LHJAPE-D
กองทุนเปิด แอล เอช เจแปน - E
LH JAPAN - E FUND · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย7 ต.ค. 2568 – 7 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +3.84%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 7 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-10 11:20:24.020000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ตราสารทุน
- ความเสี่ยง
- สูง · ระดับ 6
- นโยบายปันผล
- มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก · งวด 31 ส.ค. 2569
นโยบายการลงทุน
1.กองทุนลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ (หรือ “กองทุนหลัก (Master fund)”) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งกองทุนหลักที่กองทุนจะลงทุนคือกองทุน Templeton Japan Fund Class I (acc) JPY (“กองทุนหลัก”) มีนโยบายหลักของกองทุน คือ การลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนของผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งจัดตั้งขึ้นหรือมีแหล่งประกอบธุรกิจหลักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น กองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์กและ SICAV อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities) ซึ่งจัดตั้งและจัดการโดย FRANKLIN TEMPLETON INTERNATIONAL SERVICES S.À R.L. และบริหารการลงทุนโดย Templeton Asset Management Ltd and Franklin Templeton Investments (Asia) Limited.
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง Share Class และ/หรือสกุลเงินที่จะลงทุนอื่นใด ตามความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน (ระหว่างร้อยละ 0 - 105 ของมูลค่าเงินลงทุนในต่างประเทศ)
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจึงขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนประเภทกองทุนเป็นกองทุนรวมผสมซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. หรือคณะกรรมการกำกับตลาดทุนประกาศกำหนดในอนาคต โดยกองทุนจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ทั้งตราสารแห่งทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารแห่งหนี้ และ/หรือเงินฝาก ฯลฯ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้และตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง
การเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนเป็นกองทุนรวมผสมดังกล่าวข้างต้นให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว และบริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทุกรายทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยจะปิดประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ พร้อมทั้งปรับปรุงข้อมูลโครงการจัดการกองทุนรวม กับสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อให้ข้อมูลในส่วนต่าง ๆ ของโครงการสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยกองทุนจะปฎิบัติตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมผสมด้วย
สำหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลืออาจพิจารณาลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยอาจลงทุนในเงินฝากธนาคาร ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสำคัญแสดงสิทธิ และ/หรือหน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามที่ระบุไว้ในโครงการหรือตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือ สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
สำหรับการลงทุนในประเทศกองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated Securities) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) ทั้งนี้ กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) หรือตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) หรือตราสารทุนนั้นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Listed Securities) แล้วแต่กรณี ในขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
2. กองทุนจะลงทุนในกองทุน Templeton Japan Fund ด้วยสกุลเงินเยน ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้นจึงอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivative) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate Risk) ตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งจะพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางแนวโน้มของค่าเงิน ในกรณีที่คาดการณ์ว่าค่าเงินเยนมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในสัดส่วนที่ค่อนข้างมาก แต่หากในกรณีที่ค่าเงินเยนมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรืออาจลงทุนในสัดส่วนน้อย อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่าการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ นอกจากนี้การทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงดังกล่าวอาจมีต้นทุนซึ่งทำให้ผลตอบแทนของกองทุนโดยรวมลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note)
3. ในกรณีที่กองทุนหลักมีการลงทุนในหลักทรัพย์ และ/หรือตราสาร ของบริษัทที่มิได้จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) และ/หรือตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าระดับที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment grade) และหรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ในอัตราส่วนที่มากกว่าร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก บริษัทจัดการจะปรับลดสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลัก เพื่อให้อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารดังกล่าว มีอัตราส่วนไม่เกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนเปิด แอล เอช เจแปน - E ทั้งนี้ การปรับลดสัดส่วนการลงทุนดังกล่าวจะดำเนินการภายใน 15 วันทำการนับแต่วันที่รับทราบข้อมูลการลงทุนในหลักทรัพย์ และ/หรือตราสารดังกล่าวเกินร้อยละ 15 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนหลัก ยกเว้นกรณีที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้หรือกรณีจำเป็นและสมควรที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ภายในระยะเวลาข้างต้น บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า หากการปรับสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหลักดังกล่าวข้างต้นมีผลทำให้การลงทุนในกองทุนหลักน้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเฉลี่ยในรอบระยะเวลาบัญชี บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) บริษัทจัดการจะดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศเพื่อเป็นกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิม โดยกองทุนหลักใหม่ดังกล่าวจะมีวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับกองทุนหลักเดิม และกองทุนเปิด แอล เอช เจแปน - E และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.ประกาศกำหนด ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า และจะแจ้งให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบต่อไป
(2) ในกรณีที่บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนรวมในต่างประเทศเพื่อเป็นกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกกองทุน
ทั้งนี้ ในกรณีที่บริษัทจัดการอยู่ระหว่างการดำเนินการเปลี่ยนกองทุนหลักจะยกเว้นไม่นำเรื่องการดำรงสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ (offshore investment) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศกองทุนใหม่ เพื่อเป็นกองทุนหลักแทนกองทุนหลักเดิม หรือช่วงระยะเวลาไม่เกิน 30 วันก่อนเลิกกองทุน
4. กรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Templeton Japan Fund ซึ่งเป็นกองทุนหลักไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เกิดความผันผวนอันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การเมือง การเงินตลาดทุน หรือเกิดภัยพิบัติ หรือภาวะสงคราม และ/หรือกรณีที่กองทุนหลักดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงบริษัทจัดการลงทุน หรือผู้จัดการกองทุน หรือเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน การบริหารจัดการ และ/หรือผลตอบแทนของกองทุนหลักไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และ/หรือเมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนต่างประเทศดังกล่าวขัดกับหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือมีการกระทำความผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมในต่างประเทศอื่น ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และ/หรือนโยบายการลงทุนของกองทุนเปิด แอล เอช เจแปน - E และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.ล.ต.ประกาศกำหนด โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะรายงานให้สำนักงาน ก.ล.ต.ทราบ และปิดประกาศให้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนดำเนินการดังกล่าว ณ สำนักงานของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน และประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ
5. หากสถานการณ์การลงทุนในต่างประเทศไม่เหมาะสมอีกต่อไป และ/หรือกรณีที่บริษัทจัดการต้องเปลี่ยนกองทุนหลักแต่ไม่สามารถสรรหากองทุนรวมในต่างประเทศอื่นที่เหมาะสมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
6. ในภาวะปกติ กองทุนจะนำเงินไปลงทุนในกองทุน Templeton Japan Fund และจะลงทุนในต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน แต่ในกรณีที่การลงทุนในต่างประเทศและ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักไม่เหมาะสม เช่น ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน เกิดภัยพิบัติ ภาวะสงคราม หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติต่าง ๆ และ/หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในต่างประเทศ และ/หรือในช่วงระหว่างรอการอนุมัติการเพิ่มวงเงินลงทุนในต่างประเทศจากทางการ และ/หรือวงเงินลงทุนในต่างประเทศเต็มเป็นการชั่วคราวและ/หรือ กรณีเกิดเหตุสุดวิสัยหรือมีเหตุผลจำเป็นและสมควรอื่นๆ เป็นต้น บริษัทจัดการอาจไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนดังกล่าวได้ ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ บริษัทจัดการจะรายงานการไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามสัดส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ในโครงการตามประกาศแก่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.
ทั้งนี้ การดำรงอัตราส่วนการลงทุนในต่างประเทศตามที่ระบุไว้ข้างต้น จะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงระหว่างรอการลงทุนซึ่งมีระยะเวลาประมาณ 30 วันนับตั้งแต่วันจดทะเบียนกองทรัพย์สินเป็นกองทุน และ/หรือในช่วงระยะเวลาประมาณ 30 วันก่อนวันเลิกกองทุนหากทราบกำหนดการเลิกกองทุนล่วงหน้า และ/หรือในช่วงที่ผู้ลงทุนทำการสั่งซื้อหรือขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเป็นจำนวนมากอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งมีระยะเวลาไม่เกิน 10 วันทำการนับตั้งแต่วันที่มีการสั่งซื้อหรือขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนในลักษณะดังกล่าว กองทุนอาจจำเป็นต้องชะลอการลงทุนในต่างประเทศเป็นการชั่วคราว ดังนั้น จึงอาจมีบางขณะที่กองทุนไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามอัตราส่วนการลงทุนที่กำหนดไว้ข้างต้นได้
ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนรวมตามการจัดแบ่งประเภทกองทุนรวมจะไม่นับช่วงระยะเวลา ดังนี้
1.ช่วงระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม
2. ช่วงระยะเวลา 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม
3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการสิ้นสุดสมาชิกภาพ หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
ทั้งนี้ การคำนวณสัดส่วนข้างต้นจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
ในกรณีที่กองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ มีการลงลดลงในลักษณะ ดังต่อไปนี้
(1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง หรือ
(2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทาง
บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สํานักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ประกาศกําหนด ดังนี้
การดำเนินการ
ระยะเวลาดำเนินการ
1 แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทาง ที่ปรากฏเหตุ
2 เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตาม ข้อ (1) ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)
พร้อม ข้อ (1)
3 ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม ข้อ (1)
ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ
4 รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อ (3) ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ
ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตาม ข้อ (3) แล้วเสร็จ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิ์ในกรณีที่มีการดำเนินการเปลี่ยน/โอนย้าย กองทุนจะยกเว้นไม่นำเรื่องการลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินในต่างประเทศ (offshore investment) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน มาบังคับใช้ในช่วงดำเนินการคัดเลือกและเตรียมการลงทุน
7. ในกรณีที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศที่เกี่ยวข้องกับกฎเกณฑ์การลงทุนซึ่งกระทบกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ในภายหลัง รวมถึงกฎเกณฑ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) รวมถึง นโยบายการลงทุนอื่นใด บริษัทจัดการจะดําเนินการปรับนโยบายการลงทุนดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามประกาศที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กําหนด และให้ถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
สรุปข้อมูลสำคัญของกองทุนหลัก
ชื่อกองทุน
กองทุน Templeton Japan Fund
วัตถุประสงค์การลงทุน
กองทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของเงินลงทุน (Capital Appreciation)
นโยบาย และกลยุทธ์การลงทุน
นโยบายการลงทุนหลักของกองทุน คือ การลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนของผู้ออกหลักทรัพย์ซึ่งจัดตั้งขึ้นหรือมีแหล่งประกอบธุรกิจหลักอยู่ในประเทศญี่ปุ่น
โดยผู้จัดการการลงทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental), สังคม (Social) และธรรมาภิบาล (Governance) หรือ ESG เป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการวิเคราะห์เชิงพื้นฐานและกระบวนการตัดสินใจลงทุนของกองทุน
นอกจากนี้ กองทุนอาจพิจารณาแสวงหาโอกาสในการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่นเพิ่มเติม เช่น เงินฝากธนาคาร หุ้นบุริมสิทธิ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตลอดจนตราสารหนี้ของภาคเอกชนและภาครัฐบาล ทั้งที่เป็นสกุลเงินเยนญี่ปุ่นและที่มิได้เป็นสกุลเงินเยน
หน่วยงานต่างประเทศที่กำกับดูแลด้านหลักทรัพย์และตลาดซื้อขายหลักทรัพย์
กองทุนจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก (Luxembourg) อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ Commission de Surveillance du Secteur Financier และอยู่ภายใต้ SICAV ซึ่งอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของ UCITS (Undertakings for Collective Investment in Transferable Securities)
ชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุน
Class I (acc) JPY
สกุลเงินเยนวันที่จัดตั้งกองทุน1 กันยายน 2543วันที่จัดตั้งชนิดหน่วยลงทุน16 พฤษภาคม 2568อายุกองทุนไม่กำหนดวันทำการขายและรับซื้อคืนทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนการจ่ายเงินปันผลไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย
Maximum Initial Charge 0.00%
Exit Charge -
Ongoing Charges Figure 0.93%
Performance Fee –
บริษัทจัดการFRANKLIN TEMPLETON INTERNATIONAL SERVICES S.À R.L.ผู้จัดการการลงทุนTempleton Asset Management Ltd and Franklin Templeton Investments (Asia) Limited.นายทะเบียนVIRTUS PARTNERS FUND SERVICES LUXEMBOURG S.À R.L.ผู้ดูแลผลประโยชน์J.P. MORGAN SE, LUXEMBOURG BRANCHผู้สอบบัญชีPRICEWATERHOUSECOOPERS ASSURANCE, Société coopérativeดัชนีอ้างอิงTokyo Stock Price Index (TOPIX)ISIN CodesLU3053356815BloombergFRJAIJA LXแหล่งข้อมูลกองทุนหลัก
https://www.franklintempleton.lu/our-funds/price-and-performance/products/2378/KP/templeton-japan-fund/LU3053356815#documents
สรุปความเสี่ยงที่สำคัญของกองทุนหลัก
ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของการลงทุน (Concentration Risk)
กองทุนบางกองทุนอาจมีนโยบายการลงทุนที่เน้นการถือครองหลักทรัพย์ในจำนวนผู้ออกหลักทรัพย์ที่จำกัด หรือมุ่งจัดสรรการลงทุนในกลุ่ม อุตสาหกรรม ตลาด หรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งเป็นหลัก ซึ่งการกระจุกตัวของการลงทุนในลักษณะดังกล่าว อาจส่งผลให้กองทุนมีความผันผวนของมูลค่าสูงกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุนที่หลากหลายกว่า หรืออาจทำให้กองทุนเผชิญกับความเสี่ยงในระดับที่สูงกว่า ซึ่งถ้าหลักทรัพย์ กลุ่มอุตสาหกรรม หรือภูมิภาคที่ลงทุนมีผลการดำเนินงานต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน และอาจทำให้กองทุนได้รับผลกระทบทางลบจากความผันผวนหรือความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว
ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Foreign Currency Risk)
เนื่องจากบริษัทใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD), เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หรือเงินยูโร (EUR) เป็นสกุลเงินหลักในการประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ในพอร์ตการลงทุนของแต่ละกองทุน การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลเสียต่อสกุลเงินเหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุนและผลตอบแทนของกองทุนแต่ละกองได้
ทั้งนี้ หลักทรัพย์ที่กองทุนถือครอง ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์สภาพคล่อง เงินฝากธนาคาร ตราสารตลาดเงิน และกองทุนตลาดเงิน อาจกำหนดมูลค่าไว้ในสกุลเงินที่แตกต่างจากสกุลเงินหลักของกองทุน ส่งผลให้กองทุนอาจได้รับผลกระทบทั้งในทางบวกและทางลบจากกฎระเบียบการควบคุมอัตราแลกเปลี่ยน หรือจากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงินระหว่างสกุลเงินหลักของกองทุนกับสกุลเงินอื่น การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศอาจส่งผลต่อมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุน รวมถึงมูลค่าของเงินปันผล ดอกเบี้ยที่ได้รับ และกำไรหรือขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงจากการขายหลักทรัพย์ หากสกุลเงินที่ตราสารนั้นกำหนดมูลค่าไว้แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักของกองทุน ราคาของตราสารนั้นอาจเพิ่มขึ้น ในทางกลับกัน หากสกุลเงินดังกล่าวอ่อนค่าลง ราคาของตราสารก็อาจลดลงได้
ความเสี่ยงจากภาวะตลาด (Market Risk)
มูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนถือครอง อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นหรือลดลงจาก ปัจจัยหลายประการ อาทิ ผู้ออกหลักทรัพย์ ภาวะตลาดหลักทรัพย์โดยรวม ภาวะเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย หรืออัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงภัยพิบัติทางธรรมชาติ (แผ่นดินไหว ไฟไหม้ น้ำท่วม พายุเฮอริเคน หรือสึนามิ) สภาพอากาศ หรือโรคระบาด โดยการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจทำให้กองทุนไม่สามารถดำเนินกลยุทธ์การลงทุนได้ตามที่วางแผนไว้ได้ทันเวลาและอาจกระทบต่อความสามารถของกองทุนในการบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน
อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ตลาดหลักทรัพย์โดยรวมอยู่ในภาวะขาลง หลักทรัพย์หลายประเภทอาจมีมูลค่าลดลงพร้อมกัน ในทางกลับกันแม้ตลาดโดยรวมจะอยู่ในภาวะขาขึ้น ก็ไม่อาจรับประกันได้ว่าหลักทรัพย์ที่กองทุนถืออยู่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางของตลาด ซึ่งการลงทุนในตลาดการเงินทั้งหมดมีความเป็นไปได้ที่จะสูญเสียมูลค่าได้เสมอ
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารแปลงสภาพและตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน (Convertible and Hybrid Securities Risk)
ตราสารแปลงสภาพ (Convertible Security) โดยทั่วไปหมายถึงตราสารหนี้ หุ้นบุริมสิทธิ หรือหลักทรัพย์อื่นที่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยหรือเงินปันผล และผู้ถือครองมีสิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด ในอัตราแปลงสภาพที่ระบุไว้ล่วงหน้า มูลค่าของ ตราสารแปลงสภาพอาจปรับเพิ่มหรือลดลงตามราคาตลาดของหุ้นสามัญที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง หรืออาจเปลี่ยนแปลงตามอัตราดอกเบี้ยและคุณภาพเครดิตของผู้ออกตราสารเช่นเดียวกับตราสารหนี้ทั่วไป โดยทั่วไปแล้วตราสารแปลงสภาพมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับหุ้น เมื่อราคาหุ้นที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงสูงกว่าราคาแปลงสภาพที่กำหนดไว้ (เนื่องจากมูลค่าของตราสารส่วนหนึ่งมาจากสิทธิในการแปลงสภาพที่มีมูลค่าสูงขึ้น) และมีแนวโน้มจะเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับตราสารหนี้ เมื่อราคาหุ้นที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงต่ำกว่าราคาแปลงสภาพที่กำหนดไว้ (เนื่องจากสิทธิในการแปลงสภาพมีมูลค่าลดลง) เนื่องจากมูลค่าของตราสารแปลงสภาพได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ตราสารประเภทนี้จึงมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยน้อยกว่าตราสารหนี้ทั่วไปที่ไม่สามารถแปลงสภาพได้ และโดยทั่วไปมีโอกาสสร้างผลกำไรหรือขาดทุนในระดับที่น้อยกว่าหุ้นสามัญที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง
ความเสี่ยงจากคู่สัญญา (Counterparty Risk)
ความเสี่ยงจากคู่สัญญา หมายถึง ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นเมื่อคู่สัญญาในธุรกรรมไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันหรือเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาได้ ไม่ว่าจะเกิดจากภาวะขาดสภาพคล่อง การล้มละลาย หรือเหตุอื่นใดที่ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้หรือส่งมอบตามสัญญาได้
เมื่อบริษัทมีการทำธุรกรรมนอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter: OTC) หรือธุรกรรมแบบทวิภาคี (Bilateral Contract) เช่น สัญญาซื้อขายตราสารอนุพันธ์นอกตลาด (OTC Derivatives) ธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repurchase Agreements) หรือธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) บริษัทอาจเผชิญความเสี่ยงจากความสามารถในการชำระหนี้ของคู่สัญญา หากคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาได้ตามที่ตกลงไว้
ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารทุน (Equity Risk)
การลงทุนในตราสารทุนมีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทุน (Capital Appreciation) อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การลงทุนในตราสารทุนย่อมมีความเสี่ยงหลายประการ ได้แก่ ความเสี่ยงจากผู้ออกหลักทรัพย์ ความเสี่ยงเฉพาะอุตสาหกรรม ความเสี่ยงจากภาวะตลาด และความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ทั้งนี้ แม้ว่าผู้จัดการการลงทุน (หรือผู้รับมอบหมายงานด้านการจัดการลงทุนที่เกี่ยวข้อง) จะใช้กลยุทธ์การกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวในบางส่วน แต่หากเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ หรือมีปัจจัยด้านลบที่ส่งผลกระทบให้เกิดความเสี่ยงดังกล่าว กองทุนอาจเผชิญกับการลดลงของมูลค่าการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ หรืออาจถึงขั้นสูญเสียมูลค่าทั้งหมดของตราสารทุนที่ถือครองอยู่ได้
นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์บางประเภทที่มีความเสี่ยงด้านราคาและสภาพคล่องสูงกว่าปกติ ตามลักษณะเฉพาะของตราสารนั้น ๆ ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (i) บริษัทเฉพาะกิจเพื่อการเข้าซื้อกิจการ (Special Purpose Acquisition Companies: SPACs) ซึ่งอาจยังไม่มีการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน (ii) การลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนแบบเฉพาะเจาะจง (Private Investments in Public Equity: PIPE) และ/หรือ (iii) การลงทุนในหุ้นที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (Initial Public Offerings: IPOs)
ความเสี่ยงจากการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending Risk)
การที่บริษัทเข้าทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending Transactions) อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงบางประการ และไม่สามารถรับประกันได้ว่ากองทุนจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่คาดหวังจากการเข้าทำธุรกรรมดังกล่าวได้ตามเป้าหมาย
ผู้ลงทุนควรตระหนักว่าหากเกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้ การล้มละลาย หรือการขาดสภาพคล่อง ของผู้กู้หลักทรัพย์ที่กองทุนให้ยืม อาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากความล่าช้าในการเรียกคืนหลักทรัพย์ดังกล่าว (ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถของกองทุนในการส่งมอบหลักทรัพย์ตามภาระผูกพันจากการขายหลักทรัพย์ หรือการชำระเงินที่เกิดจากคำสั่งขายหน่วยลงทุน) นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่กองทุนอาจสูญเสียสิทธิในหลักประกันที่ได้รับไว้เพื่อค้ำประกันธุรกรรมดังกล่าว ทั้งนี้ ความเสี่ยงเหล่านี้จะถูกลดทอนลงได้โดยการวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือทางการเงิน (Creditworthiness) ของผู้กู้อย่างรอบคอบ เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงที่ผู้กู้อาจเข้าสู่กระบวนการล้มละลายภายในระยะเวลาของสัญญาการให้ยืมหลักทรัพย์ และในกรณีที่ผู้กู้ไม่สามารถส่งคืนหลักทรัพย์ที่ยืมไปได้ กองทุนอาจประสบความเสี่ยงที่มูลค่าของหลักประกันที่ได้รับไว้ต่ำกว่ามูลค่าของหลักทรัพย์ที่ให้ยืม ซึ่งอาจเกิดจากการประเมินราคาหลักทรัพย์ที่คลาดเคลื่อน การเคลื่อนไหวของตลาดในทิศทางที่ไม่ดี การปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกัน หรือจากการขาดสภาพคล่องของตลาดที่หลักประกันนั้นมีการซื้อขายอยู่ นอกจากนี้ กองทุนอาจนำเงินสดซึ่งเป็นหลักประกันที่ได้รับจากผู้กู้ไปลงทุนต่อ ซึ่งมีความเสี่ยงว่ามูลค่าหรือผลตอบแทนจากการลงทุนต่อดังกล่าวอาจลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่กองทุนต้องชำระคืนให้แก่ผู้กู้ และการขาดทุนที่เกิดขึ้นอาจมากกว่าผลตอบแทนที่กองทุนได้รับจากการให้ยืมหลักทรัพย์นั้น
ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability Risk)
ผู้จัดการการลงทุนพิจารณาว่าความเสี่ยงด้านความยั่งยืนมีความเกี่ยวข้องกับผลตอบแทนของกองทุน การบูรณาการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเข้ากับกระบวนการตัดสินใจลงทุน อาจส่งผลให้กองทุนยกเว้นการลงทุนในบางหลักทรัพย์ที่อาจสร้างผลกำไรได้ และอาจทำให้กองทุนต้องขายการลงทุนที่ยังคงมีผลการดำเนินงานที่ดีออกไป
การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเป็นเรื่องที่มีลักษณะเชิงอัตวิสัยในระดับหนึ่ง และไม่สามารถรับประกันได้ว่าการลงทุนทั้งหมดของกองทุนจะสอดคล้องกับความเชื่อหรือค่านิยมของผู้ลงทุนแต่ละรายในด้านการลงทุนอย่างยั่งยืน
ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนอาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์หรือเงื่อนไขด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล ซึ่งส่งผลกระทบในทางลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อมูลค่าของหลักทรัพย์หนึ่งหรือหลายรายการ และอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลตอบแทนโดยรวมของกองทุน
ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนอาจปรากฏในหลายลักษณะ ได้แก่ แต่ไม่จำกัดเพียง
- การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท ส่งผลให้ความต้องการสินค้าและบริการลดลง หรือทำให้บริษัทหรือกลุ่มอุตสาหกรรมสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
- การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย กฎระเบียบ หรือมาตรฐานในอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกปรับ การถูกลงโทษ หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กระทบต่อโอกาสการเติบโตและการพัฒนาของบริษัทหรืออุตสาหกรรมโดยรวม
- การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือข้อบังคับ อาจทำให้เกิดอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในบริษัทที่ได้รับการประเมินว่ามีมาตรฐาน ESG ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ราคาหลักทรัพย์ดังกล่าวปรับตัวขึ้นเกินมูลค่าที่เหมาะสม และอาจมีความผันผวนมากขึ้นหากมุมมองของนักลงทุนต่อการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทเหล่านั้นเปลี่ยนแปลงไป
- การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายหรือข้อบังคับ อาจกระตุ้นให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการดำเนินงานหรือมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทเหล่านั้น
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- -19.43%
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- 1 ปี 4 เดือน
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- 79.65%
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-10 15:32:08.053000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 1,000 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 100 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 100 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ทุกวันทำการ
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ทุกวันทำการ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+4 คือ4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | เพิ่มขึ้น +1.13% | ไม่มีข้อมูล | 7 ก.ย. 2569 | 7 ต.ค. 2569 |
| 3M | ลดลง -3.69% | ไม่มีข้อมูล | 7 ก.ค. 2569 | 7 ต.ค. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +3.44% | ไม่มีข้อมูล | 7 เม.ย. 2569 | 7 ต.ค. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +4.73% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 7 ต.ค. 2569 |
| 1Y | เพิ่มขึ้น +3.84% | เพิ่มขึ้น +3.84% | 7 ต.ค. 2568 | 7 ต.ค. 2569 |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
| Metric ที่รายงาน | ช่วง | วันงวด | สถานะ |
|---|---|---|---|
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2017 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2018 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2019 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2020 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2017 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2018 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2019 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2020 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ความผันผวนของตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2017 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2018 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2019 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2020 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2017 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2018 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2019 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2020 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนกองทุนรวม | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 1 year | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 10 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2017 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2018 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2019 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2020 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 2021 | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 3 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 5 years | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | 6 months | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | inception date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
| ผลตอบแทนตัวชี้วัด | year to date | 31 ส.ค. 2569 | รอตรวจวิธีคำนวณ |
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 1.2500 | 1.6100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 1.6050 | 2.6800 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 1.6100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 0.0000 | 1.6100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 1.2500 | 1.6100 | 31 ส.ค. 2569 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 2.1210 | 5.3500 | 31 ส.ค. 2569 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการที่จะปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายข้างต้นโดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ของอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายภายในรอบระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดโครงการและตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด 3) ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม เมื่อรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5.3500 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมดังกล่าวข้างต้นเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) อาจเรียกเก็บจากผู้ลงทุนแต่ละกลุ่มหรือแต่ละรายไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทจัดการ 3) กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน บริษัทจัดการอาจยกเว้นไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนระหว่างกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ แต่จะมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามอัตราที่บริษัทจัดการกำหนด 4) ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน สูงสุดไม่เกินตามที่นายทะเบียนเรียกเก็บ เก็บจริง 200/รายการ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ: 1) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกัน (ถ้ามี) 2) บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการที่จะปรับเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายข้างต้นโดยไม่ถือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการในอัตราไม่เกินร้อยละ 5 ของอัตราค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายภายในรอบระยะเวลา 1 ปี ทั้งนี้ เป็นไปตามที่ระบุไว้ในรายละเอียดโครงการและตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด 3) ค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจากกองทุนรวม เมื่อรวมกันทั้งหมดต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 5.3500 ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
| วัน XD / ปิดทะเบียน | วันจ่ายเงิน | บาท/หน่วย | แหล่งข้อมูล |
|---|---|---|---|
| ปิดทะเบียน: 17 ก.ค. 2569 | 27 ก.ค. 2569 | 0.3000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 16 ธ.ค. 2568 | 23 ธ.ค. 2568 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 17 ต.ค. 2568 | 28 ต.ค. 2568 | 0.2500 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 20 ส.ค. 2567 | 27 ส.ค. 2567 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 23 เม.ย. 2567 | 7 พ.ค. 2567 | 0.1500 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 18 ส.ค. 2566 | 25 ส.ค. 2566 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 21 มิ.ย. 2566 | 29 มิ.ย. 2566 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 21 เม.ย. 2566 | 28 เม.ย. 2566 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 30 ธ.ค. 2565 | 10 ม.ค. 2566 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 19 ส.ค. 2565 | 26 ส.ค. 2565 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 22 เม.ย. 2565 | 6 พ.ค. 2565 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 21 ต.ค. 2564 | 29 ต.ค. 2564 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 23 เม.ย. 2564 | 6 พ.ค. 2564 | 0.1000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 22 ต.ค. 2563 | 30 ต.ค. 2563 | 0.2000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 24 ส.ค. 2561 | 31 ส.ค. 2561 | 0.1500 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 22 ธ.ค. 2560 | 4 ม.ค. 2561 | 0.2500 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 20 ต.ค. 2560 | 31 ต.ค. 2560 | 0.6000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 18 ส.ค. 2560 | 25 ส.ค. 2560 | 0.4000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 23 มิ.ย. 2560 | 30 มิ.ย. 2560 | 0.5000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 21 เม.ย. 2560 | 28 เม.ย. 2560 | 0.2000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 20 ม.ค. 2560 | 27 ม.ค. 2560 | 0.3000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 20 ธ.ค. 2559 | 27 ธ.ค. 2559 | 0.6000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
| ปิดทะเบียน: 18 พ.ย. 2559 | 25 พ.ย. 2559 | 0.2000 | บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ↗ ดึง 10 ต.ค. 2569 |
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings