อื่น ๆจดทะเบียนชนิดป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (Fully hedged)

MPINFRAUI-H

กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี คอร์ ไพรเวท อินฟราสตรัคเจอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย

MFC Core Private Infrastructure Fund Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน)

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
MPINFRAUI-H9.708110.105710.503410.901111.2987MPINFRAUI-H: 2026-02-27 ถึง 2026-08-312026-02-272026-08-31
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

27 ก.พ. 2569 – 31 ส.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +12.17%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 08:08:27.535000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
อื่น ๆ
ความเสี่ยง
สูงมากอย่างมีนัยสำคัญ · ระดับ 8+
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มี · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) คือ Ares Core Infrastructure Fund (กองทุนหลัก) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งกองทุนหลักมีสถานะเป็นกองทรัสต์ตามกฎหมายของรัฐ Delaware ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีลักษณะเป็น Business Development Company (“BDC”) ภายใต้กฎหมาย Investment Company Act of 1940 โดยมี Ares Capital Management II LLC เป็นที่ปรึกษา (“Adviser”)

กองทุนหลักมุ่งเน้นการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน (“Infrastructure Assets”) ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะเน้นไปที่สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานหลัก (Core Infrastructure Assets) ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ รวมกับจำนวนเงินที่กู้ยืมมาเพื่อการลงทุน โดยจะลงทุนในสินทรัพย์และบริษัทที่มีรายได้อย่างน้อยร้อยละ 50 จากสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือมีการจัดสรรสินทรัพย์อย่างน้อยร้อยละ 50 ไปยังสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน

สำหรับส่วนที่เหลือ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ตราสารทางการเงินอื่นๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝาก หรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหรือผู้ออกต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated securities) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (unlisted securities) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Notes) รวมถึงกองทุนอาจทําธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities lending) และ/หรือทำธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ทรัพย์สินต่างๆ ที่กองทุนสามารถลงทุนได้ อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยน เครดิต เป็นต้น ซึ่งการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ และ/หรือกองทุนรวมอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในขณะนั้น โดยการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนรวมและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม กองทุนได้มีการกำหนดนโยบายการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุนในระดับชนิดหน่วยลงทุน ได้แก่ ชนิดไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Unhedged) และชนิดป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งหมด (Fully hedged)

กองทุนและกองทุนหลักอาจมีการลงทุนหรือการทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ โดยมีฐานะการลงทุนสูงสุดของกองทุน (Maximum Limit) ในการลงทุนหรือการทำธุรกรรม ดังนี้

1. กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง เฉพาะส่วนที่มีลักษณะเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีสัดส่วนการลงทุนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) โดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน

2. กองทุนอาจกู้ยืมเงินและทำธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน (Repo) เพื่อประโยชน์ในการจัดการลงทุนของกองทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน กองทุนหลักอาจกู้ยืมเงิน (Leverage) เพื่อเพิ่มผลตอบแทนของกองทุนได้ โดยกฎหมายกำหนดให้กองทุนหลักต้องดำรงอัตราส่วน Asset Coverage Ratio ไม่น้อยกว่าร้อยละ 150 หรือ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) ไม่เกิน 2:1

3. กองทุนจะไม่ทำธุรกรรมการขายหลักทรัพย์ที่ต้องยืมมาเพื่อการส่งมอบ (Short Sale) กองทุนหลักอาจทำธุรกรรมดังกล่าว โดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน

4. กองทุนจะไม่ลงทุนในหน่วย Private Equity โดยตรง กองทุนหลักอาจลงทุนในหน่วย Private Equity โดยไม่จำกัดสัดส่วนการลงทุน

ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุน Ares Core Infrastructure Fund นั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป เช่น เมื่อผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นๆ ที่มีนโยบายการบริหารจัดการใกล้เคียงกันติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือต่ำกว่าผลตอบแทนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นอย่างเห็นได้ชัด และ/หรือเมื่อพบว่าการบริหารจัดการของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่ระบุหรือสัญญาไว้กับผู้ลงทุน และ/หรือเมื่อกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวกระทำผิดร้ายแรงโดยหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศนั้นๆ เป็นผู้ให้ความเห็น และ/หรือเมื่อเกิดเหตุการณ์หรือคาดการณ์ได้ว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ จนอาจส่งผลให้การลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเป็นภาระต่อผู้ลงทุนโดยเกินจำเป็น เป็นต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน โดยกองทุนจะดำรงอัตราส่วนการลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

ทั้งนี้ ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุน จึงอาจส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าวกองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุนตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน และ/หรือเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนและ/หรือกองทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าโดยปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตให้เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนรวมดังกล่าว โดยจะปิดประกาศ ณ ที่ทำการของบริษัทจัดการและผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี) และ/หรือประกาศทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ข้อมูลสำคัญของกองทุน Ares Core Infrastructure Fund (กองทุนหลัก)

ชื่อกองทุน

Ares Core Infrastructure Fund

โครงสร้างการลงทุน

กองทุนหลักมีสถานะเป็น Business Development Company (“BDC”) BDC คือ บริษัทจัดการลงทุนแบบปิดที่ได้ดําเนินการจัดตั้งกับ SEC ภายใต้ข้อกำหนดตามกฎหมายการลงทุนปี 1940 (Investment Company Act of 1940) ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกา ในฐานะ BDC กองทุนจะต้องลงทุนใน “สินทรัพย์ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์” (“Qualifying Assets”) ที่ระบุไว้ใน Section 55(a) ของ the 1940 Act โดยกองทุนต้องลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของพอร์ตการลงทุนในบริษัทเอกชนหรือบริษัทมหาชนในสหรัฐอเมริกาหรือบริษัทที่มีธุรกิจหลักในสหรัฐอเมริกา ซึ่งโดยทั่วไปมักเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงหลักทรัพย์และหนี้สิน เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด หลักทรัพย์ของรัฐบาล และตราสารหนี้คุณภาพสูง ส่วนที่เหลืออาจลงทุนในสินทรัพย์อื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ใน Section 55(a) ข้างต้น รวมถึงสามารถลงทุนในบริษัทที่ตั้งอยู่นอกสหรัฐอเมริกาได้ไม่เกินร้อยละ 30 ของพอร์ตการลงทุน

วัตถุประสงค์การลงทุน

กองทุนหลักมุ่งสร้างผลตอบแทนรวมที่ปรับด้วยความเสี่ยง โดยผลตอบแทนมาจากรายได้เป็นหลักและการเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนเป็นลำดับรอง กองทุนมุ่งเน้นการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน (“Infrastructure Assets”) ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยจะเน้นไปที่สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานหลัก (Core Infrastructure Assets) ซึ่งในส่วนของตราสารทุนจะถือหุ้นทั้งสัดส่วนใหญ่และเล็กตามที่ที่ปรึกษาเห็นสมควร นอกจากนี้ การลงทุนของกองทุนอาจรวมถึงหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิ สัญญาวอร์แรนท์หรือออปชั่น หนี้ที่มีหลักประกันและสิทธิได้รับชําระก่อนเป็นลําดับแรกหากมีการผิดนัดชำระ หนี้ที่มีหลักประกันและสิทธิได้รับชําระก่อนเป็นลําดับสอง สินเชื่อด้อยสิทธิทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน หนี้ด้อยสิทธิ ตราสารที่ผิดนัดชำระ และตราสารแปลงสภาพ โดยในส่วนของการบริหารเงินสดและเพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ กองทุนจะลงทุนในสินเชื่อร่วม และตราสารหนี้อื่นที่มีสภาพคล่องมากกว่า รวมถึงตราสารหนี้ที่ซื้อขายในตลาดรอง และตราสารอื่นๆ ที่ไม่ได้มีการออกโดยตรงให้กับผู้กู้รายใด รวมถึงตราสารทุนและการลงทุนอื่นในบริษัทด้านการลงทุน เช่น exchange-traded funds ทั้งนี้ ในสถานการณ์ปกติ กองทุนจะลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ รวมกับจำนวนเงินที่กู้ยืมมาเพื่อการลงทุน โดยจะลงทุนในสินทรัพย์และบริษัทที่มีรายได้อย่างน้อยร้อยละ 50 จากสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือมีการจัดสรรสินทรัพย์อย่างน้อยร้อยละ 50 ไปยังสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีเจตนาที่จะลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน โดยกองทุนให้คำนิยาม “Infrastructure Assets” ว่าเป็นการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการลงทุนในหมวดการผลิตพลังงาน (เช่น พลังงานหมุนเวียน และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน) ก๊าซธรรมชาติหมุนเวียน ก๊าซธรรมชาติเหลว การขนส่ง โทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (เช่น data centers สายไฟเบอร์ออฟติก และเสาสัญญาณโทรศัพท์มือถือ) โครงสร้างพื้นฐานขั้นกลางน้ำและด้านพลังงาน สาธารณูปโภคที่มีการกำกับดูแล โครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม (เช่น การบำบัดและบริหารจัดการน้ำ การจัดการขยะและการรีไซเคิล) บริการด้านสิ่งแวดล้อม (เช่น การกักเก็บคาร์บอน การฟื้นฟูดินและอากาศ และการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ) ภายใต้สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐาน ทีมบริหารพอร์ตการลงทุนของกองทุนจะเน้นลงทุนในสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานหลัก (Core Infrastructure Assets) ซึ่งเป็นสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่กองทุนเชื่อว่า (1) สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดได้ในระดับที่แน่นอน (2) สามารถสร้างผลตอบแทนที่มาจากรายได้เป็นหลัก โดยมีโอกาสเพิ่มขึ้นของกำไรจากการถือครองสินทรัพย์ระยะยาว (ซึ่งมักถือครองมากกว่า 5 ปี) (3) สามารถสร้างรายได้และกระแสเงินสดที่คาดการณ์ได้ เนื่องจากอยู่ภายใต้การกำกับดูแล ซึ่งอาจเป็นการควบคุมอัตราโดยหน่วยงานภาครัฐ หรือการลงนามในสัญญาระยะยาวกับคู่สัญญาที่มีความน่าเชื่อถือ เช่น รัฐบาล เทศบาล หรือบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งสามารถช่วยป้องกันสินทรัพย์เหล่านี้จากแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดในระยะสั้น

วันที่จัดตั้ง

7 พฤษภาคม 2567

ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง

ประเทศสหรัฐอเมริกา

สกุลเงิน

ดอลลาร์สหรัฐ (USD)

อายุโครงการ

ไม่กำหนด

Benchmark

ไม่มี

ที่ปรึกษากองทุน (Adviser)

Ares Capital Management II LLCการลงทุนขั้นต่ำ

25,000 ดอลลาร์สหรัฐ

การจ่ายเงินปันผล (Distributions)

กองทุนจ่ายเงินปันผลเป็นรายเดือน โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคณะกรรมการและขึ้นอยู่กับรายได้ของกองทุน สถานะทางการเงิน การพิจารณาด้านภาษี การปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับ BDC และปัจจัยอื่นที่คณะกรรมการเห็นสมควร

การกู้ยืมเงิน (Leverage)

กองทุนสามารถกู้ยืมเงินได้ โดยต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายการลงทุนปี 1940 (Investment Company Act of 1940) ซึ่งกฎหมายกำหนดให้กองทุนต้องดำรงอัตราส่วน Asset Coverage Ratio ไม่น้อยกว่าร้อยละ 150 หรือ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (Debt to Equity Ratio) ไม่เกิน 2:1

การสั่งซื้อหน่วยลงทุน

วันทำการแรกของแต่ละเดือน

การรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Share Repurchase Program)

กองทุนรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาส สูงสุดไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด (ซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนหรือตามมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก) ทั้งนี้ การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในแต่ละรอบจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ Board of Trustees ซึ่งอาจแก้ไข ระงับ หรือยกเลิกการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน หากพิจารณาแล้วว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน ส่งผลให้การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจไม่สามารถทำได้ในแต่ละไตรมาส นอกจากนี้ กองทุนจะหักค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ 2% ของ NAV สำหรับหน่วยลงทุนที่ถือครองต่ำกว่า 1 ปี อีกทั้ง กองทุนมีกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการถือครองอยู่ที่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าธรรมเนียมของกองทุน

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) ในอัตรา 1.25% ต่อปี ซึ่งคำนวณจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนและชำระเป็นรายเดือน

ค่าธรรมเนียมจูงใจตามผลงาน (Incentive Fee) ประกอบด้วย 2 ส่วนดังนี้

ส่วนที่หนึ่ง ในอัตรา 12.5% ของ pre-incentive fee หลังหักรายได้จากการลงทุน ทั้งนี้ มีการกำหนดผลตอบแทนขั้นต่ำรายไตรมาสที่ 1.25% (หรือเทียบเท่า 5% ต่อปี) ซึ่งจะถูกคำนวณและจ่ายเป็นรายไตรมาส

ส่วนที่สอง ในอัตรา 12.5% ของกำไรจากส่วนต่างราคาที่รับรู้แล้วสะสมจากวันที่จัดตั้งกองทุนจนถึงสิ้นปีปฏิทิน โดยคำนวณหักกับการขาดทุนสุทธิที่รับรู้และยังไม่รับรู้ (net of realized capital losses and unrealized capital depreciation) แบบสะสม หักด้วยจำนวน incentive fee ที่ได้จ่ายไปก่อนหน้า โดยจะจ่ายให้กับที่ปรึกษา ณ สิ้นปีปฏิทิน

สภาพคล่องของการขายคืนหน่วยลงทุน (Liquidity)

กองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนเป็นรายไตรมาส สูงสุดไม่เกิน 5% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมด (ซึ่งคิดตามจำนวนหน่วยลงทุนหรือตามมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก) ซึ่งหากมีการขายคืนหน่วยลงทุนที่ถือครองต่ำกว่า 1 ปี จะถูกรับซื้อคืนที่ 98% ของ NAV โดย Board of Trustees อาจแก้ไข ระงับ หรือยกเลิกการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนตามดุลยพินิจ หากพิจารณาแล้วว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน ส่งผลให้การรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอาจไม่สามารถทำได้ในแต่ละไตรมาส

ผู้รับฝากทรัพย์สิน (Custodian)

U.S. Bank Trust Company, National Association

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
0.00%
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
500,000 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
10,000 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
วันทำการแรก ของแต่ละเดือน*
วันรับคำสั่งขายคืน
รายไตรมาส*
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+15 คือ 15 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -0.04%ไม่มีข้อมูล31 ก.ค. 256931 ส.ค. 2569
3Mเพิ่มขึ้น +0.40%ไม่มีข้อมูล29 พ.ค. 256931 ส.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +12.17%ไม่มีข้อมูล27 ก.พ. 256931 ส.ค. 2569
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด10 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)1.50002.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)1.07002.140031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00002.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00000.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00000.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)50.000050.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)0.00004.890031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ค่าธรรมเนียมดังกล่าวรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือภาษีอื่นใดแล้ว

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

แสดงประวัติเท่าที่ต้นทางเผยแพร่ อาจยังไม่ครบทุกช่วง

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หน่วยลงทุน 101.03%, ตราสารหนี้ภาครัฐ 1.07%หน่วยลงทุน: 101.03%ตราสารหนี้ภาครัฐ: 1.07%
หน่วยลงทุน · 101.03%ตราสารหนี้ภาครัฐ · 1.07%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หน่วยลงทุน 107.01%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 1.89%, พันธบัตรรัฐบาล 1.25%หน่วยลงทุน: 107.01%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 1.89%พันธบัตรรัฐบาล: 1.25%
หน่วยลงทุน · 107.01%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 1.89%พันธบัตรรัฐบาล · 1.25%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
Ares Core Infrastructure Fund101.0331 ส.ค. 2569
พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย งวดที่ 9/364/680.6031 ส.ค. 2569
พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย งวดที่ 1/364/690.2031 ส.ค. 2569
พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย งวดที่ 11/364/680.1531 ส.ค. 2569
พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย งวดที่ 8/364/680.1231 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings