อื่น ๆเลิกกองทุนไม่มีข้อมูล

MEUCRED1-UI

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ยูโรเปียน ไพรเวทเครดิต 1 ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

MFC European Private Credit Fund 1 Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
MEUCRED1-UI10.583510.657610.731710.805910.8800MEUCRED1-UI: 2025-11-18 ถึง 2026-05-212025-11-182026-05-21
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

18 พ.ย. 2568 – 21 พ.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +1.92%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 21 พ.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-09 07:15:12.811000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
อื่น ๆ
ความเสี่ยง
สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มี · งวด 7 พ.ย. 2566

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ Barings Perpetual European Direct Lending Fund (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินยูโร โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักจดทะเบียนจัดตั้งที่ประเทศลักเซมเบิร์ก และเป็น Société d'Investissement à Capital Variable (SICAV) ประเภท Reserved Alternative Investment Fund (RAIF) ในรูปแบบของ special limited partnership (SCSp) กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Baring International Fund Managers (Ireland) Limited

กองทุนหลักเน้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Private Credit ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะลงทุนในการให้กู้ยืมแก่บริษัทที่มีการดําเนินธุรกิจหรือมีกระแสเงินสดส่วนใหญ่ในภูมิภาคยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักร และประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเน้นลงทุนในการให้กู้ยืมแบบไม่ด้อยสิทธิที่มีหลักประกัน (senior secured loans) ให้กับบริษัทขนาดกลาง (middle-market companies) หรืออาจลงทุนใน unitranche loans (โครงสร้างการให้กู้ยืมที่รวมทั้งการให้กู้แบบไม่ด้อยสิทธิแบบมีหลักประกัน และแบบไม่มีหลักประกัน ไว้ด้วยกัน), subordinate positions (ตราสารด้อยสิทธิ) และตราสารทุน (กรณีมีการปรับโครงสร้างหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุน)

สำหรับเงินส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออก (issue/issuer) ต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมทั้งกองทุนอาจเข้าทําธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) และ/หรือ ธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) รวมถึงเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมและสภาวการณ์ในแต่ละขณะ โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจที่ผู้จัดการกองทุนเห็นเหมาะสม โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง เช่น ทรัพย์สินต่างๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต สินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ ดัชนีเงินเฟ้อ ดัชนีอ้างอิงอื่นๆ เป็นต้น ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ รวมถึงสินทรัพย์อ้างอิงอื่นๆ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนดหรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้

นอกจากนี้ กองทุนอาจทำธุรกรรมการกู้ยืมเงินหรือการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยเป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และ/หรือ ประกาศที่เกี่ยวข้องประกาศกำหนด และ/หรือที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทั้งนี้ กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) และ/หรือจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity

ทั้งนี้ กองทุน Barings Perpetual European Direct Lending Fund (กองทุนหลัก) จะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และไม่ทําธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) รวมถึงไม่ทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) แต่อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักมีเกณฑ์ที่จำกัดการกู้ยืมไม่เกินร้อยละ 150 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Barings Perpetual European Direct Lending Fund นั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เมื่อผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือ เมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือ เมื่อกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวกระทำผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือ เมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน โดยกองทุนจะดำรงอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุน จึงอาจส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและ/หรือกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการ และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ลักษณะสำคัญของกองทุน Barings Perpetual European Direct Lending Fund (กองทุนหลัก)

ชื่อกองทุนรวมต่างประเทศ

Barings Perpetual European Direct Lending Fund

ซี่งเป็นกองทุนย่อย (sub-fund) ของ Barings Umbrella Fund (LUX) SCSp SICAV-RAIF

นโยบายการลงทุน

กองทุน Barings Perpetual European Direct Lending Fund มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนหลังปรับด้วยความเสี่ยง (risk-adjusted returns) โดยจะลงทุนทางตรงหรือทางอ้อมผ่านเครื่องมือทางการลงทุนที่เป็นตัวกลางในพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงอย่างดี โดยลงทุนในการให้กู้ยืมแก่บริษัทที่มีการดําเนินธุรกิจหรือมีกระแสเงินสดส่วนใหญ่ในภูมิภาคยุโรป รวมถึงสหราชอาณาจักร และประเทศสวิตเซอร์แลนด์

กองทุนจะเน้นการให้กู้ยืมแบบไม่ด้อยสิทธิที่มีหลักประกัน (senior secured loans) ให้กับบริษัทขนาดกลาง (middle-market companies) โดยอาจจะลงทุนใน unitranche loans (โครงสร้างการให้กู้ยืมที่รวมทั้งการให้กู้แบบไม่ด้อยสิทธิแบบมีหลักประกัน และแบบไม่มีหลักประกัน ไว้ด้วยกัน), subordinate positions (ตราสารด้อยสิทธิ) และตราสารทุน (กรณีมีการปรับโครงสร้างหนี้โดยการแปลงหนี้เป็นทุน)

ทั้งนี้ ไม่มีการรับประกันผลการดำเนินงานของกองทุน หรือการรับประกันว่ากองทุนจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการลงทุนได้

วันที่จัดตั้ง

26 กรกฎาคม 2566

ประเทศที่จัดตั้ง

ประเทศลักเซมเบิร์ก

สกุลเงิน

ยูโร (EUR)

อายุโครงการ

ไม่กำหนด

Benchmark

ไม่มี

The General Partner (GP)

(หุ้นส่วนที่ไม่จํากัดความรับผิด)

Barings Umbrella Fund (LUX) GP S.a.r.l.

รับผิดชอบการบริหารจัดการกองทุน ในฐานะหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิดมีหน้าที่ต่างๆ รวมถึงการแต่งตั้งผู้บริหารจัดการกองทุนของกองทุนย่อย (AIFM) และการกำกับดูแลกิจกรรมของ AIFM การจัดประชุมหุ้นส่วน การดำเนินการทำสัญญาจองซื้อหน่วยลงทุน และการแต่งตั้งผู้รับฝากทรัพย์สินร่วมกับ AIFM

หมายเหตุ: กองทุน MEUCRED1-UI จะลงทุนในกองทุนหลักในฐานะหุ้นส่วนที่จํากัดความรับผิด (Limited Partner)

Alternative Investment Fund Manager (AIFM) (ผู้บริหารจัดการกองทุน)

Baring International Fund Managers (Ireland) Limited ทำหน้าที่บริหารการลงทุนของกองทุน Barings Perpetual European Direct Lending Fund รวมถึงการบริหารความเสี่ยง การประเมินมูลค่าทรัพย์สิน การทำการตลาดและเสนอขายหน่วยลงทุน

Investment Manager

(ผู้บริหารการลงทุน)

(1) Baring Asset Management Limited บริษัทเอกชนจำกัดจัดตั้งในประเทศอังกฤษและเวลส์ และได้รับใบอนุญาตในฐานะบริษัทจัดการสินทรัพย์และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ UK Financial Conduct Authority; และ

(2) Barings LLC. ที่ปรึกษาการลงทุนที่ขึ้นทะเบียนกับ SEC ในสหรัฐอเมริกา

ซึ่งแต่งตั้งโดยผู้บริหารจัดการกองทุน (AIFM)

โดยทำหน้าที่จัดการทรัพย์สินของกองทุนย่อยตามวัตถุประสงค์และกลยุทธ์การลงทุน ภายใต้ข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน

การเปิดเผยข้อมูลการลงทุนอย่างยั่งยืน ที่อยู่ภายใต้การกํากับดูแลของสหภาพยุโรป (SFDR)

แม้กองทุนไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อการลงทุนอย่างยั่งยืน แต่กองทุนได้มีการส่งเสริมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 8 (Article 8) ของ SFDR ตามกฎเกณฑ์ของสหภาพยุโรป ว่าด้วยเรื่องการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในภาคบริการทางการเงิน โดยมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกสินเชื่อที่ไปลงทุนต้องสอดคล้องกับหลัก ESG โดยกองทุนจะมีการดำเนินการตรวจสอบสถานะด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแล เพื่อประเมินความสามารถในด้าน ESG ของบริษัทผู้กู้ยืม และมีการให้คะแนนประกอบการประเมินในการคัดกรองบริษัทผู้กู้ยืมที่มีมาตรฐาน ESG เป็นบวกและมีพื้นฐานแข็งแกร่ง เช่น เครดิตที่แข็งแกร่งและมีกระแสเงินสดดี โดยสถานะ ESG ดังกล่าว จะได้รับการตรวจสอบตลอดอายุของการลงทุนในพอร์ตการลงทุนแต่ละรอบ ในกรณีที่คุณลักษณะของ ESG ของพอร์ตการลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ผู้บริหารการลงทุนจะหารือกับบริษัทผู้กู้ยืมที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการลดลงของพอร์ตการลงทุนนั้น เพื่อทำความเข้าใจและหาแนวทางในการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ESG

ข้อจำกัดในการลงทุน

(1) กองทุนจะไม่ลงทุนในผู้ออกตราสารรายใดรายหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน โดยอาจเพิ่มเป็นร้อยละ 7.5 ในกรณีมีการลงทุนเพิ่มในตราสารนั้นๆ

(2) กองทุนจะไม่ลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใดกลุ่มอุตสาหกรรมหนึ่งเกินกว่าร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน

(3) กองทุนจะไม่ลงทุนในการกู้ยืมที่ไม่ใช่ first-lien (การมีสิทธิได้เงินคืนเป็นลำดับแรก) เกินกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน

ทั้งนี้ อาจยกเว้นข้อจำกัดดังกล่าวข้างต้นเมื่อได้รับมติจากที่ประชุม

ข้อจำกัดดังกล่าวจะใช้ในการพิจารณาการลงทุนเพิ่มเติม ณ เวลานั้นๆ และจะไม่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าของการลงทุนที่มีอยู่เดิม หรือการรับรู้ผลกำไรขาดทุน

การลงทุนขั้นต่ำ

1 ล้านยูโร

ค่าธรรมเนียมของกองทุนหลัก

ค่าธรรมเนียมการดำเนินการ (Ongoing Fees)

(1) ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ในอัตรา 1.25% ต่อปีของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดแต่ละราย ณ วันที่ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

(2) ค่าธรรมเนียมการบริการ (Service Fee) (ถ้ามี) ในอัตราตามที่ได้มีการตกลงกันระหว่าง GP หุ้นส่วนที่จํากัดความรับผิด และสถาบันการเงินที่เป็นตัวกลาง (Financial Intermediary)

ค่าธรรมเนียมจากผลการดำเนินงาน (Performance Fee)

(1) เมื่อผลตอบแทนรวมที่เกินกว่า Preferred Return (5% ต่อปี) โดย Preferred Return คือ การจัดสรรผลตอบแทนส่วนเกินจาก Hurdle rate

(2) หลังจากนั้น หากยังมีผลตอบแทนส่วนเกินเหลืออยู่ จะคิด 15% ของผลตอบแทนส่วนเกินที่ยังเหลืออยู่นั้น โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นผลตอบแทนส่วนเกินที่สูงกว่าจุดสูงสุดเดิมนับย้อนหลัง 3 ปี

การซื้อหน่วยลงทุน

ทุกเดือน โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันทำการ

การขายคืนหน่วยลงทุน

(Redemption Charge)

ทุกไตรมาส โดยต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน

กองทุนมีค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน ดังนี้

5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดที่ทำการขายคืนหน่วยลงทุนในรอบนั้น ในกรณีขายคืนหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลา 12 เดือน

2% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดที่ทำการขายคืนหน่วยลงทุนในรอบนั้น ในกรณีขายคืนหน่วยลงทุนหลัง 12 เดือน แต่ไม่เกิน 24 เดือน

เพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Gate)

กองทุนมีกำหนดเพดานการขายคืนหน่วยลงทุน (Redemption Gate) ไว้ที่ 5% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งหมดของกองทุนในแต่ละไตรมาส โดยจะทำการเฉลี่ยตามสัดส่วน (pro rata) ของมูลค่าทรัพย์สินของหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดทุกรายรวมกันที่ได้ยื่นขายคืนหน่วยลงทุนในรอบนั้นๆ โดยรายการที่เหลือจะถูกยกเลิกทั้งหมด และหุ้นส่วนที่จำกัดความรับผิดที่ประสงค์จะขายคืนหน่วยลงทุนในส่วนที่ไม่ได้รับการจัดสรร หรือถูกยกเลิก หรือปฏิเสธคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าว จะต้องส่งคำสั่งขายคืนหน่วยลงทุนใหม่อีกครั้งในรอบถัดไป

Depositary (ผู้รับฝากทรัพย์สิน)The Bank of New York Mellon SA/NV, Luxembourg branch

ความเสี่ยงของกองทุนหลัก (1) ความเสี่ยงโดยทั่วไปด้านตลาดและด้านเครดิตของสินเชื่อ (General Market and Credit Risk of Loans)

การลงทุนให้กู้ยืมมีความเสี่ยงด้านเครดิตและความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงด้านเครดิต คือ โอกาสที่ผู้กู้ยืมจะผิดนัดชำระเงินต้นและ/หรือดอกเบี้ยเงินกู้ ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย คือ ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด ความแข็งแกร่งทางการเงินและความสามารถในการชำระคืนหนี้ของผู้กู้ยืมเป็นปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อความเสี่ยงด้านเครดิต ปัจจัยต่างๆ อาจส่งผลกระทบทางลบต่อผลการดำเนินงานของผู้กู้ยืม และเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านเครดิต

(2) ข้อจำกัดในการควบคุมธุรกิจ/สินทรัพย์ของผู้ยืม (Limited Control over Borrower’s Assets/Business)

ความสามารถของผู้ให้กู้ในการควบคุมสินทรัพย์หรือกิจกรรมทางธุรกิจของผู้กู้ยืมนั้น มีน้อยกว่าการควบคุมของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กองทุนจะลงทุนในฐานะผู้ให้กู้เป็นหลักมากกว่าที่จะเข้าถือหุ้น กองทุนจึงมีความสามารถอย่างจำกัดในการควบคุมสินทรัพย์หรือกิจกรรมทางธุรกิจของผู้กู้ยืม

(3) ความเสี่ยงเกี่ยวกับการประสานงานระหว่างผู้ให้กู้ยืม (Lender Co-ordination Risk)

เมื่อมีการให้กู้ยืมร่วมกัน ผู้ให้กู้รายย่อยอาจไม่อยู่ในฐานะที่จะควบคุมการบังคับใช้และการดำเนินการอื่นๆ ที่จะต้องดำเนินการภายใต้การกู้ยืมร่วม ในบางกรณี ข้อตกลงในการให้กู้ยืมจะมีความซับซ้อนระหว่างผู้ให้กู้ยืม ซึ่งอาจหมายความว่า การแก้ไข การยกเว้น การยินยอม และความสามารถในการดำเนินการหรือการบังคับใช้ รวมถึงการเร่งชำระหนี้ จะอยู่นอกเหนือการควบคุมของผู้ให้กู้ยืมรายเดียว เนื่องจากการจัดหาเงินทุนอาจมีผู้ให้กู้ยืมที่หลากหลาย (รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ ผู้ถือหุ้นกู้สาธารณะ ธนาคาร สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการป้องกันความเสี่ยง ผู้ให้กู้ข้ามชาติ และบริษัทประกัน) ที่มีลำดับการชำระเงินที่แตกต่างกัน ผลประโยชน์ของผู้ให้กู้ยืมภายใต้ข้อตกลงระหว่างผู้ให้กู้ยืมดังกล่าวอาจไม่สอดคล้องกัน ด้วยเหตุนี้ จึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าวัตถุประสงค์ของกองทุนและกลยุทธ์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ที่มีการให้กู้ยืมร่วมกัน

(4) ความเสี่ยงในการชำระคืนเงินก่อนครบกำหนด (Prepayment Risk)

เงินกู้ยืมอาจอยู่ภายใต้ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่หลากหลาย เช่น การไถ่ถอนก่อนกำหนด ทางเลือกในการรีไฟแนนซ์ ทางเลือกในการชำระคืนเงินล่วงหน้า หรือข้อกำหนดอื่นที่คล้ายกัน ซึ่งในแต่ละกรณีอาจส่งผลให้ผู้กู้ยืมชำระคืนเงินต้นเร็วกว่าที่คาดหวังไว้ ในกรณีที่การลงทุนได้รับการชำระล่วงหน้าก่อนวันครบกำหนด ผู้กู้ยืมอาจต้องชำระค่าธรรมเนียม break fee เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับการชดเชยทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อมีการชำระคืนเงินล่วงหน้าเกิดขึ้น และในกรณีที่ไม่มีการจ่ายหรือไม่มีค่าธรรมเนียม break fee เมื่อมีการไถ่ถอนก่อนกำหนด อาจส่งผลกระทบในทางลบต่อผลตอบแทนที่กองทุนได้รับจากการลงทุนนั้นๆ

(5) ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)

เงินกู้ยืมมีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับชำระดอกเบี้ยและ/หรือเงินต้นตามกำหนด การไม่ชำระคืนเงินจะส่งผลทำให้รายได้ของกองทุนลดลง มูลค่าของการลงทุนที่ไม่ได้รับการชำระคืนเงินจะลดลง และอาจส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนลดลง

(6) สภาพคล่องของการลงทุนในการให้กู้ยืม (Liquidity of Investments in Loans)

เนื่องจากข้อตกลงของการให้กู้ยืมมีความเป็นเอกลักษณ์และถูกกำหนดขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ซึ่งแสดงถึงประเภทของการให้กู้ยืมที่กองทุนคาดว่าจะลงทุนเป็นหลัก การให้กู้ยืมดังกล่าวจึงไม่สามารถซื้อหรือขายได้ง่ายเหมือนกับหลักทรัพย์ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แม้ว่านักลงทุนที่ลงทุนในการให้กู้ยืมจะเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าระดับอุปสงค์และอุปทานในอนาคตของการซื้อขายสินทรัพย์ให้กู้ยืมจะมีสภาพคล่อง นอกจากนี้ การกู้ยืมยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถโอนโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้กู้ยืมได้ และเมื่อตลาดมีสภาพคล่องน้อยอาจทำให้กองทุนประเมินมูลค่าของการให้กู้ยืมในพอร์ตการลงทุนมีความแม่นยำยากขึ้น

(7) ผู้ร่วมให้กู้ยืม (Participants)

กองทุนอาจลงทุนโดยตรงในการให้กู้ยืมหรือลงทุนทางอ้อมโดยการซื้อสิทธิการมีส่วนร่วมในการให้กู้ยืม หรือสิทธิการมีส่วนร่วมในการให้กู้ยืมย่อย จากสถาบันการเงินบางแห่ง ซึ่งจะแสดงถึงสิทธิในการได้รับส่วนแบ่งของเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมดตามส่วนแบ่งดังกล่าว ซึ่งการเข้าซื้อสิทธิการมีส่วนร่วมในการให้กู้ยืม โดยปกติกองทุนจะมีความสัมพันธ์ตามสัญญากับสถาบันผู้ขายสิทธิการให้กู้ยืมร่วมเท่านั้น โดยไม่เกี่ยวข้องกับผู้กู้ยืม ดังนั้น เวลาลงทุนในสิทธิการมีส่วนร่วมดังกล่าว กองทุนมักไม่มีสิทธิโดยตรงที่จะบังคับให้ผู้กู้ยืมทำตามข้อตกลงในสัญญากู้ยืม ไม่มีสิทธิที่จะยึดสินทรัพย์ของผู้กู้ยืมตามที่กำหนด และไม่มีสิทธิที่จะคัดค้านการแก้ไขเพิ่มเติมสัญญากู้ยืมบางประการที่สถาบันผู้ขายสิทธิการมีส่วนร่วมในการให้กู้ยืมได้ตกลงไว้ นอกจากนี้ กองทุนอาจไม่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากหลักประกันที่สนับสนุนการกู้ยืมนั้น และอาจต้องยอมตามสิทธิการชดใช้ที่ผู้กู้ยืมมี ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนทางอ้อมดังกล่าว (ตัวอย่างเช่น ผ่าน swap หรือตราสารอนุพันธ์อื่น) หรือธุรกรรมอนุพันธ์ จะไม่มีการรับรองว่าความสามารถของกองทุนในการรับรู้ผลจากการมีส่วนร่วมหรือการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ จะไม่ถูกยับยั้งหรือเสียหายในกรณีที่ผู้ออก ผู้กู้ยืม ผู้ถือหุ้นกู้ หรือคู่ค้าของกองทุน ที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนทางอ้อมหรือธุรกรรมอนุพันธ์นั้นๆ ล้มละลายหรือมีหนี้สินล้นพ้นตัว

ในกรณีที่กองทุนลงทุนผ่านการมีส่วนร่วมในการให้กู้ยืม มีความเสี่ยงด้านเครดิตและการล้มละลายเพิ่มเติมของผู้มีส่วนร่วมโดยตรง/สถาบันขายสิทธิการมีส่วนร่วม และการไม่สามารถที่จะอธิบายถึงเงินที่เกี่ยวเนื่องกับการให้กู้ยืมดังกล่าวที่ได้รับจากกองทุน ในการวิเคราะห์การให้กู้ยืมหรือการมีส่วนร่วมแต่ละครั้ง หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด AIFM หรือผู้บริหารการลงทุน จะเปรียบเทียบความสำคัญของความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการลงทุน

นอกจากนี้ ในกรณีที่สถาบันผู้ขายสิทธิการมีส่วนร่วมในการให้กู้ยืมมีหนี้สินล้นพ้นตัว ภายใต้กฎหมายของเขตอำนาจที่เกี่ยวข้อง กองทุนอาจถูกจัดเป็นเจ้าหนี้ทั่วไปของสถาบันที่ขายนั้น และอาจไม่มีสิทธิเรียกร้องแต่เพียงผู้เดียวหรือมีสิทธิเรียกร้องเหนือผู้อื่นในสิทธิประโยชน์ที่สถาบันผู้ขายได้รับจากการให้กู้ยืมหรือหลักประกันที่เกี่ยวข้อง หรือการเรียกร้องของกองทุนอาจทำให้เกิดอคติเชิงลบจากการต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ การที่เจ้าหนี้ต้องเข้าไปช่วยปรับโครงสร้างและร่วมรับรู้ความเสียหาย หรือกฎระเบียบที่คล้ายคลึงกันที่สถาบันผู้ขายต้องปฏิบัติตาม ดังนั้น กองทุนอาจเผชิญกับความเสี่ยงด้านเครดิตของสถาบันผู้ขาย รวมถึงของผู้กู้ยืม หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด AIFM หรือผู้บริหารการลงทุน อาจไม่ทำการวิเคราะห์เครดิตของสถาบันผู้ขายอย่างเป็นอิสระ ไม่มีการรับรองว่ากองทุนจะสามารถได้รับดอกเบี้ยและหรือเงินต้นทั้งหมดตามที่คาดการณ์ไว้

(8) การลงทุนที่ไม่มีอำนาจควบคุม การมีส่วนร่วมของบุคคลที่สาม (Non-Controlling Investment Positions, Third-Party Involvement)

กองทุนอาจลงทุนในการให้กู้ยืมร่วม (“Club” deal) และอาจเป็นส่วนน้อยในการให้กู้ยืมดังกล่าว ในสถานการณ์เช่นนี้ กองทุนอาจมีความสามารถในการใช้อำนาจชักจูงที่จำกัดต่อการตัดสินใจใช้สิทธิออกเสียงที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้ยืมดังกล่าว หรือข้อจำกัดเกี่ยวกับความสามารถในการขายการให้กู้ยืมที่ถืออยู่เป็นส่วนน้อย ถึงแม้ว่า AIFM และผู้บริหารการลงทุนคาดหวังที่จะมีสิทธิที่เหมาะสมเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของกองทุน กองทุนอาจมีข้อจำกัดในการดำเนินการตรวจสอบผู้ออกตราสารอ้างอิงก่อนทำการลงทุนดังกล่าว ประเด็นและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกตราสารดังกล่าวที่กองทุนลงทุนอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อมูลค่าของการลงทุน

(9) ความเสี่ยงจากการให้กู้ยืม (Lending Risks)

หากกองทุนลงทุนในการให้กู้ยืมที่มีพันธะผูกพันตามสัญญาโดยตรงกับผู้กู้ยืม กองทุนจะมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ตัวอย่างเช่น หากการให้กู้ยืมถูกยึดหลักประกัน กองทุนอาจกลายเป็นเจ้าของหลักประกันบางส่วนหรือทั้งหมด และจะต้องรับผิดชอบต้นทุนและหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับการเป็นเจ้าของและการขายหลักประกัน ดังนั้น กองทุนอาจขาดทุนจากการผิดนัดชำระหนี้และการยึดหลักประกัน ค่าใช้จ่ายหรือความล่าช้าใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลของการยึดหลักประกันของการให้กู้ยืมหรือการขายสินทรัพย์อ้างอิงจะทำให้รายได้ลดลง และทำให้ผลขาดทุนเพิ่มขึ้น

ไม่มีการรับประกันว่าหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด AIFM หรือผู้บริหารการลงทุนจะประเมินมูลค่าของสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันของการให้กู้ยืมได้ถูกต้อง ในกรณีที่มีการปรับโครงสร้างองค์กรหรือดำเนินการชำระบัญชีที่เกี่ยวข้อง กองทุนอาจสูญเสียเงินบางส่วนหรือทั้งจำนวนที่ให้กู้ยืม รวมถึงความถูกต้องหรือความสามารถในการบังคับใช้เงินกู้ และการรักษาลำดับความสำคัญและความสมบูรณ์ของผลประโยชน์ของหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ ไม่มีหลักประกันว่าจะไม่มีการใช้สิทธิเรียกร้องที่อาจจะแทรกแซงการบังคับใช้สิทธิของกองทุน

(10) สิทธิของผู้ให้กู้ยืมและการบังคับใช้หลักประกัน (Creditors’ Rights and Enforceability of Security)

เงินให้กู้ยืมจะอยู่ภายใต้กฎหมายต่างๆ เพื่อคุ้มครองผู้ให้กู้ยืม และจะต้องอยู่ภายใต้เขตอำนาจศาลที่ดำเนินธุรกิจของผู้กู้ยืม ซึ่งหากผู้กู้ยืมดำเนินธุรกิจหรือถือสินทรัพย์ต่างเขตอำนาจศาลกับผู้ให้กู้นั้น อาจส่งผลกระทบทางลบต่อความสามารถหรือภาระผูกพันของผู้กู้ยืมในการชำระเงินเต็มจำนวนหรือตามกำหนดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระบวนการมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ที่ใช้กับผู้กู้ยืมแต่ละรายจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเทศที่ผู้กู้ยืมหรือทรัพย์สินของผู้กู้ยืมตั้งอยู่ และอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสถานะทางกฎหมายของผู้กู้ยืม หากมีการเริ่มกระบวนการมีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่สามารถชำระหนี้ได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับผู้กู้ยืมรายใด ความสามารถในการรับรู้สินทรัพย์ที่มีหลักประกันอาจล่าช้า และ/หรือมูลค่าของสินทรัพย์ที่มีหลักประกันเหล่านั้นด้อยคุณภาพ นอกจากนี้ กองทุนอาจไม่ได้รับการปฏิบัติที่เอื้ออำนวยภายใต้กระบวนการทางกฎหมายในการได้รับชำระหนี้ รวมถึงในกรณีที่กองทุนพยายามที่จะบังคับใช้หลักประกันใดๆ ก็ตามที่กองทุนอาจมีอยู่

การให้กู้ยืมยังอาจมีความเสี่ยงต่อผู้ให้กู้ยืมอื่นๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง (ก) ความเป็นไปได้ที่ธุรกรรมการลงทุนใดเป็นโมฆะ เนื่องจากเป็น “การโอนทรัพย์สินโดยมีเจตนาโกงหนี้” ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิของผู้ให้กู้ยืม (ข) สิ่งที่เรียกว่า การเรียกร้องความรับผิดของผู้ให้กู้ยืมโดยผู้ขอกู้ยืม และ (3) ความรับผิดต่อสภาพแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นเกี่ยวกับหลักประกันที่ใช้ในการกู้ยืม

(11) ลักษณะการลงทุนในการให้กู้ยืมที่มีหลักประกัน (Nature of Investments in Secured Loans)

กองทุนมีกลยุทธ์การลงทุนโดยจะเน้นการให้กู้ยืมแบบไม่ด้อยสิทธิที่มีหลักประกัน ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อการให้กู้ยืมที่มีหลักประกันและโครงสร้างเงินทุนโดยรวมนั้นมีความซับซ้อน ตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันใดๆ จะถูกค้ำประกันเฉพาะในขอบเขตของภาระผูกพันและเฉพาะในขอบเขตของมูลค่าสินทรัพย์อ้างอิงเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่าการให้กู้ยืมที่มีหลักประกันทั้งหมดจะมีสิทธิเหนือกว่าสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันของผู้กู้ยืม ตัวอย่างเช่น การให้กู้ยืมที่มีหลักประกันบางประเภทอาจมีภาระผูกพันเฉพาะในทรัพย์สินที่ระบุของผู้กู้ยืมเท่านั้น หรือภาระผูกพันหลักอาจเรียกเก็บจากหลักประกันของกองทุน

สินทรัพย์อ้างอิงมีความเสี่ยงด้านเครดิต สภาพคล่อง และอัตราดอกเบี้ย ถึงแม้ว่ากองทุนอาจลงทุนตามที่หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด AIFM หรือผู้บริหารการลงทุนเชื่อว่าหลักประกันเป็นหลักประกันเฉพาะ แต่ก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าการขายหลักประกันใดๆ ดังกล่าว จะเป็นตามภาระผูกพันของผู้กู้ยืมในกรณีที่ไม่สามารถชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้นตามกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนดังกล่าว หรือรับประกันว่าหลักประกันดังกล่าวจะสามารถขายได้ทันที

ในกรณีที่ผู้กู้ยืมล้มละลาย กองทุนอาจประสบกับความล่าช้าหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับความสามารถในการรับรู้ประโยชน์ของหลักประกันในการลงทุน โดยบางสถานการณ์ หลักประกันการลงทุนอาจถูกปล่อยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากกองทุน นอกจากนี้ การลงทุนในการให้กู้ยืมที่มีหลักประกันอาจไม่สมบูรณ์แบบด้วยเหตุผลหลายประการ รวมถึงการที่ผู้ให้กู้ยืมไม่ทำการยื่นคำร้อง และส่งผลให้กองทุนอาจไม่ได้รับการจัดลำดับความสำคัญเหนือเจ้าหนี้รายอื่นตามที่คาดไว้

(12) การลงทุนในการให้กู้ยืมแก่บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก (Investments in loans to small and mid-market companies)

กองทุนอาจให้กู้ยืมแก่บริษัทขนาดกลาง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงเพิ่มเติมเมื่อเปรียบเทียบกับการให้กู้ยืมแก่บริษัทขนาดใหญ่ โดยความเสี่ยงดังกล่าวอาจรวมถึงความเสี่ยงดังต่อไปนี้

(ก) บริษัทขนาดกลางอาจมีทรัพยากรทางการเงินที่จำกัด จึงอาจไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันของตนได้ ซึ่งอาจมาพร้อมกับมูลค่าของหลักประกันที่ลดลง

(ข) บริษัทขนาดกลางอาจมีประวัติการดำเนินธุรกิจสั้นกว่า สายผลิตภัณฑ์แคบกว่า และส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ ทำให้มีความเสี่ยงจากคู่แข่ง สภาวะตลาด และภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ

(ค) บริษัทขนาดกลางอาจพึ่งพาความสามารถในการบริหารจัดการของบุคคลกลุ่มเล็กๆ ดังนั้น การลาออกหรือเลิกจ้างของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการลงทุนของกองทุนที่เกี่ยวข้องกับบริษัทดังกล่าว

(ง) บริษัทขนาดกลางบางแห่งอาจมีการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะน้อย AIFM และ/หรือผู้บริหารการลงทุนอาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดที่เกี่ยวกับบริษัทเหล่านี้ ทำให้ไม่สามารถตัดสินใจลงทุนด้วยข้อมูลที่ครบถ้วน และทำให้กองทุนสูญเสียเงินจากการลงทุน

(จ) บริษัทขนาดกลางมีผลการดำเนินงานที่สามารถคาดการณ์ได้น้อยกว่าบริษัทขนาดใหญ่ และอาจต้องใช้เงินทุนเพิ่มจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน รักษาตำแหน่งในการแข่งขัน หรือขยายการดำเนินงานทางการเงิน

(ฉ) บริษัทขนาดกลางอาจประสบปัญหาในการเข้าถึงตลาดทุนเพื่อตอบสนองความต้องการเงินทุนในอนาคต และ

(ช) บริษัทขนาดกลางอาจใช้เอกสารจากการเจรจาส่วนตัวซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานอุตสาหกรรมใดๆ (เช่น Loan Market Association หรือ Loan Syndicate Trading Association)

(13) การพึ่งพาผู้กู้ยืม (Reliance on Loan Borrower)

กองทุน หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด AIFM หรือผู้บริหารการลงทุน ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะควบคุมการดำเนินงานของบริษัทใดๆ ที่กองทุนทำสัญญาให้กู้ยืมเงิน ซึ่งบริษัทที่กองทุนให้กู้ยืมเงินอาจบริหารจัดการบริษัทเหล่านั้นในลักษณะที่กองทุน หรือ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด AIFM หรือผู้บริหารการลงทุนไม่ได้คาดการณ์ไว้

การลงทุนในการให้กู้ยืมมีความเป็นไปได้ที่ผู้กู้ยืมจะบิดเบือนหรือไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ความไม่ถูกต้องหรือความไม่สมบูรณ์ดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการประเมินมูลค่าหลักประกันของการให้กู้ยืม หรืออาจส่งผลเสียต่อความสามารถของกองทุนในการปรับปรุงหรือบังคับใช้หลักทรัพย์ของการให้กู้ยืมที่มีหลักประกัน ทั้งนี้ กองทุนจะพึ่งพาความถูกต้องและครบถ้วนสมบูรณ์ตามที่ผู้กู้ยืมได้นำเสนอตามขอบเขตที่เหมาะสม แต่ไม่สามารถรับประกันความถูกต้องหรือครบถ้วนของการรับรองดังกล่าวได้ นอกจากนี้ คุณสมบัติของการลงทุนยังขึ้นอยู่กับความถูกต้องของการรับรองของผู้กู้ยืมที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น กองทุนจึงมีความเสี่ยงจากระบบที่ใช้โดยหุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด AIFM และผู้บริหารการลงทุน หรือผู้ให้กู้รายอื่น ในการควบคุมความถูกต้องแม่นยำดังกล่าวตามความเหมาะสม

(14) การขายคืนหน่วยลงทุน (Redemptions)

กองทุนหลักมีกําหนดระยะเวลาขายคืนหน่วยลงทุนได้ไตรมาสละครั้ง รวมถึงต้องส่งคําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 60 วัน เมื่อผู้ถือหน่วยลงทุนทําการสั่งขายคืนหน่วยลงทุนแล้วจะไม่สามารถยกเลิกคําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนดังกล่าวได้ ดังนั้น ในกรณีที่ภายหลังจากการส่งคําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนแล้ว เกิดสภาวะตลาดผันผวนและ/หรือไม่ปกติอาจทําให้ผู้ถือหน่วยลงทุนมีความเสี่ยงด้านราคาที่อาจจะลดลงช่วงที่ส่งคําสั่งขายคืนหน่วยลงทุนได้

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 7 พ.ย. 2566 · นโยบายปันผลงวด 7 พ.ย. 2566

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
500,000 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
0 (ต้นทางไม่ระบุสกุลเงิน)
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 (ต้นทางไม่ระบุสกุลเงิน)

SEC Open Data · Factsheet มีผล 7 พ.ย. 2566 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ระหว่างวันที่ 7 – 14 พ.ย. 2566
วันรับคำสั่งขายคืน
รับซื้อคืนหน่วยลงทุน โดยอัตโนมัติปีละ 2 ครั้ง
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+5 คือ5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 7 พ.ย. 2566 · คำสั่งขายคืน: 7 พ.ย. 2566 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mเพิ่มขึ้น +1.89%ไม่มีข้อมูล31 มี.ค. 256921 พ.ค. 2569
3Mเพิ่มขึ้น +0.14%ไม่มีข้อมูล30 ม.ค. 256921 พ.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +1.92%ไม่มีข้อมูล19 พ.ย. 256821 พ.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +1.64%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 256821 พ.ค. 2569
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)1.50002.00007 พ.ย. 2566
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.60502.14007 พ.ย. 2566
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00002.00007 พ.ย. 2566
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00000.00007 พ.ย. 2566
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00000.00007 พ.ย. 2566
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)50.000050.00007 พ.ย. 2566
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)0.00004.88907 พ.ย. 2566

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings