ตราสารทุนจดทะเบียนชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ

SCBCLIMATE(R)

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Climate Change

SCB Global Climate Change · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ไม่มีข้อมูลกราฟในช่วงนี้

ประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: ไม่มีข้อมูล · ดึงข้อมูล: ไม่มีข้อมูล UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 6
นโยบายปันผล
ไม่มีข้อมูล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มี · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Templeton Global Climate Change Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน (share class) I Accumulation สกุลเงินยูโร (EUR) ซึ่งเป็น Sub Fund ของกองทุน Franklin Templeton Investment Funds บริหารจัดการโดย Franklin Templeton International Services S.à r.l. และบริหารจัดการลงทุนโดย Franklin Templeton Investment Management Limited ทั้งนี้ กองทุนหลักมีคุณสมบัติเป็นไปตาม Société d'investissement à capital variable (SICAV) ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ Undertaking for Collective Investment in Transferable Securities (UCITS) ภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก

กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อลดผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และในขณะเดียวกันก็มุ่งเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาวผ่านการลงทุนในบริษัททั่วโลกที่มีการดำเนินธุรกิจที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนหรือใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นไปตาม Article 9 ภายใต้ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation

กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) ที่มี underlying เป็นหุ้น และ/หรืออัตราแลกเปลี่ยน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน

การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือตํ่ากว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) ตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) ตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน

2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม

3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 20 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางจะไม่ลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกัน (cascade investment) เกินกว่า 1 ทอด

การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง

อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน ทั้งนี้ กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกองทุนหลักดังกล่าว หรือกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนชื่อ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนชื่อกองทุนเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก รวมถึงเปลี่ยนชื่อกองทุนเพื่อให้สอดรับกับสภาวะการตลาดที่เปลี่ยนแปลงในอนาคตซึ่งการเปลี่ยนแปลงชื่อกองทุนดังกล่าวยังคงสะท้อนนโยบายการลงทุนของกองทุนเช่นเดิม

อีกทั้ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินยูโร (EUR) หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว

กรณีการลงทุนของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์มีลักษณะครบถ้วนตาม 1 และ 2 ให้ บลจ. ดำเนินการตาม 3

1. ฐานะการลงทุนสุทธิของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์

(1) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ หรือ

(2) มีฐานะการลงทุนสุทธิในหน่วยของกองทุนต่างประเทศ (กองทุนปลายทาง) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥ 80% ของ NAV ของกองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์โดยกองทุนต่างประเทศไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนดัชนีหรือ ETF

2. NAV ของกองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะดังนี้

(1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ

(2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง

3. รายละเอียดการดำเนินการ

การดำเนินการ

ระยะเวลาดำเนินการ

1. แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของบริษัทจัดการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบ (แนวทางการดำเนินการดังกล่าวจะคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยโดยรวม)ภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ2. เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการตามข้อ 1. ต่อผู้ลงทุนทั่วไป (ดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวด้วย)พร้อมข้อ 1. 3. ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตามข้อ 1.ภายใน 60 วันนับแต่วันที่มี การเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ4. รายงานผลการดำเนินการตามข้อ 3. ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการตามข้อ 3. แล้วเสร็จ

ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตาม หากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk profile) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

ในกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ให้ความเห็นชอบหรือมีประกาศแก้ไขหรือเพิ่มเติมประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงประเภทหรือลักษณะหรืออัตราส่วนการลงทุนให้เป็นไปตามประกาศฯ ฉบับใหม่ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว

ข้อมูลทั่วไปของ Templeton Global Climate Change Fund (กองทุนหลัก)

(แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566)

ลักษณะทั่วไปของกองทุน

ชื่อกองทุนหลักTempleton Global Climate Change Fund ชนิดหน่วยลงทุนที่ลงทุนI Accumulation (EUR)วัตถุประสงค์การลงทุน

กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อลดผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และในขณะเดียวกันก็มุ่งเพิ่มมูลค่าของเงินลงทุนในระยะปานกลางถึงระยะยาว

ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการลดโลกร้อนในระยะยาว กองทุนหลักมุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนผ่านการลงทุนในผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลัก รวมถึงลงทุนในบริษัทต่างๆ ที่มุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนตามแนวทางของตนเอง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (1.5-degree scenario) ตามข้อตกลง Paris Climate Agreement

นโยบายการลงทุน

กองทุนหลักจะลงทุนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก ในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ ในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน และ/หรือการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือมีกระบวนการในการดำเนินธุรกิจที่ยืดหยุ่นพร้อมรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดลงของทรัพยากรในระยะยาว ซึ่งในมุมมองของผู้จัดการการลงทุน บริษัทดังกล่าวมีความพร้อมทางการเงินและความสามารถในการแข่งขันที่จะเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำและมีทรัพยากรที่จำกัดมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้จัดการการลงทุนจะใช้การวิเคราะห์เชิงลึกเพื่อคัดเลือกตราสารทุนที่มีราคาปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ เช่น กำไรในระยะยาว และมูลค่าของสินทรัพย์ทางธุรกิจ

กองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกผ่านการลงทุนในบริษัทในทุกภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก ที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมใน 3 ลักษณะดังต่อไปนี้

- Solution Providers: บริษัทที่มีรายได้ส่วนใหญ่จากกิจกรรมที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนหรือปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก

- Transitioning Companies: บริษัทที่พยายามเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือปรับปรุงให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีรายได้มากกว่า 20% มาจากกิจกรรมดังกล่าว

- Resilient Companies: บริษัทที่มีการลดปริมาณคาร์บอนและลดการใช้ทรัพยากรตามแนวทางของตนเอง

กองทุนหลักมุ่งลงทุนในบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยกองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนเป็นไปตาม Article 9 ภายใต้ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation ผ่านการใช้กลยุทธ์การลงทุน ESG integration approach ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และ/หรือสังคม รวมทั้งมีวัตถุประสงค์การลงทุนอย่างยั่งยืนที่ชัดเจน

นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทอื่น เช่น หุ้นบุริมสิทธิ หลักทรัพย์แปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ และตราสารหนี้ โดยอาจจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน เช่น หน่วยลงทุนของกองทุน UCITS กองทุน Exchange Traded Funds (ETF) รวมถึงกองทุนรวมอื่นๆ ได้ไม่เกินร้อยละ 10 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก

กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยงและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน ซึ่งอาจรวมถึงสัญญาสวอป สัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงสกุลเงิน สัญญาฟิวเจอร์ส (รวมถึงสัญญาฟิวเจอร์ส ที่อ้างอิงตราสารทุน ดัชนีตราสารทุน อัตราดอกเบี้ย และสกุลเงิน) สัญญาออปชั่นที่อ้างอิงตราสารทุนและดัชนีตราสารทุน ตราสารประเภท equity linked notes ตลอดจนสัญญาออปชั่น (ซึ่งรวมถึง covered calls และสัญญาวอร์แรนท์)

หน่วยงานและประเทศที่กำกับดูแลCommission de Surveillance du Secteur Financier (CSSF) ประเทศลักเซมเบิร์กวันจัดตั้งกองทุน26 เมษายน 2534อายุโครงการไม่กำหนดสกุลเงิน (Base Currency)สกุลเงินยูโร (EUR)นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่จ่ายวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุนทุกวันทำการ ISIN LU0195953749Bloomberg TickerTEMGEIA LX

ดัชนีชี้วัด/อ้างอิง

ไม่มี เนื่องจากกองทุนหลักใช้กลยุทธ์การลงทุนเชิงรุกและไม่ได้อ้างอิงดัชนีชี้วัดใด อย่างไรก็ตาม Reference Index ที่กองทุนหลักใช้ในการเปรียบเทียบผลการดำเนินงาน ได้แก่ MSCI All Country World Index-NR และ MSCI ACWI Investable Market Index-NRManagement Company Franklin Templeton International Services S.à r.l.Investment ManagerFranklin Templeton Investment Management Limited เว็บไซต์ข้อมูลกองทุนหลักhttps://www.franklintempletonme.com/our-funds/price-and-performance/products/1339/J/templeton-global-climate-change-fund/LU0195953749

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก

Management Fee

ร้อยละ 0.70 ต่อปี ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ

(ข้อมูล ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2566)

Ongoing Costs

- Management fees and other administrative or operating costs เรียกเก็บจริงในอัตราร้อยละ 0.85

- Transaction costs เรียกเก็บจริงในอัตราร้อยละ 0.04

(ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2567)

การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม

กองทุนรวมนี้เป็นกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ประเภท SRI Focus ซึ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม หรือสังคม หรือความยั่งยืน ทั้งนี้ กองทุนรวมนี้มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

หลักเกณฑ์การพิจารณาหลักทรัพย์

กองทุนหลักอยู่ภายใต้ Article 9 ของ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR)

โดยกองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัททั่วโลกที่เป็นผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือมีการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือมีกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดลงของทรัพยากรในระยะยาว

ทั้งนี้ กองทุนหลักประเมินการบรรลุเป้าหมายด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนผ่านตัวชี้วัดเฉพาะด้านความยั่งยืน ระบบการให้คะแนน ESG ภายในองค์กร รวมถึงกระบวนการวิจัยและการมีส่วนร่วมกับบริษัท เพื่อตรวจสอบให้มั่นใจว่าการลงทุนเพื่อความยั่งยืนจะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม พร้อมนำกฎเกณฑ์ด้าน ESG และหลักทรัพย์ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ (ESG exclusions) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือกหลักทรัพย์

นอกจากนี้ กองทุนหลักจะมีการลงทุนที่สอดคล้องกับ EU Taxonomy และต้องผ่านเกณฑ์ตาม Commission Delegated Regulation (EU) 2021/21391 กำหนด ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก

เป้าหมายด้านความยั่งยืนกองทุนหลักมีเป้าหมายด้านความยั่งยืนในการลดผลกระทบและสนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศตาม Paris Climate Agreement ผ่านการลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการหรือมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงลงทุนในบริษัทที่มีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามแนวทางของตนเอง เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายการจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียสเมื่อเทียบกับระดับก่อนยุคอุตสาหกรรม (1.5-degree scenario) ตามข้อตกลง Paris Climate Agreementกรอบการลงทุน (Investment Universe)

กรอบการลงทุนของกองทุน คือ หน่วยลงทุนของกองทุนหลัก Templeton Global Climate Change Fund

ส่วนกรอบการลงทุนของกองทุนหลักจะเน้นลงทุนในตราสารทุนประมาณร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุน ซึ่งเป็นหุ้นจดทะเบียนของบริษัททั่วโลกในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์หรือบริการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือมีการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือมีกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดลงของทรัพยากรในระยะยาว

ทั้งนี้ กรอบการลงทุนของกองทุนหลักที่เน้นลงทุนในบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือมีการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือมีกระบวนการดำเนินธุรกิจที่ยืดหยุ่น พร้อมรับมือกับผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการลดลงของทรัพยากรในระยะยาว มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Focus ที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (“ESG”)

กลยุทธ์การลงทุน

กองทุนหลักมีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ผ่านการลงทุนในบริษัทที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และช่วยลดความเสี่ยงทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีความสอดคล้องกับ Paris Climate Agreement ทั้งนี้ บริษัทที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ดังนี้

1. Solution Providers: (ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก) ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่มีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 จากสินค้าและบริการที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และ/หรือลดผลกระทบทางกายภาพจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น พลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการน้ำและของเสีย ระบบขนส่งที่ยั่งยืน และการทำป่าไม้และเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน

2. Transitioning Companies: (ไม่เกินร้อยละ 50 ของทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก) ซึ่งประกอบด้วยบริษัทที่มีรายได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 จากธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และกำลังปรับตัวเพื่อยกระดับไปเป็น Solution Provider หรือมีสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีการคัดเลือกบริษัทที่ลงทุน โดยพิจารณาจากสัดส่วนรายได้และกำไรจากสินค้าหรือบริการที่มุ่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ผลกระทบสุทธิด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการดำเนินงานตามหลักธรรมภิบาล เพื่อโอกาสทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

โดยการบรรลุเป้าหมายการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลักจะพิจารณาจากเงื่อนไขดังนี้

1. กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนหลักสามารถมีสัดส่วนการลงทุนมากกว่าร้อยละ 90 ในบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และ/หรือมีการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ

2. พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีความสอดคล้องกับเป้าหมายของ Paris Climate Agreement โดยพิจารณาจากปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงได้ (Avoided Emissions) จากสินค้าหรือบริการในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และแนวโน้มความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัท

ทั้งนี้ Avoided Emissions หมายถึง ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เพราะมีการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยกองทุนหลักตั้งเป้าหมายว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ควรสูงกว่า Scope 1 2 และ 3 โดยความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในพอร์ตการลงทุนคาดว่าจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอ้างอิงจากผลการดำเนินงานในอดีตและเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่บริษัทตั้งไว้ในอนาคต

ผู้จัดการกองทุนหลักพิจารณาว่า ปัจจัยด้าน ESG สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าของบริษัททั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น การพิจารณาปัจจัยด้าน ESG จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จำนะมาใช้ในกระบวนการวิจัยและการตัดสินใจลงทุน นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักได้นำหลักการด้าน ESG ที่พัฒนาขึ้นภายใน เพื่อมาปรับใช้ในการพิจารณาคัดเลือกหุ้นที่กองทุนหลักลงทุน และประเมินภาพรวมของบริษัทที่กองทุนหลักลงทุนในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักมีการลงทุนภายในหลักการด้าน ESG ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลัก

ผู้จัดการกองทุนหลักจะประเมินบริษัทที่คาดว่าจะลงทุนและกำหนดคะแนน ESG โดยรวมของแต่ละบริษัท โดยพิจารณาจากข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเพียงปัจจัยดังนี้

- ด้านสิ่งแวดล้อม (E) เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจก การใช้พลังงาน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการของเสียและมลพิษ และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

- ด้านสังคม (S) เช่น ความหลากหลายทางเพศ สิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน การมีส่วนร่วมของพนักงาน ความสัมพันธ์กับชุมชน การคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัว

- ด้านธรรมาภิบาล (G) เช่น ภาวะความเป็นผู้นำของบริษัท สัดส่วนกรรมการอิสระ ค่าตอบแทนผู้บริหาร ระบบการตรวจสอบที่เป็นอิสระ ระบบควบคุมภายใน และสิทธิของผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะประเมินคะแนน ESG โดยรวมอ้างอิงจากหลักการด้าน ESG ที่พัฒนาขึ้นภายใน ซึ่งมี 5 ระดับคะแนน ได้แก่ 1 (ดีเยี่ยม) 2 (ดีกว่ามาตรฐาน) 3 (ปานกลาง) 4 (ต่ำกว่ามาตรฐาน) และ 5 (ไม่ยอมรับได้) โดยกองทุนหลักจะพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีคะแนน ESG ไม่ต่ำกว่าระดับ 3 อย่างไรก็ดี กองทุนหลักสามารถพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีคะแนน ESG ในระดับ 4 ได้ก็ต่อเมื่อผู้จัดการกองทุนหลักมีการดำเนินการเชิงรุกในการมีส่วนร่วมกับบริษัทนั้น เพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุงด้าน ESG อย่างชัดเจน ทั้งนี้ บริษัทที่มีคะแนนด้านสิ่งแวดล้อมในระดับ 4 หรือระดับ 5 หรือมีคะแนน ESG โดยรวมในระดับ 5 หรือไม่ได้รับการประเมินคะแนน จะถูกคัดออกจากพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก

นอกจากนี้ กองทุนหลักจะมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน รวมทั้งติดตามประเด็นด้าน ESG ที่สำคัญ และมีการใช้สิทธิออกเสียง เพื่อผลักดันให้บริษัทที่ลงทุนเกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง และมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว

โดยกลยุทธ์การลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลักสามารถสรุปได้ดังนี้

- Positive sustainability focus: กองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัทที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน โดยพิจารณาบริษัทที่มีรายได้ สินทรัพย์ หรือการลงทุน (CapEx) ในกิจกรรมที่ช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศ เช่น พลังงานหมุนเวียน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งที่ยั่งยืน การจัดการน้ำและของเสีย รวมถึงการใช้ที่ดินอย่างยั่งยืน

- Support for the climate transition: กองทุนหลักสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยลงทุนในบริษัทที่มีการปรับตัวต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมีพัฒนาการที่ชัดเจนในการดำเนินงานให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวด้านการลดคาร์บอน

- Alignment with global climate goals: กองทุนหลักตั้งเป้าหมายการลดผลกระทบด้านคาร์บอนของพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับ Paris Climate Agreement โดยกำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญ เช่น ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่หลีกเลี่ยงได้ (Avoided Emissions) ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทในพอร์ตการลงทุน และแนวโน้มการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทที่ลงทุน

- Binding ESG integration: กองทุนหลักมีการพิจารณาปัจจัยด้าน ESG เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุน โดยนำหลักการด้าน ESG ที่พัฒนาขึ้นภายในมาใช้ ซึ่งครอบคลุมหลักทรัพย์ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก รวมทั้งมีการกำหนดคะแนนด้าน ESG ขั้นต่ำในการพิจารณาลงทุน การมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุนเพื่อผลักดันให้เกิดการปรับปรุง และการคัดบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินด้าน ESG ออกจากพอร์ตการลงทุน

- Clear exclusions and standards: กองทุนหลักกำหนดการคัดบริษัทที่ดำเนินธุรกิจไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนหลักอย่างชัดเจน ซึ่งประกอบด้วย บริษัทที่มีการละเมิดหลักสากลอย่างร้ายแรง บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานฟอสซิล ถ่านหิน การผลิตไฟฟ้าที่มีคาร์บอนสูง รวมถึงธุรกิจที่มีความอ่อนไหวอื่นๆ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ EU Paris-aligned Benchmarks และ ESMA Fund Naming Guidelines

- Active ownership and stewardship: ผู้จัดการกองทุนหลักมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งติดตามประเด็นด้าน ESG ที่สำคัญ มีการใช้สิทธิออกเสียง และการขายหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์ด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักสะท้อนหลักความยั่งยืนตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ กลยุทธ์การลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลักข้างต้นสามารถช่วยให้กองทุนหลักบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อมหรือด้านความยั่งยืนอย่างชัดเจน รวมถึงบริษัทที่เป็นผู้ให้บริการหรือนำเสนอผลิตภัณฑ์ในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมีการปรับตัวต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านการผนวกปัจจัยด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการลงทุน โดยมีการตั้งเป้าหมายด้านการลดคาร์บอนที่สอดคล้องกับ Paris Climate Agreement และการกำหนดหลักทรัพย์ที่จะไม่ลงทุนอย่างชัดเจน ส่งผลให้กองทุนหลักสามารถหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจสร้างผลกระทบเชิงลบ พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่มีคาร์บอนต่ำและมีความยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Focus

ดัชนีชี้วัด

บริษัทจัดการจะเปิดเผยดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (performance benchmark) และดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (reference ESG benchmark) (ถ้ามี) ของกองทุนไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม และ/หรือหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ

อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุนของกองทุนหลัก

ความเสี่ยงด้านความยั่งยืน (Sustainability Risk) ซึ่งหมายรวมถึงเหตุการณ์หรือสภาวะด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาลที่เกิดขึ้น และอาจสร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าการลงทุนและผลตอบแทนของกองทุนหลัก ทั้งผลกระทบโดยตรงหรือผลกระทบต่อความเสี่ยงประเภทอื่น เช่น ความเสี่ยงด้านตลาด ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หรือความเสี่ยงด้านคู่สัญญา

นอกจากนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนยังเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินศักยภาพผลตอบแทนในระยะยาว และช่วยให้ผู้จัดการกองทุนหลักสามารถระบุโอกาสและความเสี่ยงเฉพาะของแต่ละกลยุทธ์ได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ กองทุนหลักมีการผนวกปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุน โดยอาศัยข้อมูลด้าน ESG จากทั้งแหล่งภายในและภายนอก รวมถึงการวิจัยเชิงลึกและวิธีการวิเคราะห์เฉพาะทาง

อย่างไรก็ตาม การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนมีความซับซ้อน และอาจอาศัยข้อมูลด้าน ESG ที่เข้าถึงได้ยาก ไม่ครบถ้วน ล้าสมัย หรือมีความคลาดเคลื่อนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแม้ว่าการประเมินดังกล่าวจะสามารถระบุความเสี่ยงได้แล้ว ก็ไม่อาจรับประกันความถูกต้องได้ ทั้งนี้ หากความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่เกิดขึ้นเกินกว่าที่ผู้จัดการกองทุนหลักคาดการณ์ไว้ อาจส่งผลกระทบทางลบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ลงทุน และกระทบต่อมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนหลักได้

โดยความเสี่ยงด้านความยั่งยืนเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ เช่น

- การไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม หรือธรรมาภิบาล ซึ่งอาจทำให้บริษัทเสียชื่อเสียง ความต้องการของสินค้าและบริการลดลง รวมทั้งสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

- การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย กฎระเบียบ หรือมาตรฐานอุตสาหกรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้อง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือการเติบโตของบริษัทหรืออุตสาหกรรมที่ลดลง

- การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายหรือกฎระเบียบ อาจทำให้ความต้องการลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่ตลาดมองว่ามีมาตรฐานด้าน ESG สูง เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ ราคาของหลักทรัพย์อาจปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาของหลักทรัพย์ดังกล่าวอาจมีความผันผวนสูงขึ้น หากตลาดมีมุมมองเกี่ยวกับการที่บริษัทปฏิบัติตามมาตรฐาน ESG เปลี่ยนแปลงไป

- การเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมายหรือกฏระเบียบอาจทำให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ที่ไม่ครบถ้วน

ทั้งนี้ ความเสี่ยงด้านความยั่งยืนข้างต้นอาจส่งผลต่อสถานะทางการเงิน กำไร หรือชื่อเสียงของบริษัท รวมถึงราคาและสภาพคล่องของหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักลงทุนอยู่ นอกจากนี้ การนำความเสี่ยงด้านความยั่งยืนมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการลงทุนอาจทำให้กองทุนหลักไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์ที่อาจทำกำไรได้ หรืออาจจำเป็นต้องขายหลักทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนในอนาคตออกจากพอร์ตการลงทุน

ความเสี่ยงจากการลงทุนของกองทุนหลักต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน

กองทุนหลักมีการประเมินและลดผลกระทบด้านความยั่งยืนซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจลงทุน ทั้งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยของพนักงาน แรงงานภาคบังคับ หรือการติดสินบน โดยบริษัทที่มีแผนและมาตรการในการลดผลกระทบเชิงลบและเพิ่มผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมจะถูกนำมาพิจารณาประกอบการให้คะแนนด้าน ESG ในการคัดเลือกหลักทรัพย์

นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการประเมินการลงทุนอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับหลักการ Do No Significant Harm (DNSH) ผ่านการพิจารณาตัวชี้วัด Principal Adverse Impact (PAIs) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐาน SFDR Regulatory Technical Standards (RTS) โดยพิจารณาตามเกณฑ์ดังนี้

- ความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gas intensity): บริษัทที่มีคะแนนอยู่ในกลุ่มต่ำสุดเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มเดียวกัน (bottom quintile) และมีระดับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Scope 1 และ 2) มากกว่าครึ่งหนึ่งของดัชนี MSCI All Country World ผู้จัดการกองทุนหลักจะเข้ามามีส่วนร่วมในการตั้งเป้าหมายของบริษัทเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือปรับปรุงผลการดำเนินงานให้ออกจากกลุ่มต่ำสุดภายใน 3 ปี ทั้งนี้ หากการปรับปรุงการดำเนินงานดังกล่าวไม่มีความคืบหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุน

- ความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการ (Board gender diversity): บริษัทที่ไม่มีกรรมการเพศหญิงดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการของบริษัท ผู้จัดการกองทุนหลักจะเข้ามามีส่วนร่วมในการเพิ่มกรรมการเพศหญิงอย่างน้อย 1 คนภายใน 3 ปี ทั้งนี้ หากการปรับปรุงการดำเนินงานดังกล่าวไม่มีความคืบหน้าภายในระยะเวลาที่กำหนด ผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ กองทุนหลักตั้งเป้าความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการต้องมากกว่าดัชนี MSCI All Country World Index ในระดับ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 33

- สัดส่วนการลงทุนในเชื้อเพลิงฟอสซิล: กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเชื้อเพลิงฟอสซิล

- การละเมิดหลักเกณฑ์ UNGC Principles หรือแนวปฏิบัติ OECD Guidelines for Multinational Enterprises: กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ถูกประเมินว่าละเมิดหลักการสากลดังกล่าวอย่างร้ายแรง

- สัดส่วนการลงทุนใน Controversial Weapon: กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาวุธต้องห้าม ได้แก่ อาวุธคลัสเตอร์ ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล อาวุธชีวภาพ อาวุธเคมี และอาวุธนิวเคลียร์

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลความเสี่ยงฉบับเต็มของกองทุนหลักได้ที่ https://www.franklintempletonme.com/our-funds/price-and-performance/products/1339/J/templeton-global-climate-change-fund/LU0195953749

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก กระบวนการติดตามและตรวจสอบ

กองทุนหลักมีการติดตามและตรวจสอบวัตถุประสงค์ด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนและตัวชี้วัดด้านความยั่งยืน (ซึ่งรวมถึงตัวชี้วัด Principal Adverse Impact (PAI)) ตลอดระยะเวลาการลงทุน

- ระยะเริ่มต้นการลงทุน

ก่อนตัดสินใจลงทุน กองทุนหลักจะทำการประเมินด้าน ESG ของหลักทรัพย์ทุกตัว เพื่อคัดกรองให้เป็นไปตามเกณฑ์ และพอร์ตของกองทุนหลักยังคงสอดคล้องกับนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบการลงทุนที่มีส่วนสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน การพิจารณาตัวชี้วัด PAIs และการประเมินด้านธรรมาภิบาล เพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนของกองทุนหลักจะไม่สร้างผลกระทบเชิงลบอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมหรือสังคม นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักจะตรวจสอบไม่ให้มีการลงทุนในหลักทรัพย์ที่อยู่นอกกรอบการลงทุน (exclusion list)

- ระยะถือครองการลงทุน

ภายหลังการลงทุน ผู้จัดการกองทุนหลักจะติดตามและรายงานผลอย่างต่อเนื่อง โดยมีการทบทวนเป็นรายไตรมาสเพื่อให้มั่นใจว่าการลงทุนยังคงเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน รวมถึงประเมินความเสี่ยงหรือผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นในพอร์ตการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนหลักจะรับผิดชอบในการตรวจสอบและประเมินผลด้าน ESG ตลอดระยะเวลาการลงทุน เพื่อรักษามาตรฐานด้านความยั่งยืนของพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง

การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข

ในกรณีบริษัทที่ลงทุนไม่มีการปรับปรุงการดำเนินงานตามตัวชี้วัดที่กำหนด ได้แก่ การลดความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการเพิ่มความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการภายในระยะเวลา 3 ปี ผู้จัดการกองทุนหลักจะดำเนินการขายหลักทรัพย์ออกจากพอร์ตการลงทุนให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 3 เดือนภายหลังครบกำหนดเวลาข้างต้น นอกจากนี้ ในกรณีที่หลักทรัพย์ที่ลงทุนถูกจัดอยู่นอกกรอบการลงทุน (exclusion list) ผู้จัดการกองทุนหลักจะดำเนินการขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุนโดยเร็วที่สุด โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 6 เดือนภายใต้สภาวะตลาดปกติ

แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข

กรณีบริษัทที่ลงทุนมีการดำเนินงานไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนเพื่อความยั่งยืนหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก ผู้จัดการกองทุนหลักจะพิจารณาเข้ามามีส่วนร่วม หรือขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ กรณีบริษัทที่ลงทุนเกิดประเด็นปัญหาด้าน ESG ผู้จัดการกองทุนหลักจะดำเนินการทบทวนทันที เพื่อประเมินว่าบริษัทดังกล่าวยังคงผ่านเกณฑ์ด้าน ESG ที่กองทุนหลักกำหนดไว้หรือไม่

นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักอาจเพิ่มระดับการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน เช่น การตรวจพบปัญหาด้านการกำกับดูแลหรือโครงสร้างการบริหาร การตอบสนองต่อข้อกังวลของนักลงทุนที่ไม่เพียงพอ หรือการมีประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG ที่อาจกระทบต่อมูลค่าในระยะยาว ทั้งนี้ กรณีบริษัทไม่มีการปรับปรุงการดำเนินงานตามที่กองทุนหลักคาดหวัง ผู้จัดการกองทุนหลักอาจพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม เช่น การติดต่อคณะกรรมการบริษัทโดยตรง การเปิดเผยการมีส่วนร่วมต่อสาธารณะ การใช้สิทธิออกเสียง หรือการยื่นข้อเสนอแก่ผู้ถือหุ้น ไปจนถึงการพิจารณาขายหลักทรัพย์ออกจากพอร์ตการลงทุน หากเห็นว่าบริษัทดังกล่าวดำเนินงานไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์การลงทุนด้านความยั่งยืน ทั้งนี้เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุน

กระบวนการติดตามและตรวจสอบ

บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก

การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข

กรณีบริษัทจัดการตรวจพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งกองทุนหลักโดยไม่ชักช้า เพื่อหาสาเหตุ แนวทาง และติดตามการแก้ไขในการลงทุนเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในรอบการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักถัดไป หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ

แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข ภายหลังครบกำหนดตามกรอบระยะเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการยกระดับติดตามกองทุนหลักที่มีประเด็นด้าน ESG โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และการรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:

- การสอบถามและติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก

- การเพิ่มรายชื่อกองทุนหลักในรายชื่อยกระดับติดตาม (ESG Escalation List)

- การลดสถานะ หรือจำหน่ายการลงทุน (Divestment) โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนกองทุนหลักใหม่ โดยจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบ ในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด

หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่จะไม่ลงทุน

กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่มีลักษณะดังนี้ (ทั้งนี้ ไม่รวมสินทรัพย์สภาพคล่องและสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันความเสี่ยง)

1. บริษัทที่มีการละเมิดหลักการดังนี้ อย่างซ้ำๆ และรุนแรง

- The United Nations (UN) Global Compact

- The UN Guiding Principles on Business and Human Rights

- The International Labor Organization (ILO) Conventions

- The Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) Guidelines for Multinational Enterprises

2. บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมด้านอาวุธ ได้แก่

- ผลิตหรือจัดจำหน่าย controversial weapons หรือชิ้นส่วนที่ถูกออกแบบมาเฉพาะเพื่อใช้งานในอาวุธดังกล่าว

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการผลิตอาวุธทั่วไป (รวมถึง civilian firearms) หรือชิ้นส่วนที่ออกแบบเฉพาะเพื่อใช้ในอาวุธ

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไปจากผลิตภัณฑ์/อุปกรณ์/บริการที่สนับสนุนการผลิตหรือกระจายอาวุธ

3. บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจยาสูบ ได้แก่

- ปลูกหรือผลิตยาสูบ

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการจัดจำหน่ายยาสูบ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บุหรี่ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

4. บริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 1 ขึ้นไปจากธุรกิจการพนัน หรือสินค้าที่ช่วยให้เกิดธุรกิจการพนัน

5. บริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 1 ขึ้นไปจากการผลิตหรือจำหน่ายสื่อบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ (Adult Entertainment)

6. บริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการผลิตหรือจำหน่ายแอลกอฮอล์

7. บริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการผลิตหรือจำหน่ายน้ำมันปาล์ม

8. บริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ 5 ขึ้นไปจากการผลิตหรือเพาะปลูกสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อการเกษตร (GMO)

9. บริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการผลิตหรือจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับงานวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดจากตัวอ่อนมนุษย์

10. บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับถ่านหินความร้อน (Thermal Coal) ได้แก่

- สำรวจ ขุดเหมือง หรือจำหน่ายถ่านหินความร้อน

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 1 ขึ้นไปจากการแปรรูปหรือกลั่นถ่านหิน

- เปิดหรือพัฒนาเหมืองใหม่

- เพิ่มกำลังการผลิตถ่านหิน

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 10 ขึ้นไปจากธุรกิจขนส่งถ่านหิน หรือมีการผลิตถ่านหินตั้งแต่ 10 ล้านตันต่อปีขึ้นไป อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจยกเว้นบริษัทที่เข้าเกณฑ์อย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

มีเป้าหมาย SBTi ที่ได้รับการรับรอง

ผลิตถ่านหินน้อยกว่า 10 ล้านตันต่อปี

มี CapEx เกี่ยวกับถ่านหินน้อยกว่าร้อยละ 10 และไม่ใด้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้

มี CapEx มากกว่าร้อยละ 50 เกี่ยวกับกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ EU Taxonomy for Sustainable Activities (ไม่รวมพลังงานนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงก๊าซ)

11. บริษัทที่มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ หรือบริการที่พัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตถ่านหินประเภท thermal coal

12. บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับการสกัดและการผลิตน้ำมันและก๊าซ ได้แก่

- สำรวจและการแสวงประโยชน์ หรือพัฒนาแหล่งน้ำมันหรือก๊าซแห่งใหม่ - มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการแสวงหาแหล่งน้ำมันและก๊าซ การสำรวจ การแปรรูป/การกลั่น การจัดจำหน่ายน้ำมัน และการขนส่งน้ำมัน - มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากเทคโนโลยี hydraulic fracking - มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปจากการสำรวจก๊าซ การจัดจำหน่าย การผลิต และการขนส่งก๊าซ - มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 25 ขึ้นไปจากผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์ หรือบริการที่พัฒนาขึ้นเป็นการเฉพาะ เพื่อสนับสนุนหรือเอื้อให้เกิดการดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการผลิตน้ำมันและก๊าซ อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจยกเว้นบริษัทที่เข้าเกณฑ์อย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

มีเป้าหมาย SBTi ที่ได้รับการรับรอง

มี CapEx ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติน้อยกว่าร้อยละ 15 และไม่ใด้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้

มี CapEx มากกว่าร้อยละ 50 เกี่ยวกับกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ EU Taxonomy for Sustainable Activities (ไม่รวมพลังงานนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงก๊าซ)

13. บริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับการผลิตไฟฟ้าและ/หรือความร้อนจากแหล่งพลังงานที่ไม่หมุนเวียน (Non-renewable sources) ได้แก่

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการผลิตไฟฟ้าหรือความร้อนโดยใช้ coal และ oil fuels

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการผลิตไฟฟ้าหรือความร้อนโดยใช้ nuclear fuels

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 50 ขึ้นไปจากการผลิตไฟฟ้าที่มีค่า GHG intensity มากกว่า 100 g CO₂e/kWh

- มีรายได้ตั้งแต่ร้อยละ 5 ขึ้นไปจากการผลิตไฟฟ้าหรือความร้อนจาก non‑renewable sources อย่างไรก็ดี กองทุนหลักอาจยกเว้นบริษัทที่เข้าเกณฑ์อย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

มีเป้าหมาย SBTi ที่ได้รับการรับรอง

มีรายได้มากกว่าร้อยละ 50 จากกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ EU Taxonomy for Sustainable Activities (ไม่รวมพลังงานนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงก๊าซ)

มี CapEx มากกว่าร้อยละ 50 เกี่ยวกับกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ EU Taxonomy for Sustainable Activities (ไม่รวมพลังงานนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงก๊าซ)

มี CapEx มากกว่าร้อยละ 50 เกี่ยวกับกิจกรรมที่อยู่ภายใต้ EU Taxonomy for Sustainable Activities (ไม่รวมพลังงานนิวเคลียร์และเชื้อเพลิงก๊าซ)

ภายในปี 2025 มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ electric utilities ที่มีค่าความเข้มข้นของ carbon intensity ต่ำกว่าระดับ 374 gCO₂e/kWh ในปี 2022, 354 gCO₂e/kWh ในปี 2023, 335 gCO₂e/kWh ในปี 2024 และ 315 gCO₂e/kWh ในปี 2025

14. บริษัทที่พัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่

15. บริษัทที่มีการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ใช้ถ่านหิน

16. บริษัทที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินมากกว่า 5 GW

17. บริษัทที่ได้รับการยกเว้นเป็นการชั่วคราว ให้สามารถดำเนินกิจกรรมตามที่กฎหมายของประเทศอนุญาต อันเนื่องมาจากความจำเป็นด้านความมั่นคงในการจัดหาพลังงาน

ทั้งนี้ กองทุนหลักจะปฏิบัติให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ EU Paris-aligned Benchmarks และ ESMA Fund Naming Guidelines

นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการพิจารณาลดกรอบการลงทุน เพื่อยกระดับคุณภาพของหลักทรัพย์ในพอร์ตกองทุนหลัก โดยคัดหลักทรัพย์ของบริษัทที่ได้รับคะแนนความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศต่ำสุดตามวิธีประเมินภายในออกไม่น้อยกว่าร้อยละ 20

การสรุปสาระสําคัญของกองทุนหลักได้ถูกคัดเลือกมาเฉพาะส่วนที่สําคัญและจัดแปลมาจากหนังสือชี้ชวนต้นฉบับของกองทุนหลัก ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับหนังสือชี้ชวนต้นฉบับให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์ ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสําคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด ไม่มีข้อมูล

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
ไม่มีข้อมูล
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ไม่มีข้อมูล
วันรับคำสั่งขายคืน
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลารับเงินขายคืน
ไม่มีข้อมูล
คำสั่งซื้อ: ไม่มีข้อมูล · คำสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีข้อมูล

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หน่วยลงทุน 100.63%, เงินฝาก 2.49%หน่วยลงทุน: 100.63%เงินฝาก: 2.49%
หน่วยลงทุน · 100.63%เงินฝาก · 2.49%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หน่วยลงทุน 99.77%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 6.35%หน่วยลงทุน: 99.77%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 6.35%
หน่วยลงทุน · 99.77%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 6.35%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
หน่วยลงทุน TEMPLETON GLOBAL CLIMATE CHANGE FUND I ACCUMULATION (EUR)100.6331 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings