SCBSHARC1YB
กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Structured Complex Return 1YB ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย
SCB Structured Complex Return 1YB Not for Retail Investors · บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด
NAV ย้อนหลัง
บาทต่อหน่วย9 พ.ค. 2568 – 13 มิ.ย. 2568 · Price return สะสม ลดลง -0.35%
กราฟนี้แสดง NAV ไม่ใช่ Total return ที่นำปันผลลงทุนต่อ
แหล่งข้อมูล: SEC Open Data · วันที่ NAV: 13 มิ.ย. 2568 · ดึงข้อมูล: 2026-10-11 16:13:53.398000 UTC
ภาพรวมกองทุน
- ประเภทสินทรัพย์
- ตราสารหนี้
- ความเสี่ยง
- ปานกลางค่อนข้างต่ำ · ระดับ 4
- นโยบายปันผล
- ไม่มีนโยบายปันผล
- สิทธิภาษี
- ไม่มีข้อมูล
ดัชนีชี้วัด (Benchmark)
ไม่มี · งวด 23 พ.ค. 2567
นโยบายการลงทุน
(1) กองทุนมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงินที่เสนอขายในต่างประเทศและ/หรือในประเทศ รวมทั้งหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต. โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้หรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ประมาณร้อยละ 97.00 - 99.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) โดยมีเป้าหมายให้เงินลงทุนในส่วนนี้เติบโตครอบคลุมเงินต้น (2) กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณร้อยละ 1.00 – 3.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) ลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น สัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับกองทุน iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF (IEF) ตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน เพื่อเปิดโอกาสให้กับกองทุนสามารถแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการเปลี่ยนแปลงของกองทุน iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF (IEF) ทั้งนี้ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิอาจเปลี่ยนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ลงทุนจากสัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) เป็นสัญญาออปชั่น (Options) ได้โดยจะอ้างอิงกับสินทรัพย์อ้างอิงเดิม โดยมีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 : เงินต้น และผลตอบแทน กองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้และ/หรือเงินฝาก และ/หรือตราสารทางการเงินที่เสนอขายในต่างประเทศและ/หรือในประเทศ รวมทั้งหลักทรัพย์ หรือทรัพย์สินอื่น หรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่นที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย ก.ล.ต.โดยอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้หรือของผู้ออกตราสารอยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment grade) ประมาณร้อยละ 97.00 - 99.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) ในส่วนการลงทุนในต่างประเทศที่เป็นตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน กองทุนจะเข้าทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate risk) ทั้งจำนวน โดยจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประเภทธุรกรรม FX Swap หรือ Cross Currency Swap กับคู่สัญญาที่เป็นธนาคารพาณิชย์เพื่อ 1) ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน และ/หรือ 2) ทำ swap อัตราดอกเบี้ย เพื่อแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยของตราสารต่างประเทศที่ลงทุนเป็นอัตราดอกเบี้ยสกุลเงินบาท นอกจากนี้กองทุนอาจจะเข้าลงทุนในตราสารที่มีอายุยาวกว่าอายุโครงการ โดยจะเข้าทำสัญญาขายตราสารดังกล่าวล่วงหน้า เพื่อให้อายุของสัญญาสอดคล้องกับอายุโครงการ ส่วนที่ 2 : ผลตอบแทนส่วนเพิ่ม กองทุนจะแบ่งเงินลงทุนประมาณร้อยละ 1.00 – 3.00 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (NAV) ไปลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เช่น สัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับกองทุน iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF (IEF) ที่ใช้ในการคำนวณตามเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทน ซึ่งสัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ที่กองทุนลงทุนจะออก รับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันโดยธนาคารพาณิชย์ไทย หรือสถาบันการเงินไทยหรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ นอกจากนี้ เงินลงทุนที่เหลือจากส่วนที่ 1-2 กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อการบริหารความเสี่ยง โดยมี underlying เป็น อัตราดอกเบี้ย อัตราแลกเปลี่ยนเงิน credit event รวมถึงอาจลงทุนหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ได้ แต่กองทุนจะไม่ลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่สามารถลงทุนได้ (Non-investment grade) และตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Unrated) บริษัทจัดการสงวนสิทธิที่จะเลิกกองทุนในกรณีที่กองทุนไม่สามารถลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่บริษัทจัดการพิจารณาเห็นว่าเหมาะสมภายใน 1 เดือนนับตั้งแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม และ/หรือในกรณีที่สถานการณ์การลงทุนไม่เหมาะสม เช่น เกิดปัญหาด้านเครดิตของผู้ออกตราสารและไม่สามารถหาตราสารใหม่ทดแทนได้ ภาวะตลาดและเศรษฐกิจมีความผันผวน หรือเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ ในการคำนวณสัดส่วนการลงทุนของกองทุนตามการจัดแบ่งประเภทของกองทุน บริษัทจัดการอาจไม่นับช่วงระยะเวลาดังนี้รวมด้วย โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ 1. 30 วันนับแต่วันที่จดทะเบียนเป็นกองทุนรวม 2. 30 วันก่อนครบอายุโครงการหรือก่อนเลิกกองทุนรวม 3. ช่วงระยะเวลาที่ต้องใช้ในการจำหน่ายทรัพย์สินของกองทุนเนื่องจากได้รับคำสั่งขายคืนหรือสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนหรือมีการโอนย้ายกองทุนจำนวนมากหรือเพื่อรอการลงทุน ทั้งนี้ ต้องไม่เกินกว่า 10 วันทำการ ประมาณการผลตอบแทนตราสารที่กองทุนคาดว่าลงทุน
ตราสารที่กองทุนคาดว่าลงทุน
อันดับความน่าเชื่อถือของ
อ่านนโยบายส่วนที่เหลือจากต้นทาง
ตราสาร/ผู้ออกตราสาร
สัดส่วนการลงทุน ณ วันจดทะเบียน
ผลตอบแทน
จากตราสาร ต่อปี (THB)
ประมาณการ
การได้รับเงินต้น +ผลตอบแทน
ณ วันครบอายุโครงการ
National Rating
International Rating
ส่วนที่ 1
เงินฝาก ธ. Agricultural Bank of China (ABC) - จีน
A (FITCH)
15.00%
2.60%
15.39%
เงินฝาก ธ. China Construction Bank (CCB) - จีน
A (FITCH)
14.00%
2.60%
14.36%
เงินฝาก ธ. Deutsche Bank AG, Singapore Branch (DB) - เยอรมัน
A- (FITCH)
14.00%
2.55%
14.36%
บัตรเงินฝาก ธ. China Merchants Bank - จีน
A- (FITCH)
14.00%
2.65%
14.37%
บัตรเงินฝาก ธ. China Citic Bank Corporation Ltd. - จีน
BBB+ (FITCH)
14.30%
2.65%
14.68%
เงินฝาก ธ. PT Bank Rakyat Indonesia (Persero) TBK - อินโดนีเซีย
BBB (FITCH)
14.00%
2.65%
14.37%
บัตรเงินฝาก ธ. Kasikornbank (China) Co.,Ltd - จีน
AA+*
13.00%
2.65%
13.34%
รวม (เฉพาะตราสารหนี้)
98.30%
100.88%
หักค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (ต่อปี)**
0.63%
เงินต้น + ผลตอบแทนโดยประมาณ ตามระยะเวลาการลงทุนประมาณ 1 ปี
100.25%
ส่วนที่ 2
สัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นกองทุน iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF (IEF)
1.70%
* credit rating ของ ธ.กสิกรไทย อยู่ที่ BBB (Fitch) ขณะที่ credit rating ของ ธ. Kasikornbank (China) Co.,Ltd อยู่ที่ AA+ ซึ่งมีเฉพาะ local rating จาก China Lianhe Credit Rating Co., Ltd - บริษัทจัดการจะใช้ดุลพินิจในการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่ลงทุนหรือสัดส่วนการลงทุนได้ต่อเมื่อเป็นการดำเนินการภายใต้สถานการณ์ที่จำเป็นและสมควรเพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ โดยไม่ทำให้ความเสี่ยงของทรัพย์สินที่ลงทุนเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ - หากไม่สามารถลงทุนให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ เนื่องจากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนอาจไม่ได้รับผลตอบแทนตามอัตราที่ประมาณการไว้ - ตราสารที่กองทุนพิจารณาลงทุนได้ผ่านขั้นตอนการวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสาร (Credit Risk) แล้ว แต่อาจยังมีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่มีนัยสำคัญต่อนโยบายในการดำเนินงานของผู้ออกตราสารหนี้ (Event risk) อยู่ - บริษัทขอสงวนสิทธิในการปิดขายหน่วยลงทุนก่อนระยะเวลาที่กำหนดได้ ในกรณีที่มียอดจำหน่ายหน่วยลงทุนเท่ากับหรือมากกว่าจำนวนเงินลงทุนโครงการ ** ค่าใช้จ่ายที่กองทุนเรียกเก็บอาจเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม โดยเก็บในอัตราไม่เกินจากที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน ซึ่งในช่วงระยะเวลาอายุโครงการ บริษัทจัดการอาจปรับเพิ่มหรือลดค่าธรรมเนียมการจัดการที่เรียกเก็บจริงได้ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ได้แจ้งไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุน บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติม โดยจะไม่เกินเพดานอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน รายละเอียดของสัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) ที่กองทุนลงทุน (ส่วนที่ 2)
สินทรัพย์อ้างอิง (underlying)กองทุน iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF (IEF)สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)อายุตราสารประมาณ 1 ปี
อัตราส่วนร่วม
(Participation rate)
50%Knockout level10% Rebate Rate1.50%ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสินทรัพย์อ้างอิง
กองทุนเป็น Exchange Traded Fund (ETF) ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีอายุคงเหลือระหว่าง 7-10 ปี เพื่อให้ผลตอบแทนสอดคล้องกับดัชนี ICE U.S. Treasury 7-10 Year Bond Index
กองทุนบริหารโดย BlackRock Investments, LLC จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ประเทศสหรัฐอเมริกา
ผู้ลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.ishares.com/us/products/239456/ishares-710-year-treasury-bond-etf
เหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุน
ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ดังต่อไปนี้:
1. สินทรัพย์อ้างอิงมีการเลิกกองทุน
2. สินทรัพย์อ้างอิงหยุดการคำนวณและประกาศ NAV
3. การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ กฎหมาย หรือสิ่งอื่นใดที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์อ้างอิง สัญญาวอร์แรนท์หรือกองทุน
4. มีเหตุการณ์ใด ๆที่ทำให้ผู้ออกสัญญาวอร์แรนท์ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับราคาของสินทรัพย์อ้างอิงไม่สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของราคาสินทรัพย์อ้างอิงได้ โดยผู้ออกสัญญาวอร์แรนท์ได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่อย่างไรก็ตามผู้ออกสัญญาวอร์แรนท์ยังคงได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้
a. ไม่สามารถหา สร้าง สร้างใหม่ ทดแทน ถือครอง ยกเลิก หรือขายธุรกรรมหรือทรัพย์สินเพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านราคาตามเงื่อนไขและข้อผูกพันที่เกี่ยวข้องกับสัญญาวอร์แรนท์นั้น หรือ
b. ไม่สามารถซื้อขายหรือไม่ได้รับการชำระเงินคืนจากการขายธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่ลงทุน
5. คู่สัญญาวอร์แรนท์ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับสินทรัพย์อ้างอิง มีต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เช่น จากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเสียภาษีอากร ค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมต่างๆ
6. สินทรัพย์อ้างอิงไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ หรือเกิดเหตุการณ์พิเศษที่ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์อ้างอิง ได้แก่ ผู้ให้บริการกองทุนไม่สามารถดำเนินหน้าที่ต่อไปได้ (Failure by fund service provider) กองทุนไม่สามารถแบ่งแยกทรัพย์สินของกองทุนกับกองทุนอื่นๆ หรือชนิดลงทุนที่เกี่ยวข้องได้ (Cross-contamination) กองทุนล้มละลาย (Insolvency) บริษัทจัดการกองทุนถูกครอบงำกิจการ (Takeover) กองทุนถูกควบรวม (Merger) กองทุนเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญหรือลงทุนผิดนโยบาย (Strategy breach) กองทุน/บริษัทจัดการกองทุนหรือบริษัทผู้ให้บริการกองทุนเกิดความขัดแย้ง มีการดำเนินคดี ฟ้องร้อง หรือถูกดำเนินการทางกฎหมาย (Litigation)
7. เกิดเหตุการณ์ใดๆที่ทำให้ราคาสินทรัพย์อ้างอิงมีการเปลี่ยนแปลงอันเกิดจาก Diluting effect (ราคาสินทรัพย์อ้างอิงลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนหุ้นที่เพิ่มขึ้น) หรือ Concentrative Effect (ราคาสินทรัพย์อ้างอิงเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากจำนวนหุ้นที่ลดลง) เช่น การแบ่งย่อย (subdivision) หรือเปลี่ยนประเภท (reclassification) ของสินทรัพย์อ้างอิง รวมถึงการจ่ายเงินปันผลพิเศษ (extra dividend distribution) ของสินทรัพย์อ้างอิง
กองทุนอาจเปลี่ยนสินทรัพย์อ้างอิงของกองทุนใหม่หรือปรับเงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนซึ่งจะเป็นไปตามสัญญาที่กองทุนได้ทำการตกลงร่วมกันกับทางผู้ออกสัญญาวอร์แรนท์ หรือหากมีการยกเลิกสัญญาวอร์แรนท์เดิม กองทุนจะนำเงินที่ได้รับจากสัญญาวอร์แรนท์เดิมไปลงทุนในทรัพย์สินอื่นที่ใกล้เคียง หรือหากใกล้ครบอายุโครงการ อาจพิจารณาลงทุนในตราสารหนี้/เงินฝาก ทั้งนี้ จะเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนจนครบอายุกองทุน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหน่วยลงทุน ซึ่งผลตอบแทนอาจเปลี่ยนแปลงจากที่กำหนดไว้
ผู้ออกตราสาร
สถาบันการเงินไทยหรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศ รวมทั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ ที่มีสถาบันการเงินไทยหรือธนาคารซึ่งเป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศ หรือสถาบันการเงินต่างประเทศเป็นผู้ค้ำประกัน
ความเสี่ยงจากการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า 1. ความเสี่ยงจากการดำเนินงานของผู้ออกตราสาร (Business Risk) กรณีที่บริษัทของคู่สัญญาในการทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าประสบภาวะที่ไม่สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติหรือขาดทุน อาจส่งผลให้ราคาของตราสารลดต่ำลง หรือส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของคู่สัญญาตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าได้ แนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะเข้าทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่มีคุณภาพ โดยมีการประเมินผลกระทบจากปัจจัยภายในและภายนอกต่อสถานะบริษัทของคู่สัญญาอย่างสม่ำเสมอ 2. ความเสี่ยงที่เกิดจากคู่สัญญาในการทำธุรกรรม (Counterparty Risk) คู่สัญญาในการทำธุรกรรมสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจไม่สามารถชำระคืนเงินต้นหรือผลตอบแทนให้แก่กองทุนเมื่อถึงวันที่ครบกำหนดอายุตราสาร เนื่องจากคู่สัญญามีผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินที่ด้อยลง จึงขาดสภาพคล่องที่จะจ่ายเงินคืนตามภาระผูกพัน แนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยง: กองทุนจะเข้าทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และมีการวิเคราะห์ความสามารถในการชำระหนี้ของคู่สัญญาในการทำธุรกรรมก่อนและหลังการลงทุน 3. ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ (Country and Political Risk) และข้อจำกัดการนำเงินลงทุนกลับประเทศ (Repatriation risk) การเปลี่ยนแปลงในประเทศที่กองทุนมีการลงทุนอยู่ เช่น การเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาล การเปลี่ยนกฎเกณฑ์ โครงสร้างทางการเงิน เป็นต้น อาจทำให้กองทุนมีความเสี่ยงในการลงทุนและการนำเงินที่กองทุนไปลงทุนในต่างประเทศกลับเข้ามาในประเทศ แนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะติดตามสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ภาวะเศรษฐกิจ ภาวะตลาดเงิน ตลาดทุน ตลอดจนปัจจัยพื้นฐานต่าง ๆ ของประเทศที่กองทุนลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสี่ยงจากการลงทุนในประเทศนั้น ๆ 4. ความเสี่ยงจากตลาด (Market Risk) ความผันผวนของปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อภาวะตลาดโดยรวม เช่น ภาวะเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ภาวะตลาดเงิน เป็นต้น อาจส่งผลต่อราคาของสินทรัพย์อ้างอิงได้ แนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยง: บริษัทจัดการจะศึกษาวิเคราะห์ตัวแปรอ้างอิงของตราสารอย่างรอบคอบก่อนพิจารณาลงทุน และลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อายุของสัญญาสอดคล้องกับอายุของโครงการ เพื่อมุ่งหวังให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ 5. ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน (Exchange Rate Risk) กรณีสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กองทุนลงทุนจ่ายผลตอบแทนเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ ทำให้กองทุนมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อมีการแปลงค่าเงินสกุลต่างประเทศให้เป็นสกุลเงินบาท แนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยง: ในส่วนของการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กองทุนไม่มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ผลตอบแทนจากการลงทุนส่วนนี้ จึงขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน 6. ความเสี่ยงจากการขาดสภาพคล่องของตราสาร (Liquidity risk) ความเสี่ยงที่ไม่สามารถปิดสถานะ (Unwind) ของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก่อนครบกำหนดอายุของสัญญา หรือไม่สามารถปิดสถานะ (Unwind) ของสัญญาได้ในราคาที่เหมาะสม เนื่องจากการซื้อขายเปลี่ยนมือของสินทรัพย์อ้างอิงมีจำนวนครั้งและปริมาณน้อย แนวทางการบริหารเพื่อลดความเสี่ยง: ผู้จัดการกองทุนจะใช้ความระมัดระวังสูงสุดในการเลือกสินทรัพย์อ้างอิงที่ลงทุน อีกทั้งลงทุนในสัญญาที่มีอายุคงเหลือใกล้เคียงกับอายุโครงการ เงื่อนไขการจ่ายผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ (Warrant) (ก่อนหักค่าใช้จ่าย)โดยกองทุนจะจ่ายผลตอบแทนเมื่อสิ้นอายุโครงการ ดังนี้ 1. สินทรัพย์อ้างอิง คือ iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF (IEF) ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) 2. PR คือ อัตราส่วนร่วม (Participation Rate) ของสินทรัพย์อ้างอิงจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ = 50% 3. Rebate Rate = 1.50% 4. Knockout level = 10% 5. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน = อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง/ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ณ วันเริ่มต้นสัญญา 6. ผลตอบแทนของสัญญาวอร์แรนท์ = [(ระดับของสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง /ระดับของสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา)-1] x PR 7. ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ในรูปสกุลเงินบาท = ผลตอบแทนของสัญญาวอร์แรนท์ x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน วันเริ่มต้นสัญญา คือ วันที่กองทุนเริ่มลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ หากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดของสินทรัพย์อ้างอิง หรือไม่มีการคำนวณ NAV ของสินทรัพย์อ้างอิงนั้น บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิในการใช้ราคา NAV ของสินทรัพย์อ้างอิงของวันทำการถัดไป หรือวันทำการอื่นใดที่บริษัทจัดการสามารถนำราคา NAV มาใช้อ้างอิงได้ โดยบริษัทจัดการจะคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ลงทุนเป็นสำคัญ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง คือ วันที่กองทุนพิจารณาระดับของสินทรัพย์อ้างอิงเพื่อนำมาคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ โดยจะสิ้นสุดประมาณ 2 -10 วันก่อนวันครบอายุกองทุน บริษัทจัดการจะแจ้งวันเริ่มต้นสัญญาและวันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงให้ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการภายใน 7 วันทำการนับแต่วันจดทะเบียนทรัพย์สินเป็นกองทุน แต่หากวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดจะเลื่อนเป็นวันทำการถัดไป ทั้งนี้ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงอาจเปลี่ยนแปลงได้หากสถานการณ์การลงทุนไม่เหมาะสมกับการลงทุน โดยบริษัทจัดการจะดำเนินการแจ้งให้ผู้ถือหน่วยทราบโดยเร็วผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนร่วม (Participation Rate), Rebate Rate หรือKnockout level ในช่วงก่อนการเสนอขายหน่วยลงทุน และ/หรือ ณ วันที่ลงทุน เมื่อมีความจำเป็นและสมควร หากสภาวะตลาดมีการเปลี่ยนแปลงหรือเป็นไปตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ลงทุนหรือเพื่อเพิ่มผลตอบแทนโดยรวมให้กับผู้ลงทุนเท่านั้น ซึ่งจะแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบทางเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ รายละเอียดการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งหมด
เงื่อนไข
เงินต้นและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
ณ วันครบอายุโครงการ
กรณีที่ 1
ระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง เปลี่ยนแปลง ≤ 0%
ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงินเพียงอย่างเดียว
ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
กรณีที่ 2
ระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนแปลง > 0% แต่ ≤ 10% เทียบกับระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา และ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ Knockout ระหว่างอายุสัญญา
ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน + ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
= (ผลตอบแทนของสัญญาวอร์แรนท์ x มูลค่าตามขนาดของสัญญาวอร์แรนท์) x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
กรณีที่ 3
ระดับสินทรัพย์อ้างอิงระหว่างอายุสัญญาหรือวันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนแปลง > 10% เทียบกับระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา (กองทุนจะไม่นำค่าการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์อ้างอิงหลังจากวันทำการดังกล่าวมาพิจารณาอีก)
ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน + ผลตอบแทนชดเชยจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
ผลตอบแทนชดเชยจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
= (Rebate Rate x มูลค่าตามขนาดของสัญญาวอร์แรนท์) x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
ในการพิจารณาว่าเข้าเงื่อนไขการได้รับผลตอบแทนตามกรณีใด กองทุนจะพิจารณาค่าการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์อ้างอิง/ Knockout level ทุกสิ้นวันทำการของสินทรัพย์อ้างอิง ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ใดๆ ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อเงื่อนไขและการคำนวณผลตอบแทนจากการลงทุนใน สัญญาวอร์แรนท์ เช่น คู่สัญญามีการยกเลิกสัญญาอันเนื่องมาจากสภาวะตลาดมีการผันผวนอย่างรุนแรงจนไม่สามารถออกสัญญาวอร์แรนท์ให้กองทุนภายใต้เงื่อนไขเดิมได้ กองทุนจึงต้องเปลี่ยนคู่สัญญาใหม่ เป็นต้น การคำนวณผลตอบแทนดังกล่าวจะเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาวอร์แรนท์ที่กองทุนลงทุน ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งเงื่อนไขดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนทราบภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการณ์นั้นๆ ขึ้น โดยจะแจ้งผ่านเว็บไซต์ของบริษัทจัดการ เงื่อนไขของสัญญาวอร์แรนท์จะเป็นไปตามสัญญาที่กองทุนได้ทำการตกลงร่วมกันกับทางผู้ออกสัญญาวอร์แรนท์ ทั้งนี้ หากเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์อ้างอิงและ/หรือ บริษัทจัดการสินทรัพย์อ้างอิงอย่างมีนัยสำคัญ เช่น วิธีการคำนวณ NAV มีการเปลี่ยนแปลง สินทรัพย์อ้างอิงถูกยกเลิก และ/หรือ บริษัทจัดการสินทรัพย์อ้างอิงปิดกิจการ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นเหตุให้สัญญาวอร์แรนท์ มีอันต้องสิ้นสภาพก่อนกำหนด ผู้ออกสัญญาวอร์แรนท์จะทำการคำนวณราคาสัญญาวอร์แรนท์ เพื่อใช้ในการยกเลิกสัญญาก่อนกำหนด ตัวอย่างการได้รับเงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุน สมมติฐาน - เงินลงทุนทั้งหมด 1,000,000 บาท แบ่งสัดส่วนการลงทุนดังนี้
ประเภทหลักทรัพย์/ทรัพย์สิน
สัดส่วนการลงทุน
อัตราผลตอบแทน
ณ วันครบอายุโครงการ
เงินต้นและผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
ส่วนที่ 1 : ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน
98.30%
ประมาณ 2.58%
100.88%
หักค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (ต่อปี)
0.63%
เงินต้นและผลตอบแทนจากการลงทุนในส่วนที่ 1 หลังหักค่าใช้จ่ายของกองทุนโดยประมาณ
100.25%
ส่วนที่ 2 : สัญญาวอร์แรนท์
1.70%
ตัวอย่างผลตอบแทนจากสัญญาวอร์แรนท์ปรากฎตามตารางด้านล่าง
- ระดับของสินทรัพย์อ้างอิง ดังนี้ ระดับของกองทุน IEF = 90 Knockout level 10% = 99
ระดับของสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันที่เริ่มต้นสัญญา
ระดับสูงสุดของสินทรัพย์อ้างอิงระหว่างอายุโครงการ
ระดับของสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง
กรณีที่ 1
90
≤ 99
80
กรณีที่ 2
90
≤ 99
97
กรณีที่ 3
1)
2)
90
90
≤ 99
> 99
100
ไม่นำมาพิจารณา
สมมติฐานการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD)
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ณ วันเริ่มต้นสัญญา
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง
กรณีที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
กรณีที่ ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
กรณีที่ 1 ระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง เปลี่ยนแปลง ≤ 0%
การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
เงินต้น และ/หรือผลตอบแทน
รวมเงินต้นและ ผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ
ส่วนที่ 1
ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน
ส่วนที่ 2
สัญญาวอร์แรนท์
ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ จึงไม่ต้องนำอัตราแลกเปลี่ยนมาพิจารณา
1,002,500 บาท
ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ 1,002,500 บาท
กรณีที่ 2 ระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนแปลง > 0% แต่ ≤ 10% เทียบกับระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา และ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ Knockout ระหว่างอายุสัญญา
การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
เงินต้น และ/หรือผลตอบแทน
รวมเงินต้นและ ผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ
ส่วนที่ 1
ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน
ส่วนที่ 2
สัญญาวอร์แรนท์
2.1 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
1,002,500 บาท
ได้รับผลตอบแทน จากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ 33,454 บาท
คำนวณจาก
1. ผลตอบแทนของสัญญาวอร์แรนท์
((97/90) -1) x 50% = 3.89%
2. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
30/35=0.86
3. ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
(3.89% x 1,000,000) x 0.86
= 33,454 บาท
1,002,500 + 33,454
= 1,035,954 บาท
(คิดเป็นประมาณ 3.60% ต่อปี)
2.2 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
1,002,500 บาท
ได้รับผลตอบแทน จากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ 44,346 บาท
คำนวณจาก
1. ผลตอบแทนของสัญญาวอร์แรนท์
((97/90) -1) x 50% = 3.89%
2. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
40/35 = 1.14
3. ผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
(3.89% x 1,000,000) x 1.14
= 44,346 บาท
1,002,500 + 44,346
= 1,046,846 บาท
(คิดเป็นประมาณ 4.68% ต่อปี)
กรณีที่ 3ระดับสินทรัพย์อ้างอิงระหว่างอายุสัญญาหรือวันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนแปลง > 10% เทียบกับระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
เงินต้น และ/หรือผลตอบแทน
รวมเงินต้นและ ผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ
ส่วนที่ 1
ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน
ส่วนที่ 2
สัญญาวอร์แรนท์
3.1 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
1,002,500 บาท
ได้รับผลตอบแทน จากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ 12,900 บาท
คำนวณจาก
1. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
30/35=0.86
2. ผลตอบแทนชดเชย
(1.50% x 1,000,000) x 0.86
= 12,900 บาท
1,002,500 + 12,900
= 1,015,400 บาท
(คิดเป็นประมาณ 1.54% ต่อปี)
3.2 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
1,002,500 บาท
ได้รับผลตอบแทน จากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ 17,100 บาท
คำนวณจาก
1. ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
40/35 = 1.14
2. ผลตอบแทนชดเชย
(1.50% x 1,000,000) x 1.14
= 17,100 บาท
1,002,500 + 17,100
= 1,019,600 บาท
(คิดเป็นประมาณ 1.96% ต่อปี)
สรุปผลตอบแทนจากการลงทุน
กรณีที่
อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ
เงื่อนไขและผลตอบแทน
ส่วนที่ 1
ตราสารหนี้ เงินฝากและตราสารทางการเงิน (บาท)
ส่วนที่ 2
สัญญาวอร์แรนท์ (บาท)
รวมเงินต้นและผลตอบแทนทั้งหมดที่คาดว่าจะได้รับ (บาท)
1
ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์ จึงไม่ต้องนำอัตราแลกเปลี่ยนมาพิจารณา
เงื่อนไข :
ระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิง เปลี่ยนแปลง ≤ 0%
ผลตอบแทน:
ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
1,002,500
ไม่ได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในสัญญาวอร์แรนท์
1,002,500
2
2.1 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
เงื่อนไข :
ระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนแปลง > 0% แต่ ≤ 10% เทียบกับระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา และ ไม่เคยเกิดเหตุการณ์ Knockout ระหว่างอายุสัญญา
ผลตอบแทน :
(ผลตอบแทนของสัญญาวอร์แรนท์ x มูลค่าตามขนาดของสัญญาวอร์แรนท์) x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
1,002,500
33,454
1,035,954
(คิดเป็นประมาณ 3.60% ต่อปี)
2.2 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
1,002,500
44,346
1,046,846
(คิดเป็นประมาณ 4.68% ต่อปี)
3
3.1 ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 30 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
เงื่อนไข :
ระดับสินทรัพย์อ้างอิงระหว่างอายุสัญญาหรือวันพิจารณาสินทรัพย์อ้างอิงเปลี่ยนแปลง > 10% เทียบกับระดับสินทรัพย์อ้างอิง ณ วันเริ่มต้นสัญญา
ผลตอบแทน :
(Rebate Rate x มูลค่าตามขนาดของสัญญาวอร์แรนท์) x ค่าการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน
1,002,500
12,900
1,015,400
(คิดเป็นประมาณ 1.54% ต่อปี)
3.2 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ จาก 35 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์ เป็น 40 บาท ต่อ 1 ดอลลาร์
1,002,500
17,100
1,019,600
(คิดเป็นประมาณ 1.96% ต่อปี)
ตัวอย่างแผนภาพของรูปแบบการจ่ายเงินต้นและผลตอบแทน
ความเสี่ยงจากสถิติย้อนหลัง
- ขาดทุนสูงสุดย้อนหลัง
- ไม่มีข้อมูล
- ระยะเวลาฟื้นตัว
- ไม่มีข้อมูล
- สัดส่วนป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน
- ไม่มีข้อมูล
ยังไม่มีข้อมูลจาก SEC สำหรับชนิดหน่วยนี้
ขาดทุนสูงสุดเป็นช่วง 5 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่จัดตั้งสำหรับกองอายุไม่ถึง 5 ปี ตาม Factsheet ของ บลจ. สัดส่วนป้องกันค่าเงินเป็นข้อมูลของงวดที่รายงาน ไม่มีข้อมูลไม่ถือว่าไม่มีการป้องกันค่าเงิน
ข้อมูลโครงการอัปเดตต้นทาง 2026-10-11 15:34:04.140000 · ความเสี่ยงงวด 23 พ.ค. 2567 · นโยบายปันผลงวด 23 พ.ค. 2567
เงื่อนไขซื้อขาย
เงินลงทุนขั้นต่ำ
- ซื้อขั้นต่ำครั้งแรก
- 500,000 บาท
- ซื้อขั้นต่ำครั้งถัดไป
- 0 บาท
- ขายคืนขั้นต่ำ
- 0 บาท
- ยอดคงเหลือขั้นต่ำ
- 0 บาท
SEC Open Data · Factsheet มีผล 23 พ.ค. 2567 · ดึงข้อมูล 10 ต.ค. 2569
วันรับคำสั่งและรับเงินขายคืน
- วันรับคำสั่งซื้อ
- เสนอขายครั้งเดียวในช่วงเปิดเสนอขาย IPO
- วันรับคำสั่งขายคืน
- เมื่อสิ้นสุดอายุโครงการ
- ระยะเวลารับเงินขายคืน
- T+5 คือ5 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน
เงื่อนไขของชนิดหน่วยตาม Factsheet ไม่ใช่การยืนยันว่าซื้อขายได้วันนี้ ค่าขั้นต่ำ 0 เป็นค่าที่ต้นทางรายงาน ตรวจเวลาตัดรอบ วันหยุด และเงื่อนไขของช่องทางซื้อขายกับ บลจ.
ผลตอบแทนจาก NAV
Price return ที่ SabuyFunds คำนวณ · ไม่รวมเงินปันผล ค่าธรรมเนียมผู้ลงทุน และภาษี
| ช่วง | สะสม (%) | ต่อปี (%) | วันเริ่มจริง | วันสิ้นสุดจริง |
|---|---|---|---|---|
| 1M | ลดลง -0.35% | ไม่มีข้อมูล | 9 พ.ค. 2568 | 13 มิ.ย. 2568 |
| 3M | ลดลง -0.69% | ไม่มีข้อมูล | 7 มี.ค. 2568 | 13 มิ.ย. 2568 |
| 6M | เพิ่มขึ้น +0.82% | ไม่มีข้อมูล | 13 ธ.ค. 2567 | 13 มิ.ย. 2568 |
| YTD | เพิ่มขึ้น +0.52% | ไม่มีข้อมูล | 27 ธ.ค. 2567 | 13 มิ.ย. 2568 |
| 1Y | เพิ่มขึ้น +0.74% | เพิ่มขึ้น +0.73% | 11 มิ.ย. 2567 | 13 มิ.ย. 2568 |
| 3Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
| 5Y | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล | ไม่มีข้อมูล |
ไม่มีข้อมูล = ประวัติไม่พอ · ต่อปีแสดงเฉพาะช่วงจริงอย่างน้อย 365 วัน
สถานะผลตอบแทนจากต้นทาง
ยังไม่แสดงตัวเลขต้นทางเป็นผลตอบแทนที่ยืนยันแล้ว ต้องตรวจวิธีใน Factsheet ให้ตรง metric และหน่วยก่อน
ไม่มีข้อมูล
Total return: ยังไม่รองรับใน Phase 1 · อ่านสูตรทั้งหมด
ค่าธรรมเนียม
| รายการ | อัตราเก็บจริง | อัตราตามโครงการ | งวดที่มีผล |
|---|---|---|---|
| ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee) | 0.2500 | 3.2100 | 23 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) | 0.0000 | 2.1400 | 23 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee) | 0.0000 | 3.2100 | 23 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT) | 0.0000 | 3.2100 | 23 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN) | 0.2500 | 3.2100 | 23 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee) | 1.0000 | 1.0000 | 23 พ.ค. 2567 |
| ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense) | 0.0600 | 2.7900 | 23 พ.ค. 2567 |
ค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน (Front-end Fee): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่เปิดเผยเป็นอัตราประมาณการ ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งอัตราเรียกเก็บจริงให้ทราบหลังจากที่ได้ลงทุนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ได้แจ้งไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติม โดยจะไม่เกินเพดานอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน
ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืนหน่วยลงทุน (Back-end Fee): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนออก (SWITCHING OUT): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนเข้า (SWITCHING IN): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วยลงทุน (Transfer Fee): ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย 10 บาท ต่อ 1,000 หน่วย หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ
ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมด (Total Fee and Expense): หมายเหตุ: - บริษัทจัดการอาจพิจารณาเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจริงเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์หรือค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่เปิดเผยเป็นอัตราประมาณการ ซึ่งบริษัทจัดการจะแจ้งอัตราเรียกเก็บจริงให้ทราบหลังจากที่ได้ลงทุนเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ ในกรณีที่อัตราผลตอบแทนที่กองทุนได้รับหลังหักค่าใช้จ่ายสูงกว่าอัตราผลตอบแทนโดยเฉลี่ยต่อปีที่ได้แจ้งไว้ตอนเสนอขายหน่วยลงทุนครั้งแรก บริษัทจัดการขอสงวนสิทธิเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการเพิ่มเติม โดยจะไม่เกินเพดานอัตราค่าธรรมเนียมการจัดการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุน
อัตราและหน่วยตามรายการต้นทาง ตรวจฐานการคิด VAT และอัตราสูงสุดใน Factsheet ก่อนใช้
เงินปันผลย้อนหลัง
ยังไม่มีประวัติปันผลสำหรับแสดงกราฟ
ยังไม่มีประวัติปันผลจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อมอยู่
แสดงวัน XD และวันปิดสมุดทะเบียนตามที่ต้นทางระบุ วันที่ตามประวัติใช้เมื่อแหล่งข้อมูลไม่ระบุประเภทวัน จึงไม่ถือเป็นวัน XD หรือวันจ่าย ไม่มีข้อมูลไม่ได้แปลว่าไม่เคยจ่ายปันผล วันที่จ่ายในอนาคตเป็นกำหนดตามประกาศ
สัดส่วนสินทรัพย์และหลักทรัพย์
ประเภทสินทรัพย์
Factsheet
SEC asset-allocation
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์จาก Factsheet
พอร์ตรายเดือน
SEC portfolio-asset-type
ไม่มีข้อมูลสัดส่วนประเภทสินทรัพย์ในพอร์ตรายเดือน
หลักทรัพย์ 5 อันดับ
รายการจาก SEC top5-holdings
ไม่มีข้อมูล
ข้อมูลระดับกองทุนร่วมกันทุกชนิดหน่วยลงทุน · แหล่ง sec · Factsheet จาก asset-allocation · พอร์ตรายเดือนจาก portfolio-asset-type · หลักทรัพย์จาก top5-holdings