ตราสารทุนจดทะเบียนชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล

SCBGEESGP

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Sustainable Equity

SCB Global Sustainable Equity Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
SCBGEESGP10.945511.755212.564913.374714.1844SCBGEESGP: 2025-10-07 ถึง 2026-10-072025-10-072026-10-07
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

7 ต.ค. 2568 – 7 ต.ค. 2569 · Price return สะสม เพิ่มขึ้น +5.73%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 7 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-10 11:20:14.475000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 6
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

Bloomberg Developed Markets Large & Mid Cap Net Return Index (USD) · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ Janus Henderson Horizon - GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND ชนิดหน่วยลงทุน IU2 สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) กองทุนหลักบริหารโดย Henderson Management S.A.จดทะเบียนภายใต้กฎหมายของประเทศลักเซมเบิร์ก และอยู่ภายใต้ SICAV ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของ UCITS กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุน คือ การสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่ได้รับการพิจารณาโดยผู้จัดการการลงทุนว่ามีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในเชิงบวกและส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน

กองทุนหลักมีการจำกัดการไถ่ถอนหน่วยลงทุน (รวมถึงการไถ่ถอนหน่วยลงทุนผ่านการสั่งสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน) โดยหากคำสั่งไถ่ถอนหน่วยลงทุนทั้งหมดเกิน 10% ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนหลัก กองทุนหลักอาจพิจารณาเลื่อนคำสั่งไถ่ถอนทั้งหมด หรือบางส่วน เพื่อไม่ให้เกินสัดส่วนดังกล่าว ดังนั้น ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจไม่ได้รับการจัดสรรหน่วยลงทุนและมูลค่าหน่วยลงทุนในวันที่ส่งคำสั่งขายคืนหรือคำสั่งการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั้น รวมถึงอาจไม่ได้รับเงินค่าขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ กองทุนมี net exposure ในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน และมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี net exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ส่วนที่เหลือ บริษัทจัดการอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่ง ตราสารทุน ตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน และ/หรือเงินฝาก และ/หรือบัตรเงินฝากทั้งในประเทศและ/หรือต่างประเทศ รวมถึงอาจมีไว้ซึ่งหลักทรัพย์อื่นหรือทรัพย์สินอื่น และ/หรือหาดอกผลโดยวิธีการอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด หรือเห็นชอบให้กองทุนลงทุนได้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน รวมทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน เช่น การทำสัญญาสวอปและ/หรือสัญญาฟอร์เวิร์ดที่อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยน ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) ตามความเหมาะสมสำหรับสภาวการณ์ในแต่ละขณะ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาจากปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ปัจจัยทางเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง เป็นต้น เพื่อคาดการณ์ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) และตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) รวมทั้งตราสารทุนที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted) รวมถึงอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ กองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวม หรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) หรือกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ซึ่งอยู่ภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการในสัดส่วนไม่เกินร้อยละ 100 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ยกเว้นกรณีที่กองทุนปลายทางเป็นกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (กอง1) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (infra) ลงทุนสูงสุดได้ไม่เกิน 1 ใน 3 ของจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนปลายทาง โดยการลงทุนในหน่วยลงทุนดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนของกองทุนซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต.กำหนด ทั้งนี้ กองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนย้อนกลับในกองทุนต้นทาง (circle investment) และกองทุนปลายทางไม่สามารถลงทุนต่อในกองทุนอื่นภายใต้บริษัทจัดการเดียวกันอีก (cascade investment)

การใช้สิทธิออกเสียงกรณีกองทุนลงทุนในกองทุนรวมภายใต้การจัดการเดียวกัน : ห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง อย่างไรก็ดี ในกรณีที่กองทุนปลายทางไม่สามารถดำเนินการเพื่อขอมติได้ เนื่องจากติดข้อจำกัดห้ามมิให้กองทุนต้นทางลงมติให้กองทุนปลายทาง บริษัทจัดการสามารถขอรับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้ หากได้รับมติเกินกึ่งหนึ่งของผู้ถือหน่วยของกองทุนปลายทางในส่วนที่เหลือ

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

อนึ่ง หากในกรณีที่การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่นๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียม การลงทุนหรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนหรือโครงการ หรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือ ในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการ หรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนหรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในประเทศอื่นใดนอกเหนือจากประเทศลักเซมเบิร์ก ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว ในกรณีที่กองทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทางไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางหากปรากฏว่ามูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนรวมไปลงทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังต่อไปนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยกองทุนปลายทางดังกล่าวเป็นกองทุนต่างประเทศที่ไม่มีวัตถุประสงค์การลงทุนในทำนองเดียวกับกองทุนรวมดัชนีหรือกองทุนรวมอีทีเอฟ (1) มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ณ วันใดวันหนึ่งลดลงเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าว (2) ยอดรวมของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางดังกล่าวลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวนเกินกว่า 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางนั้น ในกรณีที่มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนปลายทางที่กองทุนไปลงทุนลดลงในลักษณะดังกล่าว บริษัทจัดการจะดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลงพร้อมแนวทางการดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวม ให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (2) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (3) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ (4) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุน ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (2) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ในการโอนย้ายหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนต่างประเทศอื่นข้างต้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาดำเนินการครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยการทยอยโอนย้ายเงินลงทุนอาจส่งผลให้ช่วงระยะเวลาดังกล่าว กองทุนอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศมากกว่า 1 กองทุน ตามที่ระบุไว้ในโครงการข้างต้น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนในกองทุนอื่นใดที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจพิจารณาดำเนินการขอมติผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน หรือดำเนินการยกเลิกโครงการจัดการกองทุนรวมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงประเภทและลักษณะพิเศษของกองทุนรวมในอนาคตเป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุน (Fund of Funds) หรือกองทุนรวมที่มีการลงทุนโดยตรงในตราสาร และ/หรือหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือสามารถกลับมาเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ได้ โดยไม่ทำให้ระดับความเสี่ยงของการลงทุน (risk spectrum) เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ตลาด โดยเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน อนึ่ง บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงประเภทกองทุนดังกล่าว โดยประกาศผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ และเว็บไซต์ของผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (ถ้ามี)

ข้อมูลทั่วไปของ Janus Henderson Horizon – GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND (แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ เดือน กรกฎาคม 2563)

ลักษณะทั่วไปของกองทุน

นโยบายการลงทุน

กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์การลงทุน คือ การสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการที่ได้รับการพิจารณาโดยผู้จัดการการลงทุนว่ามีส่วนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคมในเชิงบวกและส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลกที่ยั่งยืน

ประเทศที่จดทะเบียน

ลักเซมเบิร์ก

วันจัดตั้งกองทุน

29 พฤษภาคม 2562

การเปิดให้ซื้อและขายคืนหน่วยลงทุน

ทุกวันทำการซื้อขายหน่วยลงทุน

ISIN

LU1983259703

Bloomberg

JHGIU2U LX

สกุลเงิน

USD

ผู้จัดการกองทุน (Manager)

Henderson Management S.A.

เว็บไซต์ (website)

www.janushenderson.com

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลัก

Annual Management charge0.75% Ongoing charge 0.80%

การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม

กองทุนรวมนี้เป็นกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน (SRI Fund) ประเภท SRI Focus ซึ่งมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (ESG) ทั้งนี้ กองทุนรวมนี้มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบไม่เฉพาะเจาะจง (ESG โดยรวม)

หลักเกณฑ์การพิจารณาหลักทรัพย์

กองทุนหลักอยู่ภายใต้ Article 8 ของ EU Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR)

โดยกองทุนหลักมุ่งสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน ครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น พลังงานสะอาด การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และระบบขนส่งที่ยั่งยืน โดยกองทุนหลักใช้เกณฑ์การพิจารณาแบบ pass/fail ซึ่งกำหนดว่าแต่ละหลักทรัพย์ต้องผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อ ดังนี้

1. การจัดสรรรายได้ (revenue mapping) ต้องมีส่วนสนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม

2. การไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม

3. การปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลที่ดี

ทั้งนี้ แม้ว่าหลักทรัพย์จะผ่านเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อข้างต้น ผู้จัดการกองทุนหลักยังมีการพิจารณาเชิงคุณภาพเพิ่มเติม โดยให้น้ำหนักร้อยละ 25 เท่ากันใน 4 ด้าน ดังนี้

1. การจัดสรรรายได้ที่สนับสนุนวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม

2. การไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม

3. การไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อวัตถุประสงค์ด้านสังคม

4. แนวปฏิบัติด้านธรรมาภิบาล (governance practices)

เป้าหมายด้านความยั่งยืนกองทุนหลักมีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว ผ่านการลงทุนในบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งครอบคลุมประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม เช่น พลังงานสะอาด การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และระบบขนส่งที่ยั่งยืนกรอบการลงทุน (Investment Universe)

กรอบการลงทุนของกองทุน คือ หน่วยลงทุนของกองทุนหลัก Janus Henderson Horizon – GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND

ส่วนกรอบการลงทุนของกองทุนหลักจะลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก โดยจะลงทุนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนหลักในตราสารทุนของบริษัททั่วโลกที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งได้รับการพิจารณาจากผู้จัดการกองทุนหลักว่ามีส่วนช่วยก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน โดยกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนหลักพิจารณาแล้วว่าอาจมีผลกระทบเชิงลบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กองทุนหลักไม่มีข้อจำกัดด้านขนาด ประเภทธุรกิจ หรือประเทศที่ดำเนินธุรกิจของบริษัทที่ลงทุน

นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นๆ ซึ่งรวมถึงเงินสดและตราสารตลาดเงิน ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อวัตถุประสงค์ในการลดความเสี่ยง หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการกองทุน

กองทุนหลักมีการบริหารจัดการเชิงรุก (actively managed) โดยอ้างอิงดัชนีชี้วัดที่สะท้อนภาพรวมของบริษัทที่กองทุนหลักสามารถลงทุนได้ อย่างไรก็ดี ผู้จัดการกองทุนหลักอาจพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์และกำหนดสัดส่วนการลงทุนที่แตกต่างจากดัชนีอ้างอิง หรืออาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่ไม่ได้เป็นส่วนประกอบของดัชนีอ้างอิง รวมทั้งในบางช่วงเวลา กองทุนหลักอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง โดยพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักจะประกอบด้วยหุ้นประมาณ 50 - 70 บริษัท

ทั้งนี้ กองทุนหลักพิจารณาลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกด้านสิ่งแวดล้อมหรือสังคม และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจโลกอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Focus ที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (ESG)

กลยุทธ์การลงทุน

กระบวนการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลักจะยึดหลัก 4 ประการ โดยผสานทั้งเกณฑ์การคัดเลือกเชิงบวกและเชิงลบ รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบทั้งในระดับผลิตภัณฑ์และการดำเนินงาน โดยกองทุนหลักเชื่อว่ากระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่เข้มงวดและสามารถทำซ้ำได้ดังกล่าว จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก

1. การจัดสรรรายได้ตามธีมการลงทุน (Thematic revenue alignment) : กองทุนหลักกำหนดกรอบแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจำนวน 10 ธีม เพื่อใช้ในการค้นหาแนวคิดการลงทุน และระบุโอกาสการลงทุนในระยะยาว

2. หลักการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบ (Do no harm) : กองทุนหลักกำหนดเกณฑ์การไม่ลงทุนในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ซึ่งช่วยให้กองทุนหลักสามารถลดความเสี่ยงจากการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มถูกเปลี่ยนแปลง (Disruption) ในอนาคต

3. กรอบการประเมินสามมิติแห่งความยั่งยืน (Triple bottom line framework) : กองทุนหลักมีการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานของบริษัท โดยให้ความสำคัญต่อ 3 มิติหลัก ได้แก่ ผลกำไร (Profit) บุคลากรและสังคม (People) และสิ่งแวดล้อม (Planet)

4. การบริหารพอร์ตการลงทุนเชิงรุกและการมีส่วนร่วม (Active portfolio and engagement) : กองทุนหลักจัดพอร์ตการลงทุนโดยกระจายการลงทุนในหุ้นมากกว่าร้อยละ 85 พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการให้ร่วมมือ ประสานความคิด และดำเนินการอย่างเป็นระบบ

โดยมีรายละเอียดดังนี้

กรอบแนวคิดเชิงธีมการลงทุน (Thematic framework)

กองทุนหลักใช้กรอบแนวคิดเชิงธีมการลงทุน (Thematic Framework) เพื่อคัดเลือกบริษัทที่มีส่วนสนับสนุนการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ทั้งผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ และการดำเนินธุรกิจ โดยสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs)

การสร้างแนวคิดการลงทุน (Idea generation)

กองทุนหลักสร้างแนวคิดการลงทุน (Idea generation) โดยอ้างอิงจาก 4 เมกะเทรนด์หลัก ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของประชากร (population growth) สังคมผู้สูงอายุ (ageing populations) ข้อจำกัดด้านทรัพยากร (resource constrains) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change) ซึ่งนำไปสู่การกำหนด 10 ธีมการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยบริษัทที่กองทุนหลักลงทุนจะต้องมีรายได้อย่างน้อยร้อยละ 50 ที่สอดคล้องกับธีมการลงทุนอย่างน้อย 1 ธีมดังนี้

- ธีมด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ พลังงานสะอาด การจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ บริการด้านสิ่งแวดล้อม การขนส่งอย่างยั่งยืน และการบริหารจัดการน้ำ

- ธีมด้านสังคม ได้แก่ ความรู้และเทคโนโลยี สุขภาพ ความปลอดภัย ทรัพย์สินและการเงินอย่างยั่งยืน และคุณภาพชีวิต

ทั้งนี้ การลงทุนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนถือเป็นหัวใจสำคัญของแนวทางการลงทุนของกองทุนหลัก โดยการลงทุนของกองทุนหลักต้องสอดคล้องกับธีมข้างต้น และมีการวัดผลและรายงานอย่างเป็นระบบ ผ่านการวัดสัดส่วนรายได้ของพอร์ตการลงทุนที่สอดคล้องกับธีม การเทียบเคียงพอร์ตการลงทุนกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) การรายงานคาร์บอนฟุตพรินต์ และการประเมินตัวชี้วัดด้าน ESG ตามมาตรฐาน IRIS ของ Global Impact Investing Network

หลักการไม่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบและเกณฑ์การไม่ลงทุน (Do no harm, avoidance criteria)

กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในธุรกิจที่ขัดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงจากการถูกกำกับดูแลหรือการเปลี่ยนแปลงในอนาคต โดยจะไม่ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การทดลองกับสัตว์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ อาวุธที่เป็นข้อถกเถียง อาวุธทั่วไป สารเคมีที่เป็นอันตราย เชื้อเพลิงฟอสซิล อาวุธปืนและกระสุนสำหรับพลเรือน ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ การพนัน การวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดของมนุษย์ การทำเกษตรกรรมแบบเข้มข้น พลังงานนิวเคลียร์ สื่อลามก ยาสูบ และสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม

นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการคัดกรองหลักทรัพย์ตามมาตรฐานสากล เช่น หลักการ UN Global Compact และหลักปฏิบัติของ OECD สำหรับบรรษัทข้ามชาติ รวมทั้งกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับอาวุธร้ายแรง เช่น ระเบิดคลัสเตอร์ ทุ่นระเบิด อาวุธเคมีและชีวภาพ

โดยบริษัทที่กองทุนหลักลงทุนต้องมีการปฏิบัติตามหลัก 10 ประการของ UN Global Compact ซึ่งครอบคลุมสิทธิมนุษยชน สิทธิแรงงาน การต่อต้านคอร์รัปชัน และสิ่งแวดล้อม โดยมีคณะกรรมการด้าน ESG ทำหน้าที่ในการกำกับดูแล

การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและมูลค่า (Fundamental and valuation analysis)

การลงทุนของกองทุนหลักตั้งอยู่บนคำถามสำคัญ 2 ประการ คือ บริษัทที่ลงทุนจะช่วยให้โลกดีขึ้นหรือไม่ และบริษัทที่ลงทุนมีโอกาสเติบโตในระยะยาวหรือไม่

โดยกองทุนหลักจะมีการวิเคราะห์เชิงลึกโดยผสานทั้งปัจจัยด้าน ESG และด้านการเงิน ผ่าน 3 มิติหลัก ได้แก่ ผลกำไร (Profit) บุคลากรและสังคม (People) และสิ่งแวดล้อม (Planet)

ทั้งนี้ กองทุนหลักมุ่งค้นหาบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง และมีมูลค่าตลาดต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง โดยพิจารณาจากปัจจัยสำคัญ เช่น การเติบโตของรายได้ในระยะยาว นวัตกรรม โมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน ความสามารถในการคาดการณ์รายได้ ความสม่ำเสมอของกำไรและกระแสเงินสด และงบดุลที่แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ กองทุนหลักมีการประเมินความเสี่ยงด้าน ESG เช่น ความล้าสมัยของสินทรัพย์ กฎระเบียบ การสูญเสียบุคลากร หรือภาพลักษณ์ด้าน ESG ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมูลค่าบริษัทในระยะยาว

การจัดพอร์ตเชิงรุกและการบริหารความเสี่ยง (Active portfolio construction and risk management)

หลักทรัพย์ที่คัดเลือกเข้าพอร์ตของกองทุนหลักต้องสอดคล้องกับธีมการลงทุนอย่างน้อย 1 ธีม อย่างไรก็ตาม ในการจัดพอร์ตจะไม่มีการกำหนดสัดส่วนของแต่ละธีมไว้ล่วงหน้า แต่จะขึ้นอยู่กับการคัดเลือกหุ้นเป็นหลัก

โดยการจัดพอร์ตจะเน้นการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัว (Stock Selection) โดยหุ้นทุกตัวจะได้รับการประเมินภายใต้กรอบการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ เพื่อเป้าหมายในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีอ้างอิง ควบคู่กับการกระจายความเสี่ยงในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ กองทุนหลักมุ่งสร้างพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจุกตัวสูง และมีความแตกต่างจากดัชนีอ้างอิงค่อนข้างมาก ผ่านหลักการสำคัญในการจัดพอร์ตการลงทุน ดังนี้

- การคัดเลือกหลักทรัพย์รายตัว โดยหุ้นทุกตัวจะได้รับการประเมินตามกรอบการวิเคราะห์อย่างเคร่งครัด และกำหนดสัดส่วนการลงทุนเป็น 3 ระดับ ได้แก่ สัดส่วนสูง (Substantial) จะลงทุนมากกว่าร้อยละ 2.00 สัดส่วนปกติ (Standard) จะลงทุนระหว่างร้อยละ 1.50 – 2.00 และสัดส่วนต่ำ (Small) จะลงทุนระหว่างร้อยละ 0.25 – 1.50

- การกระจายความเสี่ยงการลงทุนตามภูมิภาค โดยพอร์ตของกองทุนหลักจะกระจายการลงทุนในภูมิภาคต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากประเทศหรือสกุลเงินใดสกุลเงินหนึ่งโดยเฉพาะ ทั้งนี้ กองทุนหลักจะลงทุนในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ไม่เกินร้อยละ 3 ของพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลัก

- จำนวนหลักทรัพย์ในพอร์ตของกองทุนหลัก จะประกอบด้วยหุ้นประมาณ 50 – 70 บริษัท โดยการคัดเลือกลงทุนในแต่ละบริษัทจะพิจารณาจากคุณสมบัติเฉพาะของบริษัทนั้นเป็นหลัก รวมทั้งการลงทุนดังกล่าวต้องช่วยให้พอร์ตของกองทุนหลักโดยรวมมีความสมดุลและกระจายความเสี่ยงได้ดี

อนึ่ง กองทุนหลักจะพิจารณาขายหลักทรัพย์ (Sell discipline) เมื่อสมมติฐานการลงทุนในระยะยาวเปลี่ยนแปลงไป บริษัทเกิดปัญหาด้าน ESG ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ หรือผู้จัดการกองทุนหลักตรวจพบการละเมิดเกณฑ์การไม่ลงทุน

การมีส่วนร่วมกับบริษัทและการรายงาน (Engagement and reporting)

การมีส่วนร่วมกับบริษัทที่ลงทุน (Company Engagement) เป็นองค์ประกอบสำคัญของกระบวนการลงทุน โดยกองทุนหลักมีแนวทางเชิงรุกในการสื่อสารมุมมองกับบริษัท และผลักดันให้เกิดการปรับปรุงการดำเนินงาน โดยเฉพาะในประเด็นด้าน ESG โดยการมีส่วนร่วมของกองทุนหลักอาจดำเนินการในหลายรูปแบบ ได้แก่

- การมีส่วนร่วมแบบให้ความร่วมมือ (Collaborative Engagement) เป็นการร่วมมือกับนักลงทุนสถาบันรายอื่น เพื่อเข้าหารือกับบริษัทในประเด็นด้าน ESG ที่สำคัญ

- การมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง (Continuous Engagement) เป็นการทำงานร่วมกับบริษัทในประเด็นด้าน ESG ที่ต้องใช้ระยะเวลา และอาจยังไม่เห็นผลลัพธ์ในระยะสั้น

- การมีส่วนร่วมแบบรวมพลัง (Collective Engagement) เป็นการรวบรวมแนวคิดและทรัพยากรจากผู้มีส่วนได้เสียหลากหลายภาคส่วนภายนอกองค์กร เพื่อร่วมกันผลักดันบริษัทในประเด็นสำคัญ

อย่างไรก็ดี กองทุนหลักมุ่งเน้นดำเนินบทบาทในลักษณะเชิงรุก (Active) โดยทำความเข้าใจความเสี่ยง และสนับสนุนให้บริษัทปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงาน มากกว่าการใช้บทบาทในเชิงเคลื่อนไหวกดดัน (Activist)

ทั้งนี้ กองทุนหลักมีการจัดทำรายงานด้าน ESG ความยั่งยืน (Sustainability) และสภาพภูมิอากาศ (Climate) เป็นรายไตรมาส ซึ่งครอบคลุมข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมของบริษัทที่กองทุนหลักลงทุน ความสอดคล้องของพอร์ตกับธีมการลงทุน รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมกับบริษัท และการใช้สิทธิออกเสียง

นอกจากนี้ กองทุนหลักยังมีการวิเคราะห์และจัดทำแผนแสดงความสอดคล้องของพอร์ตกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) มีการเปิดเผยคะแนน ESG ของพอร์ตการลงทุน และประเด็นข้อโต้แย้ง และมีการรายงานตัวชี้วัด ESG (KPIs) ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างละเอียด รวมทั้งกองทุนหลักมีการจัดทำเอกสารหลักการลงทุน (Investment Principles) และมีการปรับปรุงเป็นระยะ ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาเกี่ยวกับแนวคิดและปรัชญาการลงทุน นิยามของความยั่งยืนที่กองทุนหลักใช้ และรายละเอียดเชิงลึกของกรอบการลงทุน ซึ่งมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทที่มีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกให้มีความยั่งยืนมากขึ้น ผ่านความสอดคล้องของรายได้กับธีมด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมทั้ง 10 ธีม และการปฏิบัติตามเกณฑ์การไม่ลงทุน

ทั้งนี้ กระบวนการลงทุนอย่างยั่งยืนของกองทุนหลักที่ยึดหลัก 4 ประการ ได้แก่ การจัดสรรรายได้ตามธีมการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม การไม่ลงทุนในกิจกรรมที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม การประเมินสามมิติแห่งความยั่งยืนซึ่งให้ความสำคัญต่อผลกำไร (Profit) บุคลากรและสังคม (People) และสิ่งแวดล้อม (Planet) และการบริหารพอร์ตการลงทุนเชิงรุกและการมีส่วนร่วม แสดงให้เห็นถึงการมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่มีความโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หรือสังคม (Social) หรือความยั่งยืน (ESG) ของกองทุนหลัก ซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของ SRI Focus

ดัชนีชี้วัด

บริษัทจัดการจะเปิดเผยดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (performance benchmark) และดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (reference ESG benchmark) (ถ้ามี) ของกองทุนไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม และ/หรือหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ

อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุนของกองทุนหลัก

กองทุนหลักเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีพื้นฐานทางการเงินที่มั่นคงและมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ส่งผลให้กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่บางกลุ่ม เช่น พลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ ธุรกิจที่ปล่อยคาร์บอนสูง ยา อาวุธ สินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน ดังนั้น ในช่วงเวลาที่หุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมนี้มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น ก็อาจส่งผลให้กองทุนหลักมีผลการดำเนินงานที่ด้อยกว่าในเชิงเปรียบเทียบ แม้ว่าผลตอบแทนจากการลงทุนยังคงอยู่ในระดับดี ทั้งนี้ กองทุนหลักจะกระจายการลงทุนอย่างยั่งยืนผ่านธีมการลงทุนที่หลากหลายและมุ่งเน้นลงทุนระยะยาว เพื่อให้พอร์ตการลงทุนมีการกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยกองทุนหลักเชื่อว่าการลงทุนอย่างยั่งยืนจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าตลาดในระยะยาว

ความเสี่ยงจากการลงทุนของกองทุนหลักต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน

การประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกิดจากประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบสถานะการลงทุน โดยเชื่อว่าบริษัทที่มีแนวทางการบริหารจัดการประเด็นด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญอย่างมีประสิทธิภาพ มีแนวโน้มที่จะสามารถสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นได้อย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้มากกว่า

ในการวิเคราะห์การลงทุน ผู้จัดการกองทุนหลักจะระบุและจัดลำดับความสำคัญของประเด็นที่เห็นว่ามีผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อการพิจารณาลงทุน ซึ่งประเด็นดังกล่าวอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท ขึ้นอยู่กับภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และภูมิภาคที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ โดยกองทุนหลักให้นิยามของความมีนัยสำคัญ หมายถึง ศักยภาพของประเด็นใดประเด็นหนึ่งที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลการดำเนินงานทางการเงินของบริษัท ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

กองทุนหลักพิจารณาว่าบริษัทมีความตั้งใจหรือความสามารถในการบริหารจัดการและลดผลกระทบจากปัจจัยด้านความยั่งยืนที่มีนัยสำคัญหรือไม่ รวมถึงผลการดำเนินงานเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นข้อพิพาทหรือเหตุการณ์เชิงลบ บทบาทของบริษัทในฐานะผู้นำหรือผู้ตามในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเศรษฐกิจหมุนเวียน ตลอดจนหลักฐานที่ปรากฏผ่านกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท

นอกจากนี้ กองทุนหลักยังคำนึงถึงประเด็นอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย (ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะผู้ถือหุ้น) เช่น สังคม สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศโดยรอบ ทั้งนี้ ปัจจัยที่นำมาพิจารณาอาจรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงประเด็นดังนี้

ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลความเสี่ยงฉบับเต็มของกองทุนหลักได้ที่ https://www.janushenderson.com/en-no/advisor/product/horizon-global-sustainable-equity-fund/

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก กองทุนหลักมีทีม Global Sustainable Equities (GSE) ซึ่งรับผิดชอบการดำเนินการเข้ามีส่วนร่วม (engagement) กับบริษัทที่กองทุนหลักลงทุน โดยนักวิเคราะห์ด้าน ESG ร่วมกับฝ่ายจัดการลงทุนจะติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ของบริษัทเทียบกับตัวชี้วัดสำคัญ เช่น ปริมาณและความเข้มข้นของการปล่อยก๊าซคาร์บอน การใช้พลังงานที่ไม่หมุนเวียน ของเสียอันตราย การปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำ ความหลากหลายทางเพศของคณะกรรมการบริษัท และการเปิดเผยช่องว่างค่าจ้างระหว่างเพศ (gender pay gap) เป็นต้น โดยฝ่ายจัดการลงทุนมีการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ภายในร่วมกับแหล่งข้อมูลภายนอกที่น่าเชื่อถือ เพื่อช่วยระบุประเด็นที่อาจทำให้บริษัทอาจมีการพัฒนาด้าน ESG ที่ล่าช้า เช่น การไม่เปิดเผยข้อมูลของเสียอันตราย หรือการมีความหลากหลายทางเพศในคณะกรรมการบริษัทในระดับต่ำ เป็นต้น

ในกรณีที่ตรวจพบประเด็นที่มีนัยสำคัญ กองทุนหลักจะมีการจัดทำแผนการเข้ามีส่วนร่วม (engagement plan) โดยกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน และติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาของแต่ละบริษัทอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การเข้ามีส่วนร่วม (engagement) จะถูกจัดลำดับความสำคัญออกเป็น 4 ระดับ ตามจำนวนและลักษณะของประเด็นด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญของแต่ละบริษัท ได้แก่

- ระดับสูง (High): ครอบคลุมกรณีที่บริษัทมีประเด็นร้ายแรงและยังไม่ได้รับการแก้ไข เช่น ความขัดแย้งที่มีนัยสำคัญ การไม่มีแผนในการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศ การถูกจัดให้อยู่ในรายชื่อเฝ้าระวังตามหลักการของ UNGC หรือ OECD เป็นต้น โดยบริษัทที่ถูกจัดลำดับความสำคัญในระดับสูง กองทุนหลักจะดำเนินการเข้ามีส่วนร่วม (engagement) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 เดือน

- ระดับปานกลาง (Medium): ครอบคลุมกรณีที่บริษัทมีแผนการเปลี่ยนผ่านด้านสภาพภูมิอากาศที่ขาดความน่าเชื่อถือ หรือมีความขัดแย้งในระดับปานกลาง โดยบริษัทที่ถูกจัดลำดับความสำคัญในระดับปานกลาง กองทุนหลักจะดำเนินการเข้ามีส่วนร่วม (engagement) ภายในระยะเวลา 6 – 9 เดือน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับจำนวนประเด็นที่มีนัยสำคัญ

- ระดับต่ำ (Low): ครอบคลุมกรณีที่บริษัทมีประเด็นที่มีนัยสำคัญแต่ไม่เร่งด่วน โดยบริษัทที่ถูกจัดลำดับความสำคัญในระดับต่ำ กองทุนหลักจะดำเนินการเข้ามีส่วนร่วม (engagement) ภายในระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี

- ไม่มีการจัดระดับ (None): สำหรับบริษัทที่กองทุนหลักเคยดำเนินการเข้ามีส่วนร่วม (engagement) แล้ว และประเด็นที่มีนัยสำคัญได้รับการแก้ไขเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ภายหลังการเข้ามีส่วนร่วม (engagement) กองทุนหลักจะติดตามและประเมินความคืบหน้าของบริษัทอย่างต่อเนื่อง และอาจยกระดับมาตรการตามความเหมาะสม โดยเริ่มจากการหารือกับผู้บริหารระดับสูง และอาจขยายไปยังคณะกรรมการบริษัท การดำเนินการร่วมกับผู้ถือหุ้น หรือการใช้สิทธิออกเสียงเพื่อลงมติไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะกรรมการบริษัท โดยหากการดำเนินการดังกล่าวยังไม่ประสบผลสำเร็จ กองทุนหลักอาจพิจารณาขายหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจากพอร์ตการลงทุน

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุน

กระบวนการติดตามและตรวจสอบ

บริษัทจัดการมีการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักเป็นประจำทุก 6 เดือน โดยรวบรวมข้อมูลพอร์ตการลงทุน การปรับสัดส่วนการลงทุน ผลการดำเนินงาน และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้องจากบริษัทจัดการกองทุนหลัก และแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ รวมถึงพิจารณาเกี่ยวกับสถานะของบริษัทจัดการกองทุนหลัก ทีมผู้จัดการกองทุนหลัก และมีการติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากองทุนหลักมีการบริหารจัดการกองทุนอย่างเหมาะสมเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย ซึ่งรวมถึงนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนหลัก

การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข

กรณีบริษัทจัดการตรวจพบว่ากองทุนหลักมีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้ บริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งกองทุนหลักโดยไม่ชักช้า เพื่อหาสาเหตุ แนวทาง และติดตามการแก้ไขในการลงทุนเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนของกองทุนภายในระยะเวลา 6 เดือน หรือภายในรอบการติดตามตรวจสอบกองทุนหลักถัดไป หรือเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ

แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข ภายหลังครบกำหนดตามกรอบระยะเวลาที่บริษัทจัดการกำหนด หากบริษัทจัดการพบว่าการลงทุนของกองทุนหลักยังคงไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวนของกองทุนหลัก หรือกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์การลงทุน และ/หรือนโยบายการลงทุน และ/หรือกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักสากลที่กองทุนกำหนด บริษัทจัดการจะดำเนินการยกระดับติดตามกองทุนหลักที่มีประเด็นด้าน ESG โดยคำนึงถึงความเหมาะสม และการรักษาผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง:

- การสอบถามและติดตามสถานการณ์โดยตรงกับทีมผู้บริหารจัดการกองทุนหลัก

- การเพิ่มรายชื่อกองทุนหลักในรายชื่อยกระดับติดตาม (ESG Escalation List)

- การลดสถานะ หรือจำหน่ายการลงทุน (Divestment) โดยบริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนกองทุนหลักใหม่ โดยจะลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีใด ๆ ที่ทำให้บริษัทจัดการไม่สามารถดำเนินการคัดเลือกกองทุนหลักใหม่แทนกองทุนหลักเดิมได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะดำเนินการเลิกโครงการจัดการกองทุนรวม โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมเป็นสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบ ในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด

หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่จะไม่ลงทุน

กองทุนหลักจะไม่ลงทุนในใช้เกณฑ์การคัดกรอง (screening) เพื่อยกเว้นการลงทุนโดยตรงในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมบางประเภท โดยจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีรายได้ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนจากอาวุธต้องห้าม (controversial weapons) เชื้อเพลิงฟอสซิล (fossil fuels) หรือการผลิตยาสูบ (tobacco production)

โดยกองทุนหลักจะไม่ลงทุนในผู้ออกหลักทรัพย์ที่มีรายได้มากกว่าร้อยละ 5 จากกิจกรรมดังนี้ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การทดลองกับสัตว์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์ อาวุธปืนและกระสุนสำหรับพลเรือน อาวุธทั่วไป การผลิตพลังงานนิวเคลียร์ ผลิตภัณฑ์จากขนสัตว์ การพนัน สารเคมีที่เป็นอันตราย สิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรม การวิจัยเซลล์ต้นกำเนิดของมนุษย์ สื่อลามก การทำเกษตรกรรมแบบเข้มข้น รวมถึงการจัดจำหน่าย การค้าปลีก การให้สิทธิ และการจัดหาผลิตภัณฑ์ยาสูบ

นอกจากนี้ กองทุนหลักยังใช้แนวนโยบายการยกเว้นการลงทุนในระดับองค์กร (Firmwide Exclusions Policy) ซึ่งห้ามลงทุนในกิจการที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผลิตอาวุธที่มีประเด็นในปัจจุบัน หรือการถือหุ้นในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ 20 ขึ้นไปในผู้ผลิตอาวุธดังกล่าว โดยอาวุธที่เข้าข่ายได้แก่ ระเบิดลูกปราย (cluster munitions) ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (anti-personnel mines) อาวุธเคมี และอาวุธชีวภาพ

ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใดๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
-33.51%
ระยะเวลาฟื้นตัว
3 ปี 1 เดือน
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
89.75%

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-10 15:32:08.053000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 ส.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
1 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
1 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
1 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
1 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 ส.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+4 คือ4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 ส.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 ส.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mลดลง -3.65%ไม่มีข้อมูล7 ก.ย. 25697 ต.ค. 2569
3Mลดลง -0.05%ไม่มีข้อมูล7 ก.ค. 25697 ต.ค. 2569
6Mเพิ่มขึ้น +12.89%ไม่มีข้อมูล7 เม.ย. 25697 ต.ค. 2569
YTDเพิ่มขึ้น +8.84%ไม่มีข้อมูล30 ธ.ค. 25687 ต.ค. 2569
1Yเพิ่มขึ้น +5.73%เพิ่มขึ้น +5.74%7 ต.ค. 25687 ต.ค. 2569
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202131 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202231 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202131 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202231 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202131 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202231 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกันyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202131 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202231 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวมyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด1 year31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202131 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202231 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202331 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202431 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202531 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด3 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด5 years31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด6 months31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดinception date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัดyear to date31 ส.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)0.00000.540031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00003.210031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)1.00001.000031 ส.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)0.11001.830031 ส.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ- ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/สั่งขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 0.75 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ- ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/สั่งขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 0.75 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ- ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/สั่งขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 0.75 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ- ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/สั่งขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 0.75 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ- ค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อสั่งซื้อ/สั่งขาย/สับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ไม่เกินร้อยละ 0.75 ของมูลค่าหน่วยลงทุน (ยกเว้นไม่เรียกเก็บ)

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หน่วยลงทุน 101.02%, เงินฝาก 2.45%หน่วยลงทุน: 101.02%เงินฝาก: 2.45%
หน่วยลงทุน · 101.02%เงินฝาก · 2.45%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หน่วยลงทุน 98.58%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 1.25%, สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก 0.88%หน่วยลงทุน: 98.58%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 1.25%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก: 0.88%
หน่วยลงทุน · 98.58%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 1.25%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก · 0.88%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
หน่วยลงทุน JANUS HENDERSON HORIZON FUND - GLOBAL SUSTAINABLE EQUITY FUND101.0231 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings