัญญาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) กองทุนสงวนสิทธิที่จะไม่ดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศตามข้างต้น

อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุนในกรณีที่กองทุนไม่สามารถลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม และ/หรือในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนไม่เหมาะสม เช่น เกิดปัญหาด้านเครดิตของผู้ออกตราสารและไม่สามารถหาตราสารใหม่ทดแทนได้ ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ และ/หรือในกรณีที่กองทุนไม่สามารถเข้าเป็นคู่สัญญาในฐานะเป็นผู้ขาย (Seller) ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) ได้

รายละเอียดการลงทุนของกองทุน

กองทุนจะแบ่งการลงทุนออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1 กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้และหรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นใดตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดให้กองทุนตราสารหนี้ลงทุนได้ ในอัตราส่วนประมาณร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ส่วนที่ 2 กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) (ผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต) กับคู่สัญญาที่มีฐานะเป็นผู้ซื้อ (Buyer) สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต) ซึ่งจะส่งผลให้กองทุนมีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของสินทรัพย์ (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์ (Reference entity) ที่ CDS อ้างอิง โดยกองทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการดำรงฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต ทั้งนี้ มูลค่าตามสัญญาดังกล่าวจะคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 35 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

คู่สัญญาในฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือผู้ขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Seller)

กองทุนเปิดเค เอ็นแฮนซท์ เครดิต 2 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

คู่สัญญาในฐานะผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตหรือผู้ซื้อสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Buyer)

บมจ.ธนาคารกสิกรไทย

สินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation)

การชำระเงินประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHzงวดที่ 4ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (“กสทช.”) ออกให้แก่ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง

ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity)

บริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ BBB+ โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด

วันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS (Scheduled Termination Date)

ประมาณ 9 เดือน โดยวันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS จะเกิดขึ้นภายหลังจากวันครบกำหนดชำระหนี้ (Scheduled Repayment Date) บวกด้วยระยะผ่อนผันการชำระหนี้ (Grace period) ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง โดยวันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS อาจสิ้นสุดลงก่อนกำหนดได้ในกรณีตามหัวข้อ ข.(1) การที่ธุรกรรมสิ้นสุดก่อนระยะเวลาที่กำหนด ภายใต้หัวข้อความเสี่ยงของกองทุนในฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงซึ่งในกรณีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลตอบแทนโดยรวมที่กองทุนจะได้รับจากธุรกรรม และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเลิกกองทุน ซึ่งส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) มีดังนี้

1) การล้มละลาย (Bankruptcy) – เหตุการณ์ที่บ่งถึงหรือยืนยันว่าผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงนั้นมีภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวหรือล้มละลาย

2) การไม่ชำระหนี้ (Failure to Pay) – การที่ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงไม่สามารถชำระเงินตามสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) ได้ภายหลังวันครบกำหนดชำระหนี้ (Scheduled Repayment Date) และระยะผ่อนผันการชำระหนี้ (Grace period)

3) การปรับโครงสร้าง (Restructuring) – มีการปรับโครงสร้างในส่วนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

3.1 การปรับลดยอดเงินต้นหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ที่พึงชำระ หรือการเลื่อน หรือการทอดเวลาในการชำระออกไป อย่างไรก็ตาม จะไม่รวมถึงกรณีที่องค์กรภาครัฐประกาศผ่อนเวลาชำระหนี้เป็นการทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงปฏิเสธหรือผิดนัดชำระหนี้ เช่น องค์กรภาครัฐประกาศเลื่อนกำหนดการชำระหนี้ หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระหนี้ เป็นต้น

3.2 ข้อเรียกร้องชั้นรอง (Subordination)

4) เมื่อผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงไม่ชำระหนี้ภายในวันครบกำหนดชำระหนี้หรือมีการปรับโครงสร้างสินทรัพย์อ้างอิง และเกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

4.1 การปฏิเสธชำระหนี้ (Repudiation) - ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงปฏิเสธ ยกเว้น ไม่ยอมรับ หรือบอกปัดสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือยกข้อต่อสู้เกี่ยวกับความสมบูรณ์ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation)

4.2 การผ่อนเวลาชำระหนี้ (Moratorium) - การที่ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง หรือองค์กรภาครัฐ (Governmental authority) ที่เกี่ยวข้องใดๆ ประกาศหรือกำหนดให้มีการผ่อนเวลาชำระหนี้ พักการชำระหนี้ (Standstill) ต่อรอง (Roll over) หรือทอดเวลาการชำระหนี้ (Deferral) ในส่วนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) อย่างไรก็ตาม จะไม่รวมถึงกรณีที่องค์กรภาครัฐประกาศผ่อนเวลาชำระหนี้เป็นการทั่วไป ซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงปฏิเสธหรือผิดนัดชำระหนี้ เช่น องค์กรภาครัฐประกาศเลื่อนกำหนดการชำระหนี้ หรือเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระหนี้ เป็นต้น

เงื่อนไขการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทนของกองทุน

กรณีที่ 1 ไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Event) ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity)

กองทุนจะชำระคืนเงินต้น ผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ และผลตอบแทนจากการเข้าทำธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) ให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

กรณีที่ 2 เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Event) ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity)

1) เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity) กองทุนจะต้องนำเงินลงทุนในส่วนของตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่ลงทุนอยู่มาชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตตามขนาดของธุรกรรมที่กองทุนเข้าเป็นคู่สัญญา (Notional Amount) ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้เงินต้นและผลตอบแทนจากตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากดังกล่าวที่กองทุนนำเงินลงทุนมาชำระให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต

2) ภายหลังจากที่กองทุนชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตครบตามสัญญา มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนจะลดลงเท่ากับขนาดของธุรกรรมที่กองทุนเข้าเป็นคู่สัญญา (Notional Amount) อย่างไรก็ตาม เพื่อให้กองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนได้รับความสูญเสียน้อยที่สุด บริษัทจัดการจะกำหนดหน้าที่ให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตในการใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการเรียกให้ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงชำระคืนเงินที่คงค้างและถึงกำหนดชำระสำหรับสินทรัพย์อ้างอิง (“เงินที่เรียกให้ชำระคืน (Recovery)”) และจะจัดให้มีการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้เงินที่เรียกชำระคืนตามสัดส่วนของจำนวนเงินที่กองทุนได้ชำระให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตต่อมูลค่าทั้งหมดของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นส่งผ่านมายังกองทุน หรือผู้สืบสิทธิของกองทุน (Successor) หรือตัวแทนที่บริษัทจัดการกำหนด โดยผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการเรียกชำระคืนทั้งหมด ซึ่งในที่สุดแล้วกองทุนจะดำเนินการเฉลี่ยเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนถือครอง

3) สำหรับในส่วนของตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศที่เหลืออยู่ กองทุนจะถือจนครบกำหนดอายุของทรัพย์สินและชำระให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนถือครอง

ประมาณการอัตราการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติในกรณีไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Event)

เมื่อสิ้นสุดอายุโครงการ บริษัทจัดการจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติโดยมีอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยประมาณร้อยละ 2.40 ต่อปีของเงินลงทุนเริ่มแรก ซึ่งคำนวณจากการลงทุนสำหรับระยะเวลาประมาณ 9 เดือน โดยพอร์ตการลงทุนของกองทุนจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน มีรายละเอียดของตราสารที่จะลงทุน ดังนี้

ตราสารที่ลงทุน/การเข้าทำธุรกรรมของกองทุน

อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร***

ประมาณการผลตอบแทน

ของตราสาร

ในรูปเงินบาท****

(ต่อปี)

ประมาณการสัดส่วน

การลงทุน/การเข้าทำธุรกรรม

โดยประมาณ

ประมาณการผลตอบแทนที่กองทุนจะได้รับในรูปเงินบาท

(ต่อปี)

ส่วนที่ 1 *

การลงทุนใน

ตราสารแห่งหนี้

และ/หรือเงินฝาก

บัตรเงินฝาก Qatar National Bank, ประเทศกาตาร์

Aa3/Moody's

2.35%

35.00%

0.82%

เงินฝาก Commercial Bank of Qatar, ประเทศกาตาร์

A3/Moody's

2.50%

35.00%

0.88%

เงินฝาก Bank of China, ประเทศจีน

A1/Moody's

2.06%

30.00%

0.62%

ส่วนที่ 2 **

การเข้าทำธุรกรรม

ธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) ที่อ้างอิงกับเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือบริษัท ทรู มูฟ เอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity))

BBB+/TRIS

35.00%

0.56%

ประมาณการค่าใช้จ่ายกองทุน (ถ้ามี)*****

(0.48%)

ประมาณการผลตอบแทนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนจะได้รับเมื่อรับซื้อคืนหน่วยลงทุนโดยอัตโนมัติ (ต่อปี)

2.40%

* สำหรับการลงทุนในตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากทั้งในและต่างประเทศในส่วนที่ 1 บริษัทจัดการจะใช้ดุลยพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ก็ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทอาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝากอื่นแทน และ/หรือเพิ่มเติมจากตราสารที่ระบุไว้ข้างต้น ซึ่งตราสารดังกล่าวจะอยู่ภายใต้กรอบการลงทุนของ บลจ. กสิกรไทย จำกัด โดยประมาณการอัตราผลตอบแทนของตราสารที่ลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้

** ประมาณการผลตอบแทนและสัดส่วนการเข้าทำธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) ในส่วนที่ 2 อาจเปลี่ยนแปลงได้ หรือในกรณีที่ธุรกรรม CDS สิ้นสุดก่อนระยะเวลาที่กำหนด จะส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้

ทั้งนี้ สัดส่วนการเข้าทำธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) จะคำนวณโดยใช้มูลค่าตามสัญญา (Notional Amount) โดยอัตราผลตอบแทนจากการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวอยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า จะต้องไม่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Event) ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity) ตามที่ได้ระบุไว้ในโครงการ โดยในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของสินทรัพย์อ้างอิง (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Reference entity) กองทุนจะต้องนำเงินลงทุนในส่วนที่ 1 ที่ลงทุนอยู่มาชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตตามขนาดของธุรกรรมที่กองทุนเข้าเป็นคู่สัญญา (Notional Amount) ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้เงินต้นและผลตอบแทนจากตราสารแห่งหนี้และ/หรือเงินฝากดังกล่าวที่กองทุนนำเงินลงทุนมาชำระให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต

*** สถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่แสดงข้างต้น เป็นเพียงหนึ่งในสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่บริษัทจัดการจะใช้ประกอบการพิจารณาลงทุน

**** ข้อมูลจากอัตราผลตอบแทนที่เสนอโดยผู้ออกตราสาร หรือจากผู้ขาย ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2562

***** ค่าใช้จ่ายของกองทุน (รวมค่าธรรมเนียมการจัดการแล้ว) สามารถเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยในกรณีที่กองทุนได้รับผลตอบแทนสูงกว่าที่ได้เปิดเผยไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ ไม่เกินเพดานค่าธรรมเนียมการจัดการที่ระบุไว้ในโครงการ

ความเสี่ยงของกองทุนในฐานะผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตจากการเข้าทำธุรกรรมในฐานะผู้ขาย (Seller) สัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทสัญญาเครดิตอนุพันธ์ (Credit derivatives) ที่เป็น Credit Default Swap (CDS) โดยรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงปัจจัยความเสี่ยงดังต่อไปนี้

ก. ความเสี่ยงเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event)

เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ (Credit Event) ภายในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่เกินวันที่กำหนดให้เป็นวันสิ้นสุดของธุรกรรม (รวมเรียกว่า “ระยะเวลาที่มีความเสี่ยง”) กองทุนอาจมีหน้าที่ต้องชำระจำนวนเงินที่ชำระเป็นเงินสดให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบด้านลบต่อมูลค่าของกองทุนเมื่อกองทุนต้องชำระจำนวนเงินที่ชำระเป็นเงินสดเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ตามที่จะได้กล่าวต่อไปนี้

เมื่อกองทุนต้องชำระจำนวนเงินที่ชำระเป็นเงินสด มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการชำระเงินดังกล่าว ซึ่งจะเท่ากับขนาดของธุรกรรมที่กองทุนเข้าเป็นคู่สัญญา (Notional Amount) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะดำเนินมาตรการเพื่อให้กองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนได้รับความสูญเสียน้อยที่สุดด้วยการกำหนดหน้าที่ให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตในการใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการเรียกให้ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงชำระคืนเงินที่คงค้างและถึงกำหนดชำระสำหรับสินทรัพย์อ้างอิง (“เงินที่เรียกให้ชำระคืน (Recovery)”)) ภายหลังจากที่กองทุนชำระเงินให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตเป็นที่เรียบร้อย บริษัทจัดการจะจัดให้มีการดำเนินการทางกฎหมายเพื่อให้เงินที่เรียกชำระคืนตามสัดส่วนของจำนวนเงินที่กองทุนได้ชำระให้แก่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตต่อมูลค่าทั้งหมด (Notional Amount) ของสินทรัพย์อ้างอิงนั้นส่งผ่านมายังกองทุน หรือผู้สืบสิทธิของกองทุน (Successor) หรือตัวแทนที่บริษัทจัดการกำหนด ซึ่งในที่สุดแล้วจะดำเนินการเฉลี่ยเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยตามสัดส่วนของจำนวนหน่วยลงทุนที่ผู้ถือหน่วยลงทุนนั้นถืออยู่ อนึ่ง หน้าที่เช่นว่านี้ให้คงอยู่ต่อไปแม้ภายหลังการบอกเลิกธุรกรรม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความไม่แน่นอนว่า ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตจะสามารถเรียกเงินที่เรียกให้ชำระคืนได้หรือไม่และเป็นจำนวนเงินเท่าใด ซึ่งในกรณีดังกล่าวขึ้นอยู่กับ

(ก) ความสามารถของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับสินทรัพย์อ้างอิงเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการชำระหนี้ และ

(ข) ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตจะสามารถปฏิบัติหน้าที่โดยใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดได้อย่างไรและเพียงใดในการเรียกให้ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงชำระคืนเงินที่คงค้าง

ดังนั้น บริษัทจัดการจึงกำหนดให้มีข้อตกลงที่กำหนดให้ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตรับรองที่จะคง unhedged economic exposure ไว้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิง (ตราบเท่าที่ยังคงมีสินทรัพย์อ้างอิงนั้นอยู่) เพื่อให้ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตยังคงมีส่วนได้เสีย (skin in the game) เมื่อกระทำการในฐานะที่เป็นผู้แทนในการเรียกให้ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงชำระคืนเงินที่คงค้าง

ข. เหตุการณ์เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ไม่เหมาะสม

(1) การที่ธุรกรรมสิ้นสุดก่อนระยะเวลาที่กำหนด

เมื่อคู่สัญญาไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับผู้สืบสิทธิของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (ได้แก่ ผู้สืบสิทธิของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงเดิมตามที่คู่สัญญาจะได้ตกลงร่วมกันในกรณีที่ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงเดิมสิ้นสภาพลงและสินทรัพย์อ้างอิงนั้นโอนไปยังบุคคลอื่นโดยเหตุแห่งการดำเนินการตามกฎหมายบริษัท (เช่น การควบรวมกิจการ) ในระหว่างระยะเวลาที่มีความเสี่ยง ทั้งนี้ ตามที่ได้กล่าวในรายละเอียดต่อไปในข้อ ค.(1) ด้านล่างนี้)) รวมทั้งการที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติม หรือสินทรัพย์อ้างอิงทดแทนสินทรัพย์อ้างอิงเดิม (ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวต่อไปในข้อ ค. ด้านล่างนี้นั้น) อาจทำให้ธุรกรรมสิ้นสุดลงก่อนกำหนด ในกรณีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลตอบแทนโดยรวมที่กองทุนจะได้รับจากธุรกรรม และบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเลิกกองทุน ซึ่งส่งผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนจะไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ได้

(2) ความเสี่ยงภายหลังจากวันที่กำหนดให้เป็นวันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS

ในบางกรณี วันไถ่ถอนอาจเกิดขึ้นภายหลังจากวันที่กำหนดให้เป็นวันสิ้นสุดอายุของสัญญา CDS ทั้งนี้ ตามที่บริษัทจัดการจะพิจารณาเห็นว่าจำเป็น กรณีเช่นว่านี้ได้แก่ ระยะเวลาบางช่วงที่ 2014 ISDA Credit Derivatives Definitions ซึ่ง International Swaps and Derivatives Association, Inc. ประกาศใช้นั้นกำหนดไว้ โดยเกิดขึ้นภายหลังจากวันที่กำหนดให้เป็นวันสิ้นสุด เช่น ระยะเวลาสำหรับการนำส่งคำบอกกล่าว การประเมินค่าสินทรัพย์อ้างอิง และ/หรือการชำระจำนวนเงินที่ชำระเป็นเงินสดเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit Event) ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้มีความเป็นไปได้และมีความจำเป็นที่กองทุนอาจกำหนดวันไถ่ถอนภายหลังจากวันที่กำหนดให้เป็นวันสิ้นสุดได้

ค. การเปลี่ยนแปลงลักษณะความเสี่ยงด้านเครดิตของกองทุน

(1) การล้มละลายซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Bankruptcy Credit Event)

เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Credit Event) ทั้ง 4 ประเภทตามธุรกรรมนั้นเป็นเหตุการณ์สำหรับสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น เว้นแต่กรณีที่เป็นการล้มละลาย ซึ่งอาจจะเกี่ยวข้องกับหน้าที่ส่วนอื่นของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Credit Event) ดังกล่าวนี้มิได้จำกัดเฉพาะสำหรับสินทรัพย์อ้างอิงของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงเหตุการณ์ต่างๆ ดังต่อไปนี้ ได้แก่ การที่ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงเลิกกิจการ (ซึ่งมิได้เกิดจากการดำเนินการตามกฎหมายบริษัท) การที่ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงไม่สามารถชำระหนี้ได้ ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงเจรจาต่อรองเกี่ยวกับการชำระหนี้กับ หรือเพื่อประโยชน์ของเจ้าหนี้เป็นการทั่วไป หรือการมีมติเลิกบริษัท การริเริ่มกระบวนการ หรือกรณีที่มีกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับกฎหมายล้มละลาย การแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ในการดำเนินการตามกระบวนพิจารณาคดีล้มละลาย และการบังคับคดีเอากับสินทรัพย์ทั้งหมดหรือส่วนที่สำคัญของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง หรือเหตุการณ์อื่นใดที่สามารถเทียบเคียงกันได้

(2) การเปลี่ยนแปลงผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง

บริษัทจัดการเข้าทำธุรกรรมในนามกองทุน โดยความเสี่ยงด้านเครดิตบางประการที่เกี่ยวกับสินทรัพย์อ้างอิงนั้นโอนจากผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตไปยังกองทุนในฐานะที่เป็นผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิต ข้อตกลงต่างๆ ในการทำธุรกรรมนั้นคู่สัญญาได้เจรจาต่อรองและจัดทำร่างสัญญาขึ้นเพื่อให้ความเสี่ยงด้านเครดิตนั้นจำกัดอยู่เฉพาะสินทรัพย์อ้างอิง ทั้งนี้ มีข้อยกเว้นเพียงประการหนึ่ง หากผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงสิ้นสภาพไป และสินทรัพย์อ้างอิงทั้งหมด (ตลอดจนสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติมด้วย ถ้ามี) โอนไปยังบุคคลอื่นโดยเหตุแห่งการดำเนินการตามกฎหมายบริษัท (เช่น การควบรวมกิจการ) ในระหว่างระยะเวลาที่มีความเสี่ยง (“เหตุการณ์ที่มีการสืบสิทธิ”) คู่สัญญาอาจตกลงกันเพื่อกำหนดบุคคลอื่นใดให้เป็นผู้สืบสิทธิของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงเดิม (“ผู้สืบสิทธิ”) สำหรับทั้งธุรกรรมได้ ในกรณีเช่นว่านี้ กองทุนจะกลับเป็นผู้มีความเสี่ยงเครดิตต่อผู้สืบสิทธิเนื่องจากผู้สืบสิทธิดังกล่าวเป็นผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงคนใหม่ที่มาทดแทนผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงเดิม

(3) การเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์อ้างอิง

การเข้าทำธุรกรรมนั้น กองทุนมีความเสี่ยงด้านเครดิตสำหรับเฉพาะสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ที่มีความเสี่ยงเกินกว่าที่กำหนดไว้สำหรับสินทรัพย์อ้างอิง แต่อย่างไรก็ตาม จะเป็นความเสี่ยงของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง

(ก) เหตุการณ์ที่ทำให้สินทรัพย์อ้างอิงลดลง

อาจมีกรณีที่ปริมาณสินทรัพย์อ้างอิงลดลงก่อนวันที่กำหนดให้มีการชำระเงิน โดยลดลงต่ำกว่า Notional Amount ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกิดจากเหตุการณ์ที่อยู่ในความควบคุมหรือนอกความควบคุมของผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต เช่น การที่ผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงชำระเงินตามสินทรัพย์อ้างอิงก่อนล่วงหน้า หรือการที่ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตโอนสิทธิตามสินทรัพย์อ้างอิงให้แก่บุคคลอื่น เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นว่านี้ ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต (โดยมีการตกลงจากกองทุนผ่านบริษัทจัดการ) จะกำหนดให้หน้าที่ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงประการหนึ่งหรือมากกว่านั้นเป็นสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติม (“สินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติม”) ซึ่งภายหลังแต่นั้น จำนวนรวมของ Notional Amount ของสินทรัพย์อ้างอิงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และอย่างน้อยสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติมจะเท่ากับจำนวน Notional Amount เช่นนี้ จะทำให้กองทุนต้องรับความเสี่ยงด้านเครดิตสำหรับหน้าที่อื่น (ซึ่งมิใช่สินทรัพย์อ้างอิงที่มีอยู่แต่เดิม) ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงตามที่ได้กำหนดให้เป็นสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มเติม

(ข) เหตุการณ์ทดแทน

อาจมีความเป็นไปได้ที่บางช่วงเวลาในระหว่างระยะเวลาที่มีความเสี่ยงนั้น สินทรัพย์อ้างอิงจะมิได้เป็นหน้าที่ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิงอีกต่อไป (โดยสาเหตุอื่นนอกจากเหตุการณ์ที่มีการสืบสิทธิ หรือ เหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง (Credit Event)) (“เหตุการณ์ทดแทน”) ในกรณีเช่นว่านี้ ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตและกองทุนโดยผ่านบริษัทจัดการอาจตกลงเกี่ยวกับการทดแทนสินทรัพย์อ้างอิง (“สินทรัพย์อ้างอิงทดแทน”) ซึ่งจะต้องเป็นหน้าที่โดยชอบของผู้ออกสินทรัพย์อ้างอิง

ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest)

เนื่องจากการทำธุรกรรมดังกล่าวข้างต้นเป็นการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทจัดการ (บริษัทย่อย) ในฐานะผู้จัดตั้งและจัดการกองทุนซึ่งเป็นผู้รับโอนความเสี่ยงด้านเครดิตกับบมจ.ธนาคารกสิกรไทย (บริษัทแม่) ซึ่งมีฐานะเป็นผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต ดังนั้น ธุรกรรมนี้จึงเป็นธุรกรรมที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

(ก) บริษัทจัดการมีความเกี่ยวข้องกับผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตในฐานะที่เป็นบริษัทย่อยของผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต

(ข) ข้อตกลงต่างๆ ในการทำธุรกรรมนั้น คู่สัญญาได้เจรจาต่อรองและได้ข้อยุติโดยใช้ข้อตกลงทางการค้าในลักษณะเดียวกับที่วิญญูชนจะพึงกระทำกับคู่สัญญาทั่วไปในสถานการณ์เดียวกัน ด้วยอำนาจต่อรองทางการค้าที่ปราศจากอิทธิพลในการที่เป็นบุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง (arm’s length basis)

(ค) ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตทำหน้าที่เป็นผู้แทนในการคำนวณมูลค่ายุติธรรมของธุรกรรม (Calculation Agent)

(ง) การทำธุรกรรม กองทุนจะได้รับค่าตอบแทนบางประการในรูปแบบของค่าธรรมเนียม (เช่น จำนวนเงินที่กำหนดไว้แน่นอน) จากผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิต และ

(จ) เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่มีผลต่อการชำระหนี้ (Credit event) ของสินทรัพย์ (Reference obligation) หรือผู้ออกสินทรัพย์ (Reference entity) ผู้โอนความเสี่ยงด้านเครดิตมีสิทธิได้รับจำนวนเงินที่ชำระเป็นเงินสดไม่เกิน Notional Amount จากกองทุน

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด ไม่มีข้อมูล · นโยบายปันผลงวด 17 ก.ค. 2562

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
ไม่มีข้อมูล
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 17 ก.ค. 2562 · ดึงข้อมูล 12 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ไม่มีข้อมูล
วันรับคำสั่งขายคืน
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลารับเงินขายคืน
ไม่มีข้อมูล
คำสั่งซื้อ: ไม่มีข้อมูล · คำสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mเพิ่มขึ้น +0.36%ไม่มีข้อมูล28 ก.พ. 256322 เม.ย. 2563
3Mเพิ่มขึ้น +0.70%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 256222 เม.ย. 2563
6Mเพิ่มขึ้น +1.60%ไม่มีข้อมูล30 ก.ย. 256222 เม.ย. 2563
YTDเพิ่มขึ้น +0.70%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 256222 เม.ย. 2563
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีข้อมูล

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings