ตราสารทุนจดทะเบียนไม่มีข้อมูล

TLWORLDHD

กองทุนเปิดทาลิส WORLD HIGH DIVIDEND YIELD

TALIS WORLD HIGH DIVIDEND YIELD FUND · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
TLWORLDHD9.82179.87749.93319.988810.0445TLWORLDHD: 2026-09-30 ถึง 2026-10-082026-09-302026-10-08
NAV (บาท/หน่วย) · จุดกราฟใช้วัน NAV จริง · ไม่เติมวันหยุด

30 ก.ย. 2569 – 8 ต.ค. 2569 · Price return สะสม ลดลง -1.09%

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 8 ต.ค. 2569 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 03:30:14.076000 UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ตราสารทุน
ความเสี่ยง
สูง · ระดับ 6
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมหลัก · งวด 24 ก.ย. 2569

นโยบายการลงทุน

1. กองทุนเป็นกองทุนรวมฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Vanguard FTSE All-World High Dividend Yield UCITS ETF - (USD) Accumulating (VHYA) (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม และลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

กองทุนหลักเป็นกองทุนประเภท Exchange Traded Fund (ETF) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หลายประเทศ โดยกองทุนจะเข้าลงทุนใน ETF ของกองทุนหลักที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ฯ กองทุนหลักมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ FTSE All-World High Dividend Yield Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลางในประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed) และตลาดเกิดใหม่ (Emerging) ที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ย

กองทุนหลักเป็นกองทุนดัชนี (Index) ที่ใช้กลยุทธ์การบริหารแบบเชิงรับ (Passive Management) และบริหารจัดการลงทุนโดย Vanguard Asset Management Limited

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

กองทุนหลักอาจลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ด้วย เช่น ตราสารอนุพันธ์ (Derivatives) ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depositary Receipt หรือ DR) รวมถึงกองทุนต่าง ๆ และธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending)

2. กองทุนหลักอาจลงทุนกระจุกตัวในหลักทรัพย์ของผู้ออกรายใดรายหนึ่ง หรืออุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่ง หรือกลุ่มอุตสาหกรรม อันเป็นผลจากที่ดัชนีอ้างอิงมีการกระจุกตัวตามสภาวะตลาดหรือผลการดำเนินงานของหลักทรัพย์หรือกลุ่มหลักทรัพย์

3. สำหรับการลงทุนส่วนที่เหลือในต่างประเทศ กองทุนอาจพิจารณาลงทุนใน หรือมีไว้ซึ่งตราสารหนี้หรือเงินฝาก หรือหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในต่างประเทศที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. สำหรับการลงทุนในประเทศ กองทุนอาจลงทุนในหลักทรัพย์ที่เสนอขายในประเทศ ได้แก่ เงินฝาก ตราสารทางการเงินและลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. เพื่อการดำเนินการของกองทุน รอจังหวะการลงทุนในต่างประเทศ รักษาสภาพคล่องของกองทุน หรือสำหรับการอื่นใดอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ทั้งนี้ กองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่างประเทศโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน

4. กองทุนจะไม่ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการลงทุน (Efficient Portfolio Management) และเพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) และกองทุนจะไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ดังนั้น กองทุนจึงอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการที่กองทุนนำเงินบาทไปลงทุน ซึ่งทำให้ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุน หรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

5. กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) รวมถึงหลักทรัพย์ที่ไม่มีการซื้อขายในตลาด (unlisted securities) ตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (non – investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (unrated) อย่างไรก็ตาม กองทุนอาจมีไว้ซึ่งตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ เฉพาะกรณีที่ตราสารหนี้นั้นได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่มีสามารถลงทุนได้ (investment grade) ขณะที่กองทุนลงทุนเท่านั้น

6. ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่า การลงทุนในกองทุนหลักนี้ไม่เหมาะสมอีกต่อไป โดยอาจสืบเนื่องจากการได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขอื่น ๆ ของกองทุนหลักนี้ เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุน ลักษณะกองทุน อัตราค่าธรรมเนียมการลงทุน หรือมีไว้ซึ่งทรัพย์สินอื่นใดที่ขัดต่อหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการก.ล.ต. กำหนดหรือผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนต่างประเทศต่ำกว่าผลตอบแทน/ผลการดำเนินงานของกองทุนอื่น ๆ ที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน หรือติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน หรือขนาดของกองทุนต่างประเทศลดลง จนอาจมีผลกระทบต่อกองทุน หรือการลงทุนของกองทุนต่างประเทศไม่เป็นไปตามหนังสือชี้ชวน หรือโครงการหรือเมื่อกองทุนต่างประเทศกระทำความผิดตามความเห็นของหน่วยงานที่กำกับดูแลกองทุนต่างประเทศ หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลต่อการดำเนินงานของกองทุนในฐานะผู้ลงทุน หรือการเปลี่ยนแปลงอื่นใดที่อาจส่งผลกระทบหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อกองทุน กล่าวคือในกรณีที่เกิดการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจมีผลต่อกองทุนหลัก และ/หรือบริษัทจัดการหรือในกรณีที่มีกองทุนอื่นที่มีนโยบายใกล้เคียงกัน และบริษัทจัดการเห็นว่าการย้ายไปลงทุนในกองทุนดังกล่าวเป็นผลดีต่อผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุน หรือเอื้อประโยชน์ต่อการลงทุนในต่างประเทศของกองทุน และเป็นผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศหรือกองทุนหลักเป็นกองทุนต่างประเทศอื่นได้ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะไม่ขัดกับวัตถุประสงค์และนโยบายการลงทุนของกองทุน หรือขอสงวนสิทธิที่จะยกเลิกกองทุน อีกทั้งบริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุน (class) รวมถึงเปลี่ยนแปลงสกุลเงินลงทุนเป็นสกุลเงินอื่นใดนอกเหนือจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ หรือเปลี่ยนแปลงการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อื่นใดนอกเหนือจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตามดุลยพินิจของบริษัทจัดการในภายหลังได้ โดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว ซึ่งบริษัทจัดการจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนนี้เป็นสำคัญ ทั้งนี้บริษัทจัดการจะแจ้งการเปลี่ยนแปลงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินการเปลี่ยนแปลงหรือก่อนทำการลงทุนดังกล่าว

ข้อมูลทั่วไปของกองทุน VANGUARD FTSE ALL-WORLD HIGH DIVIDEND YIELD UCITS ETF (กองทุนหลัก)

(แหล่งที่มาของข้อมูล : หนังสือชี้ชวนกองทุนหลัก ข้อมูล ณ วันที่ 29 กรกฎาคม 2569)

ชื่อกองทุนVanguard FTSE All-World High Dividend Yield UCITS ETFวันที่จัดตั้ง24 กันยายน 2562อายุโครงการไม่กําหนดชนิดหน่วยลงทุนชนิดสะสมมูลค่า (Accumulating) สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐBloomberg TickerVHYA LNISIN CodeIE00BK5BR626สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ (USD)หน่วยงานที่กํากับดูแลCentral Bank of Irelandตลาดหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนซื้อขายตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน สหราชอาณาจักรวันทําการซื้อขายทุกวันทําการซื้อขายของตลาดหลักทรัพยลอนดอนการจ่ายเงินปันผลไม่จ่ายผู้บริหารกองทุน (Manager)Vanguard Group (Ireland) Limitedผู้จัดการลงทุน/ผู้จัดการกองทุน (Investment Manager)Vanguard Asset Management Limited (VAM) ผู้รับฝากหลักทรัพย์ (Custodian/ Depositary)

Brown Brothers Harriman Trustee Services (Ireland) Limited (Depositary)

Brown Brothers Harriman & Co. (Global Sub-Custodian)

ผู้สอบบัญชี (Independent Registered Public Accounting Firm)KPMGนายทะเบียน (Transfer Agent)Brown Brothers Harriman Fund Administration Services (Ireland) Limitedดัชนีชี้วัด FTSE All-World High Dividend Yield Indexผู้จัดทำดัชนี้ชี้วัดFTSE Russell (ดำเนินงานโดย FTSE International Limited)

วัตถุประสงค์การลงทุน :

กองทุนหลักมุ่งหวังที่จะสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ FTSE All-World High Dividend Yield Index (ดัชนีอ้างอิง) ซึ่งเป็นดัชนีที่วัดผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และขนาดกลาง (ไม่รวมทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ REITs) ในประเทศที่พัฒนาแล้ว (Developed) และตลาดเกิดใหม่ (Emerging) ที่โดยทั่วไปมีการจ่ายเงินปันผลสูงกว่าค่าเฉลี่ย

นโยบายและกลยุทธ์การลงทุนหลัก:

กองทุนหลักใช้วิธีจัดการลงทุนแบบเชิงรับ (Passive Management) หรือการลงทุนตามดัชนี (Indexing) โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อสร้างผลการดำเนินงานให้ใกล้เคียงกับผลการดำเนินงานของ FTSE All-World High Dividend Yield Index (ดัชนีอ้างอิง) โดยดัชนีอ้างอิงดังกล่าวเป็นดัชนีที่มีการถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยมูลค่าหุ้นที่ซื้อขายจริงในตลาด (Free Float Adjusted Market-Capitalisation Weighted Index)

ทั้งนี้ กองทุนหลักจะใช้กลยุทธ์การลงทุนเลียนแบบดัชนีเต็มรูปแบบ (Full Replication Strategy) โดยจะลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งหมดหรือเกือบทั้งหมดที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิงและในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกับน้ำหนักในดัชนีอ้างอิง ซึ่งอาจทำให้กองทุนมีสัดส่วน (exposure) หรือลงทุนในหุ้นที่ออกโดยผู้ออกรายเดียวกันได้สูงสุดถึง 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนหลัก ทั้งนี้ สัดส่วนดังกล่าวอาจปรับเพิ่มขึ้นเป็น 35% สำหรับผู้ออกรายใดรายหนึ่งได้ในสภาวะตลาดที่ไม่ปกติ หรือกรณีที่ผู้ออกรายนั้นมีความโดดเด่นอย่างมากในตลาดที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่ไม่สามารถเลียนแบบดัชนีได้อย่างเต็มรูปแบบ (Fully Replicate) กองทุนหลักอาจใช้กระบวนการสุ่มตัวอย่าง (Sampling Process) เพื่อลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นตัวแทนของหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ภายใต้สถานการณ์ปกติ กองทุนหลักคาดว่าจะสามารถคงลักษณะความเสี่ยงโดยรวมให้สอดคล้องกับดัชนีอ้างอิงได้

ทั้งนี้ ดัชนีอ้างอิงนี้มีรากฐานมาจากดัชนี FTSE Global Equity Index Series และได้รับการออกแบบมาเพื่อวัดผลการดำเนินงานของบริษัทที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง (Higher Yielding Companies) ในตลาดตราสารทุนทั่วโลก

กลยุทธ์การลงทุนอื่น ๆ:

กองทุนอาจลงทุนในตราสารอนุพันธ์ (FDI) เช่น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ (Warrants) สัญญาแลกเปลี่ยน (Swap Agreements) [ซึ่งไม่รวมถึงสัญญาแลกเปลี่ยนแบบที่มีการชำระเงินล่วงหน้า (Funded Swaps) แต่รวมถึงสัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวม (Total Return Swaps)] และหุ้นกู้ที่มีอนุพันธ์แฝงที่อ้างอิงกับราคาหุ้น (Equity-Linked Notes) ซึ่งอาจนำมาใช้เพื่อสร้างสถานะการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีอ้างอิง หรือเพื่ออ้างอิงผลการดำเนินงานของตัวดัชนีอ้างอิงเอง ทั้งนี้ เพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกรรมหรือภาษี หรือเพื่อเปิดโอกาสในการลงทุนในกรณีที่เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ หรือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าซื้อได้เนื่องจากเหตุผลของตลาดหรือกฎหมาย หรือเพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการเคลื่อนไหวของราคากองทุนเมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิง (Tracking Error) ให้เหลือน้อยที่สุด

นอกจากนี้ กองทุนหลักอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) และสัญญาออปชัน (Options) ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ (โดยทั่วไปจะเป็นประเภทดัชนีตราสารทุนและเงินตราต่างประเทศ) เพื่อบริหารจัดการกระแสเงินสดในระยะสั้นและเพื่อประสิทธิภาพด้านต้นทุน อีกทั้งอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า (Currency Forwards) และสัญญาซื้อขายอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า (Interest Rate Futures) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และอาจลงทุนในตราสารแสดงสิทธิในการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ (Depository Receipts) ซึ่งรวมถึง American Depositary Receipts (ADRs) และ Global Depositary Receipts (GDRs) เพื่อสร้างสถานะการลงทุนในหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ทั้งนี้ การใช้สัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Futures) ช่วยให้มั่นใจได้ว่ากองทุนจะยังคงมีสถานะการลงทุนเต็มจำนวน 100% โดยสามารถนำเงินสดไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (เช่น การปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน และการนำรายได้จากเงินปันผลไปลงทุนในหุ้น)

เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficient Portfolio Management) กองทุนหลักอาจใช้สัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวม (Total Return Swaps) เพื่อให้มีสถานะการลงทุนในหลักทรัพย์รายตัวบางประเภท หรือกลุ่มหลักทรัพย์ (Basket of Securities) หรือดัชนีหลักทรัพย์ ในกรณีที่มีข้อจำกัดของตลาดท้องถิ่น กฎหมาย หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่สามารถลงทุนในหลักทรัพย์โดยตรง รวมทั้งเพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกรรมหรือภาษี หรือเพื่อเปิดโอกาสในการลงทุนในกรณีที่เป็นหุ้นที่มีสภาพคล่องต่ำ หรือเพื่อลดความคลาดเคลื่อนในการเคลื่อนไหวของราคากองทุนเมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิง (Tracking Error) ให้เหลือน้อยที่สุด ทั้งนี้ กองทุนหลักจะไม่ใช้สัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนรวม (Total Return Swaps) เพื่อสร้างสถานะการลงทุนที่อยู่นอกเหนือจากดัชนีอ้างอิง และกองทุนหลักอาจทำธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Lending) เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารพอร์ตการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

กองทุนหลักจะไม่ใช้ตราสารอนุพันธ์ (FDI) เพื่อวัตถุประสงค์ในการลงทุน (Investment Purpose) และจะจำกัดสัดส่วนในการใช้ตราสารอนุพันธ์ (FDI) ณ เวลาใดเวลาหนึ่งด้วย

กองทุนหลักอาจลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์ของรัสเซียในบางโอกาสตามน้ำหนักที่ปรากฏอยู่ในดัชนีอ้างอิง และอาจลงทุนในกองทุนอื่นของบริษัทจัดการเดียวกันและกองทุนรวมอื่นๆ รวมทั้งกองทุนรวมดัชนีประเภท ETF ที่ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ และกองทุน/นิติบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกันในด้านการบริหารจัดการหรือการควบคุมร่วมกันทั้งระหว่างกันเองหรือกับบริษัทจัดการ

แม้ว่ากองทุนหลักจะพยายามนำเงินไปลงทุนอย่างเต็มที่ในทุกๆ วัน แต่กองทุนหลักก็อาจลงทุนในตราสารตลาดเงินระยะสั้นที่มีคุณภาพสูง (รวมถึงพันธบัตรรัฐบาล ใบรับฝากเงินของธนาคาร หรือเข้าทำธุรกรรมซื้อโดยมีสัญญาขายคืนในวันทำการถัดไป (Overnight Repurchase Agreement)) และ/หรือกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อวัตถุประสงค์ในการบริหารสภาพคล่องได้เช่นกัน

ในกรณีที่กองทุนหลักเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน กองทุนอาจเลือกลงทุนผ่านช่องทาง Shanghai-Hong Kong Stock Connect

มาตรการลงทุนชั่วคราว (Temporary Investment Measures)

กองทุนหลักอาจเบี่ยงเบนไปจากกลยุทธ์การลงทุนเป็นการชั่วคราว เมื่อผู้จัดการลงทุน (Investment Manager) เห็นว่าเกิดสภาวะตลาด การเมือง หรือสภาวะต่างๆ ไม่เป็นปกติ โดยกองทุนหลักอาจเพิ่มการถือครองเงินสดและสินทรัพย์สภาพคล่องส่วนเพิ่ม เพื่อช่วยให้กองทุนหลักหลีกเลี่ยงจากการขาดทุนได้ แต่ในทางกลับกันก็อาจทำให้กองทุนหลักไม่บรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนได้เช่นกัน

ความคลาดเคลื่อนจากการติดตามดัชนี (Tracking Error)

ในสภาวะตลาดปกติ คาดว่าความคลาดเคลื่อนจากการติดตามดัชนีรายปี (Annualised ex-post Tracking Error) ของกองทุนหลักจะอยู่ที่ระดับไม่เกิน 0.30% อย่างไรก็ตาม ไม่มีการรับประกันว่ากองทุนหลักจะสามารถบรรลุระดับ Tracking Error ดังกล่าวไว้ได้จริง

ข้อมูลดัชนีอ้างอิง:

ดัชนี FTSE All-World High Dividend Yield Index (ดัชนีอ้างอิง) ประกอบด้วยหุ้นที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย โดยดัชนีดังกล่าวมีฐานมาจากดัชนี FTSE All-World ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดัชนีในกลุ่ม FTSE Global Equity Index Series โดยไม่รวมทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs)

หลักเกณฑ์การคัดเลือกและรอบการทบทวนดัชนีอ้างอิง

1. รอบการทบทวนดัชนี (Review Frequency)

ดัชนีจะได้รับการทบทวนรายชื่อหลักทรัพย์ปีละ 2 ครั้ง (Semi-Annual Review) ในเดือนมีนาคม และกันยายน โดยใช้ข้อมูลราคาปิดของวันพุธก่อนวันศุกร์แรกของเดือนมีนาคมและกันยายน

วันที่มีผลบังคับใช้ (Implementation): การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของดัชนีจะมีผลหลังจากตลาดปิดในวันศุกร์ที่ 3 ของเดือนมีนาคมและกันยายน (และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ตลาดเปิดในวันจันทร์ถัดไป)

2. รายชื่อหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคัดเลือก (Eligible Universe)

คัดเลือกหุ้นจากรายชื่อหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี FTSE All-World Index ซึ่งประกอบด้วยหุ้นขนาดใหญ่ (Large Cap) และหุ้นขนาดกลาง (Mid Cap) ที่มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่สุด

3. ขั้นตอนและแนวทางการคัดเลือกหุ้น (Review Methodology)

ขั้นตอนที่ 1 (ไม่รวม REITs): ตัดรายชื่อประเภททรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ทั้งหมดออกจากรายชื่อที่ใช้ในการคัดเลือก

ขั้นตอนที่ 2 (คัดกรองการจ่ายปันผล): ตัดรายชื่อบริษัทที่ไม่มีการจ่ายเงินปันผลในรอบ 12 เดือนก่อนวันตัดเกณฑ์ข้อมูล หรือบริษัทที่ถูกคาดการณ์ว่าจะจ่ายเงินปันผลเป็นศูนย์ (Zero Dividend) ในอีก 12 เดือนข้างหน้า หรือไม่มีข้อมูลประมาณการเงินปันผลล่วงหน้าออกจากการคัดเลือก (ทั้งนี้ จะไม่นับรวมการจ่ายเงินปันผลพิเศษในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา)

สำหรับหุ้นที่เป็นองค์ประกอบเดิมของดัชนี ซึ่งไม่มีการจ่ายเงินปันผลในช่วงระยะเวลา 12 เดือนก่อนวันตัดเกณฑ์ข้อมูลเพราะว่ามีกำหนดการจ่ายเงินที่ไม่สม่ำเสมอ จะมีการดำเนินการคัดกรองเพิ่มเติมเพื่อตรวจสอบว่า มีการจ่ายเงินปันผลในช่วงระยะเวลา 13 เดือนก่อนวันตัดเกณฑ์ข้อมูลหรือไม่ และมีกำหนดการจ่ายเงินปันผลในอนาคตหลังจากวันตัดเกณฑ์ข้อมูลดังกล่าวหรือไม่

ขั้นตอนที่ 3 (จัดอันดับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล): นำหุ้นที่ผ่านเกณฑ์ทั้งหมดมาจัดอันดับจากสูงไปต่ำตามอัตราผลตอบแทนจากประมาณการอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลใน 12 เดือนข้างหน้า (12-Month Forward Dividend Yield)

ขั้นตอนที่ 4 (คำนวณสัดส่วนเปอร์เซ็นไทล์): คำนวณสัดส่วนเปอร์เซ็นไทล์ (Percentiles) ของหุ้นแต่ละตัวตามมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในส่วนที่ลงทุนได้ (Investable Market Capitalisation)

ขั้นตอนที่ 5 (เกณฑ์การรับเข้าและคงอยู่):

หุ้นที่เป็นสมาชิกเดิมอยู่แล้ว (Existing Constituent): จะยังคงอยู่ในดัชนีต่อไปตราบใดที่อันดับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Yield) ไม่ลดลงต่ำกว่าเปอร์เซ็นไทล์ที่ 55 (55th Percentile)

หุ้นใหม่ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก (Non-constituent): จะถูกนำเข้ามาคำนวณในดัชนีก็ต่อเมื่อมีอันดับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Yield) ติดอยู่ในกลุ่ม 45 เปอร์เซ็นไทล์แรกสูงสุด (Top 45th Percentile)

4. การคำนวณประมาณการอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลใน 12 เดือนข้างหน้า (12-Month Forward Dividend Yield)

คำนวณประมาณการอัตราการจ่ายเงินปันผล โดยนำข้อมูลประมาณการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้น (ซึ่งอ้างอิงจากฐานข้อมูลสากล I/B/E/S เป็นหลัก) หารด้วยราคาหุ้น ณ วันตัดเกณฑ์ข้อมูล และแปลงประมาณการจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นให้เป็นสกุลเงินเดียวกันกับราคาหุ้น โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนมาตรฐานสากลของ WM/Refinitiv

5. การปรับพอร์ตระหว่างรอบการทบทวน (Intra-review Changes)

การเพิ่มหุ้น: จะไม่มีการเพิ่มหุ้นใหม่เข้ามาในระหว่างรอบการทบทวน โดยหุ้นจดทะเบียนใหม่/IPOs จะถูกนำไปประเมินในรอบการทบทวนปกติถัดไป

การนำหุ้นออก: หากหุ้นตัวใดถูกนำออกจากดัชนีหลัก (FTSE All-World Index) หุ้นตัวนั้นจะถูกนำออกจากดัชนีนี้พร้อมกันทันที และจะไม่มีการหาหุ้นตัวอื่นมาทดแทนระหว่างรอบ นอกจากนี้ หากหุ้นใดถูกจัดประเภทให้เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ระหว่างรอบการทบทวน หุ้นดังกล่าวจะถูกนำออกจากดัชนีในรอบการทบทวนปกติถัดไป

ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ดัชนีประกอบด้วย 2,429 หลักทรัพย์ มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ 3.02% โดยหลักทรัพย์ที่มีน้ำหนักตามมูลค่าตลาดสูงสุด 10 ตัวแรก (Top 10 Holdings) รวมกันเป็น 11.46% และหลักทรัพย์ที่มีน้ำหนักมากที่สุดอยู่ที่ 2.17%

สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับดัชนีอ้างอิง รวมถึงรายชื่อหลักทรัพย์ที่อยู่ในดัชนีอ้างอิงได้ที่

https://www.lseg.com/en/ftse-russell/indices/ftse-all-world-high-dividend-yield-index

ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือหน่วย :

ค่าธรรมเนียมการทํารายการซื้อและขาย (Transaction Fee on Purchases and Sales): ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการนําเงินปันผลไปลงทุนต่อ (Transaction Fee on Reinvested Dividends): ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการแปลงหน่วยลงทุนเป็นหน่วย ETF (Transaction Fee on Conversion to ETF Shares): ไม่มี

ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุน (% ต่อปี) :

ค่าใช้จ่ายในการดําเนินงานของกองทุนรวม (Total Expense Ratio): 0.29%

เว็บไซต์ของกองทุนหลักhttps://www.vanguardoffshore.com/en/product/etf/equity/9677/vanguard-ftse-all-world-high-dividend-yield-ucits-etf-usd-accumulating

รายละเอียดของกองทุนหลักแปลมาจากเอกสารของกองทุนหลัก เช่น Fund Fact Sheet หนังสือชี้ชวน (Prospectus) เอกสารของกองทุนหลัก รวมทั้ง Index Fact Sheet และ Ground Rules ของดัชนีอ้างอิง ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ดังนั้น ในกรณีที่มีความแตกต่างหรือไม่สอดคล้องกับต้นฉบับ ให้ถือตามต้นฉบับเป็นเกณฑ์

ทั้งนี้ หากกองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้างต้นใด ๆ ซึ่งบริษัทจัดการเห็นว่าไม่มีนัยสำคัญ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับกองทุนหลัก ซึ่งถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยแล้ว โดยจะแจ้งให้ ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
ไม่มีข้อมูล

ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 24 ก.ย. 2569 · นโยบายปันผลงวด 24 ก.ย. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
1,000 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
1,000 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
ไม่มีข้อมูล

SEC Open Data · Factsheet มีผล 24 ก.ย. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+3 คือ3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 24 ก.ย. 2569 · คำสั่งขายคืน: 24 ก.ย. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

ไม่มีข้อมูล

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.96001.500024 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)0.96002.140024 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00001.500024 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00001.500024 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.96001.500024 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee)100.0000100.000024 ก.ย. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)1.16004.600024 ก.ย. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): (1) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้สั่งซื้อได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว โดยบริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ลงทุนโดยตรง (2) ค่าธรรมเนียมการขาย/การรับซื้อคืน/การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอาจเรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละกลุ่มในอัตราที่ไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดและหลักเกณฑ์ให้ทราบต่อไป (3)* ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 100 บาท/1,000 หน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 500 บาท

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): 1) ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว 2)* ค่าใช้จ่ายรวมที่เรียกเก็บจริง ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น 3) สามารถดูค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมย้อนหลัง 3 ปี ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวมได้ที่ www.talisam.co.th 4) บริษัทอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): (1) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้สั่งซื้อได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว โดยบริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ลงทุนโดยตรง (2) ค่าธรรมเนียมการขาย/การรับซื้อคืน/การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอาจเรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละกลุ่มในอัตราที่ไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดและหลักเกณฑ์ให้ทราบต่อไป (3)* ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 100 บาท/1,000 หน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 500 บาท

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): (1) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้สั่งซื้อได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว โดยบริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ลงทุนโดยตรง (2) ค่าธรรมเนียมการขาย/การรับซื้อคืน/การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอาจเรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละกลุ่มในอัตราที่ไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดและหลักเกณฑ์ให้ทราบต่อไป (3)* ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 100 บาท/1,000 หน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 500 บาท

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): (1) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้สั่งซื้อได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว โดยบริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ลงทุนโดยตรง (2) ค่าธรรมเนียมการขาย/การรับซื้อคืน/การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอาจเรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละกลุ่มในอัตราที่ไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดและหลักเกณฑ์ให้ทราบต่อไป (3)* ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 100 บาท/1,000 หน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 500 บาท

ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): (1) ค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้สั่งซื้อได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว โดยบริษัทจัดการอาจเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ลงทุนโดยตรง (2) ค่าธรรมเนียมการขาย/การรับซื้อคืน/การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนอาจเรียกเก็บจากผู้ถือหน่วยลงทุนแต่ละกลุ่มในอัตราที่ไม่เท่ากัน โดยบริษัทจัดการจะแจ้งรายละเอียดและหลักเกณฑ์ให้ทราบต่อไป (3)* ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 100 บาท/1,000 หน่วยลงทุน ขั้นต่ำ 500 บาท

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): 1) ค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดแล้ว 2)* ค่าใช้จ่ายรวมที่เรียกเก็บจริง ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น 3) สามารถดูค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากกองทุนรวมย้อนหลัง 3 ปี ในหนังสือชี้ชวนส่วนข้อมูลกองทุนรวมได้ที่ www.talisam.co.th 4) บริษัทอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings

ไม่มีข้อมูล

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings