ตราสารทุนจดทะเบียนชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ

SCBTHAICGR

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นธรรมาภิบาลไทย

SCB Thai Equity CG Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ไม่มีข้อมูลกราฟในช่วงนี้

ประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: ไม่มีข้อมูล · ดึงข้อมูล: ไม่มีข้อมูล UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 6
นโยบายปันผล
ไม่มีข้อมูล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ดัชนีผลตอบแทนรวมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET TRI) · งวด 31 ส.ค. 2569

นโยบายการลงทุน

กองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารแห่งทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และหรือตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ หรือตลาดรองอื่นๆของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงบริษัทที่รับการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (CAC) ซึ่งการพิจารณาการกำกับดูแลกิจการที่ดีอาจพิจารณาจากการจัดอันดับ CG Scoring ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย หรือหน่วยงานอื่นใดที่เกี่ยวข้อง โดยเฉลี่ยรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

ส่วนที่เหลืออาจลงทุนในตราสารแห่งทุนนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น และ/หรือตราสารแห่งหนี้ และ/หรือตราสารทางการเงิน และ/หรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เช่น กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ หน่วยทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และ/หรือกองทุนอีทีเอฟ (ETF) เป็นต้น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

ทั้งนี้ กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient portfolio management) และ/หรือการบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้ เพื่อให้สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนได้เพิ่มขึ้น และ/หรือลดค่าใช้จ่ายของกองทุน เช่น ในบางขณะผู้จัดการกองทุนอาจปรับลดสัดส่วนการลงทุนในตราสาร/หลักทรัพย์ (Asset allocation) และเพิ่มการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับตัวแปรนั้น เพื่อเป็นการลดต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายในการลงทุนของกองทุน เป็นต้น อีกทั้งอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ รวมถึงอาจทำธุรกรรมให้ยืมหลักทรัพย์หรือธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืน (Reverse Repo) หรือธุรกรรมการขายโดยมีสัญญาซื้อคืน โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด หรือลงทุนในตราสารอื่นใดตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ประกาศกำหนด

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) อาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาของหลักทรัพย์อ้างอิงที่เคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ราคาของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสําคัญ และ/หรือกองทุนอาจมีความเสี่ยงจากการที่คู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เนื่องจากมีภาระความเสี่ยงจากการเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนไม่สามารถปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ตกลงไว้ได้ อย่างไรก็ดี ในส่วนของแนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทจัดการจะคาดการณ์และศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบ รวมทั้งติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่อาจมีผลกระทบต่อราคา และปรับเปลี่ยนสถานการณ์ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดในขณะนั้น รวมถึงบริษัทจัดการจะพิจารณาลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในระดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ทั้งนี้ การลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า บริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ กองทุนอาจลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) และหลักทรัพย์ของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

ในการคำนวณอัตราส่วนการลงทุนตามนโยบายการลงทุนข้างต้น จะไม่นำมาบังคับใช้ในช่วงรอการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลา 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม

ทั้งนี้ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วยก็ได้ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ

1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียน

2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม

3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมาก หรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ

การเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนของกองทุนเพิ่มเติม

หลักเกณฑ์การพิจารณา (รวมถึงกระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์)กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์ในการลงทุนกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) โดยมีการใช้ปัจจัย ESG เพื่อประกอบในกระบวนการคัดเลือกและวิเคราะห์หลักทรัพย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนกองทุนไม่มีเป้าหมายด้านความยั่งยืนแบบเฉพาะเจาะจง โดยมุ่งลงทุนในหลักทรัพย์ที่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การลงทุน เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยผู้ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนกรอบการลงทุน (Investment Universe)

กองทุนจะเข้าลงทุนในบริษัทที่มีการกำกับดูแลกิจการที่ดี ซึ่งเป็นบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์ในการลงทุนกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC)

โดยกรอบการลงทุนข้างต้นสอดคล้องกับเกณฑ์การคัดเลือก ซึ่งสนับสนุนกิจการที่มีความโดดเด่นด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance)

กลยุทธ์การลงทุน

1. การคัดเลือกการลงทุนด้วยปัจจัย ESG Screening

กองทุนมีการประยุกต์ปัจจัย ESG เป็นเกณฑ์คัดกรองเบื้องต้น (Preliminary Screening) เพื่อกำหนดกรอบการลงทุน (Investment Universe) ที่ได้คำนึงถึงปัจจัยความยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยง และ/หรือเพิ่มโอกาสลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างยั่งยืน ตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการ โดยมีการประยุกต์ใช้กลยุทธ์ ESG Screening ในรูปแบบของ:

การคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening): คัดกรองการลงทุนเพื่อสนับสนุนกิจการที่ความโดดเด่นด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance)

2. การวิเคราะห์หลักทรัพย์ด้วยปัจจัย ESG (ESG Integration)

กระบวนการวิเคราะห์หลักทรัพย์ของกองทุน ผสานจุดแข็งของบริษัทจัดการด้านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานเชิงลึก ผนวกกับปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลที่มีนัยสำคัญทางการเงิน (Financially Material) เพื่อเสริมมิติการวิเคราะห์โอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG ที่อาจส่งผลต่อภาพรวมผลการดำเนินงานและความเสี่ยง ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวที่อาจนานกว่ากรอบการลงทุนของกองทุน

โดยการปรับใช้ข้อมูล ESG ในกระบวนการวิเคราะห์การลงทุน อาจส่งผลต่อการปรับปรุงสมมติฐานในประมาณการงบการเงิน และการประเมินมูลค่ากิจการ และ/หรือ นำไปสู่การยกระดับติดตามการลงทุนเพิ่มเติม โดยคำนึงถึงความเหมาะสมในการสร้างผลตอบแทนที่ปรับความเสี่ยง (Risk-Adjusted Return) ให้เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว

3. การส่งเสริมปัจจัย ESG ในฐานะนักลงทุนสถาบัน (ESG Stewardship)

กองทุนมุ่งเน้นการส่งเสริมปัจจัย ESG ของบริษัทที่ลงทุน ผ่านการใช้สิทธิออกเสียงการประชุมผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน (ESG Voting) โดยในวาระการประชุมผู้ถือหุ้นที่บริษัทจัดการเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG บริษัทจัดการจะออกเสียงสนับสนุนมติที่บริษัทจัดการเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท

ผู้ลงทุนสามารถศึกษานโยบายการใช้สิทธิออกเสียงได้ที่:

https://www.scbam.com/th/about/about-conflict/

นอกจากนั้น กองทุนยังให้ความสำคัญกับบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมปัจจัย ESG ของบริษัทที่ลงทุน ผ่านการเข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจการในประเด็น ESG (ESG Engagement) เพื่อสนับสนุนบริษัทที่ลงทุนให้มีความตระหนักและดำเนินงานที่สอดคล้องกับปัจจัยความยั่งยืน

ดัชนีชี้วัด

บริษัทจัดการจะเปิดเผยดัชนีชี้วัดผลการดําเนินงาน (performance benchmark) และดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (reference ESG benchmark) (ถ้ามี) ของกองทุนไว้ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวม และ/หรือ หนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ

อนึ่ง บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะเปลี่ยนแปลงดัชนีชี้วัดในการเปรียบเทียบตามที่บริษัทจัดการเห็นควรและเหมาะสม ซึ่งอยู่ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนที่กำหนด โดยบริษัทจัดการจะเปิดเผยข้อมูลและแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบผ่านประกาศในเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยง

ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน

ความเสี่ยง ESG (ESG Risk): ในบางครั้งบริษัทที่กองทุนลงทุนอาจได้รับผลกระทบจากประเด็น หรือเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG อย่างมีนัยสำคัญ อาจนำไปสู่การฟ้องร้อง คดีความ ค่าปรับ การเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค และอื่นๆ ซึ่งทั้งหมดนี้อาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องของการดำเนินธุรกิจ และอาจส่งผลให้ผลกำไรของบริษัท หรือการตอบสนองของราคาหุ้นมีความผันผวนมากขึ้น

ความเสี่ยงการกระจุกตัวของหลักทรัพย์ (Concentration Risk): เนื่องจากข้อจำกัดด้านปัจจัย ESG และจำนวนหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนตามกรอบการลงทุนอาจมีค่อนข้างจำกัด ดังนั้น หากมีปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนดังกล่าว จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

ความเสี่ยงข้อมูล ESG ที่ไม่เพียงพอในการวิเคราะห์: เนื่องจากกลยุทธ์การลงทุนมีการปรับใช้ข้อมูลปัจจัย ESG เป็นส่วนหนึ่งในการวิเคราะห์การลงทุน (ESG Integration) จึงมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการเปิดเผยข้อมูลด้านปัจจัย ESG จากบริษัทที่ลงทุนทำให้อาจมีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG (ESG Data) ทั้งจากความพร้อมใช้งานของข้อมูล (Data Availability) คุณภาพของข้อมูล (ESG Data Quality) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดในการวิเคราะห์คุณภาพของการพัฒนาด้านความยั่งยืน

ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน

กลยุทธ์การลงทุนอย่างยั่งยืนของบริษัทจัดการอาจไม่เพียงพอในการจัดการความเสี่ยง ESG: การตัดสินใจลงทุนของกองทุนรวมที่เป็นไปตามนโยบายการลงทุน มีความคาดหวังว่าการลงทุนและกิจกรรมการส่งเสริมปัจจัย ESG ในฐานะนักลงทุนสถาบัน (ESG Stewardship) จะช่วยสนับสนุนบริษัทที่ลงทุนมีการดำเนินงานที่สอดคล้องกับปัจจัยความยั่งยืน อย่างไรก็ดี ความสำเร็จในการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากบริษัทที่ลงทุนอย่างต่อเนื่อง และอาจใช้เวลานานในการเปลี่ยนแปลง

แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน

กระบวนการติดตามและตรวจสอบ

บริษัทจัดการมีการติดตามและตรวจสอบคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของบริษัทที่ลงทุนอยู่สม่ำเสมอ ซึ่งรวมถึง:

รายชื่อบริษัทที่ผ่านการคัดเลือกหลักทรัพย์จากคณะกรรมการกำหนดหลักทรัพย์และหลักเกณฑ์ในการลงทุนกองทุนรวมธรรมาภิบาลไทย โดยสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) ซึ่งเปิดเผยตามรอบพิจารณาทุก 4 เดือน

ผลการประเมิน CGR จัดทำโดย Thai IOD

การประกาศเจตนารมณ์และการรับรองเข้าร่วมกับแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC)

รวมถึงมีการติดตามประเด็นข้อพิพาทด้านปัจจัย ESG (ESG Controversies) ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนรวมอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำหนดรายชื่อบริษัทในรายชื่อยกระดับติดตามด้านปัจจัย ESG (ESG Escalation Lists) เพื่อกำหนดกลยุทธ์ในการติดตามพัฒนาการด้านปัจจัย ESG ของบริษัทที่ลงทุนในหลายระดับ โดยคำนึงถึงโอกาสและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG ที่อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัย ESG ผลการดำเนินงาน ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และ/หรือ มูลค่าการลงทุนในอนาคต

การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข

บริษัทจัดการกำหนดกรอบระยะเวลาในการทบทวนบริษัทในรายชื่อยกระดับติดตามด้านปัจจัย ESG (ESG Escalation Lists) ทุกรอบระยะเวลาประมาณ 180 วัน และ/หรือ เมื่อมีเหตุการณ์สำคัญ

แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข

บริษัทจัดการกำหนดกลยุทธ์การยกระดับการติดตามความเสี่ยงปัจจัย ESG ในกรณีที่กลยุทธ์การลงทุนอย่างยั่งยืนที่ใช้อยู่อาจไม่เพียงพอ (ESG Escalation Strategy) เพื่อติดตามความเสี่ยงปัจจัย ESG แตกต่างกันออกไปในรายกรณี (Case-by-Case basis) โดยคำนึงถึงความเหมาะสม การรักษาผลประโยชน์ของบริษัทจัดการในฐานะผู้ลงทุน และเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับปัจจัย ESG ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัด:

การสอบถามฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ ผู้บริหารหรือกรรมการของบริษัท

การสอบถามผ่านที่ประชุมสาธารณะ อาทิเช่น การประชุมนักวิเคราะห์ การประชุมผู้ถือหุ้น เป็นต้น

การขอเข้าพบผู้บริหาร (Engagement)

การใช้สิทธิออกเสียงการประชุมผู้ถือหุ้น (Voting)

การเขียนจดหมายเปิดผนึก (Open Letter) ถึงผู้บริหารระดับสูง

การดำเนินการพร้อมกับแนวร่วมด้านความยั่งยืน (Collective Action / Engagement)

การเพิ่มรายชื่อบริษัทในรายชื่อยกระดับติดตาม (ESG Escalation List)

การลดสถานะ หรือจำหน่ายการลงทุน (Divestment)

การเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการปรับปรุงแนวทางการดำเนินการ และมาตรการควบคุมผลกระทบในกรณีการลงทุนของ SRI Fund ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนที่ได้กำหนดไว้ เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนด้วยความรับผิดชอบที่บริษัทจัดการกำหนด

หลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่จะไม่ลงทุนกองทุนจะไม่ลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการที่มีรายได้ซึ่งเกิดขึ้นจากการประกอบธุรกิจประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาวุธสงคราม สื่อลามก และการพนัน รวมกันเกินกว่าร้อยละ 15 ของรายได้ต่อปีของกิจการ ตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุด ทั้งนี้ โดยเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด ไม่มีข้อมูล

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
ไม่มีข้อมูล
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
ไม่มีข้อมูล
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ไม่มีข้อมูล
วันรับคำสั่งขายคืน
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลารับเงินขายคืน
ไม่มีข้อมูล
คำสั่งซื้อ: ไม่มีข้อมูล · คำสั่งขายคืน: ไม่มีข้อมูล · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

ไม่มีข้อมูล

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569

หุ้น 101.67%, เงินฝาก 2.79%หุ้น: 101.67%เงินฝาก: 2.79%
หุ้น · 101.67%เงินฝาก · 2.79%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569

หุ้น 94.80%, สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก 3.24%, เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E 1.96%หุ้น: 94.80%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก: 3.24%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E: 1.96%
หุ้น · 94.80%สินทรัพย์อื่นๆ/หนี้สินอื่นๆ หัก · 3.24%เงินฝากธนาคาร P/N และ B/E · 1.96%
Outstanding portfolio-asset-type · % ของ NAV

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
หุ้น บมจ.เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)20.0531 ส.ค. 2569
หุ้น บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์9.2731 ส.ค. 2569
หุ้น บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม6.4031 ส.ค. 2569
หุ้น บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่4.4331 ส.ค. 2569
หุ้น บมจ.คอมเซเว่น4.2631 ส.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings