TISESG-A
กองทุนเปิด ทิสโก้ ESG หุ้นไทยยั่งยืน
TISCO ESG Investment Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้
พบชนิดหน่วยนี้จากรหัสในข้อมูล NAV ยังไม่มีโปรไฟล์ชนิดหน่วยจาก SEC จึงแสดงประวัติแยกจากชนิดอื่น
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วยประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 14 ก.ย. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-09 07:04:47.666000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ตราสารทุน
- ความเสี่ยง
- สูง · ระดับ 6
- นโยบายปันผล
- ไม่มีข้อมูล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
SET ESG Total Return Index · งวด 31 ส.ค. 2569
นโยบายการลงทุน
1. นโยบายการลงทุน
1.1. วัตถุประสงค์การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารทุนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ/หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอ ไอ และ/หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“บริษัทจดทะเบียนฯ”) โดยจะเน้นลงทุนในบริษัทที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) ซึ่งผ่านกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิกองทุน
เงื่อนไขในการลงทุนเพิ่มเติม กองทุนจะไม่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงตราสารแห่งหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารและที่ผู้ออกตราสาร (Unrated Securities) และตราสารแห่งทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Unlisted Securities) เว้นแต่เป็นหุ้นที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์สั่งรับเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งผู้ออกหุ้นดังกล่าวอยู่ระหว่างการดำเนินการกระจายการถือหุ้นรายย่อยตามข้อบังคับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่าด้วยการรับหุ้นสามัญหรือหุ้นบุริมสิทธิเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน อย่างไรก็ตาม กองทุนจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-Investment Grade) เฉพาะกรณีที่ตราสารนั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ตัวตราสารหรือที่ผู้ออกตราสารในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น และ/หรือลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารแห่งทุนของบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เฉพาะกรณีที่ตราสารแห่งทุนนั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
ประเภทของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่จะลงทุนในประเทศ เป็นไปตามประกาศ ยกเว้น กองทุนจะไม่ลงทุนใน 1. ตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง 2. ธุรกรรมประเภทสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) 3. หน่วย Private Equity
อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม เป็นไปตามประกาศ และกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามข้อนี้ จะดำเนินการให้เป็นไปตามที่ประกาศกำหนด
ทั้งนี้ กองทุนมีการกำหนดอัตราส่วนการลงทุนเพิ่มเติมดังนี้ อัตราส่วนการลงทุนที่คำนวณตามประเภททรัพย์สิน (Product Limit) 1. หน่วย Property ไม่เกิน 20% 2. หน่วย Infra ไม่เกิน 20%
1.2. เป้าหมายที่กองทุนต้องการบรรลุ กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนให้มีกิจการที่มุ่งเน้นการดำเนินงานที่คำนึงถึงปัจจัยด้าน ESG มากขึ้น ส่งผลให้เกิดระบบนิเวศที่ยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย และเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนฯ และประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://sdgs.un.org/goals
1.3. กรอบการลงทุน (Investment Universe) (1) ประเภทหรือลักษณะของหลักทรัพย์หรือทรัพย์สิน: กองทุนจะเน้นลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นในการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยจะพิจารณาผนวกปัจจัยด้าน ESG ในกระบวนการตัดสินใจลงทุน (ESG Integration)
ทั้งนี้ ทีมผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน ภายใต้กรอบการพิจารณา ดังต่อไปนี้ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ หรือปรับปรุงกระบวนการผลิต ตลอดจนห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวเชิงโครงสร้างเพื่อสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และ/หรือ • เป็นบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีการเตรียมตัวและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงจากนโยบายภาครัฐหรือกฏระเบียบต่างๆ ในอนาคต
อนึ่ง ทีมผู้จัดการกองทุนจะพิจารณา “สาระสำคัญ” หรือปัจจัยที่มีผลกระทบต่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนในระยะยาว (Financial Materiality) ซึ่งอย่างน้อยจะรวมถึงความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) ความเสี่ยงปลายแถว (Tail Risks) และความเสี่ยงต่อระบบการเงินโดยรวม (Financial-system Risks)
(2) คุณสมบัติของผู้ออก: ผู้ออกหลักทรัพย์ที่กองทุนลงทุนจะต้องเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ หรือตลาดรองอื่นๆ ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
(3) กลุ่มอุตสาหกรรม: กองทุนมีการกระจายการลงทุนในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม
(4) ประเทศหรือภูมิภาค: กองทุนจะลงทุนเฉพาะในประเทศไทย
กองทุนมีกรอบการลงทุนที่มุ่งส่งเสริมการคัดเลือกกิจการที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน (Environmental, Social and Governance: ESG) อย่างมีนัยสำคัญ โดยกำหนดให้การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่ผ่านเกณฑ์ด้าน ESG ตามที่กองทุนกำหนด โดยมีฐานะการลงทุนสุทธิในหุ้นดังกล่าวโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ในขณะเดียวกัน การเปิดให้ลงทุนได้ในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมภายในประเทศไทย ช่วยให้ Investment Universe มีขนาดเพียงพอ ครอบคลุมกิจการที่หลากหลาย และเอื้อต่อการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้อย่างเหมาะสมภายใต้กรอบการลงทุนด้านความยั่งยืนของกองทุน
2. กลยุทธ์การลงทุนเพื่อการบรรลุวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน
2.1. หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกหลักทรัพย์ กองทุนจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมด (Investment Universe) ในกลุ่มหลักทรัพย์ที่สามารถลงทุนได้ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุนแบบ ESG หรือ ESG Universe ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ตามกระบวนการวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ของบริษัทจัดการ โดยซึ่งกลุ่มหลักทรัพย์ดังกล่าวจะมีการทบทวนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
2.2. กระบวนการวิเคราะห์และคัดเลือกหลักทรัพย์ (1) กลยุทธ์การลงทุนที่ใช้: กองทุนจะใช้กระบวนการคัดเลือกแบบคัดกรองเชิงบวก (Positive Screening) โดยการคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG) โดยใช้การวิเคราะห์การลงทุนแบบ ESG Integration ซึ่งเป็นกระบวนการวิเคราะห์ภายในของบริษัทจัดการในการวิเคราะห์ ESG ของแต่ละบริษัทเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ผู้จัดการกองทุนจะไม่ลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ดังต่อไปนี้ • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ • ยาสูบ • อาวุธสงคราม • สื่อลามก • การพนัน โดยเกณฑ์การชี้วัดการเข้าข่ายการทำธุรกิจดังกล่าว จะใช้เกณฑ์สัดส่วนรายได้ที่มาจากการทำธุรกิจดังกล่าวที่รวมกันเกินกว่า 15% ของรายได้ต่อปีของกิจการ ตามที่ได้แสดงไว้ในงบการเงินประจำปีล่าสุด
ผู้จัดการกองทุนมีแนวทางการบริหารพอร์ตการลงทุนภายใต้แนวคิด “Universal Investor” ด้วยความเชื่อที่ว่าภาพรวมของระบบเศรษฐกิจที่ดี ย่อมนำไปสู่มูลค่าอนาคตที่สูงขึ้นของพอร์ตการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงที่เหมาะสม และไม่เพียงแต่มุ่งเน้นเพียงกำไรรายบริษัทหรือรายอุตสาหกรรม แต่ยังให้ความสำคัญต่อการลงทุนที่สร้างผลตอบแทนและส่งผลกระทบเชิงบวกต่อโลกและสังคมควบคู่กันไปกับการดำเนินธุรกิจ
กลยุทธ์การวิเคราะห์หลักทรัพย์แบบ ESG Integration หมายรวมถึงการนำข้อมูลทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ด้าน ESG มาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental Analysis) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ปรับลดด้วยค่าความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) เหนือกว่าเกณฑ์มาตรฐานในระยะยาว ลดความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และแสวงหาโอกาสการลงทุนจากการดำเนินธุรกิจที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมที่สอดคล้องกับข้อใดข้อหนึ่งในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยผู้จัดการกองทุนมีการกำหนดกรอบการวิเคราะห์ในแต่ละมิติไว้ดังต่อไปนี้
2.2.1. สิ่งแวดล้อม (Environmental) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพ และ/หรือองค์ประกอบในระบบธรรมชาติ (Natural Systems) ซึ่งได้แก่ 1) การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) - ในเชิงของการวิเคราะห์ด้านความเสี่ยง สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังต่อไปนี้
Source: United Nations Global Compact, KPMG International
• ความเสี่ยงเชิงกายภาพ (Physical Risk) - ความเสี่ยงที่เกิดจากเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างมีนัยยะทั้งแบบฉับพลันหรือแบบต่อเนื่อง เช่น ภาวะแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุ แผ่นดินไหว เป็นต้น • ความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) – ความเสี่ยงที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และ/หรือ เชิงนโยบายด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ ในอนาคต
ผู้จัดการกองทุนพิจารณาและสนับสนุนให้บริษัทจดทะเบียนฯ จัดให้มีกลยุทธ์ดังต่อไปนี้ ด้วยการสื่อสารผ่านการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ (Corporate Engagement) เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว • Climate Change Mitigation - มาตรการหรือนโยบายในการชะลอหรือลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นที่มาของภาวะโลกร้อน เช่น o การจัดหาแหล่งพลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (ลม พลังงานแสงอาทิตย์ เชื้อเพลิงชีวภาพ และอื่นๆ) o อาคารสำนักงานหรือโรงงาน ที่ออกแบบให้มีการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด o ระบบสาธารณูปโภค ยานพาหนะ ที่ลดการพึ่งพาการใช้พลังงานแบบดั้งเดิมที่อาจไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม • Climate Change Adaptation and Resilience - การปรับตัวของบริษัทจดทะเบียนฯ ให้มีความยืดหยุ่นต่อความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ (Business Continuity Risks)
2) ทรัพยากรธรรมชาติ (Natural Resources) - การนำทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ ระบบนิเวศบนบกและในน้ำ ความหลากหลายทางชีวภาพ และที่ดิน มาเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนในการดำเนินธุรกิจ และจัดให้มีการบริหารทรัพยากรดังกล่าวอย่างยั่งยืน
3) มลภาวะ (Pollutions) - การบริหารจัดการเกี่ยวกับสารปนเปื้อน (ทางน้ำ อากาศ หรือสู่แหล่งธรรมชาติอื่นๆ) ที่มาจากกระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด
4) การบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลและแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Waste Management and Circular Economy) - ส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแผนธุรกิจที่ให้ความสำคัญต่อการบริหารจัดการสิ่งปฏิกูลอย่างมีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการใช้ทรัพยากรต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งเป็นแนวทางหลักในการชะลอปริมาณขยะที่เกิดขึ้นจากการใช้แล้ว
ผู้จัดการกองทุนจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมภายใต้หลัก “ความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทาน” (Supply Chain Sustainability) ซึ่งเป็นการบริหารจัดการผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ อันเป็นผลมาจากการผลิตสินค้าหรือให้บริการ
ระดับบริษัท (Company Level): การประเมินปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมจะช่วยให้ผู้จัดการกองทุนมีความเข้าใจต่อผลกระทบที่มีต่อความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนฯ และนำไปสู่การประเมินมูลค่าบริษัทที่แม่นยำมากกว่าการวิเคราะห์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): การประเมินความเสี่ยงและโอกาสด้านสิ่งแวดล้อมในระดับอุตสาหกรรม ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมมีผลกระทบต่อแต่ละอุตสาหกรรมในระดับที่ไม่เท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุให้ผู้จัดการกองทุนให้น้ำหนักของปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมแต่ละปัจจัยแตกต่างกันระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรม
ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่งมีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสิ่งแวดล้อมอาจมีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
2.2.2. สังคม (Social) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสิทธิ ความเป็นอยู่ที่ดี และ/หรือผลประโยชน์ของบุคคล ทั้งในองค์กรและชุมชนใดๆ ซึ่งได้แก่ 1) การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human Capital Development) - ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณากลยุทธ์ขององค์กรในการพัฒนาความรู้ และทักษะของพนักงานในองค์กรให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นประกอบธุรกิจอยู่ ซึ่งส่งผลให้บุคลากรมีระดับผลผลิต (Productivity level) ที่ดีขึ้น
2) สุขภาพและความปลอดภัย (Health and Safety) - แนวทางของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสวัสดิภาพของพนักงานด้านชีวอนามัยและความปลอดภัยต่อเหตุร้ายแรง อุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งครอบคลุมถึงการกำหนดสวัสดิการการรักษาพยาบาลของพนักงานและครอบครัว การจัดสถานที่ทำงานให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และเตรียมพร้อมหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น
3) สิทธิมนุษยชน (Human Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • สิทธิในการมีชีวิตและเสรีภาพ • เสรีภาพจากการถูกบังคับให้เป็นทาสและการทรมาน • เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก • สิทธิในการทำงานและการศึกษา
4) สิทธิแรงงาน (Labor Rights) - สิทธิขั้นพื้นฐานในฐานะพนักงานคนหนึ่งที่พึงมี ได้แก่ • เสรีภาพในการสมาคมและการคุ้มครองสิทธิในการรวมตัว • สิทธิในการรวมตัวและการร่วมเจรจาต่อรอง • แรงงานบังคับและการเลิกจ้างแรงงานบังคับ • ค่าตอบแทนขั้นต่ำ • แรงงานเด็ก • การกำหนดค่าตอบแทนด้วยความเท่าเทียมและสมเหตุสมผล • การเลือกปฏิบัติ (Discrimination)
5) แนวทางการบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) - ความพร้อมของบริษัทจดทะเบียนฯ ในการสื่อสารและบริหารจัดการผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างมีประสิทธิภาพ
6) ความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการ (Product Liability) - ความรับผิดชอบของบริษัทจดทะเบียนฯ ต่อสินค้าหรือบริการ สามารถจำแนกได้ดังต่อไปนี้ • กรณีสินค้าหรือบริการ มีข้อบกพร่อง • กระบวนการผลิตเป็นเหตุให้สินค้าไม่สมบูรณ์หรือมีความบกพร่อง • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความบกพร่องในการเตือนหรือให้คำแนะนำในการใช้สินค้าหรือรับบริการ
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการจัดการด้านความรับผิดชอบต่อสินค้าหรือบริการอย่างชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้อง ซึ่งนำมาซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่ม รวมไปถึงการตั้งสำรองกรณีหากพบว่าบริษัทจดทะเบียนฯ มีความผิดจริง นอกจากนี้ การถูกฟ้องร้องหรือกรณีพิพาทดังกล่าวยังเป็นเหตุให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์หรือการสูญเสียมูลค่าของแบรนด์ เป็นต้น
ผู้จัดการกองทุนคาดหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ มีแนวทางในการบริหารจัดการปัจจัยด้านสังคม แบบ Best-in-Class กล่าวคือ การผลักดัน การแข่งขันกันระหว่างบริษัทฯ ในอุตสาหกรรม เพื่อจัดการปัจจัยต่างๆ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ระดับบริษัท (Company Level): ปัจจัยด้านสังคมจะมีผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียนฯ ใดๆ มากขึ้นหรือน้อยลงขึ้นอยู่กับคุณลักษณะ ขนบธรรมเนียม ค่านิยมของประเทศหรือชุมชนที่บริษัทจดทะเบียนฯ นั้นดำเนินกิจการอยู่ ซึ่งผู้จัดการกองทุนมีหน้าที่ต้องวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง โอกาสในแต่ละประเทศหรือชุมชน ที่บริษัทจดทะเบียนฯ ไปประกอบธุรกิจ
ระดับอุตสาหกรรม (Industry Level): เช่นเดียวกับที่กล่าวมา จากความแตกต่างด้านขนบธรรมเนียม ค่านิยม ในแต่ละประเทศ ผู้จัดการกองทุนควรจัดลำดับความสำคัญตามความมีนัยยะ (Materiality) ก่อนหลัง เพื่อประเมินความเสี่ยง โอกาส ที่มาจากปัจจัยด้านสังคม
ระดับประเทศ (Country Level): ผู้จัดการกองทุนมีการคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงด้านกฎหมาย และ/หรือนโยบายระดับประเทศด้านสังคมในอนาคต ซึ่งจะมีผลกระทบต่อแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียนฯ นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนฯ หลายแห่ง มีการประกอบธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว มีผลต่อการประเมินมูลค่าบริษัทเช่นกัน
2.2.3. ธรรมาภิบาล (Governance) : ประเด็นหรือปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจที่โปร่งใส จริยธรรมทางธุรกิจ และ/หรือประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย บริษัทจดทะเบียนฯ ควรจัดให้มีโครงสร้างและกระบวนการของความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการฝ่ายจัดการ และผู้ถือหุ้น เพื่อสร้างความสามารถในการแข่งขัน นำไปสู่ความเจริญเติบโตและเพิ่มมูลค่าให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว โดยคำนึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ
1) สิทธิของผู้ถือหุ้น (Shareholder Rights) - แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ • สิทธิก่อนตัดสินใจลงทุน หมายถึง สิทธิในการรับข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะวิเคราะห์และตัดสินใจว่าจะลงทุนในหุ้นของบริษัทหรือไม่ รวมถึงขั้นตอนและวิธีการจองซื้อหุ้นจากหนังสือชี้ชวนหรือไฟลิ่ง (Filing) และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) • สิทธิเมื่อเป็นผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยสิทธิขั้นพื้นฐานที่ผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิได้รับเงินปันผล ได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนน ได้รับสิทธิในการจองซื้อหุ้นออกใหม่ และสิทธิในการบริหารบริษัท อาทิ เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เสนอเพิ่มวาระการประชุม เพิกถอนมติที่ประชุม ติดตามและตรวจสอบการทำงานของกรรมการ • สิทธิในการร้องเรียนและฟ้องร้อง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในการฟ้องเรียกค่าเสียหายและผลประโยชน์คืนให้กับบริษัท หากกรรมการหรือผู้บริหารของบริษัททำหน้าที่ไม่เหมาะสม เช่น ขาดความระมัดระวัง หรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตจนส่งผลให้บริษัทได้รับความเสียหาย หากพบเบาะแสการกระทำผิดหรือปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับการลงทุนธุรกิจหลักทรัพย์ หรือธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ติดต่อศูนย์รับเรื่องร้องเรียน
2) การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน - ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติเท่าเทียมและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย
3) บทบาทของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย – ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงิน และความยั่งยืนของกิจการ
4) การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส – คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงิน อย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกัน และน่าเชื่อถือ
5) ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ – คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท จึงมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ โดยคณะกรรมการควรมีภาวะผู้นำ วิสัยทัศน์ มีความเป็นอิสระในการตัดสินใจ มีระบบแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการที่ชัดเจน ตลอดจนดูแลให้บริษัทมีระบบงานที่ให้ความเชื่อมั่นได้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของบริษัทได้ดำเนินไปในลักษณะที่ถูกต้องตามกฎหมายและมีจริยธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้นโดยรวม
ผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแบบ “Threshold Assessment” กล่าวคือเป็นการพิจารณาเกณฑ์ขั้นต่ำที่บริษัทจดทะเบียนฯ ควรมีในหัวข้อที่กล่าวมาด้านธรรมาภิบาล และผู้จัดการกองทุนจะใช้คุณภาพการบริหารจัดการด้านธรรมาภิบาลเป็นส่วนหนึ่งในการกำหนดมูลค่าของบริษัทจดทะเบียนฯ ในช่วงเวลาใดๆ
(2) เหตุผลและหลักการที่เลือกใช้กลยุทธ์ดังกล่าว: บริษัทจัดการเลือกใช้กลยุทธ์ Screening ร่วมกับ ESG Integration เพื่อให้การลงทุนของกองทุนสามารถคัดเลือกบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นหรือมีพัฒนาการด้านความยั่งยืนได้อย่างเป็นระบบ
(3) ความเชื่อมโยงหรือความสอดคล้องของกลยุทธ์การลงทุนกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน: กลยุทธ์การลงทุนของกองทุนมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุนที่มุ่งส่งเสริมการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน
การกำหนดกรอบการลงทุน (Investment Universe) ภายใต้กรอบ ESG และการใช้ Screening และ ESG Integration เป็นกลไกหลัก ทำให้การส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพอร์ตการลงทุนของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ และสนับสนุนเป้าหมายของกองทุนในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน ควบคู่กับการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ในระยะยาว
3. ดัชนีชี้วัด ดัชนีชี้วัดผลการดำเนินงาน (Performance Benchmark) และดัชนีชี้วัดด้านความยั่งยืน (Reference ESG Benchmark) ของกองทุน ได้แก่ ดัชนีผลตอบแทนรวม SETESG (SETESG TRI) ในสัดส่วน 100% โดยดัชนีดังกล่าว เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวราคาของกลุ่มหลักทรัพย์ของบริษัทที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมีขนาดและสภาพคล่องผ่านตามเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งนี้ ดัชนี SETESG มีแนวทางการคัดเลือกหุ้นเพื่อเป็นองค์ประกอบของดัชนี ดังนี้ • เป็นบริษัทที่อยู่ในผลประเมินหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ที่ประกาศล่าสุด ก่อนรอบการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ในดัชนี • เป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท • มีสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free-float) ไม่น้อยกว่า 20% ของทุนชำระแล้ว • จำนวนหุ้นซื้อขายไม่น้อยกว่า 0.5% ของจำนวนหุ้นจดทะเบียนของบริษัท เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 9 ใน 12 เดือน • ไม่จำกัดจำนวนหลักทรัพย์ในดัชนี
นอกจากนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษาวิธีการจัดทำดัชนี (Index Methodologies) ได้ที่ https://www.set.or.th/th/market/index/setesg/profile แหล่งข้อมูล: www.set.or.th
4. ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนของกองทุนรวมเพื่อความยั่งยืน 4.1 ความเสี่ยงจากปัจจัยด้านความยั่งยืนต่อการลงทุน แม้ว่ากองทุนจะมีนโยบายและกระบวนการคัดเลือกหลักทรัพย์ที่คำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) อย่างเป็นระบบ แต่อาจยังมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์หรือปัจจัยด้าน ESG ที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าการลงทุนหรือผลการดำเนินงานของกองทุนได้ เช่น ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น ความเสี่ยงด้านแรงงานและห่วงโซ่อุปทาน หรือประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทที่กองทุนลงทุน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ความสามารถในการทำกำไรลดลง หรือทำให้ราคาหลักทรัพย์มีความผันผวนมากขึ้น นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์หรือประเด็นด้าน ESG ทั้งในด้านความต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ผลกำไรของบริษัท ตลอดจนการตอบสนองของราคาหุ้นที่อาจมีความผันผวนสูงขึ้น
ทั้งนี้ บริษัทจัดการจะพิจารณาและติดตามประเด็นความเสี่ยงด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง และจะกำหนดกระบวนการวิเคราะห์ ติดตาม และทบทวนการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถรับประกันได้ว่าความเสี่ยงด้านความยั่งยืนดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นหรือไม่มีผลกระทบต่อกองทุน
4.2 ความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืน แม้ว่ากองทุนจะเป็นกองทุนรวม SRI ที่มุ่งส่งเสริมคุณลักษณะด้านความยั่งยืน แต่บริษัทจดทะเบียนฯ ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนอาจมีการดำเนินงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนอยู่บ้าง เช่น การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกระบวนการผลิตหรือการขนส่ง การใช้ทรัพยากรธรรมชาติและการก่อให้เกิดของเสีย ผลกระทบต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินธุรกิจในบางพื้นที่ เป็นต้น
บริษัทจัดการมีแนวทางในการพิจารณาและจัดการความเสี่ยงจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนดังกล่าว โดยการเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) เพื่อส่งเสริมให้บริษัทที่ลงทุนปรับปรุงการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล และลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้น ผ่านการสื่อสารหรือการติดตามเชิงนโยบาย
ทั้งนี้ แนวทางดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและลดผลกระทบเชิงลบจากการลงทุนต่อปัจจัยด้านความยั่งยืนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และสอดคล้องกับนโยบายการลงทุนและวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืนของกองทุน
5. แนวปฏิบัติกรณีการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืน บริษัทจัดการมีนโยบายและแนวปฏิบัติในการติดตาม ตรวจสอบ และบริหารจัดการ ในกรณีที่การลงทุนของกองทุนรวม SRI ไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน รวมถึงวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) ที่กำหนดไว้ โดยสอดคล้องกับนโยบายธรรมาภิบาลการลงทุน (Investment Governance Policy: I Code) และครอบคลุมรายละเอียดดังต่อไปนี้
5.1 กระบวนการติดตามและตรวจสอบ บริษัทจัดการมีการติดตามประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทจดทะเบียนฯ อย่างต่อเนื่อง และมีการตรวจสอบคุณสมบัติด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุนอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ทั้งนี้ ในกรณีที่ตรวจพบว่า • บริษัทจดทะเบียนฯ มีความเสี่ยงด้าน ESG จากเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น หรือ • คะแนนการกำกับดูแลกิจการ (CG Scoring) ที่จัดทำโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai IOD) ถูกปรับลดต่ำกว่า 3 ดาว
บริษัทจดทะเบียนฯ ดังกล่าวอาจถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเฝ้าระวัง (ESG Watch List) เพื่อให้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด
5.2 การกำหนดกรอบระยะเวลาในการแก้ไข เมื่อหลักทรัพย์ถูกจัดให้อยู่ใน ESG Watch List ผู้จัดการกองทุนจะดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์ปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG โดยไม่ชักช้า ผ่านการเข้าพบผู้บริหารและกรรมการ (Company Visit and Analyst Meeting) หรือการประชุมทางโทรศัพท์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น (Conference Call)
ทั้งนี้ ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำบทสรุปและข้อเสนอแนะแนวทางการลงทุนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน ภายใน 30 วัน เพื่อพิจารณาดำเนินการแก้ไขพอร์ตการลงทุนให้กลับมาเป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืน
5.3 แนวทางการดำเนินการเพื่อแก้ไข (1) การมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) บริษัทจัดการให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ นำปัจจัย ด้าน ESG ไปบูรณาการเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ และเชื่อมโยงกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในกรณีที่บริษัทจดทะเบียนฯ อยู่ใน ESG Watch List และคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอนุมัติให้หลักทรัพย์ดังกล่าวสามารถลงทุนได้ต่อ ผู้จัดการกองทุนในฐานะ Risk Owners จะใช้ความระมัดระวังในการลงทุน และติดตามพัฒนาการด้าน ESG อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเข้ามีส่วนร่วมกับกิจการเพื่อผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไขประเด็นที่เกี่ยวข้อง
หากหลักทรัพย์ที่อยู่ใน ESG Watch List มีพัฒนาการด้าน ESG ที่ดี หรือเหตุการณ์หรือปัจจัยความเสี่ยงด้าน ESG ได้รับการแก้ไขแล้ว ผู้จัดการกองทุนจะจัดทำบทสรุปเพื่อเสนอปลดหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก ESG Watch List ต่อคณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุน
(2) การเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ถือหน่วยลงทุน (Investor Disclosure) ในกรณีที่การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนด้านความยั่งยืนหรือวัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) อย่างมีนัยสำคัญหรือเกิดขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจัดการจะจัดทำรายงานพร้อมเหตุผลที่เกี่ยวข้อง เพื่อรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบผ่านรายงานของกองทุนหรือช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม
(3) การไถ่ถอนหรือปรับลดสัดส่วนการลงทุน (Divestment) ภายหลังการดำเนินการมีส่วนร่วมกับกิจการ (Engagement) และติดตามตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด หากบริษัทจดทะเบียนฯ ยังไม่สามารถแก้ไขประเด็นด้าน ESG ให้สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนหรือ วัตถุประสงค์ด้านความยั่งยืน (Sustainability Objective) ของกองทุนได้ คณะกรรมการด้านความเสี่ยงการลงทุนอาจพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุน หรือนำหลักทรัพย์ดังกล่าวออกจาก Investment Universe และไถ่ถอนออกจากพอร์ตการลงทุน ทั้งนี้ เพื่อให้การลงทุนของกองทุนกลับมาเป็นไปตามนโยบายด้านความยั่งยืนที่กำหนดไว้
6. แนวทางการใช้สิทธิออกเสียง บริษัทจัดการให้ความสำคัญต่อการมีส่วนร่วมในบริษัทจดทะเบียนฯ ที่ลงทุน (Engagement) โดยมีความเชื่อที่ว่าบริษัทที่มีการบริหารจัดการที่ดี มีความโปร่งใส และใส่ใจผู้ลงทุน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จะช่วยส่งเสริมให้บริษัทมีการเติบโตที่ยั่งยืนในระยะยาว
ทีมจัดการลงทุนมองกระบวนการ Engagement เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการลงทุนหลัก โดยในบริบทของปัจจัยด้าน ESG บริษัทจัดการมุ่งหวังให้บริษัทจดทะเบียนฯ ได้มีการนำหลัก ESG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ และสามารถจับต้องได้ผ่านการเชื่อมโยงไปสู่เป้าหมายการพัฒนาอย่างยืนในหัวข้อต่างๆ
บริษัทจัดการมีการกำหนดแนวทางการใช้สิทธิออกเสียงอย่างชัดเจนในแต่ละหัวข้อดังต่อไปนี้ 1. งบการเงินและรายงานที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน 2. การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี 3. การจ่ายเงินปันผล 4. การกำหนดค่าตอบแทนพนักงานและกรรมการ 5. ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมต่างๆ 6. การปรับเปลี่ยนโครงสร้างเงินทุน 7. การแก้ไขวัตถุประสงค์การดำเนินธุรกิจ การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ 8. การควบรวมกิจการ การขายสินทรัพย์ และรายการพิเศษอื่นๆ 9. รายการที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความขัดแย้งทางผลประโยชน์ 10. ธรรมาภิบาลและคณะกรรมการบริษัทฯ
การกำหนดรายละเอียดการใช้สิทธิออกเสียงในหัวข้อดังกล่าวนอกจากจะครอบคลุมปัจจัยด้านธรรมาภิบาลแล้ว ปัจจุบันยังยกระดับไปสู่การพิจารณาออกเสียงให้มีความเข้มข้นในด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมมากขึ้น เช่น การลงมติอนุมัติหรือไม่อนุมัติในโครงการลงทุนในอนาคตที่มีผลกระทบอย่างมีนัยยะต่อสิ่งแวดล้อม สิทธิมนุษยชน การเมือง หรือการบริหารจัดการต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่มีนัยยะต่อบริษัท เป็นต้น
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-10 15:32:08.053000 · ความเสี่ยงงวด 31 ส.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด ไม่มีข้อมูล
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- ไม่มีข้อมูล
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- ไม่มีข้อมูล
- ขายคืนขั้นต่ำ
- ไม่มีข้อมูล
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- ไม่มีข้อมูล
- วันรับคำสั่งขายคืน
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- ไม่มีข้อมูล
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -0.09% | ไม่มีข้อมูล | 14 ส.ค. 2569 | 14 ก.ย. 2569 |
| 3M | เพิ่มขึ้น +12.06% | ไม่มีข้อมูล | 12 มิ.ย. 2569 | 14 ก.ย. 2569 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +24.34% | ไม่มีข้อมูล | 13 มี.ค. 2569 | 14 ก.ย. 2569 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +33.08% | ไม่มีข้อมูล | 30 ธ.ค. 2568 | 14 ก.ย. 2569 |
| 1Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
ไม่มีข้อมูล
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation · งวด 31 ส.ค. 2569
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type · งวด 1 ก.ค. 2569
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 ส.ค. 2569
| ทรัพย์สิน | สัดส่วน %NAV | งวดที่มีผล |
|---|---|---|
| หุ้นสามัญของบริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) | 8.80 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) | 8.77 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) | 6.95 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) | 6.70 | 31 ส.ค. 2569 |
| หุ้นสามัญของบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) | 5.23 | 31 ส.ค. 2569 |
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings