ตราสารทุนจดทะเบียนชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล

KTESG50-P

กองทุนเปิดกรุงไทย ESG50

Krungthai ESG50 Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน)

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ไม่มีข้อมูลกราฟในช่วงนี้

ประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: ไม่มีข้อมูล · ดึงข้อมูล: ไม่มีข้อมูล UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 6
นโยบายปันผล
ไม่มีข้อมูล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

SET ESG Total Return Index · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

(1) กองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG ซึ่งเป็นดัชนีที่คัดเลือกหุ้นมาจากการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเป็นการประเมินจากข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ของบริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ประมาณ 50 หลักทรัพย์ ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุด ที่เข้าหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจไม่ได้ลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG หรือหลักเกณฑ์คัดเลือกของบริษัทจัดการ ตามเงื่อนไขดังกล่าวได้ในช่วงขณะใดขณะหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงหรือในช่วงการปรับหลักทรัพย์เข้า-ออกจากดัชนี

(2) สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารทุนนอกเหนือจากที่ระบุตามข้อ (1) ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารทางการเงิน หน่วยลงทุน CIS กองทุน ETF หน่วย infra หน่วย private equity หน่วย property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือให้ความเห็นชอบให้ลงทุนได้ รวมถึงกองทุนอาจลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (investment token) กลุ่มความยั่งยืน ดังนี้ ซึ่งได้รับอนุญาตจากสำนักงานให้เสนอขายต่อประชาชนหรือต่อบุคคลในวงจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ก) โทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย (ข) โทเคนดิจิทัลเพื่อความยั่งยืน (sustainability token) ต้องมีการเปิดเผยวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายโทเคนดิจิทัล (use of proceeds) ว่าเป็นไปเพื่อโครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมและโครงการเพื่อพัฒนาสังคมของประเทศไทย (ค) โทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability-linked token) ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายด้านความยั่งยืนของผู้ออกโทเคนดิจิทัล บริษัทในเครือ หรือโครงการใด ๆ ในประเทศไทย

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

ข้อมูลเกี่ยวกับโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน มีรายละเอียดดังนี้ • ลักษณะของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นสินทรัพย์ที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ในการทำธุรกรรมและเก็บรักษามูลค่า โดยผู้ถือครองโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนจะมีสิทธิ์ในการร่วมลงทุนในสินทรัพย์หรือโครงการต่างๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน หรือโครงการพัฒนาอื่นๆ และจะได้รับผลตอบแทนตามที่ระบุไว้ใน White Paper ของโครงการนั้นๆ

• การลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) มีเงื่อนไขที่ต้องพิจารณา เช่น - ความผันผวนของราคาที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว - สภาวะตลาดและเศรษฐกิจมหภาค - การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง - ความน่าเชื่อถือของโครงการและผู้ออกโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน - นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่อาจส่งผลต่อมูลค่าของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน

• ผลตอบแทนของโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบของส่วนแบ่งรายได้หรือกำไรจากโครงการ สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมตามที่ระบุไว้ใน White Paper และ/หรือผลตอบแทนที่เป็นตัวเงิน เช่น ส่วนแบ่งรายได้ในแต่ละไตรมาส หรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายทรัพย์สินของโครงการ เป็นต้น

ข้อมูลเกี่ยวกับการเก็บรักษาโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (ถ้ามี) ในกรณีที่บริษัทจัดการมีการลงทุนในโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน บริษัทจัดการจะแต่งตั้งผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าว โดยผู้เก็บรักษาทรัพย์สินดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทการเป็นผู้ให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัลตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ทั้งนี้ การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลข้างต้นอาจมีค่าธรรมเนียมและค่าบริการ เช่น ค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (Trading Fees) ค่าธรรมเนียมการฝาก/ถอนสินทรัพย์ดิจิทัลจากบัญชี (Deposit/Withdrawal Fees) ค่าธรรมเนียมการโอนย้าย (Transfer Fees) และค่าธรรมเนียมการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody Fees) เป็นต้น

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์เกี่ยวกับลักษณะของโทเคนดิจิทัลจะเป็นไปตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการกำกับตลาดทุน

(3) กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อลดความเสี่ยง (Hedging) หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการก.ล.ต. และ/หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด รวมถึงกองทุนอาจกู้ยืมเงิน หรือทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) แต่จะไม่ลงทุนในตราสาร ดังต่อไปนี้ (3.1) ตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือของผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) (3.2) ตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) (3.3) หลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities)

อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

ทั้งนี้ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญา จะมีสินทรัพย์อ้างอิงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ได้แก่ ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย เครดิต ทองคำ น้ำมันดิบ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีอ้างอิงอื่นๆ รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ และ/หรือคู่สัญญาที่ทำธุรกรรมไม่สามารถชำระภาระผูกพันได้ตามที่กำหนดเวลา อาจทำให้กองทุนขาดทุนจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะวิเคราะห์และติดตามปัจจัยที่มีผลกระทบต่อราคาสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงพิจารณาความน่าเชื่อถือของคู่สัญญาก่อนทำธุรกรรมและติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจปรับเปลี่ยนการลงทุนหรือการเข้าทำธุรกรรมให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน

อย่างไรก็ดี การลงทุนในทรัพย์สินอื่นใดนอกเหนือจากหุ้นตาม (1) จะเป็นไปในลักษณะที่ไม่ทำให้กองทุนมี net exposure ในหุ้นตาม (1) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน มิให้นับรวมถึงช่วงเวลาดังต่อไปนี้ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด และ/หรือที่แก้ไขเพิ่มเติม (ก) ช่วงเวลาระหว่างรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สิน (ข) ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบกำหนดอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม (ค) ช่วงระยะเวลาที่กองทุนจำเป็นต้องรอการลงทุน และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการ

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน ในกรณีที่มีการยกเลิกการใช้หรือไม่มีการคำนวณ ประเมิน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ลงทุนของบริษัทได้ หรือหากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ ในกรณีเป็นหน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน เมื่อเกิดเหตุการณ์เลิกกองทุนตามเหตุการณ์ข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (การโอนย้ายการลงทุน) ระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ที่มีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมเดิม หรือที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการก่อน ทั้งนี้ หากไม่มีกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจในการโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน /หน่วยลงทุนชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการอื่น โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการโอนย้ายกองทุนโดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหัวข้อ “การดำเนินการของบริษัทจัดการ เมื่อเลิกกองทุนรวม” (ส่วนข้อผูกพัน)

รายละเอียดเพิ่มเติมด้านความยั่งยืน 1. นโยบายการลงทุน

วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นที่เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) โดดเด่น ซึ่งผ่านการวิเคราะห์การลงทุนโดยวิธี Positive Screening โดยคัดหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG ซึ่งเป็นดัชนีที่คัดเลือกหุ้นมาจากการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเป็นการประเมินจากข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) ของบริษัทจดทะเบียน และใช้การวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG Integration เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ประมาณ 50 หลักทรัพย์ ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุด ที่เข้าหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

เป้าหมายด้านความยั่งยืน กองทุนเป็นกองทุนรวมประเภท SRI Promote โดยไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบเฉพาะเจาะจง (ส่งเสริมปัจจัย ESG โดยรวม) โดยกองทุนมุ่งเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG) โดดเด่น เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนให้กับผู้ลงทุน และเป็นแรงสนับสนุนให้มีกิจกรรมที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG ให้มากขึ้น ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน และยังเป็นอีกกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทยให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ รวมถึงช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนที่มีการบริหารจัดการและดำเนินงานด้าน ESG ที่ดี และยังเป็นการส่งเสริมให้บริษัทอื่นๆ ให้ความสำคัญและพัฒนาปรับปรุงองค์กรทางด้าน ESG มากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม กองทุนมีเป้าหมายในการส่งเสริมปัจจัยด้านความยั่งยืน (ESG) ผ่านการบูรณาการข้อมูลและปัจจัยด้านความยั่งยืนในกระบวนการลงทุนตามแนวทาง SRI Promote ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวไม่ถือเป็นการรับรองว่ากองทุนหรือบริษัทที่กองทุนลงทุนจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนได้ โดยความสำเร็จในการส่งเสริมด้านความยั่งยืนขึ้นอยู่กับการดำเนินงาน การปฏิบัติตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของผู้ออกหลักทรัพย์เป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals

2. กรอบการลงทุน (Investment Universe)

(1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG และผ่านเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ประมาณ 50 หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุด ที่เข้าหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ของบริษัทจัดการ

(2) คุณสมบัติของผู้ออก ผู้ออกหลักทรัพย์ต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และ/หรือ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีคุณสมบัติตามนโยบายการลงทุนและเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน

(3) กลุ่มอุตสาหกรรม กองทุนมีการกระจายการลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม โดยไม่ได้จำกัดการลงทุนเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง ทั้งนี้ นโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นหุ้นยั่งยืนที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดประมาณ 50 อันดับแรก ช่วยให้พอร์ตการลงทุนประกอบด้วยกิจการขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ซึ่งช่วยให้กองทุนมีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสมตามสภาวะตลาดในแต่ละขณะ

(4) ประเทศหรือภูมิภาค กองทุนลงทุนเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

กองทุนมีกรอบการลงทุนที่เหมาะสมกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental) หรือด้านความยั่งยืน (ESG) โดยรวม ผ่านกระบวนการ ESG Integration และการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) เพื่อสนับสนุนการคัดเลือกกิจการที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนอย่างมีนัยสำคัญ โดยกองทุนมุ่งเน้นการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG และพิจารณาลงทุนในหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) สูงสุดประมาณ 50 อันดับแรก โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เพื่อให้โครงสร้างพอร์ตการลงทุนประกอบด้วยกิจการขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำด้านความยั่งยืนในระดับประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มในการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ที่ครบถ้วน มีธรรมาภิบาลที่ดี และมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัย ESG เป็นแกนหลักอย่างเป็นระบบ

ทั้งนี้ การกำหนดขอบเขตการลงทุนที่ครอบคลุมบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย (SET และ mai) ช่วยให้ Investment Universe มีความหลากหลายเพียงพอ ครอบคลุมกิจการที่หลากหลาย และเอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสม ภายใต้กรอบการลงทุนเพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

3. กลยุทธ์การลงทุน 3.1 กองทุนเน้นกลยุทธ์การลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG) โดดเด่น โดยมีการใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG 2 แบบ ได้แก่ Positive Screening และ ESG Integration โดยมีรายละเอียดของแต่ละกลยุทธ์ ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG ซึ่งเป็นดัชนีที่คัดเลือกหุ้นมาจากการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการประเมินจากข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG) ของบริษัทจดทะเบียน (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัท เพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะใช้กลยุทธ์การลงทุนด้าน ESG ทั้ง 2 ข้อ พร้อมกันตลอดเวลา กล่าวคือ บริษัทจัดการจะลงทุนในบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG และต้องผ่านเกณฑ์การวิเคราะห์ด้าน ESG ของบริษัทจัดการด้วย

- หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ การคัดเลือกบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของของดัชนี SETESG และมีการวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม และในแง่การเงินเพิ่มเติม ด้วยการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการ

- กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG) โดดเด่น โดยจะต้องผ่านการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ตามขั้นตอน ดังนี้ (1) Positive Screening : กองทุนจะมีการคัดเลือกบริษัทที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SETESG ซึ่งเป็นดัชนีที่คัดเลือกหุ้นมาจากการประกาศผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นการประเมินจากข้อมูลผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance : ESG) ของบริษัทจดทะเบียน (2) ESG Integration : มีการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมอีกชั้นหนึ่ง เพื่อวิเคราะห์ปัจจัยเชิงคุณภาพทั้งในแง่ของความยั่งยืน ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งในแต่ละบริษัทหรืออุตสาหกรรมจะมีน้ำหนักการประเมินความเสี่ยงที่ไม่เท่ากัน โดยมีการใช้ข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น งบการเงิน แบบ 56-1 One Report การประชุมกับผู้บริหารบริษัท หรือบทวิเคราะห์จากบุคคลที่สาม เป็นต้น เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์เข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ (Investment Universe) เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืน และช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนและผลกระทบเชิงลบจากประเด็นด้าน ESG

ซึ่งกระบวนการวิเคราะห์ ESG Integration จะมีรายละเอียดขั้นตอนดังนี้ (1) เริ่มจากการวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อมโดยจะมีการประเมินความเสี่ยงของบริษัทจดทะเบียนต่างๆ ในเรื่องการป้องกันมลพิษ เช่น ทางอากาศและน้ำ การใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน หรือหมุนเวียน และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (2) ต่อมาจะมีการวิเคราะห์ความรับผิดชอบต่อสังคมในเรื่องของความรับผิดชอบต่อลูกค้า ผู้บริโภค ผู้มีส่วนได้เสีย และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์หรือบริการ การปฏิบัติต่อพนักงานและลูกจ้างอย่างเป็นธรรม การต่อต้านการทุจริตและคอร์รัปชั่น (3) ส่วนสุดท้ายคือการวิเคราะห์ด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยจะเป็นการพิจารณาโครงสร้างของคณะกรรมการ ขนาดองค์ประกอบสัดส่วนของกรรมการอิสระ โครงสร้างของคณะกรรมการตรวจสอบ นโยบายและโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการ และผู้บริหาร รวมทั้งจริยธรรมและจรรยาบรรณของกรรมการและผู้บริหาร ซึ่งรวมแล้วเป็นการนำเอาปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการจัดการลงทุน (ESG Integration) โดยจะมีการกำหนดความสำคัญให้แตกต่างกันตามแต่ละอุตสาหกรรม โดยการวิเคราะห์จะมีแหล่งที่มาจากรายงานประจำปีของบริษัท งบการเงิน การประชุมกับผู้บริหารบริษัท เพื่อให้ได้ข้อมูลครบถ้วนในการตัดสินใจ ซึ่งการที่หลักทรัพย์ใดจะสามารถเข้ามาเป็นหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้ของบริษัทจัดการ บริษัทดังกล่าวจะต้องผ่านเกณฑ์พิจารณาด้านปัจจัยพื้นฐาน และบรรษัทภิบาล ควบคู่กันทั้งสองปัจจัย

3.2 เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทจัดการเลือกใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เพื่อให้การลงทุนสามารถคัดเลือกบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นได้อย่างเป็นระบบ โดยการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตัดสินใจลงทุน จะช่วยให้บริษัทจัดการสามารถประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่อาจกระทบต่อผลกำไรและมูลค่าของหลักทรัพย์ในระยะยาวได้อย่างรอบด้าน ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการลงทุนอย่างยั่งยืนและช่วยลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนโดยรวมจากผลกระทบเชิงลบในประเด็นด้าน ESG ซึ่งสอดคล้องกับการส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนโดยรวม

3.3 ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (sustainability objective) กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนประเภท SRI Promote ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวม โดยการใช้กลยุทธ์ Positive Screening ร่วมกับ ESG Integration เป็นกลไกหลักในการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้พอร์ตการลงทุนในภาพรวมมีคุณลักษณะด้านความยั่งยืนที่ดีและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ลงทุนตามนโยบายที่กำหนด ควบคู่กับการส่งเสริมการดําเนินธุรกิจ อย่างรับผิดชอบและยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ในระยะยาว

4. การอ้างอิงดัชนีชี้วัด (benchmark) ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance benchmark) คือ ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG Index (SETESG TRI) สัดส่วน 100.00% ซึ่งเป็นดัชนีที่ประกอบด้วยหลักทรัพย์ที่ผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืนตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด โดยเป็นดัชนีที่มีองค์ประกอบของบริษัทที่มีผลการประเมิน SET ESG Ratings ปีล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และเป็นหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่า 6 เดือน และมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท และมีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-Float) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว และมีจำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.5 ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ตํ่ากว่า 9 ใน 12 เดือน โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำ ESG Ratings ได้จาก https://setsustainability.com/ESG-ratings

ทั้งนี้ ตัวชี้วัดดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนการส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของกองทุน และมิได้เป็นการรับรองว่ากองทุนหรือบริษัทที่กองทุนลงทุนจะสามารถบรรลุผลลัพธ์ด้านความยั่งยืนที่เฉพาะเจาะจงได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการจะเปลี่ยนแปลง Benchmark ของกองทุนตามข้างต้น ที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์ (free float) มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนี (ดัชนี free float TRI) เพื่อให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนด

5. การเปิดเผยความเสี่ยง 5.1 ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน • บริษัทที่กองทุนเข้าลงทุนอาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความผิดพลาดในการควบคุมการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี (ESG) ทั้งในแง่ของความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไร หรือความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อบริษัท ซึ่งอาจส่งผลให้บริษัทดังกล่าวถูกปรับลดหรือยกเลิก ESG Ratings และส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุน • กองทุนใช้แหล่งข้อมูลการวิเคราะห์คะแนน ESG Scoring จากบุคคลภายนอก ซึ่งอาจไม่มีการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันได้ทันที เมื่อมีเหตุการณ์เกี่ยวกับ ESG มากระทบกับบริษัทใน Universe แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการได้มีแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวไว้แล้วในหัวข้อแนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน • ทั้งนี้ เหตุการณ์ด้าน ESG เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลต่อต้นทุนการดำเนินงานและราคาหลักทรัพย์ให้มีความผันผวนสูงขึ้นได้

5.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน แม้กองทุนจะคัดเลือกกิจการที่มีการดำเนินงานที่ดีหรือมีการส่งเสริมด้านความยั่งยืน แต่กิจการภายในพอร์ตการลงทุนอาจยังมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณหนึ่ง หรือผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการมีแนวทางในการจัดการความเสี่ยงดังกล่าวผ่านกระบวนการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (I Code) การเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อสอบถามสาเหตุและผลักดันให้มีการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบเชิงลบดังกล่าวให้เหลือน้อยที่สุด และการใช้สิทธิออกเสียง (Proxy Voting) ในวาระที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

5.3 ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการลงทุนแบบกระจุกตัวในทรัพย์สินที่เกี่ยวกับความยั่งยืน และอาจมีความเสี่ยงด้านสภาพคล่องเนื่องจากการไม่สามารถซื้อหรือขายหลักทรัพย์บางตัวได้ในราคาหรือช่วงเวลาที่เหมาะสม ด้วยเงื่อนไขด้านความยั่งยืนที่กองทุนกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพและคำนึงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายก่อนตัดสินใจลงทุน

6. แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน อย่างน้อยดังต่อไปนี้ 6.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีแนวทางการดำเนินการตามแนวปฏิบัติตามนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่อยู่ใน Universe อย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ และทบทวนคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของหลักทรัพย์ใน Universe อย่างน้อยปีละครั้ง หรือเมื่อหลักทรัพย์ดังกล่าวได้รับผลการประเมินจากผู้ประเมินฯ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ หากมีข่าวที่มีผลกระทบเชิงลบเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับกิจการที่ดี ผู้จัดการกองทุนจะติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีข่าวดังกล่าวเพื่อสอบถามสาเหตุและแนวทางแก้ไข รวมถึงสอบถามถึงประเด็นอื่นๆ โดยจะมีการติดตามการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวจนกว่าจะสามารถแก้ไขได้แล้วเสร็จ หรืออาจมีความร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น และเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เสร็จโดยเร็ว

6.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข หากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าบริษัทไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขได้อย่างรวดเร็วเพียงพอ หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในบริษัทที่มีประเด็นดังกล่าวออกไป โดยจะดำเนินการปรับปรุงพอร์ตการลงทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนอีกครั้งภายใน 30 วัน โดยคำนึงถึงสภาพคล่องของหลักทรัพย์และประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

6.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข 6.3.1 การมีส่วนร่วมกับกิจการ (engagement) : ผู้จัดการกองทุนจะสื่อสารและติดต่อสอบถามไปยังบริษัทที่มีประเด็นด้านความยั่งยืนเพื่อขอข้อมูล ชี้แจงข้อกังวล และเสนอแนะแนวทางแก้ไข พร้อมทั้งติดตามการแก้ไขผลกระทบดังกล่าวอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ บริษัทจัดการอาจพิจารณาร่วมมือกับผู้ลงทุนอื่นเพื่อยกระดับการติดตามให้ใกล้ชิดมากขึ้น หรือดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงตามความเหมาะสมเพื่อเร่งรัดการแก้ไขปัญหา โดยหากบริษัทมีพัฒนาการที่ชัดเจนและเพียงพอ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนต่อภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่ากิจการกลับมามีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุน

6.3.2 การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (investor disclosure) : หากการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน อย่างมีนัยสำคัญหรือต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานรอบระยะเวลาบัญชีหรือช่องทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

6.3.3 การไถ่ถอนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ลงทุน (divestment) : ในกรณีที่บริษัทไม่สามารถหรือไม่มีความพยายามแก้ไขประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน ได้อย่างรวดเร็วเพียงพอตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หรือความเสียหายที่เกิดขึ้นมีความเสี่ยงมากกว่าที่ยอมรับได้ ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือนําหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก Investment Universe เพื่อให้การลงทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและสภาวะตลาด

6.3.4 แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการมีนโยบายการใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น (Proxy Voting) ในฐานะตัวแทนของผู้ถือหน่วยลงทุน โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของกองทุนเป็นสำคัญ

สำหรับการบริหารจัดการกองทุนประเภท SRI Promote บริษัทจัดการจะนำปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาเป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ในการพิจารณาใช้สิทธิออกเสียงในวาระการประชุมต่างๆ ตามความเหมาะสม โดยเฉพาะในวาระที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญต่อกิจการ เพื่อส่งเสริมคุณลักษณะด้าน ESG ของพอร์ตการลงทุนโดยรวมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน

ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงให้สอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Code: I Code) ซึ่งกำหนดให้มีการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้กิจการมีธรรมาภิบาลที่ดีและมีการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม อันจะช่วยให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนและสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวแก่ผู้ลงทุน, ผู้ลงทุนสามารถตรวจดูแนวทางและผลการดำเนินการใช้สิทธิออกเสียงได้ที่สำนักงานของบริษัทจัดการหรือผ่านทางเว็บไซต์ www.ktam.co.th

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด ไม่มีข้อมูล

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
ไม่มีข้อมูล
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ไม่มีข้อมูล
วันรับคำสั่งขายคืน
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลารับเงินขายคืน
ไม่มีข้อมูล
คำสั่งซื้อ: ไม่มีข้อมูล · คำสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีข้อมูล

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

ตราสารทุน 97.26%, เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก 2.87%ตราสารทุน: 97.26%เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก: 2.87%
ตราสารทุน · 97.26%เงินฝาก หรือตราสารหนี้ที่สถาบันการเงินเป็นผู้ออก · 2.87%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หุ้น 97.48%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 2.96%หุ้น: 97.48%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 2.96%
หุ้น · 97.48%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 2.96%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
หุ้นสามัญ บมจ. ปตท. 5.1631 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ ธนาคารกรุงไทย 5.1531 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ ธนาคารกสิกรไทย 5.0931 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ บมจ. ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม 5.0031 ส.ค. 2569
หุ้นสามัญ บมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ 4.6431 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings