ทรัพย์สินทางเลือกยกเลิกโครงการชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม

PRINCIPAL GCF-C

กองทุนเปิดพรินซิเพิล โกลบอล คอมมอดิตี้

Principal Global Commodities Fund · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด

NAV ย้อนหลัง

บาทต่อหน่วย
ไม่มีข้อมูลกราฟในช่วงนี้

ประวัติไม่พอสำหรับช่วงที่เลือก

กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ

แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: ไม่มีข้อมูล · ดึงข้อมูล: ไม่มีข้อมูล UTC

ภาพรวมกองทุน

ประเภทสินทรัพย์
ทรัพย์สินทางเลือก
ความเสี่ยง
สูงมาก · ระดับ 8
นโยบายปันผล
ไม่มีนโยบายปันผล
สิทธิภาษี
ไม่มีข้อมูล

ดัชนีชี้วัด (Benchmark)

ไม่มีข้อมูล

นโยบายการลงทุน

1) กองทุนมีนโยบายที่จะนำเงินส่วนใหญ่ที่ได้จากการจำหน่ายหน่วยลงทุนไปลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนในต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว(Feeder Fund) ได้แก่ กองทุน Harbor Commodity All-Weather Strategy ETF (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) ซึ่งกองทุนจดทะเบียนจัดตั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NYSE ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยกองทุนอยู่ภายใต้การบริหารของบริษัทจัดการ Harbor Capital Advisors, Inc กองทุนหลักจะบริหารแบบเชิงรับ (Passive Management) โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผลตอบแทนจากการลงทุน(ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย)ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี Quantix Commodity Index ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Quantix Commodities Indices LLC (“QCI” หรือ “ผู้จัดทำดัชนี”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Quantix Commodities LP ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาย่อยของกองทุน (“Quantix” หรือ “ผู้ให้คำปรึกษาย่อย”) ดัชนีนี้ประกอบด้วยสัญญาฟิวเจอร์สของสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีตัวตน และถูกสร้างขึ้นโดยใช้วิธีการเชิงปริมาณที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ QCI ซึ่งพิจารณาจากความไวต่อเงินเฟ้อของสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละชนิด และต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการต่ออายุสัญญาฟิวเจอร์สอย่างต่อเนื่อง (rolling futures) 2) นอกจากการลงทุนในต่างประเทศในกองทุนหลัก บริษัทจัดการอาจพิจารณาลงทุนในหน่วย private equity ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นตามประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. เพื่อรักษาสภาพคล่องของกองทุน บริษัทจัดการยังอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง และอาจลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุนด้วย

3) ในกรณีที่บริษัทจัดการเห็นว่าการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ และ/หรือการลงทุนในกองทุนหลักดังกล่าวนั้นไม่เหมาะสมอีกต่อไป หรือไม่สามารถลงทุนในกองทุนดังกล่าวต่อไปได้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธินำเงินไปลงทุน ในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอื่นที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ เฉพาะกรณีที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นหลัก และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการ โดยไม่ถือว่าลงทุนผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ

4) ในส่วนของการลงทุนในต่างประเทศกองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Hedging) โดยขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งพิจารณาจากสภาวะของตลาดการเงินในขณะนั้น และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ทิศทางของค่าเงิน, ค่าใช้จ่ายในการป้องกันความเสี่ยง เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากผู้จัดการกองทุนพิจารณาว่า การป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนอาจไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วย หรือทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนเสียประโยชน์ที่อาจได้รับ ผู้จัดการกองทุนอาจไม่ป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้

อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง

บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะพิจารณาเปลี่ยนแปลงชนิดของหน่วยลงทุนของกองทุนหลัก (classes หรือ sub-classes) หรือขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงกองทุนรวมต่างประเทศที่ลงทุนต่างไปจากที่ระบุในรายละเอียดโครงการกองทุนนี้โดยขึ้นอยู่กับดุลพินิจของบริษัทจัดการ ซึ่งกองทุนรวมต่างประเทศที่พิจารณาเลือกทดแทนกองทุนเดิม จะต้องมีนโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนของกองทุนนี้ ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงและรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุนเป็นสำคัญ โดยบริษัทจัดการจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนที่จะนำเงินไปลงทุนในกองทุนหลัก (classes หรือ sub-classes) หรือกองทุนรวมต่างประเทศอื่น อย่างไรก็ตามหากบริษัทจัดการไม่สามารถลงทุนใน กองทุนหลัก (classes หรือ sub-classes) หรือกองทุนต่างประเทศที่มีนโยบายสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ บริษัทจัดการอาจยกเลิกกองทุน หรือดำเนินการขอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนเพื่อเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนก็ได้

ในกรณีการดำเนินการดังกล่าวทำให้การลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการจะดำเนินการตามหัวข้อ “อัตราส่วนการลงทุนในหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น เพื่อเป็นทรัพย์สินของกองทุนรวม” ส่วนที่ 6: การดำเนินการเมื่อการลงทุนไม่เป็นไปตามนโยบายการลงทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุนรวม บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะนำเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมดมาลงทุนในประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของกองทุนโดยรวม เช่น ในกรณีที่มีความผิดปกติของตลาด หรือในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงของภาวะตลาดหรือการคาดการณ์ภาวะตลาดทำให้การลงทุนในต่างประเทศขาดความเหมาะสมในทางปฎิบัติ หรือกรณีอื่นใดที่เกิดจากสาเหตุที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย หรือประกาศที่เกี่ยวข้อง หรือเกิดภาวะสงคราม เป็นต้น

เงื่อนไขอื่นๆ ในกรณีที่กองทุนรวมหน่วยลงทุนมีการลงทุนในกองทุนปลายทาง*หากเกิดเหตุการณ์ที่กองทุนปลายทาง มีการลดลงในลักษณะใดดังนี้ (1) NAV ณ วันใดวันหนึ่งลดลง > 2/3 ของ NAV กองทุนปลายทาง หรือ (2) ยอดรวมของ NAV ลดลงในช่วงระยะเวลา 5 วันทำการใดติดต่อกันคิดเป็นจำนวน > 2/3 ของ NAV ของกองทุนปลายทาง ในกรณีที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิลดลงในลักษณะดังกล่าวข้างต้น บริษัทจัดการดำเนินการดังต่อไปนี้ (1) แจ้งเหตุที่กองทุนปลายทางมีมูลค่าทรัพย์สินลดลง พร้อมแนวทางการดำเนินการของ บลจ. โดยคำนึงถึงประโยชน์ที่ดีที่สุดของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยรวมให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. และผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฎเหตุ (2) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกองทุนรวมตาม (1) ต่อผู้ที่สนใจจะลงทุนเพื่อให้ผู้ที่สนใจจะลงทุนรับรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสถานะของกองทุนรวม ทั้งนี้ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องดำเนินการให้บุคลากรที่เกี่ยวข้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการดังกล่าวด้วย (3) ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินการตาม (1) ให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่มีการเปิดเผยข้อมูลของกองทุนปลายทางที่ปรากฏเหตุ (4) รายงานผลการดำเนินการให้สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ทราบภายใน 3 วันทำการนับแต่วันที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ระยะเวลาในการดำเนินการตามข้อ (3) บริษัทจัดการสามารถขอผ่อนผันต่อสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. *กองทุนปลายทาง หมายถึง กองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ไปลงทุน ซึ่งมีลักษณะเป็นไปตามหลักเกณฑ์โดยครบถ้วนดังนี้ (1) เป็นกองทุนรวมตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และให้หมายความรวมถึงกองทุนที่มีลักษณะเป็นการลงทุนร่วมกันของผู้ลงทุน ไม่ว่าจะจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศและไม่ว่ากองทุนดังกล่าวจะจัดตั้งในรูปบริษัท ทรัสต์ หรือรูปแบบอื่นใด เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศ (REIT) หรือโครงการจัดการลงทุน (collective investment scheme) เป็นต้น (2) เป็นกองทุนที่กองทุนหน่วยลงทุนหรือกองทุนฟีดเดอร์ มีการลงทุนในกองทุนตาม (1) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของ NAVของกองทุนตาม (1) นั้น

รายละเอียดกองทุนหลัก กองทุนหลักที่กองทุนลงทุน คือ Harbor Commodity All-Weather Strategy ETF

ชื่อกองทุน : Harbor Commodity All-Weather Strategy ETF

Class : ไม่มี

ประเภท : กองทุนทรัพย์สินทางเลือก

อายุโครงการ : ไม่กำหนด

วันจัดตั้งกองทุน : 9 กุมภาพันธ์ 2565

ประเทศที่จดทะเบียนจัดตั้ง : สหรัฐอเมริกา

สกุลเงินที่ลงทุน : USD

วันทำการซื้อขาย : ทุกวันทำการซื้อขายของกองทุนหลัก

การจ่ายปันผล: มี

บริษัทจัดการ : Harbor Capital Advisors, Inc

ผู้เก็บรักษาทรัพย์สินของกองทุน State Street Bank & Trust Company

วัตถุประสงค์ในการลงทุน : กองทุนมีเป้าหมายเพื่อให้ผลตอบแทนจากการลงทุนก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายสอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี Quantix Commodity Index

นโยบายการลงทุน : กองทุนมีเป้าหมายเพื่อให้ผลตอบแทนจากการลงทุน(ก่อนหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่าย)ที่สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของดัชนี ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท Quantix Commodities Indices LLC (“QCI” หรือ “ผู้จัดทำดัชนี”) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Quantix Commodities LP ซึ่งเป็นผู้ให้คำปรึกษาย่อยของกองทุน (“Quantix” หรือ “ผู้ให้คำปรึกษาย่อย”) ดัชนีนี้ประกอบด้วยสัญญาฟิวเจอร์สของสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีตัวตน และถูกสร้างขึ้นโดยใช้วิธีการเชิงปริมาณที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ QCI ซึ่งพิจารณาจากความไวต่อเงินเฟ้อของสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละชนิด และต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการต่ออายุสัญญาฟิวเจอร์สอย่างต่อเนื่อง (Rolling)

ภายใต้สภาวะตลาดปกติ ดัชนีจะประกอบด้วยสัญญาฟิวเจอร์สของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างน้อย 15 รายการ ซึ่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร สัญญาฟิวเจอร์สของสินค้าโภคภัณฑ์คือข้อตกลงทางกฎหมายในการซื้อหรือขายสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท (เช่น โลหะ น้ำมัน หรือผลิตภัณฑ์เกษตร) ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ณ เวลาที่กำหนดในอนาคต ณ วันที่ของหนังสือชี้ชวนฉบับนี้ สัญญาฟิวเจอร์สของสินค้าโภคภัณฑ์ต่อไปนี้ถือว่าอยู่ในขอบเขตของการพิจารณาเพื่อรวมอยู่ในดัชนี ได้แก่: น้ำมันดิบ WTI, น้ำมันดิบ Brent, น้ำมันทำความร้อน, ก๊าซน้ำมัน (gasoil), น้ำมันเบนซิน RBOB, ก๊าซธรรมชาติ, ข้าวโพด, ข้าวสาลี, ข้าวสาลี KC, ถั่วเหลือง, กากถั่วเหลือง, น้ำมันถั่วเหลือง, โกโก้, ฝ้าย, กาแฟ, น้ำตาล, โคเนื้อ, หมูติดมัน, ทองแดง, อะลูมิเนียม, นิกเกิล, สังกะสี, ทองคำ, เงิน

กองทุนมีเป้าหมายเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุนโดยหลักผ่านการลงทุน ใน สัญญาสวอป ประเภท excess return swaps ที่อ้างอิงกับดัชนี สัญญาสวอปดังกล่าวเป็นตราสารอนุพันธ์ระหว่างสองฝ่ายที่แลกเปลี่ยนผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทางการเงินระหว่างกัน กองทุนจะชำระเงินให้กับคู่สัญญาสวอปตามอัตราที่กำหนด เพื่อแลกกับการรับเงินตามผลตอบแทนของสัญญาฟิวเจอร์สที่ประกอบเป็นดัชนี หากผลตอบแทนของหลักทรัพย์เหล่านั้นเป็นบวก คู่สัญญาจะจ่ายเงินให้กับกองทุน แต่หากผลตอบแทนเป็นลบ กองทุนจะต้องชำระเงินให้กับคู่สัญญา

สัญญาสวอปสามารถถูกยกเลิกได้ทุกเมื่อโดยผู้จัดการกองทุนย่อย (Subadvisor)

นอกจากนี้ กองทุนยังถือครอง ตราสารหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ และ/หรือกองทุนตลาดเงิน ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักประกันสำหรับการถือครองตราสารอนุพันธ์ของกองทุน หรือใช้เพื่อสร้างรายได้จากดอกเบี้ยและเพิ่มมูลค่าทุนจากยอดเงินสดที่เกิดจากการใช้ตราสารอนุพันธ์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการลงทุนแบบ “ผลตอบแทนรวม” ในสัญญาฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง

กองทุนสามารถลงทุนในสัญญาฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ หากในช่วงเวลาใดก็ตามการใช้สัญญาสวอป excess return swaps เพื่อให้ได้ exposure ต่อสินค้าโภคภัณฑ์นั้นไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่เหมาะสม รวมถึงการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์อื่นที่ไม่รวมอยู่ในดัชนี หากผู้จัดการกองทุนเห็นว่าจะช่วยให้กองทุนบรรลุวัตถุประสงค์การลงทุน

หากดัชนีมีสัดส่วนที่สำคัญในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์หรือสินค้าชนิดใดชนิดหนึ่ง กองทุนก็อาจมีการเปิดรับความเสี่ยงในกลุ่มหรือสินค้านั้นอย่างมีนัยสำคัญ ณ วันที่จัดทำหนังสือชี้ชวนนี้ ดัชนีมีสัดส่วนที่สำคัญในกลุ่ม ปิโตรเลียมและโลหะมีค่า ดังนั้นกองทุนจึงมีการเปิดรับความเสี่ยงในกลุ่มเหล่านี้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

กองทุนจะลงทุนไม่เกิน 25% ของสินทรัพย์รวม (คำนวณ ณ สิ้นไตรมาสบัญชีแต่ละไตรมาส) ใน บริษัทย่อยที่กองทุนเป็นเจ้าของและควบคุมทั้งหมด ซึ่งจัดตั้งขึ้นภายใต้กฎหมายของหมู่เกาะเคย์แมน การลงทุนในบริษัทย่อยนี้มีเป้าหมายเพื่อให้กองทุนสามารถเปิดรับผลตอบแทนจากสินค้าโภคภัณฑ์ได้ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายภาษีของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งจำกัดความสามารถของกองทุนรวมในการลงทุนโดยตรงในตราสารประเภทนี้

บริษัทย่อยมีวัตถุประสงค์การลงทุนเดียวกันกับกองทุน และจะดำเนินนโยบายการลงทุนทั่วไปและข้อจำกัดต่าง ๆ เช่นเดียวกับกองทุน แต่ต่างจากกองทุนตรงที่บริษัทย่อยสามารถลงทุนในตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ได้โดยไม่มีข้อจำกัด

ยกเว้นในกรณีที่ระบุไว้โดยเฉพาะ การกล่าวถึงกลยุทธ์การลงทุนและความเสี่ยงของกองทุนจะรวมถึงของบริษัทย่อยด้วย บริษัทย่อยได้รับคำแนะนำจาก Harbor Capital Advisors, Inc. (“Harbor Capital” หรือ “ที่ปรึกษาการลงทุน”) และมีผู้จัดการกองทุนย่อยเป็นผู้ดำเนินการ

กองทุนจัดอยู่ในประเภทไม่กระจายการลงทุน (non-diversified) หมายความว่ากองทุนสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ของผู้ออกหลักทรัพย์จำนวนน้อยกว่ากองทุนที่มีการกระจายการลงทุน

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายของกองทุนรวม

ค่าธรรมเนียมการสั่งซื้อหน่วยลงทุน (Sales Charge) : ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการขายคืนหน่วยลงทุน (Exit Charge) : ไม่มี

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) : 0.68% ต่อปี

ค่าธรรมเนียมรวม (Total Expense) : 0.68% ต่อปี

หมายเหตุ: กองทุนหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนได้

ตัวชี้วัด (benchmark) : Quantix Commodity Total Return Index

Bloomberg ticker : HGER

Master Fund ISIN : US41151J5056

ดูข้อมูลกองทุนหลักเพิ่มเติมได้ที่ https://www.harborcapital.com/etf/hger/#Documents

ดัชนีอ้างอิง: Quantix Commodity Index (ดัชนี QCI)

ประกอบด้วยสัญญาฟิวเจอร์สของสินค้าโภคภัณฑ์จริงและถูกสร้างขึ้นโดยใช้วิธีการเชิงปริมาณเฉพาะของ Quantix ซึ่งพิจารณาจาก:

ความไวของสินค้าโภคภัณฑ์ต่อเงินเฟ้อเมื่อเปรียบเทียบกัน

ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการต่ออายุสัญญาฟิวเจอร์สอย่างต่อเนื่อง (Rolling)

ดัชนี QCI ถูกเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2022 และกองทุนที่อ้างอิงกับดัชนีนี้เปิดตัวในเดือน กุมภาพันธ์ 2022

อย่างไรก็ตาม กรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของดัชนี QCI ได้เริ่มต้นขึ้นที่ Quantix ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ 2021 โดยทีมงานใช้หลักการวิเคราะห์ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เดียวกันกับที่เคยใช้ร่วมกันมาก่อนในช่วงที่ร่วมงานกับ Goldman Sachs

ฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มที่มีสิทธิ์จะถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี และมีการจัดน้ำหนักตามวิธีการเชิงปริมาณของ Quantix ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนดังนี้ :

ขั้นตอนที่ 1: Quantix คำนวณความสำคัญทางเศรษฐกิจของสัญญาฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์แต่ละรายการที่มีสิทธิ์ (กล่าวคือ น้ำหนักของแต่ละสัญญาฟิวเจอร์สเมื่อเทียบกับขนาดของกลุ่มที่มีสิทธิ์)

ขั้นตอนที่ 2: Quantix คำนวณ “คะแนนคุณภาพ” สำหรับสัญญาฟิวเจอร์สแต่ละรายการ โดยพิจารณาจาก

(i) ความไวของสัญญาฟิวเจอร์สต่อเงินเฟ้อ และ

(ii) ต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการต่ออายุสัญญาฟิวเจอร์สอย่างต่อเนื่อง (Rolling)

Rolling Futures หมายถึงการขายสัญญาฟิวเจอร์สเมื่อใกล้หมดอายุ และแทนที่ด้วยสัญญาใหม่ที่มีวันหมดอายุในอนาคต หากราคาของสัญญาใหม่ต่ำกว่าสัญญาที่กำลังจะหมดอายุ ตลาดของสินค้าโภคภัณฑ์นั้นจะเรียกว่าอยู่ในภาวะ “backwardation” ซึ่งให้ผลตอบแทนจากการต่ออายุสัญญา (Rolling) เป็นบวก ในทางกลับกัน หากราคาของสัญญาใหม่สูงกว่าสัญญาที่กำลังจะหมดอายุ ตลาดจะเรียกว่าอยู่ในภาวะ “contango” ซึ่งให้ผลตอบแทนจากการต่ออายุสัญญา (Rolling) เป็นลบ คะแนนคุณภาพจะเป็นลบสำหรับสัญญาฟิวเจอร์สที่มีความไวต่อเงินเฟ้อและ/หรือผลตอบแทนจากการต่ออายุสัญญา (Rolling) ต่ำ และจะเป็นบวกสำหรับสัญญาที่มีความไวต่อเงินเฟ้อและ/หรือผลตอบแทนจากการต่ออายุสัญญา (Rolling) สูง

ขั้นตอนที่ 3: น้ำหนักของสัญญาฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์ที่มีสิทธิ์ ซึ่งกำหนดจากความสำคัญทางเศรษฐกิจ จะถูกปรับตามคะแนนคุณภาพ หากคะแนนคุณภาพต่ำ น้ำหนักจะต่ำกว่าน้ำหนักตามความสำคัญทางเศรษฐกิจ และหากคะแนนคุณภาพสูง น้ำหนักจะสูงกว่าน้ำหนักตามความสำคัญทางเศรษฐกิจ

ขั้นตอนที่ 4: Quantix กำหนดน้ำหนักสูงสุดของแต่ละกลุ่มสินค้า และน้ำหนักสูงสุดและต่ำสุดของสินค้าแต่ละชนิด เพื่อให้เกิดการกระจายความเสี่ยงภายในดัชนี

ขั้นตอนที่ 5: Quantix ใช้ตัวชี้วัดเฉพาะของตนเองที่เรียกว่า “Scarcity Debasement Indicator” (SDI) เพื่อพิจารณาว่าควรปรับน้ำหนักของสัญญาฟิวเจอร์สที่เชื่อมโยงกับทองคำหรือไม่ ตามสภาวะของตลาด

หาก SDI ส่งสัญญาณว่าภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มเกิดจาก การขาดแคลนสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมเมื่อเทียบกับความต้องการ น้ำหนักของสัญญาฟิวเจอร์สทองคำจะยังคงเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในขั้นตอนที่ 1 ถึง 4

แต่หาก SDI ส่งสัญญาณว่าภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มเกิดจาก การด้อยค่าของสกุลเงิน (เช่น ค่าเงินอ่อนลง) น้ำหนักของสัญญาฟิวเจอร์สทองคำจะถูก เพิ่มขึ้น ตามระดับความแรงของตัวชี้วัดนั้น

ดัชนีนี้คำนวณแบบ “ผลตอบแทนรวม” (Total Return) หมายความว่าผลตอบแทนจากสัญญาฟิวเจอร์สที่รวมอยู่ในดัชนีจะถูกรวมกับผลตอบแทนจากเงินสดค้ำประกันที่ลงทุนในตั๋วเงินคลังสหรัฐฯ อายุ 13 สัปดาห์ ภายใต้สภาวะปกติ ดัชนีจะมีการปรับโครงสร้างใหม่ทุกไตรมาส

QCI ในฐานะผู้ให้บริการดัชนี มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดสร้างดัชนี โดยดัชนีนี้ได้รับอนุญาตให้ใช้โดยที่ปรึกษาการลงทุนจาก QCI และมีการคำนวณ เผยแพร่ และแจกจ่ายโดย Solactive AG (“Solactive”)

ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องของกองทุนหลัก

ความเสี่ยงเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Risk)

กองทุนมีการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ผ่านตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งราคาสินค้าโภคภัณฑ์มักได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น:

ต้นทุนในการผลิต ขนส่ง และการจัดเก็บสินค้าโภคภัณฑ์

การเปลี่ยนแปลงของความต้องการจากผู้บริโภคหรือภาคธุรกิจ

กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยงและการซื้อขายของผู้ผลิตและผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์

การซื้อขายเพื่อเก็งกำไรโดยกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์และผู้เข้าร่วมตลาดอื่น ๆ

การหยุดชะงักของอุปทานสินค้าโภคภัณฑ์

สภาพอากาศ เหตุการณ์ทางการเมือง และเหตุการณ์ระดับโลกอื่น ๆ

ปัจจัยทางเศรษฐกิจระดับโลก และการแทรกแซงหรือการกำกับดูแลของรัฐบาลในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หรือตลาดฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์

กองทุนอาจมีการลงทุนกระจุกตัวในภาคส่วนใดภาคส่วนหนึ่งของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (เช่น น้ำมัน โลหะ หรือผลิตภัณฑ์เกษตร) เพื่อให้สามารถติดตามดัชนีได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงมากขึ้นจากภาคส่วนนั้น ๆ

ความเสี่ยงจากสัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนส่วนเกิน (Excess Return Swaps Risk):

สัญญาแลกเปลี่ยนผลตอบแทนส่วนเกินอาจทำให้เกิดการขาดทุนได้ หากสินทรัพย์อ้างอิงหรือดัชนีอ้างอิงไม่ให้ผลตอบแทนตามที่คาดการณ์ไว้ โดยสัญญาเหล่านี้อาจมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ไม่จำกัด นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงจากคู่สัญญา หากคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันได้ กองทุนอาจสูญเสียเงินลงทุน

ความเสี่ยงจากการสร้างดัชนี (Index Construction Risk):

QCI คัดเลือกสัญญาฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์จำนวนจำกัดเพื่อใช้ในการจัดทำดัชนี โดยอิงตามวิธีการเฉพาะของบริษัท ซึ่งทฤษฎีและสมมติฐานที่ QCI ใช้ในการสร้างดัชนีและ/หรือวิธีการที่ใช้ในการจัดทำดัชนีอาจไม่ถูกต้อง กองทุนอาจมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าหรือแย่กว่ากองทุนอื่นที่ลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันแต่ใช้กลยุทธ์การลงทุนที่แตกต่างกัน

การประเมินมูลค่าสินค้าโภคภัณฑ์หรือสัญญาฟิวเจอร์สของ QCI อาจแตกต่างจากนักลงทุนหรือผู้จัดการกองทุนรายอื่น และอาจเกิดข้อผิดพลาดในการสร้างหรือคำนวณดัชนีเป็นครั้งคราว ซึ่งข้อผิดพลาดเหล่านี้อาจไม่ถูกตรวจพบและแก้ไขโดย QCI หรือ Solactive ในทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบในทางลบต่อกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน ไม่มีการรับประกันว่าวิธีการสร้างดัชนีจะสามารถให้การเปิดรับสินทรัพย์ตามที่ตั้งใจไว้ได้อย่างถูกต้อง

ความเสี่ยงจากการลงทุนในภาคส่วน (Sector Risk):

หากกองทุนมีการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญในภาคส่วนหรือสินค้าโภคภัณฑ์ใดภาคส่วนหนึ่ง กองทุนจะมีความเสี่ยงที่สภาวะทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบในทางลบต่อภาคส่วนนั้นหรือสินค้าโภคภัณฑ์นั้น จะส่งผลกระทบต่อกองทุนมากกว่าหากกองทุนมีการกระจายการลงทุนไปยังหลายภาคส่วนหรือสินค้าโภคภัณฑ์ที่หลากหลาย

ความเสี่ยงในการติดตามดัชนี (Index Tracking Risk):

กองทุนไม่ได้คาดหวังว่าจะสามารถติดตามผลการดำเนินงานของดัชนีได้อย่างแม่นยำตลอดเวลา ผลตอบแทนของกองทุนอาจไม่สอดคล้องกับผลตอบแทนของดัชนีด้วยเหตุผลหลายประการ เช่น:

ความคลาดเคลื่อนในการติดตาม (Tracking Error) ที่เกิดจากความแตกต่างระหว่างหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น ๆ ที่กองทุนถืออยู่ กับองค์ประกอบของดัชนี

ต้นทุนในการทำธุรกรรมของกองทุน

การถือเงินสดที่ยังไม่ได้ลงทุน

ความแตกต่างของเวลาในการรับรู้หรือการประเมินมูลค่าของเงินปันผลหรือดอกเบี้ย

ต้นทุนในการทำธุรกรรมและการปรับสมดุลพอร์ตของกองทุนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบในดัชนี จะเป็นภาระโดยตรงของกองทุนและผู้ถือหน่วยลงทุน กองทุนอาจไม่สามารถลงทุนในองค์ประกอบบางรายการของดัชนี หรือไม่สามารถลงทุนในสัดส่วนที่ตรงกับดัชนีได้ เนื่องจากข้อจำกัดทางกฎหมาย ผลกระทบทางภาษี หรือเหตุผลด้านกฎระเบียบอื่น ๆ

ความเสี่ยงที่กองทุนอาจไม่สามารถติดตามผลการดำเนินงานของดัชนีได้อย่างใกล้เคียง อาจรุนแรงขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงหรือมีสภาวะตลาดที่ผิดปกติ และเพื่อประสิทธิภาพทางภาษี กองทุนอาจขายการลงทุนบางรายการเพื่อรับรู้ผลขาดทุน ซึ่งอาจทำให้ผลการดำเนินงานเบี่ยงเบนจากดัชนี

ความเสี่ยงจากตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity-Linked Derivatives Risk):

การลงทุนของกองทุนในตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ อาจทำให้กองทุนมีความผันผวนสูงกว่าการลงทุนในหลักทรัพย์แบบดั้งเดิมอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่าของตราสารอนุพันธ์เหล่านี้อาจได้รับผลกระทบจาก:

ราคาสปอต (ราคาซื้อขายทันที) ของสินค้าโภคภัณฑ์ที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิง

อุปสงค์และอุปทาน

กิจกรรมในตลาด สภาพคล่อง

เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเงิน การเมือง กฎระเบียบ ภูมิศาสตร์ ชีวภาพ หรือกระบวนการยุติธรรม

สภาพแวดล้อมของอัตราดอกเบี้ยโดยรวม

ตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์ยังมีความเสี่ยงที่คู่สัญญา ตลาดซื้อขาย หรือศูนย์ชำระราคาอาจผิดนัดหรือไม่สามารถดำเนินการตามข้อผูกพันได้ กองทุนจะมีต้นทุนบางส่วนจากการใช้ตราสารอนุพันธ์ และจำเป็นต้องวางหลักประกัน (Margin) สำหรับการถือครองตราสารอนุพันธ์บางรายการ ซึ่งต้นทุนเหล่านี้จะเป็นภาระของผู้ถือหน่วยลงทุนโดยตรงการใช้ตราสารอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับสินค้าโภคภัณฑ์จะส่งผลให้พอร์ตการลงทุนของกองทุนมี ผลกระทบจากการใช้เลเวอเรจ (Leverage) ซึ่งเลเวอเรจจะขยายผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสินทรัพย์ และสร้างความเสี่ยงในการสูญเสียมูลค่าจากสินทรัพย์ในขนาดที่มากกว่าที่กองทุนจะมีหากไม่มีการใช้เลเวอเรจ การเปิดรับความเสี่ยงจากเลเวอเรจอาจเพิ่มผลกระทบในทางลบต่อพอร์ตการลงทุนของกองทุนอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้กองทุนมีความผันผวนมากขึ้น

ข้อความในส่วนกองทุนหลักได้ถูกเลือกมาเฉพาะส่วนที่สำคัญซึ่งแปลมาจากฉบับภาษาอังกฤษ ดังนั้นกรณีที่มีความไม่สอดคล้องหรือแตกต่างกับทางต้นฉบับภาษาอังกฤษ ให้ถือตามต้นฉบับภาษาอังกฤษเป็นเกณฑ์

อนึ่ง กองทุนหลักอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายต่างๆ ของกองทุนหลักได้ หรือในกรณีที่กองทุนหลักมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลต่างๆ หรือมีการแก้ไขเพิ่มเติมโครงการจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิที่จะแก้ไข/เพิ่มเติม/เปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของกองทุนหลักโดยถือว่าได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหน่วยลงทุนแล้ว โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบตามที่ประกาศสำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด ทั้งนี้ หากข้อมูลที่มีการแก้ไขไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจัดการจะทำการแก้ไขข้อมูลและแจ้งให้ผู้ถือหน่วยทราบทางหนังสีอชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญ และเว็บไซด์ของบริษัทจัดการ

ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง

ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
ไม่มีข้อมูล
ระยะเวลาฟื้นตัว
ไม่มีข้อมูล
สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
74.71%

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 มี.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน

ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 07:33:38.157000 · ความเสี่ยงงวด 31 มี.ค. 2569 · นโยบายปันผลงวด 31 มี.ค. 2569

เงื่อนไขซื้อขาย

เงินลงทุนขั้นต่ำ

ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
1 บาท
ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
0.01 บาท
ขายคืนขั้นต่ำ
0 บาท
ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
0 บาท

SEC Open Data · Factsheet มีผล 31 มี.ค. 2569 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569

วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน

วันรับคำสั่งซื้อ
ทุกวันทำการ
วันรับคำสั่งขายคืน
ทุกวันทำการ
ระยะเวลารับเงินขายคืน
T+4 คือ4 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
คำสั่งซื้อ: 31 มี.ค. 2569 · คำสั่งขายคืน: 31 มี.ค. 2569 · วันที่ Factsheet มีผล

เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.

ผลตอบแทนจาก NAV

Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี

ช่วงสะสม (%)ต่อปี (%)วันเริ่มจริงวันสิ้นสุดจริง
1Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
6Mไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
YTDไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
1Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
3Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล
5Yไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูลไม่มีข้อมูล

ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน

สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง

ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน

Metric ที่รายงานช่วงวันงวดสถานะ
ความผันผวนของกองทุนรวม202431 มี.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ความผันผวนของตัวชี้วัด202431 มี.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ค่าเฉลี่ยในกลุ่มเดียวกัน202431 มี.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนกองทุนรวม202431 มี.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ
ผลตอบแทนตัวชี้วัด202431 มี.ค. 2569รอตรวจวิธีคำนวณ

Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด

ค่าธรรมเนียม

รายการอัตราเก็บจริงอัตราตามโครงการงวดที่มีผล
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee)0.00003.210031 มี.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee)0.18401.284031 มี.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee)0.00002.140031 มี.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT)0.00002.140031 มี.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN)0.00003.210031 มี.ค. 2569
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense)0.33402.140031 มี.ค. 2569

ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้ว

ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ข้อมูล 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68 ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้วค่าธรรมเนียมการจัดการเก็บจริง 0.2675% ต่อปีไม่รวมค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และค่าใช้จ่ายภาษีตราสารหนี้ (ถ้ามี)เพดานค่าใช้จ่ายอื่นๆและค่าใช้จ่ายรวม เป็นอัตราเฉพาะที่ประมาณการได้เท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจริงเป็นอัตราที่รวมทั้งที่ประมาณการได้และประมาณการไม่ได้

ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้ว

ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้ว

ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): ข้อมูล 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68 ค่าธรรมเนียมเป็นอัตราที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือภาษีอื่นใดในทำนองเดียวกันไว้แล้วค่าธรรมเนียมการจัดการเก็บจริง 0.2675% ต่อปีไม่รวมค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และค่าธรรมเนียมต่างๆที่เกิดขึ้นจากการซื้อขายหลักทรัพย์ และค่าใช้จ่ายภาษีตราสารหนี้ (ถ้ามี)เพดานค่าใช้จ่ายอื่นๆและค่าใช้จ่ายรวม เป็นอัตราเฉพาะที่ประมาณการได้เท่านั้น ส่วนค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บจริงเป็นอัตราที่รวมทั้งที่ประมาณการได้และประมาณการไม่ได้

อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้

เงินปันผลย้อนหลัง

ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ

ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่

แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ

สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์

ประเภทสินทรัพย์

Factsheet

SEC asset-allocation · งวด 31 มี.ค. 2569

Exchange Traded Fund - Commodity - US Dollar 99.53%, บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ 7.06%Exchange Traded Fund - Commodity - US Dollar: 99.53%บัญชีเงินฝากออมทรัพย์: 7.06%
Exchange Traded Fund - Commodity - US Dollar · 99.53%บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ · 7.06%
Factsheet asset-allocation · % ของ NAV

พอร์ตรายเดือน

SEC portfolio-asset-type

ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน

หลักทรัพย์ 5 อันดับ

รายการจาก SEC top5-holdings · งวด 31 มี.ค. 2569

ทรัพย์สินสัดส่วน %NAVงวดที่มีผล
Exchange Traded Fund - Commodity - US Dollar : HARBER CAPITAL ADVISORS INC : HGER US99.5331 มี.ค. 2569

ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings