P-MESGX-SW
กองทุนเปิด ฟิลลิป ผสมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ
Phillip Mixed Thailand ESG Extra Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ฟิลลิป จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย9 เม.ย. 2569 – 9 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +6.68%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 9 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 03:30:22.618000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ผสม
- ความเสี่ยง
- ปานกลางค่อนข้างสูง · ระดับ 5
- นโยบายปันผล
- ไม่มีข้อมูล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
SET ESG Total Return Index · งวด 31 ส.ค. 2569
ผลตอบแทนรวมของดัชนีพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นของสมาคมตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569
ผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ESG ของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย · งวด 31 ส.ค. 2569
นโยบายการลงทุน
(1) กองทุนมีนโยบายการลงทุนในทรัพย์สินอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างโดยผู้ออกที่เป็นภาครัฐหรือกิจการที่จัดตั้งตามกฎหมายไทยดังนี้ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.1) กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ภายใต้หลักการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบ Positive Screening และ/หรือ หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป และมีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่ากิจการและแผนการยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลหรือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติตามเป้าหมายหรือแผน ผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งจัดไว้สําหรับการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวโดยเฉพาะ รวมทั้งมีการเพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารกับผู้ลงทุน ตามที่ SETกําหนด โดยมีการลงทุนในหลักทรัพย์ในกลุ่มดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 65 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
1.2) ตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน เช่น ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) ตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Bond)
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
1.3) พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือ หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond)
1.4) โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่ออกตามพระราชกำหนดว่าด้วยการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เป็นโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green-Project Token) และ/หรือโทเคนดิจิทัลสำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องด้านความยั่งยืน (Sustainability-Project Token) และ/หรือโทเคนดิจิทัลเพื่อส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-Linked Token) ซึ่งมีการเปิดเผยข้อมูลในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายโทเคนดิจิทัลตามที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ จะระบุลักษณะและรายละเอียดของโทเคนดิจิทัล กลุ่มความยั่งยืนที่จะลงทุนให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนและประกาศสำนักงาน ก.ล.ต.ต่อไป
(2) สําหรับเงินลงทุนส่วนที่เหลือ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนในตราสารนอกเหนือจากที่ระบุตามข้อ (1) ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารทางการเงิน หน่วยลงทุน CIS หน่วย ETF หน่วย Infra หน่วย Private Equity หน่วย Property และ/หรือเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดหรือให้ความเห็นชอบ
(3) กองทุนอาจมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุนหรือการป้องกันความเสี่ยง โดยประเภท Underlying Derivatives ที่กองทุนจะเข้าเป็นคู่สัญญาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังนี้ - ทรัพย์สินที่กองทุนสามารถลงทุนได้ - อัตราดอกเบี้ย
(4) กองทุนอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) และ/หรือ ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non-investment grade) เฉพาะกรณีที่หลักทรัพย์นั้นมีการซื้อขายในตลาดและ/หรือตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
(5) ทั้งนี้ ในการคํานวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยจะคํานึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสําคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจําหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคําสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจํานวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ
บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการเลิกกองทุน ในกรณีที่มีการยกเลิกการใช้หรือไม่มีการคํานวณ ประเมิน SET ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทําให้บริษัทจัดการไม่สามารถคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้าเกณฑ์ลงทุนของบริษัทได้ หรือหากบริษัทจัดการเห็นว่าไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือในกรณีที่เกิดสภาวการณ์ที่ไม่ปกติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ โดยจะคํานึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสําคัญ
ทั้งนี้ เมื่อเกิดเหตุการณ์เลิกกองทุนตามเหตุการณ์ข้างต้น บริษัทจัดการจะดําเนินการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน (การโอนย้ายการลงทุน) ระหว่างกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ที่มีนโยบายการลงทุนที่ใกล้เคียงกับกองทุนรวมเดิม หรือที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการก่อน ทั้งนี้ หากไม่มีกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการใช้ดุลยพินิจในการโอนย้ายกองทุนไปยังกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการอื่น โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดําเนินการโอนย้ายกองทุนโดยเป็นไปตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหัวข้อ “การดําเนินการของบริษัทจัดการ เมื่อเลิกกองทุนรวม” (ส่วนข้อผูกพัน)
ข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนเพื่อความยั่งยืน
1.นโยบายการลงทุน
วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวกับความยั่งยืน
กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ภายใต้หลักการคัดเลือกหลักทรัพย์แบบ Positive Screening และ/หรือ หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป และมีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่ากิจการและแผนการยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลหรือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย และจะลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) หรือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือ หุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุน คณะกรรมการก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการก.ล.ต. ประกาศกําหนด โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
เป้าหมายด้านความยั่งยืน (ถ้ามี)
กองทุนจะเน้นลงทุนบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล(Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน และเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้ประเทศไทยบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ขององค์กรสหประชาชาติ
กรอบการลงทุน (investment universe)
1. ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน :
กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) โดยทีมผู้จัดการกองทุนจะทําการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่มีปัจจัยพื้นฐานที่ดีภายใต้เกณฑ์การพิจารณาของบริษัทจัดการ และมี ESG Ratings ตั้งแต่ระดับ BBB ขึ้นไป และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกํากับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป และมีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่ากิจการและแผนการยกระดับการดําเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลหรือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย รวมถึงหุ้นที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ของโครงการ JUMP+ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด หรือเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนดสำหรับบริษัทที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว และจะลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - Linked Bond) หรือลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย (แต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ) ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - Linked Bond) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุน คณะกรรมการก.ล.ต. หรือสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกําหนด โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
2. คุณสมบัติของผู้ออก :
2.1 ตราสารทุน : ผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ
2.2 ตราสารหนี้ : ผู้ออกตราสารเป็นภาครัฐหรือหน่วยงานที่ตราสารหนี้ได้รับการค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ยจากกระทรวงการคลัง ซึ่งมีความน่าเชื่อถือในระดับสูงตามลักษณะของการค้ำประกันของภาครัฐ
3. กลุ่มอุตสาหกรรม : กองทุนมีการกระจายการลงทุนในหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม
4. ประเทศหรือภูมิภาค : กองทุนจะลงทุนเฉพาะในประเทศไทย
ข้อกำหนดเฉพาะตามประเภทกองทุนรวม SRI
กองทุนมุ่งลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (E) และ/หรือ ESG รวมถึงตราสารหนี้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อความยั่งยืน เช่น ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond), ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) และตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked Bond) โดยมีสัดส่วนการลงทุนในทรัพย์สินดังกล่าวโดยเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ทั้งนี้ อ้างอิงการประเมิน ESG ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสามารถลงทุนได้หลากหลายอุตสาหกรรมภายในประเทศ ทั้งตราสารทุนและตราสารหนี้ เพื่อให้มี Investment Universe ที่เอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
2.กลยุทธ์การลงทุน (เพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน)
หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์
ตราสารทุน : ผู้จัดการกองทุนจะทำการคัดเลือกกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ด้วยวิธีคัดกรองปัจจัยเชิงบวก (Positive Screening) โดยจะทําการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ที่ได้รับการคัดเลือกจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่ามีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนได้แก่สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ด้วยกระบวนการคัดกรองหลักทรัพย์ที่มี คุณภาพปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีราคาที่เหมาะสมในการลงทุน และมี ESG Ratings ตั้งแต่ระดับ BBB ขึ้นไป และ/หรือ หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกํากับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป และมีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่ากิจการและแผนการยกระดับการดําเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลหรือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย
ตราสารหนี้ : กองทุนจะคัดเลือกตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน เช่น ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - Linked Bond) ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
ตราสารภาครัฐ : กองทุนจะคัดเลือกพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ย (แต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ) ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability – Linked Bond)
ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนจะทำการทบทวนความเหมาะสมของกลุ่มหลักทรัพย์ที่ลงทุนได้อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์
ตราสารทุน
1. กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้ :
1) Positive Screening : ผู้จัดการกองทุนจะทําการคัดเลือกหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการประเมิน ESG Ratings ตั้งแต่ระดับ BBB ขึ้นไป และ/หรือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกํากับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป และมีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่ากิจการและแผนการยกระดับการดําเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลหรือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย เพื่อทําการศึกษาความสมเหตุสมผลในการลงทุนในลําดับถัดไป
2) Fundamental Analysis: ผู้จัดการกองทุนจะทำการประเมินความเหมาะสมในการลงทุนในหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ Positive Screening (ESG Ratings ตั้งแต่ระดับ BBB ขึ้นไป) และ/หรือ หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีธรรมาภิบาล โดยได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการบริษัทจดทะเบียนจากสมาคมส่งเสริมกรรมการบริษัทไทยตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป และมีการเปิดเผยเป้าหมายและแผนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มมูลค่ากิจการและแผนการยกระดับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนตามมาตรฐานสากลหรือการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของไทย ด้วยการพิจารณาความสมเหตุสมผลของราคาหุ้น และ คุณภาพปัจจัยพื้นฐานของหุ้น อาทิ เช่น แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรม แนวโน้มการเติบโตของกำไร สถานะการเงินของบริษัท กระแสเงินสด ระดับ Valuation ของหลักทรัพย์ สภาพคล่อง และ ปัจจัยเสี่ยงต่างๆที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ
นอกจากนี้ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดังต่อไปนี้ • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ • ยาสูบ • อาวุธสงคราม • สื่อลามก • การพนัน โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทําธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มาจากการทําธุรกิจดังกล่าวที่รวมกันเกินกว่า 15% ของ รายได้ต่อปีของกิจการตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินประจําปีล่าสุด
2. เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว : บริษัทจัดการใช้กลยุทธ์ Positive Screening โดยคัดเลือกบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG ในระดับที่ดี อาทิ ได้รับการประเมิน ESG Rating ตั้งแต่ระดับ BBB ขึ้นไป และ/หรือคะแนน Corporate Governance ตั้งแต่ 90 คะแนนขึ้นไป รวมถึงมีเป้าหมายและแผนธุรกิจที่ชัดเจนด้านการสร้างมูลค่ากิจการและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตลอดจนสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการลงทุนต่อไป
หลักการของกลยุทธ์นี้คือการให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีการบริหารจัดการอย่างมีธรรมาภิบาล มีการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบ และมีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว ควบคู่กับการสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากปัจจัยด้าน ESG และเพิ่มโอกาสในการสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนในระยะยาว
3. ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับ Sustainability Objective : กลยุทธ์การลงทุนแบบ Positive Screening สอดคล้องกับ Sustainability Objective ของกองทุน โดยมุ่งคัดเลือกบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG ในระดับที่ดี โดยพิจารณาจากการได้รับ ESG Ratings ตั้งแต่ BBB ขึ้นไป และ/หรือมีคะแนนการกำกับดูแลกิจการในระดับสูง รวมถึงมีเป้าหมายและแผนการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่ชัดเจน เช่น การยกระดับตามมาตรฐานสากลและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การคัดเลือกดังกล่าวช่วยให้กองทุนลงทุนในบริษัทที่มีการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสด้าน ESG อย่างเหมาะสม มีศักยภาพเติบโตอย่างยั่งยืน และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน ควบคู่กับการสร้างผลตอบแทนระยะยาวแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน
ตราสารหนี้
1.กรณีตราสารหนี้เอกชน : กองทุนจะวิเคระห์และคัดเลือกตราสารที่เสนอขายทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง ที่ออกตามหลักเกณฑ์ของสํานักงาน ก.ล.ต. โดยต้องเป็นตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน เช่น ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) และมีจุดประสงค์เพื่อนําเงินไปใช้สําหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมหรือเพื่อโครงการที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนของประเทศไทย ทั้งนี้ตราสารต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับความน่าเชื่อถือที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade)
2.กรณีตราสารภาครัฐ : กองทุนจะวิเคระห์และคัดเลือกพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย หรือหุ้นกู้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยแต่ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (green bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (sustainability bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (sustainability - linked bond) เท่านั้น
1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้ : กองทุนใช้กลยุทธ์การลงทุนแบบการคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยคัดเลือกลงทุนเฉพาะตราสารหนี้ที่มีลักษณะด้านความยั่งยืน ได้แก่ ตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond), ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - Linked Bond) พร้อมทั้งพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ควบคู่กับการประเมินคุณภาพของผู้ออกตราสาร ทั้งด้านปริมาณ ด้านคุณภาพ และความน่าเชื่อถือของตราสาร โดยตราสารหนี้เอกชนต้องมีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับ Investment Grade
2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว : กองทุนมุ่งลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันต้นเงินและดอกเบี้ย (ไม่รวมถึงหุ้นกู้แปลงสภาพ) ซึ่งเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือพันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - Linked Bond) โดยพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน (ESG) ควบคู่กับการประเมินคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร เพื่อคัดเลือกตราสารให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนและการบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับ Sustainability Objective : กลยุทธ์การลงทุนสอดคล้องกับ Sustainability Objective โดยมุ่งลงทุนในตราสารหนี้กลุ่มความยั่งยืน ได้แก่ Green Bond, Sustainability Bond และ Sustainability-Linked Bond พร้อมพิจารณาปัจจัย ESG ควบคู่กับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร ทั้งนี้ การลงทุนในตราสารภาครัฐหรือที่ได้รับการค้ำประกันจากภาครัฐอาจช่วยเสริมความมั่นคงของพอร์ตการลงทุน โดยคำนึงถึงการบริหารความเสี่ยงและผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ
3. ดัชนีชี้วัด
ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Benchmark) ของกองทุน ได้แก่
1) ดัชนีผลตอบแทนรวม SET ESG Index (SETESG TRI) สัดส่วน 70% ซึ่งเป็นดัชนีที่มีองค์ประกอบของบริษัทที่มีผลการประเมิน SET ESG Ratings ปีล่าล่าสุดซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดดังกล่าวได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile
2) ดัชนี ThaiBMA Government Bond ESG Index Net Total Return สัดส่วน 20% ซึ่งเป็นดัชนีตราสารหนี้ ESG ที่ออกโดยรัฐบาล โดยผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับดัชนีชี้วัดดังกล่าวได้ที่ https://www.thaibma.or.th/EN/Market/Index/ESGIndex.aspx
3) ดัชนีตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น (Short-term Government Bond Index) สัดส่วน 10%
ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กําหนด โดยบริษัทจัดการจะเปลี่ยนตัวชี้วัดข้างต้นที่จัดทำโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ฯมีการจัดทำดัชนี TRI ที่นำสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยของแต่ละหลักทรัพย์มาถ่วงน้ำหนักในการคำนวณดัชนีเพื่อให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างชัดเจนถึงวันที่มีการปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงตัวชี้วัด คําอธิบายเกี่ยวกับตัวชี้วัด และเหตุผลในการปรับปรุง/เปลี่ยนตัวชี้วัดดังกล่าวผ่านการลงประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้
อย่างไรก็ตาม ในกรณีการปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงตัวชี้วัด เพื่อให้เป็นไปตามประกาศ เงื่อนไขและข้อกำหนดของสมาคมบริษัทจัดการลงทุนและ/หรือประกาศข้อกำหนดของสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เกี่ยวกับมาตราฐานการวัดผลการดำเนินงานของกองทุนรวมและ/หรือการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวชี้วัดในการใช้เปรียบเทียบในกรณีที่ผู้ออกตัวดัชนีของตัวชี้วัดใหม่ไม่ได้จัดทำหรือเปิดเผยข้อมูล/อัตราดังกล่าวอีกต่อไป บริษัทจัดการจะแจ้งปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าผ่านการประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ ภายในเวลาที่ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากการข้อมูลการตัดสินใจลงทุนได้
4. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน
1) ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน
ตราสารทุน
แม้กองทุนจะมีกระบวนการคัดเลือกและติดตามการลงทุนที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) แต่อาจยังมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์หรือปัจจัยด้าน ESG ที่ส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุนและผลการดำเนินงานของกองทุน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ความเสี่ยงด้านแรงงานและห่วงโซ่อุปทาน ตลอดจนการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุน ผลกำไร ความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ และราคาหลักทรัพย์ของบริษัทที่กองทุนลงทุน
บริษัทจัดการจะติดตามและประเมินความเสี่ยงด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง และทบทวนการลงทุนตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าวหรือป้องกันผลกระทบต่อกองทุนได้ทั้งหมด
ตราสารหนี้
แม้กองทุนมุ่งลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐหรือตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันจากกระทรวงการคลัง ซึ่งมีอันดับความน่าเชื่อถือในระดับสูง และเน้นลงทุนในตราสารเพื่อความยั่งยืน เช่น พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond), พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) และ พันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked Bond) แต่กองทุนยังอาจเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือความยั่งยืน (E, S หรือ ESG) ที่อาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าการลงทุนและผลการดำเนินงาน เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงาน ความล่าช้าหรือไม่บรรลุผลของโครงการด้านสิ่งแวดล้อมหรือความยั่งยืน ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการคัดค้านจากชุมชน ซึ่งอาจกระทบต่อการดำเนินโครงการและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ออกตราสารได้
2) ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน
ตราสารทุน
แม้กองทุนจะเป็นกองทุนรวม SRI ที่มุ่งส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน แต่บริษัทจดทะเบียนฯ ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนอาจมีการดําเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตหรือการขนส่ง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการก่อให้เกิดของเสีย ผลกระทบต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมจากการดําเนินธุรกิจในบางพื้นที่ เป็นต้น
บริษัทจัดการมีแนวทางบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความยั่งยืนผ่านการเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) โดยสื่อสารและติดตามการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุน เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
ตราสารหนี้
การลงทุนตามนโยบายเพื่อความยั่งยืนอาจก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนได้ แม้ตราสารที่ลงทุนจะเป็นพันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond), พันธบัตรหรือหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือ พันธบัตรหรือหุ้นกู้ส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability-linked Bond) เนื่องจากโครงการที่ได้รับเงินลงทุนอาจมีผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในบางกรณี เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ หรือผลกระทบต่อชุมชนและระบบนิเวศ
บริษัทจัดการจึงพิจารณาวัตถุประสงค์การใช้เงิน (Use of Proceeds) และกรอบความยั่งยืนของตราสาร รวมถึงติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่มีนัยสำคัญและพัฒนาการของโครงการเท่าที่มีข้อมูล เพื่อให้การลงทุนสอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
3) ความเสี่ยงจากการลงทุนในตราสารเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Bond) ตราสารเพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) หรือ ตราสารส่งเสริมความยั่งยืน (Sustainability - linked Bond) ทําให้กองทุนอาจสูญเสียโอกาสในการลงทุนในตราสารหนี้ทั่วไปที่อาจสร้างผล ตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่า
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะคัดเลือกลงทุนในตราสารที่สามารถสร้างโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุน ภายใต้กระบวนการวิเคราะห์ของ บริษัทจัดการและภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กําหนด
4) ความเสี่ยงจากการพึ่งพาข้อมูลด้าน ESG จากแหล่งข้อมูลภายนอก เพื่อใช้ในการวิเคราะห์และคัดเลือกตราสารอาจมีข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์หรือไม่ถูกต้อง
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะมีการทบทวนสอบทานข้อมูลจากแหล่งข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ข้อมูลที่นํามาใช้ในการวิเคราะห์มีความถูกต้องมากที่สุด
5) ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง กรณีบริษัทจดทะเบียนหรือตราสารที่กองทุนลงทุนประสบปัญหาด้าน ESG อย่างมีนัยสำคัญ อาจทำให้ผู้ลงทุนขายหลักทรัพย์หรือตราสารดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้กองทุนอาจไม่สามารถขายได้ในราคาที่เหมาะสมหรือภายในระยะเวลาที่ต้องการ
บริษัทจัดการจะพิจารณาคุณภาพและสภาพคล่องของหลักทรัพย์หรือตราสารก่อนลงทุน ตลอดจนติดตามปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ และดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อบริหารและลดผลกระทบต่อกองทุนภายใต้เงื่อนไขที่สามารถดำเนินการได้
5.แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน
บริษัทจัดการมีนโยบายและแนวปฏิบัติในการติดตาม ตรวจสอบ และบริหารจัดการในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวม SRI ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน รวมถึงวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) ที่กําหนดไว้โดยสอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) และครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้
ตราสารทุน 5.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีการติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนฯ อย่างต่อเนื่อง และมีการตรวจสอบคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบว่า • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้น หรือ • คะแนนการกํากับดูแลกิจการ (CG Scoring) ที่จัดทําโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ถูกปรับลดต่ำกว่า 3 ดาว
บริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) เพื่อให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด
5.2 การกําหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข ในกรณีที่บริษัทจัดการพบว่า บริษัทที่กองทุนลงทุนมีเหตุการณ์หรือข้อมูลที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการประเมินด้าน ESG หรือทำให้บริษัทไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการทบทวนข้อมูลและประเมินผลกระทบโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ อาจพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมจากการเปิดเผยของบริษัท ผ่านการเข้าพบผู้บริหารและกรรมการ (Company Visit and Analyst Meeting) หรือการประชุมทางโทรศัพท์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น (Conference Call) หรือการสื่อสารกับบริษัท ตามความเหมาะสม
5.3 แนวทางการดําเนินการเพื่อแก้ไข 1) การมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement)
บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนที่กองทุนลงทุน เพื่อส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการที่ดี โปร่งใส และนำปัจจัยด้าน ESG มาบูรณาการในการดำเนินธุรกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
กรณีหลักทรัพย์อยู่ใน ESG Watch List และได้รับอนุมัติให้ลงทุนต่อ ผู้จัดการกองทุนจะติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด และเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการตามความเหมาะสม เพื่อส่งเสริมการปรับปรุงประเด็นด้าน ESG ที่เกี่ยวข้อง
เมื่อความเสี่ยงหรือประเด็นด้าน ESG ได้รับการแก้ไข หรือมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำข้อเสนอเพื่อพิจารณาปลดหลักทรัพย์ออกจาก ESG Watch List ตามกระบวนการที่บริษัทจัดการกำหนด
2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure) ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) อย่างมีนัยสําคัญหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะจัดทํารายงานพร้อมเหตุผลที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานต่อสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานของกองทุนหรือช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม
3) การไถ่ถอนหรือปรับลดสัดส่วนการลงทุน (Divestment) ในกรณีที่หลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนเกิดข่าวหรือเหตุการณ์ที่กระทบปัจจัยด้านความยั่งยืน และบริษัทจัดการมีการดำเนินการตามขั้นตอนการมีส่วนร่วมกับกิจการตามลำดับดังกล่าวข้างต้นแล้ว แต่กิจการไม่มีการดำเนินการใดๆ ผู้จัดการกองทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือนำหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก Investment Universe และไถ่ถอนออกจากพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้เพื่อให้การลงทุนของกองทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ
ตราสารหนี้ 5.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการจะติดตาม ประเมิน และทบทวนกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนด้านความยั่งยืนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้การลงทุนเป็นไปตามนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน โดยพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของตราสาร เช่น การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุน กรอบความยั่งยืน ผลการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร ตลอดจนข่าวสารหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อประเด็นด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการติดตามและทบทวนอย่างต่อเนื่อง
5.2 การกําหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข
ในกรณีที่พบว่าการลงทุนของกองทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการจะพิจารณาให้ระยะเวลาอันเหมาะสมแก่ผู้ออกตราสารในการแก้ไขหรือดําเนินการให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวจะพิจารณาจากลักษณะของประเด็นที่ไม่สอดคล้องความรุนแรงของผลกระทบ และเหตุผลอันสมควรของผู้ออกตราสารเป็นรายกรณีไป
5.3 แนวทางการดําเนินการเพื่อแก้ไข
1) การมีส่วนร่วมกับผู้ออกตราสาร (Engagement)
ในกรณีที่ผู้ออกตราสารยังไม่สามารถดําเนินการให้เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนได้บริษัทจัดการจะติดตามและพิจารณาข้อมูลเพิ่มเติมรวมถึงประเมินความคืบหน้าในการแก้ไขประเด็นด้านความยั่งยืนของผู้ออกตราสาร เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุนอย่างเหมาะสม
2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure)
หากมีกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่กําหนดไว้บริษัทจัดการจะจัดทํารายงานพร้อมเหตุผลที่เกี่ยวข้องเพื่อรายงานต่อสํานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานของกองทุนหรือช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม
3) การไถ่ถอนหรือปรับลดสัดส่วนการลงทุน (Divestment)
ในกรณีที่ผู้ออกตราสารไม่สามารถดําเนินการให้เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนภายในระยะเวลาที่เหมาะสมและไม่มีเหตุผลอันสมควร บริษัทจัดการจะพิจารณาปรับลดสัดส่วนหรือไถ่ถอนการลงทุนในตราสารดังกล่าวตามความเหมาะสม พร้อมทั้งดําเนินการแก้ไขสัดส่วนการลงทุนของกองทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนที่กําหนดไว้ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด ไม่มีข้อมูล
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- ไม่มีข้อมูล
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- ไม่มีข้อมูล
- ขายคืนขั้นต่ำ
- ไม่มีข้อมูล
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ไม่มีข้อมูล
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- ไม่มีข้อมูล
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -2.50% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3M | ลดลง -1.55% | ไม่มีข้อมูล | 9 ก.ค. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +6.68% | ไม่มีข้อมูล | 9 เม.ย. 2569 | 9 ต.ค. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +10.69% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 1Y | เพิ่มขึ้น +8.85% | เพิ่มขึ้น +8.86% | 9 ต.ค. 2568 | 9 ต.ค. 2569 |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
ไม่มีข้อมูล
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| พันธบัตรรัฐบาลส่งเสริมความยั่งยืน SLB406A | 20.84 | 31 ส.ค. 2569 |
| บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) | 4.81 | 31 ส.ค. 2569 |
| บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) | 4.49 | 31 ส.ค. 2569 |
| บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) | 4.23 | 31 ส.ค. 2569 |
| บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) | 3.89 | 31 ส.ค. 2569 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings