ตราสารทุนจดทะเบียนชนิดจ่ายเงินปันผล

SCBABSAP(D)

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Asia Pacific Equity Absolute Return

SCB Asia Pacific Equity Absolute Return · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ไม่มีข้อมูลกราฟในช่วงนี้

ประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: ไม่มีข้อมูล · ดึงข้อมูล: ไม่มีข้อมูล UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 6
นโยบายปันผล
ไม่มีข้อมูล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มี · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) D2 U.S. Dollar ซึ่งเป็น Sub Fund ของกองทุน BlackRock Strategic Funds บริหารจัดการโดย BlackRock (Luxembourg) S.A. ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตาม société d’investissement à capital variable (SICAV) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก

กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกให้แก่ผู้ลงทุนผ่านการเติบโตของเงินลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนในทุกสภาวะตลาด โดยคำนึงถึงหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์โดยตรง (long exposure) และการทำธุรกรรม synthetic long และ synthetic short โดยกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของสินทรัพย์ทั้งหมดในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (ซึ่งรวมถึงตราสารอนุพันธ์) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียและญี่ปุ่น

กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน

การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน

2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม

3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด

อนึ่ง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีการขอมติ ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง

อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิขอความเห็นชอบแก้ไขโครงการ ต่อสำนักงาน เพื่อเปลี่ยนชื่อกองทุนให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก

อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้า โดยจะดำเนินการด้วยวิธีการใด ๆ เพื่อให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบข้อมูลดังกล่าวในช่องทางที่เข้าถึงได้ง่ายและทั่วถึง และภายในเวลาที่ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลในการตัดสินใจลงทุนได้ ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว

กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3

1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์

(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ

(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF

2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้

(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ

(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง

3. รายละเอียดการดำเนินการ

การดำเนินการระยะเวลาดำเนินการ1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ

ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

ข้อมูลทั่วไปของ BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund (กองทุนหลัก) (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2567)

ลักษณะทั่วไปของกองทุนหลัก

ชื่อกองทุนหลักBlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fundชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุนD2 U.S. Dollarวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน

กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนที่เป็นบวกให้แก่ผู้ลงทุนผ่านการเติบโตของเงินลงทุนและผลตอบแทนจากการลงทุนในทุกสภาวะตลาด โดยคำนึงถึงหลักการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์โดยตรง (long exposure) และการทำธุรกรรม synthetic long และ synthetic short

กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของสินทรัพย์ทั้งหมดในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (ซึ่งรวมถึงตราสารอนุพันธ์) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงออสเตรเลียและญี่ปุ่น โดยกองทุนหลักจะกระจายการลงทุนในตราสารทุนที่หลากหลาย เพื่อลดความเสี่ยงของตลาดตราสารทุนในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงอาจลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสดตามความเหมาะสม

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุน กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนและลงทุนในตราสารที่หลากหลาย โดยกลยุทธ์การลงทุนหลักที่กองทุนหลักใช้เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่เป็นบวก (absolute return) คือกลยุทธ์ market neutral strategy ผ่านการใช้ตราสารอนุพันธ์ (ได้แก่ synthetic short positions หรือ synthetic long positions) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสารที่กองทุนหลักลงทุนโดยตรงผ่าน long positions หรือโดยทางอ้อมผ่าน synthetic positions

เนื่องจากกองทุนหลักมุ่งกระจายความเสี่ยง กองทุนหลักจึงใช้ตราสารอนุพันธ์อย่างกว้างขวาง เพื่อให้ได้มาซึ่งตราสารและในขณะเดียวกันก็เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสารไปพร้อมๆ กัน ผ่านการทำธุรกรรม synthetic long positions และ/หรือ synthetic short positions เพื่อบรรลุเป้าหมายผลตอบแทนที่เป็นบวกสูงสุด ทั้งนี้ ประเภทของตราสารอนุพันธ์หลักที่กองทุนหลักใช้คือ total return swaps ที่มีตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนเป็นสินทรัพย์อ้างอิงตามนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก

หน่วยงานและประเทศที่กำกับดูแลThe Commission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ประเทศลักเซมเบิร์กวันจัดตั้งกองทุนและวันเริ่มต้น class22 กุมภาพันธ์ 2560อายุโครงการไม่กำหนดสกุลเงิน (Base Currency)สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่จ่ายวันเปิดให้ซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการ ISINLU1508158190Bloomberg TickerBSAD2USดัชนีชี้วัด/อ้างอิงไม่มี เนื่องจากกองทุนหลักใช้กลยุทธ์ market neutral strategy และมุ่งหวังผลตอบแทนที่เป็นบวกในทุกสภาวะตลาด (absolute return) โดยไม่ได้อ้างอิงดัชนีชี้วัดใด อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักใช้ 3 Month SOFR Compounded in Arrears plus 26.1 basis point spread ในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน Management CompanyBlackRock (Luxembourg) S.A.Investment AdvisersBlackRock Financial Management, Inc.เว็บไซต์ข้อมูลกองทุนหลักhttps://www.blackrock.com/uk/individual/products/286839/blackrock-blackrock-systematic-asia-pacific-equity-absolute-return-fund

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก

Initial Chargeร้อยละ 5.00Management Feeร้อยละ 1.00Performance Feeร้อยละ 20 ของผลตอบแทนที่กองทุนหลักได้รับสูงกว่า 3 Month SOFR Compounded in Arrears plus 26.1 basis point spread ซึ่งคำนวณด้วยวิธี high water markOngoing Chargesร้อยละ 1.44 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 มกราคม 2568)

การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม

กองทุนรวมนี้เป็นกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ประเภท SRI Promote ซึ่งส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมผ่านการนำปัจจัย ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนรวมนี้ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนโดยตรง

หลักเกณฑ์การพิจารณาหลักทรัพย์

กองทุนหลักอยู่ภายใต้ Article 8 ของ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR)

โดยกองทุนหลักมีหลักเกณฑ์การพิจารณาหลักทรัพย์ดังนี้

(1) คัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens

(2) รักษาคะแนน ESG ของ unlevered long positions ให้สูงกว่า unlevered short positions

(3) รักษาคะแนนความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอนของ unlevered long positions ให้ต่ำกว่า unlevered short positions

นอกจากนี้ กองทุนหลักยังใช้ข้อมูลเชิงลึกที่มุ่งเน้นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการโดยใช้การประมวลผลด้วยเทคนิค Natural Language Processing หรือ Large Language Models เพื่อช่วยในการเข้าถึงแหล่งข้อมูลท้องถิ่นจากประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งข้อได้เปรียบด้านข้อมูลดังกล่าวช่วยสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ผ่านการใช้ข้อมูลจากข่าวท้องถิ่น บอร์ด ประกาศ ฟอรั่ม และรายงาน CSR ที่ส่งให้กับหน่วยงานกำกับดูแลท้องถิ่นในภาษาต่างๆ

นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการพิจารณาบริษัทที่อยู่ในกรอบการลงทุนผ่านโมเดลการลงทุนด้าน ESG ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) มิติด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) มิติด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Transition) และมิติด้านผลกระทบทางสังคม (Society) โดยปัจจัยเหล่านี้จะถูกนำไปใช้ในโมเดลโดยให้คะแนนและจัดลำดับหุ้นตามข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG แล้วจึงให้คะแนนผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Alpha) ในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมคำนึงถึงความเสี่ยงในการลงทุน (และต้นทุนการทำธุรกรรม) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลงทุน

เป้าหมายด้านความยั่งยืนกองทุนหลักมีการส่งเสริมคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม อย่างไรก็ตาม กองทุนหลักไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืน (sustainable investment) โดยกองทุนหลักไม่ได้เน้นลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์ที่เข้าข่ายเป็นการลงทุนอย่างยั่งยืน แต่อาจมีการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวบางส่วนได้กรอบการลงทุน (Investment Universe)

กรอบการลงทุนของกองทุน คือ หน่วยลงทุนของกองทุนหลัก BlackRock Systematic Asia Pacific Equity Absolute Return Fund

ส่วนกรอบการลงทุนของกองทุนหลัก คือ หุ้นประมาณ 4,500 บริษัทในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งรวมถึงญี่ปุ่นและออสเตรเลีย โดยกองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของสินทรัพย์ทั้งหมดในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน (ซึ่งรวมถึงตราสารอนุพันธ์) ของบริษัทที่จัดตั้งหรือจดทะเบียนในภูมิภาคดังกล่าว รวมถึงอาจลงทุนในเงินสดและตราสารเทียบเท่าเงินสดตามความเหมาะสม

กองทุนหลักมุ่งเน้นกระจายการลงทุนในหุ้นทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อลดความเสี่ยงจากการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโดยรวม ผ่านการใช้กลยุทธ์การลงทุนที่หลากหลายแบบ market neutral strategy เพื่อให้ผลการดำเนินงานของกองทุนหลักมีความสัมพันธ์กับทิศทางตลาดโดยรวมในระดับต่ำ

โดยกองทุนหลักมีการใช้ตราสารอนุพันธ์ (ได้แก่ synthetic short positions หรือ synthetic long positions) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากทิศทางของตลาด (directional market risk) ซึ่งเป็นความเสี่ยงจากการที่ตลาดปรับขึ้นหรือลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ประเภทของตราสารอนุพันธ์หลักที่กองทุนหลักใช้คือ total return swaps ที่มีตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนเป็นสินทรัพย์อ้างอิงตามนโยบายการลงทุนของกองทุนหลัก

ทั้งนี้ การพิจารณาบริษัทที่อยู่ในกรอบการลงทุนของกองทุนหลักผ่านโมเดลการลงทุนด้าน ESG ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 มิติ ได้แก่ มิติด้านการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) มิติด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) มิติด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Transition) และมิติด้านผลกระทบทางสังคม (Society) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Promote ที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่ส่งเสริมลักษณะด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (“ESG”) โดยมีการนำปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลงทุน

กลยุทธ์การลงทุน

กองทุนหลักใช้แพลตฟอร์มบริหารการลงทุนของทีม Systematic Active Equity (SAE) ผนวกกับการพิจารณาการลงทุนด้าน ESG ผ่านกรอบแนวคิดใน 3 มิติหลัก ดังนี้

1. Align

กองทุนหลักคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens โดยหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนโดยตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสกัดถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal coal) และทรายน้ำมัน (Tar sand) รวมถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ส่วนหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสังคม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนโดยตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจอาวุธสงคราม และอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงธุรกิจที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการผลิตและจัดจำหน่ายอาวุธปืนและยาสูบ นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่ถือปฏิบัติตามหลัก 10 ประการของ UN Global Compact ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต

2. Uplift

กองทุนหลักจะพิจารณาคะแนน ESG ที่เฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ unlevered long positions ให้สูงกว่า unlevered short positions และมุ่งเน้นลดความเข้มข้นของการปล่อยคาร์บอน โดยพิจารณา unlevered long positions ให้ต่ำกว่า unlevered short positions ซึ่งวัดได้จากยอดขาย

นอกจากนี้ กองทุนหลักจะพิจารณาหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยประเมินผู้ออกหลักทรัพย์ในด้านโครงสร้างการจัดการที่ดี ความสัมพันธ์กับพนักงาน การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทางภาษี รวมถึงการพิจารณาผลกระทบทางลบ (Principal Adverse Impacts: PAIs) ต่อปัจจัยความยั่งยืนผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์ด้วยวิธี BlackRock EMEA Baseline Screens และการตั้งเป้าหมายการลดคาร์บอน

3. Enhance

กองทุนหลักจะใช้แบบจำลองเชิงปริมาณ เพื่อคัดเลือกหุ้นอย่างเป็นระบบ และจัดสรรสัดส่วนการลงทุนตามคุณลักษณะด้าน ESG ประกอบการคาดการณ์ผลตอบแทน ความเสี่ยง และต้นทุนการทำธุรกรรม โดยในขั้นตอนนี้ ที่ปรึกษาการลงทุนอาจใช้ข้อมูลด้าน ESG จากภายนอก โมเดล ข้อมูลท้องถิ่น และการเยี่ยมชมสถานที่

ทั้งนี้ คุณลักษณะด้าน ESG ที่ใช้ในแบบจำลองเชิงปริมาณข้างต้น แบ่งออกเป็นหลายมิติย่อย เช่น

- มิติด้านการลดความเสี่ยง (Risk Mitigation) โดยพิจารณาบริษัทที่มีประเด็นข้อโต้แย้ง คดีความ การฟ้องร้อง หรือประเด็นเกี่ยวกับจำนวนเงินภาษีที่จ่าย

- มิติด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital) โดยพิจารณาบริษัทที่มีฐานพนักงานที่หลากหลาย และมีการจ้างงานที่เป็นธรรม

- มิติด้านการเปลี่ยนผ่านด้านสิ่งแวดล้อม (Transition) โดยพิจารณาวัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความเข้มปริมาณน้ำใช้ (Water Intensity) และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของบริษัท

- มิติด้านผลกระทบทางสังคม (Society) โดยพิจารณาบริษัทที่ต้องการแก้ไขปัญหาสังคมและภาระของโรค

โดยข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG ที่กองทุนหลักใช้ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นตัวบ่งชี้ล่วงหน้าเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทและคาดการณ์ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม โดยกองทุนหลักจะใช้ข้อมูลเชิงลึกด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจลงทุนอย่างต่อเนื่องควบคู่ไปกับข้อมูลเชิงลึกด้านอื่นๆ

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของ SFDR Article 8 โดยผ่านเกณฑ์การพิจารณาดังต่อไปนี้

• ผลกระทบทางลบ (Principal Adverse Impacts: PAIs) โดยกองทุนหลักมีการพิจารณาผลกระทบทางลบต่อไปนี้

- การปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG)

- ความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกของบริษัทที่กองทุนหลักลงทุน

- ความเกี่ยวข้องของบริษัทที่ดำเนินกิจการในภาคธุรกิจเชื้อเพลิงฟอสซิล

- การละเมิดหลักการของ UN Global Compact และแนวทางขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD) สำหรับบริษัทข้ามชาติ

- ความเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธ (ทุ่นระเบิด ระเบิดลูกปราย (Cluster bomb) อาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ)

• นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

กองทุนหลักมีการประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทที่กองทุนหลักลงทุน โดยผู้จัดการลงทุนจะรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและการมีส่วนร่วมของผู้ถือหุ้น ประกอบกับข้อมูลด้าน ESG จากภายนอก เพื่อพิจารณาผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่มีการปฏิบัติด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีในด้านของโครงสร้างการจัดการที่ดี ความสัมพันธ์กับพนักงาน การจ่ายค่าตอบแทนพนักงาน และการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ภาษี

ทั้งนี้ ในกรณีที่ผู้ออกหลักทรัพย์ถูกระบุว่ามีปัญหาด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ผู้ออกหลักทรัพย์จะถูกตรวจสอบ โดยผู้จัดการลงทุนอาจพิจารณาว่าผู้ออกหลักทรัพย์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาภายในระยะเวลาที่เหมาะสม หรือผู้จัดการลงทุนอาจตัดสินใจลดสัดส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าวได้

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีกระบวนการปรับใช้ข้อมูลปัจจัยด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งในการจัดการลงทุน โดยมีการพิจารณาปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลของบริษัทประกอบการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Promote

ดัชนีชี้วัด

บริษัทจัดการจะเปิดเผยดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (performance benchmark) และดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (reference ESG benchmark) (ถ้ามี) ของกองทุนไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม และ/หรือหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ

อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุนของกองทุนหลัก

ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในรูปแบบของความเสี่ยงทางกายภาพ (physical risk) เช่น เหตุการณ์สภาพอากาศรุนแรงที่อาจกระทบต่อการดำเนินงานหรือห่วงโซ่อุปทาน และความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (transition risk) ซึ่งเกิดจากการปรับตัวไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบาย เทคโนโลยี ตลาด หรือชื่อเสียงขององค์กร ส่วนความเสี่ยงด้านสังคมอาจเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านแรงงานหรือความสัมพันธ์กับชุมชน และความเสี่ยงด้านบรรษัทภิบาล อาจรวมถึงโครงสร้างคณะกรรมการ การควบคุมกิจการ การตรวจสอบ และการบริหารจัดการด้านภาษี ซึ่งความเสี่ยงดังกล่าวอาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงาน ความยืดหยุ่นของธุรกิจ ภาพลักษณ์ และชื่อเสียงของผู้ออกหลักทรัพย์ ซึ่งจะกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร การเติบโตของเงินทุน และท้ายที่สุดอาจส่งผลต่อมูลค่าการลงทุนของกองทุนหลักได้

ความเสี่ยงจากการลงทุนของกองทุนหลักต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน

ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability risk) ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือบรรษัทภิบาล (ESG) อาจปรากฏในรูปของความเสี่ยงประเภทอื่นที่มีอยู่แล้ว เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงจากการกระจุกตัว หรือความเสี่ยงด้านเครดิต เช่น บริษัทที่กองทุนหลักลงทุนอาจเผชิญรายได้ที่ลดลงหรือค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศทางกายภาพ หรือจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจเพิ่มความผันผวนของราคา ส่งผลต่อสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ และทำให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหลักลดลงได้

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลความเสี่ยงฉบับเต็มของกองทุนหลักได้ที่ https://www.blackrock.com/uk/individual/products/286839/blackrock-blackrock-systematic-asia-pacific-equity-absolute-return-fund

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักได้พัฒนากระบวนการควบคุมและตรวจสอบ (compliance process) แบบอัตโนมัติขั้นสูง เพื่อช่วยให้มั่นใจว่ากองทุนหลักได้รับการจัดการตามแนวทางการลงทุนที่ระบุไว้และข้อกำหนดทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านสังคมของกองทุนหลักตามวิธีการที่กำหนด

หน่วยงานภายในของกองทุนหลักจะกำหนดข้อจำกัดการลงทุนของกองทุนหลักในระบบตรวจสอบการลงทุนก่อนและหลังการลงทุนของกองทุนหลัก โดยกรณีข้อจำกัดการลงทุนที่ไม่สามารถระบุในระบบได้ กองทุนหลักจะมีกระบวนการควบคุมการลงทุนด้วยตนเอง (manual process)

โดยเมื่อมีการสร้างคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบ front-end compliance system จะตรวจสอบธุรกรรมกับข้อกำหนดการลงทุนของกองทุนหลักแบบเรียลไทม์ก่อนทำรายการ หากระบบตรวจพบเงื่อนไขที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนด รายการซื้อขายดังกล่าวจะไม่สามารถทำรายการต่อได้ นอกจากนี้ ภายหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ ระบบจะดำเนินการตรวจสอบข้อกำหนดการลงทุน ณ สิ้นวันทำการซื้อขายในช่วงกลางคืน และออกรายงานในวันทำการถัดไป เพื่อจัดส่งบันทึกรายการที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดและคำเตือนการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance exceptions and warnings) ให้ผู้เชี่ยวชาญการลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไข ทั้งนี้ การตรวจสอบและสืบสวนรายการหรือธุรกรรมที่เข้าข่ายไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนั้นจะถูกบันทึกในระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีขั้นตอนที่ครอบคลุมและสามารถตรวจสอบได้ รวมถึงหากมีความจำเป็น กองทุนหลักจะมีการจัดทำแผนการแก้ไขที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขเหตุการณ์ดังกล่าว

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุน

กระบวนการติดตามและตรวจสอบ

บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก

การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข

กรณีบริษัทจัดการตรวจพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งกองทุนหลักโดยไม่ชักช้า เพื่อหาสาเหตุ แนวทาง และติดตามการแก้ไขในการลงทุนเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในรอบการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักถัดไป หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ

แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข ภายหลังครบกำหนดตามกรอบระยะเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการยกระดับติดตามกองทุนหลักที่มีประเด็นด้าน ESG โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และการรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:

- การสอบถามและติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก

- การเพิ่มรายชื่อกองทุนหลักในรายชื่อยกระดับติดตาม (ESG Escalation List)

- การลดสถานะ หรือจำหน่ายการลงทุน (Divestment) โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนกองทุนหลักใหม่ โดยจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบ ในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด

หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่จะไม่ลงทุนกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสิ่งแวดล้อม โดยจะไม่ลงทุนโดยตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสกัดถ่านหินประเภทเชื้อเพลิงให้ความร้อน (Thermal coal) และทรายน้ำมัน (Tar sand) รวมถึงธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากถ่านหิน ส่วนหลักทรัพย์ที่มีผลกระทบทางลบต่อสังคม กองทุนหลักจะไม่ลงทุนโดยตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจอาวุธสงคราม และอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงธุรกิจที่มีส่วนร่วมอย่างมีนัยสำคัญในการผลิตและจัดจำหน่ายอาวุธปืนและยาสูบ นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่ไม่ถือปฏิบัติตามหลัก 10 ประการของ UN Global Compact ซึ่งครอบคลุมถึงเรื่องสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการต่อต้านการทุจริต

การสรุปสาระสำคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด ไม่มีข้อมูล

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
ไม่มีข้อมูล
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ไม่มีข้อมูล
วันรับคำสั่งขายคืน
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลารับเงินขายคืน
ไม่มีข้อมูล
คำสั่งซื้อ: ไม่มีข้อมูล · คำสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีข้อมูล

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หน่วยลงทุน 100.33%, เงินฝาก 3.27%หน่วยลงทุน: 100.33%เงินฝาก: 3.27%
หน่วยลงทุน · 100.33%เงินฝาก · 3.27%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หน่วยลงทุน 98.98%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 4.90%หน่วยลงทุน: 98.98%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 4.90%
หน่วยลงทุน · 98.98%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 4.90%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
หน่วยลงทุน BLACKROCK SYSTEMATIC ASIA PACIFIC EQUITY ABSOLUTE RETURN FUND100.3331 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings