KTEQPLUSX-D
กองทุนเปิดกรุงไทย อิควิตี้ พลัส ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ
Krungthai Equity Plus Thailand ESG Extra Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย1 ต.ค. 2568 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +25.65%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 03:25:59.306000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ตราสารทุน
- ความเสี่ยง
- สูง · ระดับ 6
- นโยบายปันผล
- มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
SET ESG Total Return Index · งวด 31 ส.ค. 2569
นโยบายการลงทุน
กองทุนมีนโยบายลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สิน อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างที่ออกโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐไทยหรือกิจการที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยดังนี้ และมี net exposure ในทรัพย์สินที่ลงทุนดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน 1. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยผ่านการคัดเลือกและได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งเป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล โดย ESG Risk Rating เป็นการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่กิจการยังไม่ได้บริหารจัดการ (Unmanaged ESG Risk) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ โดย Morningstar Sustainalytics แสดงผลเป็นคะแนนและจัดกิจการออกเป็น 5 ระดับความเสี่ยง ซึ่งหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ต้องอยู่ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน ซึ่งไม่รวมหมวด Severe)
อย่างไรก็ตาม กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ไม่เกินหมวด High Risk ซึ่งมิได้บ่งชี้ว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวมีคุณลักษณะด้านความยั่งยืนด้อยกว่าหลักทรัพย์อื่น เนื่องจากกิจการในบางอุตสาหกรรมอาจมีระดับความเสี่ยง ESG โดยธรรมชาติของธุรกิจสูงกว่ากลุ่มอุตสาหกรรมอื่น แม้ว่ากิจการนั้นจะมีระบบการบริหารจัดการด้าน ESG ที่เหมาะสมเมื่อเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันก็ตาม ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่ได้รับการจัดให้อยู่ในหมวด Severe Risk เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงด้าน ESG คงเหลืออยู่ในระดับที่อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจ ฐานะทางการเงิน หรือมูลค่ากิจการในระยะยาวได้อย่างมีนัยสำคัญ การกำหนดขอบเขตการลงทุนดังกล่าวจึงเป็นส่วนหนึ่งของการผนวกปัจจัย ESG เข้ากับกระบวนการลงทุน เพื่อยกระดับคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุน สนับสนุนการบริหารความเสี่ยงในระยะยาว และให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน และ/หรือ
2. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานยอมรับ และ/หรือ
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
3. หุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีลักษณะดังนี้ 3.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 3.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้า การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สำนักงานอาจประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อมูลในแต่ละหัวข้อด้วยก็ได้ 3.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) 3.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. (2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. 3.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่ระบุตามข้างต้น ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก และกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน ดังนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เสนอขายต่อประชาชนหรือต่อบุคคลในวงจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ก) โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (ข) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเพื่อพัฒนาสังคมของประเทศไทย (ค) โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล บริษัทในเครือ หรือโครงการใด ๆ ในประเทศไทย
ข้อมูลเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน มีรายละเอียดดังนี้ • ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆ
• การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น - ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว - สภาวะตลาดและเศรษฐกิจมหภาค - การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ความน่าเชื่อถือของโครงการและผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน - นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน
• ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น
ข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่บริษัทจัดการมีการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน บริษัทจัดการจะแต่งตั้งผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าว โดยผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของโทเคนดิจิทัลจะเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ ในสัดส่วนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน อย่างไรก็ตาม การลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (Circle investment) ได้ และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนรวมอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด
ทั้งนี้ กองทุนอาจพิจารณานำเงินไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และในกรณีที่มีการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มีตัวแปรเป็นอัตราแลกเปลี่ยนเงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามความเหมาะสมกับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ เช่น กรณีที่ค่าเงินดอลาร์สหรัฐมีแนวโน้มอ่อนค่าลง บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยน (FX Derivatives) ในสัดส่วนที่น้อย หรืออาจพิจารณาไม่ป้องกันในกรณีที่ค่าเงินดอลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่า ซึ่งการใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอาจมีต้นทุน สำหรับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยง โดยทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุน อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน เครดิต เช่น credit rating หรือ credit event เป็นต้น ทองคำ น้ำมันดิบ และ/หรือ สินทรัพย์อ้างอิงอื่นตามที่สำนักงานกำหนดเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามที่กำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึง พิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน
กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) และ หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม (ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ
กรณีเกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติและ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่เชื่อได้ว่าจะมีผลกระทบต่อกองทุนและ/หรือมูลค่าหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุน เช่น ตลาดมีความผิดปกติ มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจหรือการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ มีการขายคืนหน่วยลงทุนจำนวนมาก เป็นต้น และ/หรือเกิดเหตุการณ์ที่บริษัทจัดการประเมินว่าปัจจัยต่างๆ มีโอกาสที่จะไม่เป็นไปตามที่บริษัทจัดการคาดการณ์ไว้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับกลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างไปจากที่กำหนดไว้ เพื่อความเหมาะสมในทางปฏิบัติในภาวะนั้นๆ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของกองทุนโดยรวมและถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ลงทุนของบริษัทได้ หรือหากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในกรณีที่กองทุนรวมเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ เกิดเหตุการณ์เลิกกองทุนตามเหตุการณ์ข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (การโอนย้ายการลงทุน) ระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ที่มีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมเดิม หรือที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการก่อน ทั้งนี้ หากไม่มีกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจในการโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการอื่น โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการโอนย้ายกองทุนโดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหัวข้อ “การดำเนินการของบริษัทจัดการ เมื่อเลิกกองทุนรวม” (ส่วนข้อผูกพัน)
รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความยั่งยืน
1.นโยบายการลงทุน
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนใน : 1. หุ้นของบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านการวิเคราะห์การลงทุนโดยวิธี Positive Screening ที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งเป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล โดย ESG Risk Rating เป็นการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่กิจการยังไม่ได้บริหารจัดการ (Unmanaged ESG Risk) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ โดย Morningstar Sustainalytics แสดงผลเป็นคะแนนและจัดกิจการออกเป็น 5 ระดับความเสี่ยง ซึ่งหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ต้องอยู่ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน ซึ่งไม่รวมหมวด Severe) และใช้การวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG Integration เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และ/หรือ 2. หุ้นที่มีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แผนการจัดการ และการตั้งเป้าหมายเพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย รวมทั้งจัดให้มีการทวนสอบการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์โดยผู้ทวนสอบที่สำนักงานยอมรับ และ/หรือ 3. หุ้นที่มีลักษณะดังนี้ 3.1 เป็นหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า 3.2 มีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนในเรื่องดังนี้ และรายงานความคืบหน้า การปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สำหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ ทั้งนี้ สำนักงานอาจประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมของข้อมูลในแต่ละหัวข้อด้วยก็ได้ 3.2.1 การมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่าของกิจการ (corporate value up plan) 3.2.2 การมีเป้าหมายและแผนการยกระดับการดำเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังนี้ โดยต้องตั้งเป้าหมายเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการยกระดับดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปีนับแต่วันที่เปิดเผยเป้าหมายและแผนการยกระดับ (1) แผนดำเนินการที่ชัดเจนเพื่อเข้ารับการประเมินจาก ผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. (2) เป้าหมายและแผนดำเนินการเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศตามประกาศการลงทุนของสํานักงาน ก.ล.ต. 3.3 มีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กำหนด ทั้งนี้ หุ้นที่กองทุนลงทุนข้างต้น โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
เป้าหมายด้านความยั่งยืน
กองทุนเป็นกองทุนรวมประเภท SRI Promote โดยไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบเฉพาะเจาะจง (ส่งเสริมปัจจัย ESG โดยรวม) โดยกองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน และเป็นแรงสนับสนุนให้มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ให้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ รวมถึงช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานด้าน ESG ที่ดี และยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทอื่นๆ ให้ความสำคัญและพัฒนาปรับปรุงองค์กรทางด้าน ESG มากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals
อย่างไรก็ตาม กองทุนมีเป้าหมายในการส่งเสริมปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG) ผ่านการบูรณาการข้อมูลและปัจจัยด้านความยั่งยืนในกระบวนการลงทุนตามแนวทาง SRI Promote ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับรองว่ากองทุนหรือบริษัทที่กองทุนลงทุนจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนได้ โดยความสำเร็จในการส่งเสริมด้านความยั่งยืนขึ้นอยู่กับการดำเนินงาน การปฏิบัติตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของผู้ออกหลักทรัพย์เป็นสำคัญ
2. กรอบการลงทุน (investment universe)
(1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งได้รับการประเมิน ESG Risk Rating โดย Morningstar Sustainalytics โดยหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ต้องอยู่ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน ซึ่งไม่รวมหมวด Severe) โดยจะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการดำเนินงานเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 3. ทั้งนี้ จะลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
(2) คุณสมบัติของผู้ออก
ผู้ออกหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีคุณสมบัติตามนโยบายการลงทุนและเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่มีรายได้ซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธสงคราม สื่อลามก และการพนัน รวมกันเกินกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปีของกิจการตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุด
(3) กลุ่มอุตสาหกรรม
กองทุนมีการกระจายการลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
(4) ประเทศหรือภูมิภาค
กองทุนเน้นลงทุนในประเทศไทยเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
ทั้งนี้ การลงทุนในทรัพย์สินอื่นที่ไม่เข้าเงื่อนไขทรัพย์สินกลุ่มความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด จะอยู่ภายใต้สัดส่วนการลงทุนส่วนที่เหลือตามกรอบนโยบายการลงทุนของกองทุน
กองทุนมีกรอบการลงทุนที่เหมาะสมกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) โดยรวม ผ่านกระบวนการ ESG Integration และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) เพื่อสนับสนุนการคัดเลือกกิจการที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นกิจการที่ได้รับการประเมิน ESG Risk Rating โดย Morningstar Sustainalytics ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน และไม่อยู่ในหมวด Severe) และ/หรือกิจการที่มีการดำเนินงานเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือกิจการที่มีธรรมาภิบาลที่ดีหรือมีแผนยกระดับการดำเนินธุรกิจเพื่อเพิ่มมูลค่ากิจการและความยั่งยืน โดยกองทุนกำหนดให้มีการลงทุนในหลักทรัพย์กลุ่มความยั่งยืนดังกล่าวโดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) เพื่อให้โครงสร้างพอร์ตการลงทุนประกอบด้วยกิจการที่มีธรรมาภิบาลที่ดีและมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัย ESG เป็นแกนหลัก
ทั้งนี้ การกำหนดขอบเขตการลงทุนที่ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย ทั้ง SET และ mai ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ช่วยให้ Investment Universe มีความหลากหลายเพียงพอ ครอบคลุมกิจการที่หลากหลาย และเอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการลงทุนเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม
3. กลยุทธ์การลงทุน 3.1 กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยมีการใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG 2 แบบ ได้แก่ Positive Screening และ ESG Integration โดยมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งเป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล โดย ESG Risk Rating เป็นการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่กิจการยังไม่ได้บริหารจัดการ (Unmanaged ESG Risk) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ ซึ่งหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ต้องอยู่ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน ซึ่งไม่รวมหมวด Severe) (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม หรือการดำเนินการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG ทั้ง 2 ข้อ พร้อมกันตลอดเวลา กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG และปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจัดการด้วย
- หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะคัดเลือกบริษัทที่ได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งเป็นการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่กิจการยังไม่ได้บริหารจัดการ (Unmanaged ESG Risk) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ ซึ่งหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ต้องอยู่ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน ซึ่งไม่รวมหมวด Severe) โดยจะมีการทบทวนหลักทรัพย์ดังกล่าวเมื่อผลการประเมินมีการเปลี่ยนแปลง และมีการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และในแง่การเงินเพิ่มเติม ด้วยการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการ และพิจารณาถึงการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล (Governance) ที่มีลักษณะตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 3.
- กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น โดยจะต้องผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามขั้นตอน ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกและได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งเป็นผู้ประเมินผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากล โดย ESG Risk Rating เป็นการประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ที่กิจการยังไม่ได้บริหารจัดการ (Unmanaged ESG Risk) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่ากิจการ ซึ่งหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ต้องอยู่ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน ซึ่งไม่รวมหมวด Severe) (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีนํ้าหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์เข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Investment Universe) เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและผลกระทบเชิงลบจากประเด็นด้าน ESG
ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ ESG Integration จะมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้ (1) เริ่มจากการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยจะมีการประเมินความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ในเรื่องการป้องกันมลพิษ เช่นทางอากาศและน้ำ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือหมุนเวียน การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ และการดำเนินการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (2) ต่อมาจะมีการวิเคราะห์ความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของความรับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้บริโภค ผู้มีส่วนได้เสีย และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือบริการ การปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างอย่างเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น (3) ส่วนสุดท้ายคือการวิเคราะห์ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยจะเป็นการพิจารณาโครงสร้างของคณะกรรมการ ขนาดองค์ประกอบ สัดส่วนของกรรมการอิสระ โครงสร้างของคณะกรรมการตรวจสอบ นโยบายและโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการ และผู้บริหาร รวมทั้งจริยธรรมและจรรยาบรรณของกรรมการและผู้บริหาร และลักษณะอื่นๆ ตามหัวข้อ “วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน” ข้อ 3.
ซึ่งรวมแล้วเป็นการนำเอาปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) โดยจะมีการกำหนดความสำคัญให้แตกต่างกันตามแต่ละอุตสาหกรรม โดยการวิเคราะห์จะมีแหล่งที่มาจากรายงานประจำปีของบริษัท งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ ซึ่งการที่หลักทรัพย์ใดจะสามารถเข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจัดการ บริษัทดังกล่าวจะต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาด้านปัจจัยพื้นฐาน และบรรษัทภิบาล ควบคู่กันทั้งสองปัจจัย
ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในบริษัทที่ผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ทั้ง 2 ข้อ กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่ได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน ซึ่งไม่รวมหมวด Severe) และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการดำเนินงานเกี่ยวกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียน (Corporate Governance Report of Thai Listed Companies: CGR) จากสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป หรือเทียบเท่า
3.2 เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว
บริษัทจัดการเลือกใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เพื่อให้การลงทุนสามารถคัดเลือกบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นได้อย่างเป็นระบบ กล่าวอีกนัยคือมีระดับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทจัดการกำหนด และผ่านการพิจารณาด้านธรรมาภิบาลและปัจจัยการลงทุนอื่นที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ โดยอาศัยผลการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics ควบคู่กับการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการ โดยการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน จะช่วยให้บริษัทจัดการสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจกระทบต่อผลกำไรและมูลค่าของหลักทรัพย์ในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนและช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมจากผลกระทบเชิงลบในประเด็นด้าน ESG ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม
3.3 ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนประเภท SRI Promote ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยการใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เป็นกลไกหลักในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยในการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) กองทุนจะพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ได้รับการประเมิน ESG Risk Rating จาก Morningstar Sustainalytics และมีผลการประเมินอยู่ในหมวด Negligible Risk, Low Risk, Medium Risk หรือ High Risk (คะแนนความเสี่ยงที่ยังไม่ได้บริหารจัดการต่ำกว่า 40 คะแนน และไม่รวมหมวด Severe) ร่วมกับการนำปัจจัยด้าน ESG มาประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุน (ESG Integration) เพื่อส่งเสริมให้พอร์ตการลงทุนในภาพรวมมีคุณลักษณะด้านความยั่งยืนที่ดีและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ลงทุนตามนโยบายที่กำหนด ควบคู่กับการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ อย่างรับผิดชอบและยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ในระยะยาว
4. การอ้างอิงดัชนีชี้วัด (benchmark)
4.1 ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Benchmark) ของกองทุน ได้แก่ ดัชนี Morningstar Thailand Sustainability Tilt 10pct Cap TR THB Index สัดส่วน 100% ซึ่งเป็นดัชนีที่คัดเลือกหลักทรัพย์จากดัชนี Morningstar Thailand Index ตามเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของผู้จัดทำดัชนี กล่าวคือ หลักทรัพย์ต้องมีผลการประเมิน ESG Risk Rating และ Controversy Rating จาก Morningstar Sustainalytics โดยไม่อยู่ในหมวดความเสี่ยงระดับ Severe มี Controversy Rating ไม่เกินระดับ 3 ไม่เป็นกิจการที่ไม่ปฏิบัติตาม UN Global Compact และมีรายได้รวมจากธุรกิจสื่อลามก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธที่มีข้อโต้แย้ง และการพนัน ต่ำกว่าร้อยละ 15 โดยถ่วงน้ำหนักหลักทรัพย์ตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยประกอบกับผลการประเมิน ESG Risk Rating และจำกัดน้ำหนักหลักทรัพย์รายตัวไม่เกินร้อยละ 10 มีการทบทวนองค์ประกอบดัชนีทุกครึ่งปีในเดือนมิถุนายนและธันวาคม โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนีได้จากเว็บไซต์ของ Morningstar Indexes
ดังนั้น บริษัทจัดการพิจารณาแล้วเห็นว่าดัชนี Morningstar Thailand Sustainability Tilt 10pct Cap TR THB มีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Benchmark) ของกองทุน เนื่องจากเป็นดัชนีที่คัดเลือกหลักทรัพย์โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านความยั่งยืนผ่านผลการประเมิน ESG Risk Rating และ Controversy Rating จาก Morningstar Sustainalytics ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและคุณลักษณะด้าน ESG ของกองทุน
ทั้งนี้ ตัวชี้วัดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของกองทุน และมิได้เป็นการรับรองว่ากองทุนหรือบริษัทที่กองทุนลงทุนจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่เฉพาะเจาะจงได้
4.2 ดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (reference ESG benchmark) : ไม่มี
5. การเปิดเผยความเสี่ยง 5.1 ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน • บริษัทที่กองทุนเข้าลงทุนอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผิดพลาดในการควบคุมการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี (ESG) ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้ผลการประเมินด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนของบริษัทเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ และส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุน • กองทุนใช้ข้อมูลการประเมินและวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) จากผู้ให้บริการข้อมูลภายนอก ซึ่งอาจไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ESG มากระทบกับบริษัทใน Investment Universe อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการได้มีแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้แล้วในหัวข้อแนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน • ทั้งนี้ เหตุการณ์ด้าน ESG เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและราคาหลักทรัพย์ให้มีความผันผวนสูงขึ้นได้
5.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน แม้กองทุนจะคัดเลือกกิจการที่มีการดําเนินงานที่ดีหรือมีการส่งเสริมด้านความยั่งยืน แต่กิจการภายในพอร์ตการลงทุนอาจยังมีการดําเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณหนึ่ง หรือผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการมีแนวทางในการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวผ่านกระบวนการติดตามและตรวจสอบการดําเนินงานอย่างสมํ่าเสมอตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (I Code) การเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อ สอบถามสาเหตุและผลักดันให้มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด และการใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) ในวาระที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดําเนินงานที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น
5.3 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน และอาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเนื่องจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกําหนด ทั้งนี้บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคํานึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน
6. แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน อย่างน้อยดังต่อไปนี้ 6.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีแนวทางการดำเนินการตามแนวปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Universe อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และทบทวนคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์ใน Universe อย่างน้อยปีละครั้ง หากมีข่าวที่มีผลกระทบเชิงลบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี ผู้จัดการกองทุนจะติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีข่าวดังกล่าวเพื่อสอบถามสาเหตุและแนวทางแก้ไข รวมถึงสอบถามถึงประเด็นอื่นๆ โดยจะมีการติดตามความคืบหน้าของการแก้ไขจนกว่าประเด็นดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข หรือจนกว่ากองทุนจะไม่ได้ถือครองหลักทรัพย์นั้น รวมทั้งอาจมีความร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ กรณีหลักทรัพย์ที่กองทุนถืออยู่ไม่เข้าเกณฑ์คุณสมบัติอีกต่อไป ได้แก่ ผลการประเมิน ESG Risk Rating ของ Morningstar Sustainalytics เปลี่ยนไปอยู่ในหมวดความเสี่ยงระดับ Severe ผู้ประเมินฯ ยกเลิกการประเมินหลักทรัพย์นั้น ผลการประเมิน CGR ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด หรือกิจการมีรายได้จากธุรกิจที่กองทุนไม่ลงทุนเกินเกณฑ์ที่กำหนด บริษัทจัดการจะไม่นับหลักทรัพย์นั้นเป็นสัดส่วนการลงทุนตามนโยบาย และไม่ลงทุนเพิ่มในหลักทรัพย์นั้น
6.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข หากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าบริษัทไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นดังกล่าวออกไป โดยจะดำเนินการปรับปรุงพอร์ตการลงทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนอีกครั้งภายใน 30 วัน โดยคำนึงถึงสภาพคล่องของหลักทรัพย์และประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
6.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข 6.3.1 การมีส่วนร่วมกับกิจการ (engagement) : ผู้จัดการกองทุนจะสื่อสารและติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีประเด็นด้านความยั่งยืนเพื่อขอข้อมูล ชี้แจงข้อกังวล และเสนอแนะแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งติดตาม ความคืบหน้าของการแก้ไขจนกว่าประเด็นดังกล่าวจะได้รับการแก้ไข หรือจนกว่ากองทุนจะไม่ได้ถือครองหลักทรัพย์นั้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น หรือดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงตามความเหมาะสมเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหา โดยหากบริษัทมีพัฒนาการที่ชัดเจนและเพียงพอ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนต่อภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่ากิจการกลับมามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
6.3.2 การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (investor disclosure): หากการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน อย่างมีนัยสำคัญหรือต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานรอบระยะเวลาบัญชีหรือช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
6.3.3 การไถ่ถอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน (divestment) : ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน ได้อย่างรวดเร็วเพียงพอตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือไถ่ถอนการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว เพื่อให้การลงทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและสภาวะตลาด
6.3.4 แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการมีนโยบายการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Proxy Voting) ในฐานะตัวแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของกองทุนเป็นสำคัญ
สำหรับการบริหารจัดการกองทุนประเภท SRI Promote บริษัทจัดการจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการพิจารณาใช้สิทธิออกเสียงในวาระการประชุมต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในวาระที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญต่อกิจการ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงให้สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้มีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้กิจการมีธรรมาภิบาลที่ดีและมีการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อันจะช่วยให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน, ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูแนวทางและผลการดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการหรือผ่านทางเว็บไซต์ www.ktam.co.th
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- -12.04%
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- 1 เดือน
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 0 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0 บาท / ไม่กำหนด หน่วยลงทุน
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- บริษัทจัดการจะไม่เปิดเสนอขายหน่วยลงทุนชนิดนี้ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2568 เป็นต้นไป
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถทำการสั่งขายคืนหน่วยลงทุนได้ทุกวันทำการ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+2 คือ2 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -1.85% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +3.05% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ค. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +15.34% | ไม่มีข้อมูล | 9 เม.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +25.57% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 1Y | เพิ่มขึ้น +22.73% | เพิ่มขึ้น +22.74% | 9 ต.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
| Metric ที่รายงาน | ช่วง | วันงวด | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2025 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 0.0000 | 3.2100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.8800 | 2.1400 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 3.2100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 0.0000 | 3.2100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 0.0000 | 3.2100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.1100 | 5.3500 | 31 ส.ค. 2569 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): * เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ** กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) *** ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) **** หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): * เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ** หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง *** รวมค่าใช้จ่าย (เก็บจริง) เป็นของรอบปีบัญชีที่ผ่านมา
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): * เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ** กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) *** ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) **** หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): * เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ** กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) *** ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) **** หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): * เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ** กรณีสับเปลี่ยนออกภายใน บลจ.เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ), กรณีสับเปลี่ยนออกไปยัง บลจ.อื่น เรียกเก็บสูงสุดไม่เกิน 3.21% ของมูลค่าหน่วยลงทุนของวันทำการก่อนหน้าวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 200 บาท หรือ 200 บาทต่อรายการ (ปัจจุบันเรียกเก็บ 1.07% ขั้นต่ำ 200 บาท) *** ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์สูงสุดไม่เกิน 0.535% (ปัจจุบันยังไม่เรียกเก็บ) **** หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและ/หรือการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): * เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน ** หากกองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน (กองทุนปลายทาง) บริษัทจัดการจะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการซ้ำซ้อนกับกองทุนปลายทาง *** รวมค่าใช้จ่าย (เก็บจริง) เป็นของรอบปีบัญชีที่ผ่านมา
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังดึงประวัติจาก บลจ. นี้ไม่สำเร็จ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| หุ้นสามัญ บมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ | 5.95 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญ ธนาคารกสิกรไทย | 5.92 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญ บมจ. ปตท. | 5.61 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญ ธนาคารกรุงไทย | 5.34 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญ บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม | 4.88 | 31 ส.ค. 2569 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings